หลังจากที่เฟยหรงรั้งอยู่ที่พระราชวังเยือกแข็งอยู่นาน ในที่สุดก็ได้เวลากลับไปยังหอกระบี่ดาวตกเสียทีในเวลานี้เหล่าภรรยาของเขาโดนเสวียเหม่ยลงโทษให้บ่มเพาะอย่างหนัก เนื่องจากพวกนางรังแกเสวียเหม่ยมากเกินไป เฟยหรงที่ได้เห็นก็อดหัวเราะไม่ได้สำหรับเขาเสวียเหม่ยเหมือนดังพี่ใหญ่ในบรรดาภรรยาของเขาเลยทีเดียวทั้งนี้ ทั้งนี้ลูกสาวทั้งสองของเขายังดูรักไคร่เสวียเหม่ยเอามากๆจนถึงขนาดไปนอนกับนางในทุกๆคืนทำให้เฟยหรงหมดโอกาสที่จะร่วมสานสัมพันธ์นางผู้เป็นที่รักไปเลยทีเดียว
ดังนั้นเมื่อเก็บกดเอาไว้มากๆเฟยหรงจึงคิดที่จะไปเข้าหาภรรยาอีกสามคนของเขาเสียหน่อยแต่โดนเสวียเหม่ยห้ามเอาเอาเสียก่อนเนื่องจากพวกนางทุกคนล้วนฝึกฝนวิชาวิสุทธิ์เหมันต์ที่ต้องคงพรหมจรรย์เอาไว้จนกว่าจะฝึกสำเร็จขั้นที่ห้าและในเวลานี้พวกนางไปถึงขั้นที่สามแล้วส่วนทางด้านของปิงเหยานางก็ปิดด่านฝึกตนทะลวงขั้นราชันเทวะอยู่จึงไม่สามารถออกไปได้ เฟยหรงได้ยินดังนั้นก็ทำหน้ามุ้ยในทันที เดินคอตกกลับมานอนกับเสวียเหม่ยตามเดิมโดยมีเจ้าตัวน้อยทั้งสองอยู่ตรงกลางทุกคืนวัน
"เอาละถึงเวลาต้องกลับแล้ว ไปกันเถอะลูก"เฟยหรงกล่าวขึ้นตอนนี้ทั้งปิงลี่อืนและเฟิงหยุนเยว่กระพริบตาปริบๆให้กับเสวียเหม่ยราวกับไม่อยากที่จะจากที่นี่ไปแต่อย่างใด ทางด้านหญิงงามแม่เห้นดังนั้นก้เหมือนประดุจดังความเป็นแม่ในกายได้ตื่นขึ้นมา นางเดินไปหาเฟยหรงก่อนจะกล่าว "เจ้าไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวหากพวกนางอยากกลับข้าจะไปส่งพวกนางเอง"
เฟยหรงได้ยินแทบจะกุมขมับแต่เมื่อเห็นแววตาที่อ้อนวอนของเจ้าตัวน้อยก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ "ก็ได้ แต่อย่าตามใจพวกนางจนเกินไปนักละ นี่คือเคล็ดวิชามังกรวิหคร่ายรำเป็นวิชาที่ท่านหลงเสี่ยวหยาและท่านพ่อตาคิดขึ้นเพื่อให้เย่เอ๋อได้บ่มเพาะ"
เฟยหรงรีบนำหยกชิ้นหนึ่งยื่นให้เสวียเหม่ยในทันทีและเขาไม่ลืมที่จะหอมแก้มนางอย่างแผ่วเบาก่อนจะกระโดดขึ้นหลังไป๋หู่และทยานออกไป การเดินทางมาพระราชวังเยื่อกแข็งในครั้งนี้แม้จะไม่ได้บัลลังก์ราชันกลับไปแต่กลับได้โชคครั้งใหญ่กลับมาอย่างแท้จริง
ไป๋หู่เมื่อทะยานร่างมาบริเวณใจกลางทวีปที่เป็นที่ตั้งของพระราชวังเทพมารเขาไม่ลืมกล่าวถามเฟยหรงว่าจะไปที่ไหนต่อหรือไม่ แน่นอนเฟยหรงนั้นบอกให้ตรงไปที่หอกระบี่แต่ในเวลานี้สายตากลับชำเรืองมองไปเห็นกับพลุไฟมากมายที่เต็มท้องฟ้าในเขตใต้
"ท่านไป๋หู่บริเวรนั้นคือที่ใดขอรับทำไมมันถึงมีพลุไฟมากมายเช่นนั้น"เฟยหรงกล่าวถามด้วยความสงสัย ไป๋หู่พยักหน้าในทันใดก่อนจะกล่าวตอบ "ที่นั่นคือเขตของตระกูลหลงอย่างไรละ ส่วนพลุไฟเหล่านั้นคืองานเทศกาลมังกรครามที่จัดขึ้นทุกปีในเมืองมังกรครามที่ตระกูลหลงปกครอง เจ้าจะไปดูไหมละระดับพลังของเจ้าตอนนี้ไม่มีใครในตระกูลหลงสร้างปัญหาให้เจ้าได้หรอก ส่วนเจ้าจักรพรรดิมังกรเพลิงหลงฮุ้ยตั้งแต่ที่หลงเสียวหยาเลือนขั้นเป็นมหาเทวะมันก็ไม่กล้ายิ่งผยองเช่นเก่าแล้ว"
"ดีเหมือนกันขอรับ ข้าเองก็อยากเห็นว่าเทศกาลมังกรครามนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง"ไป๋หู่ได้ยินดังนั้นเขาก็พุ่งทยานไปที่บริเวณเขตใต้ในทันทีใช้เวลาเพียงไม่นานพวกเขาก็มาอยู่ที่น่านฟ้าของตระกูลหลงเป็นที่เรียบร้อย
"สวยงามกว่าที่คิดนะขอรับ จากที่ได้ยินท่านหลงเสี่ยวหยาหรือท่านพ่อตากล่าวถึงข้าคิดว่าตระกูลหลงจะมืดมนกว่านี้เสียอีก"เฟยหรงกล่าวขึ้นเวลานี้เขานั่งบนหลังของไป๋หู่นั่งดูงานเทศกาลที่ประดับประดาไปด้วยแสงสีมากมาย ทั้งยังมีการแห่มังกรสีฟ้าครามและสีแดงตัวใหญ่ดูอลังการอย่างถึงที่สุด
"ฮ่าๆๆที่เฟิงหลินเทียนกับตระกูลหลงไม่กินเส้นกันเพราะว่าตระกูลเฟิงนั้นทำหอประมูล ส่วนตระกูลหลงก็มีหอการค้า ส่วนหลงเสี่ยวหยาก็มักจะมีปัญหากับเจ้าหลงฮุ้ยบ่อยๆดังนั้นไม่แปลกที่พวกเขาจะพูดถึงตระกูลหลงอย่างไม่สบอารมณ์อย่างนั้น ตระกูลหลงก็เหมือนกับตระกูลระดับสูงทั่วไปนั่นแหละแต่โดดเด่นกว่าเพราะพวกเขาสืบทอดสายเลือดของมังกรเท่านั้นเอง
"งั้นหรือขอรับ ช่างน่าสนใจนัก ข้าขอลงไปเดินชมข้างล่างเสียหน่อยท่านจะลงไปกับข้าหรือไม่"เฟยหรงกล่าวถาม
"ไม่ละ หากข้าลงไปมีหวังได้แตกตื่นกันหมดพอดี ข้าจะรออยู่ที่ยอดเขาลูกนั้นก็แล้วกัน"ไป๋หู่กล่าวเสร็จก็ทะยานร่างไปนอนลงที่บนหุบเขา ส่วนเฟยหรงเมื่อเห็นดังนั้นเขาก็ลดระดับพลังของตนจากระดับราชันเทวะขั้นปลายมาอยู่แค่นิพพานขั้นต้นเท่านั้นหากเขาไม่ทำเช่นนี้เกรงว่าจะถูกคนจับได้ แม้เขาจะไม่สนใจอะไรแต่ก็ไม่อยากทำตัวให้มันวุ่นวายเช่นกัน
"เอาละเรียบร้อย ขอลองใช้ชีวิตแบบปกติๆสักคืนหนึ่งก็แล้วกัน"เฟยหรงยกยิ้มเขาทะยานลงไปบริเวณที่ไม่มีใครอยู่ก่อนจะเดินออกไปเหมือนผู้คนปกติทั่วไปเขาทำกัน เฟยหรงเหมือนกับไปเป็นเด็กอีกครั้งมองทุกอย่างราวกับเรื่องแปลกใหม่ 'น่าเสียดายที่เจ้าตัวเล็กไม่มาด้วย ไม่งั้นคงต้องตื่นเต้นมากแน่ๆ'เฟยหรงคิดในใจ เขาเดินไปตามร้านต่างๆซื้ออาหารแปลกตามากมายจากร้านค้าต่างๆที่ตั้งอยู่อย่างสนุกสนานประดุจเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง
ชายหนุ่มยังคงเดินไปด้วยท่าทีสบายใจมองดูการแสดง การประลองต่างๆ ด้วยท่าทีสนใจแต่พอดูมาได้สักระยะเขาก็จากไปราวกับเบื่อหน่ายอย่างไรอย่างนั้น
"หืม เด็กคนนั้น"เฟยหรงกล่าวขึ้นพร้อมทำท่าทีประหลาดใจ ด้านหน้าของเขาคือหญิงสาวสองคนอายุไม่ต่างกันมากราวๆสี่หกถึงสิบแปดปีเนื้อตัวมอมแมมเสื้อผ้ามีแต่รอยเย็บเต็มไปหมดทั้งยังเหมือนว่ากำลังถูกชายหลายคนรุมทำร้ายแต่กับไม่มีใครช่วยพวกนางเลยแม้แต่คนเดียว
"สัญลักษณ์พวกนั้นเหมือนพวกตระกูลหลงเลย"เฟยหรงเมื่อเห็นสัญลักษณ์รูปสังกรสีแดงที่อยู่กลางหลังของชายฉกรรจ์มากมายเขาอดไม่ได้ที่จะคิ้วขมวด สองคนนี้ไปทำอะไรให้พวกมันแค้นเคืองกันนะ
ส่วนทางด้านหญิงสาวทั้งสองในเวลานี้พวกนางกอดกันแน่นรับแส้ของผุ้คนในตระกูลหลงอยู่เช่นนั้น ฝั่งชายฉกรรจ์ก็เอาแต่ทำร้ายร่างกายพวกนางจนมีแต่รอยช้ำและรอยแผลเต็มไปหมด
"ฮ่าๆๆ นี่หรือรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์สูงส่งของตระกูลหลง หลงเหม่ยเหม่ย หลงเหม่ยอิง ไม่คิดสินะว่าพวกเจ้าจะมีวันนี้"พวกมันพากันหัวเราะอย่างสะใจ แส้ฟาดใส่พวกนางอย่างไม่ยั้งมือ จนหญิงสาวคนหนึ่งได้แต่ร้องไห้ออกมาไม่หยุดส่วนอีกคนนั้นดวงตาของนางเต็มไปด้วยความคลั่งเเค้นอย่างเห็นได้ชัดกอดหญิงสาวที่ร้องไห้เอาไว้ราวกับปกป้องไม่ให้นางได้รับบาดเจ็บ
"ฮ่าๆๆแล้วจำไว้ว่าอย่ามาอวดเก่งต่อหน้าคุณชายหลงเทียน"แส้ในมือของมันฟาดลงอย่างโหดเหี้ยมแส้นี้เต็มไปด้วยปราณปกคลุมไปทั่วทั้งแส้ และมันยังตรงมาที่ใบหน้าของหญิงสาวอย่างเห้นได้ชัด หญิงสาวผู้มีสายตาที่คลั่งแค้นกระโดดเข้ามาใช้กายกำบังร่างกายของหญิงสาวอีกนางในทันที และหลับตาลงรับความเจ็บปวด
แต่เมื่อเวลาผ่านไปความเจ็บปวดไม่ได้เกิดขึ้นแต่อย่างใด พอหันหลังกลับไปมองตอนนี้ด้านหลังของนางคือม่านวารีที่กันแส้เหล่านั้นเอาไว้ไม่ให้ถึงตัวนาง
"กล้าหาญดีนี่สาวน้อย! แต่ความกล้าอย่างเดียวดูเหมือนจะไม่พอนะ"เฟยหรงที่นั่งอยู่บนกำแพงกล่าวขึ้น ในเวลานี้ทุกคนในเมืองเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเข้าไปขัดขวางคนของตระกูลหลงพวกเขาก็พากันแตกตื่นยกใหญ่ ชายคนนี้เป็นใครถึงได้ทำเรื่องรานหาที่ตายเช่นนี้
"เจ้าน่ะ สนใจมาเป็นศิษย์ของข้าไหม"เฟยหรงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ทางด้านหญิงสาวที่ได้ยินก็พลันตกตะลึงไป ศิษย์ของเขางั้นหรือชายคนนี้ดูอายุน้อยกว่านางด้วยซ้ำ แม้จะสงสัยในตัวตนของชายหนุ่มแต่นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกต่อไป
"ข้ายินดีเจ้าค่ะ"เฟยหรงที่ได้รับคำยืนยันของอีกฝ่ายก็ยกยิ้มขึ้นมา การพบเจอครั้งนี้นับว่าเป็นวาสนาของพวกนางเอง
"บัดซบ!!เจ้าเป็นใครถึงกล้ามาขัดขวางการลงโทษนักโทษของตระกูลหลง ช่างรนหาที่ตายนัก!!"เมื่อเห็นว่าเฟยหรงขัดขวางตนเองเอาไว้ทั้งยังเมิณเฉยต่อพวกมันนี่ราวกับเยียบย่ำศักดิ์ศรีของตระกูลหลง ดังนั้นพวกมันจึงพากันพุ่งทยานมาหาชายหนุ่มก่อนจะฟาดการโจมตีที่แรงที่สุดออกไป
"ตูม!!!"
"กะอีแค่ปราณมังกรระดับต่ำกลับกล้ายิ่งผยองกันถึงขนาดนี้"การโจมตีทั้งหมดถูกม่านวารีของเฟยหรงป้องกันไว้จนหมดสิ้น เฟยหรงลุกขึ้นยืนลอยตัวขึ้นจากหลังกำแพงในทันใด
"แม่น้ำสายนี้ช่างกว้างใหญ่เจ้าว่าไหม"พวกมันไม่เข้าใจความหมายของชายหนุ่มแม้แต่น้อย แต่กลับสั่นกลัวอย่างช่วยไม่ได้ ม่านวารีห่อหุ้มสองพี่น้องเอาไว้และลอยตัวขึ้นมาอยุ่ด้านหลังของตนเอง ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น แม่น้ำทั้งสายถูกควบแน่นกลายเป็นกระบี่ขนาดใหญ่อยู่เหนือเมืองหลวงของตระกูลหลง จนทำให้ประชาชนทุกคนได้แต่อ้าปากค้างไม่เว้นแม้แต่พวกที่โจมตีเฟยหรงก็ตามในเวลานี้ทรุดตัวลงเนื้อตัวสั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้
"จะเจ้าคิดจะทำอะไร!!"หัวหน้าของพวมันกล่าวขึ้นเวลานี้ไม่เพียงแต่ประชาชนที่แตกตื่นแต่เหล่าผุ้อาวุโสรวมถึงผุ้นำตระกูลหลงก็มาปรากฏตัวห้อมล้อมชายหนุ่มในทันที
"เจ้าเองหรือที่มาสร้างปัญหาในเขตของพวกเรา วางมือซะแล้วคุกเข่าลงพวกเราจะปล่อยเจ้าไป"หลงจินผู้นำตระกูลหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงสูงส่งและเรียบเฉย
"ให้ข้าวางมือดุเหมือนเจ้าจะไม่มีคุณสมบัติมากกพอนะ"เฟยหรงกล่าวอย่างเรียบเฉย แม้เรื่องนี้เป็นเขาเองที่ดูจะยุ่งไม่เข้าเรื่องแต่ในเมื่อหญิงสาวยอมเป็นศิษย์ของเขาแล้วก็ไม่มีเหตุผลต้องวางมือแต่อยากใด
"จองหองเกินไป ถ้างั้นก็ตายซะ!!"ผุ้อาวุโสคนหนึ่งพุ่งตัวมาโจมตีเฟยหรง ปราณก่อตัวกรงเล็บมังกรสามกงเล้บหมายจะฉีกกระชากชายหนุ่มให้สิ้นแต่เพียงนิ้วเดียวของเฟยหรงกลับหยุดกรงเล็บมังกรนั้นอย่างง่ายดาย
"ปราณมังกรชั้นต่ำ ได้แค่นี้หรือ!! กระบี่พิรุณคลั่ง"
เฟยหรงว่าดังนั้นกระบี่ที่ถูกสร้างจากแม่น้ำทั้งสายกลับกลายเป็นเหมือนดังห่าฝน เมื่อผู้อาวุโสของตระกูลหลงเห็นดังนั้นก็ดวงตาเบิกกว้างอย่างช่วยไม่ได้ พร้อมกับแยกย้ายกันไปกางม่านพลังป้องกันในทันที ฝนกระบี่ตกลงมาไม่ขาดสายจนเมื่อผ่านไปสักพักเหล่าผุ้อาวุโสก็เต้มไปด้วยบาดแผลแต่ก็ไม่ได้สาหัสอะไรพร้อมกับมองไปที่ชายหนุ่มด้วยสายตาแค้นเคือง
"เจ้าต้องการอะไรกันแน่??"ผู้นำตระกูลหลงกล่าวขึ้นตอนนี้น้ำเสียงไม่ได้มีความเย่อหยิ่งอีกต่อไปแต่มันกลับเต้มไปด้วยความประหลาดใจเสียมากกว่า คนที่ทำระดับนี้ได้นับว่าไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
"ศิษย์ข้าพวกมันทำอะไรกับเจ้าเอาไว้"เฟยหรงหันไปหาหญิงสาวทั้งสองที่นั่งเหม่อลอยอยู่ในม่านวารี เวลานี้แววตาของนางเต็มไปด้วยความแค้นยิ่งกว่าเดิม
"พวกมัน!!ฆ่าท่านพ่อกับท่านแม่ของพวกข้า!! ทั้งยังดึงรากปราณของข้ากับพี่สาวไปเพียงเพราะพวกข้าไม่ยอมตกเป็นของมัน!!"หญิงสาวกล่าวขึ้นในทันใดเฟยหรงถึงกับหันไปมองผุ้นำตระกูลหลงที่บัดนี้สีหน้าของมันหน้าเกียจเต้มทีเพราะเสียงของหญิงสาวมันดังก้องไปทั่วทั้งเมืองแล้วในเวลานี้
"โอ้ ไม่คิดว่าตระกูลหลงผู้สูงส่งจะทำเช่นนี้กับสาวน้อยที่ไม่ยินยอมพร้อมใจ ช่างน่าขายหน้ายิ่งนัก"เฟยหรงว่ากล่าวในเวลานี้ผู้อาวุโสในตระกูลเดือดดาลสุดขีด วันนี้แทนที่จะเป็นวันดีของตระกูลกลับเป็นว่าต้องขายหน้ากันทั้งตระกูลไป ทั้งหมดเป็นเพราะชายหนุ่มเพียงคนเดียวจะไม่ให้พวกมันโกรธแค้นได้อย่างไรในใจอยากจะฆ่าชายหนุ่มสักพันรอบ
"บัดซบ นี่มันเรื่องภายในตระกูลของพวกข้าเจ้ามาเกี่ยวอะไรด้วย"หลงเทียนที่อับอายขายหน้าอย่างถึงที่สุดกล่าวอย่างเดือดดาล เฟยหรงที่เห็นว่ามันร้อนรนก็พลันยกยิ้มก่อนที่จะพุ่งหายวับไปโดยที่พวกมันไม่มีใครรู้ตัวและมาโผล่ด้านหน้าของหลงเทียนและสาวหมัดไปที่ท้องของมันอย่างจัง
"เทียนเอ๋อ!!!"ผู้นำตระกูลอุทานออกมาอย่างสุดเสียงลูกชายของมันตอนนี้จุกจนพูดอะไรไม่ออกทั้งยังอยุ่ในมือของอีกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อย
"คืนรากปราณของพวกนางไม่เช่นนั้นลูกของเจ้าตาย!!"เฟยหรงกล่าวขึ้น นี่ไม่ใช่คำขอร้องแต่เป็นคำสั่งเด็ดขาดของชายหนุ่มเอง
"อึก!!"เหล่าผู้อาวุโสนิ่งเงียบไปในทันทีเวลานี้พวกเขาล้วนแต่ให้ผู้นำตระกูลเป็นคนตัดสินใจ
"เอาไป!!"กล่องหยกสองกล่องถูกโยนออกไปให้เฟยหรงด้วยความไม่ยินยอม แต่กลับไม่มีทางเลือกใดเพราะลูกชายของมันตกอยู่ในกำมือของอีกฝ่ายแล้วนั่นเอง
"เส้นลมปราณมังกรนภา กับเส้นลมปราณมังกรวารีงั้นหรือ เป็นถึงเส้นลมปราณระดับนิพพาน มิน่าถึงได้อยากได้นักอยากได้หนา"เฟยหรงโยนหลงเทียนทิ้งอย่างไม่ใยดีและนำตรงหยกเข้าแหวนมิติไปในทันทีและกลับมาอยู่ที่เดิม
"แค้นนี้ข้าจะให้ศิษย์ข้าสะสางเอง ในเวลาห้าปีพวกนางจะก้าวข้ามพวกเจ้าตระกูลหลงทั้งตระกูลเมื่อถึงเวลานั้นพวกเจ้าเตรียมตัวรับความโกรธเกรี้ยวของพวกนางได้เลย!!"เฟยหรงกล่าวเวลานี้ไม่มีใครกล้าหยุดชายหนุ่มได้ทั้งนั้น ชายที่มีพรสวรรค์และเทียบเคียงพวกตนที่อยู่ระดับจักรพรรดิเทวะขั้นต้นตัวตนเช่นนี้ย่อมไม่ธรรมดา
"เจ้าเด็กน้อยคิดจะมาก็มาคิดจะไปก็ไปงั้นหรือ!! มาสร้างปัญหาในเขตของข้าไหนเลยจะออกไปได้โดยง่าย!!"ขณะที่เฟยหรงกำลังจากไปนั้น เสียงที่ทรงพลังดังขึ้นมาจากภูเขาด้านหลังของตระกูลหลง เวลานี้เหล่าผู้อาวุโสถึงกับระบายยิ้มออกมาไม่ขาดสาย ส่วนเฟยหรงนั้นเขาชะงักฝีเท้าลงและมองไปอย่างเมิณเฉยในขณะที่หญิงสาวทั้งสองตัวสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้
"เรื่องของเด็กๆเจ้าคิดจะมายุ่งงั้นหรือหลงฮุ้ย!"เสียงที่ทรงพลังยิ่งกว่าดังขึ้นมาจากด้านหลังของเฟยหรง ทันใดนั้นพายุใหญ่ปรากฏด้านหลังของเฟยหรงเช่นนั้น ใช่!นั่นคือการมาถึงของพยัคฆ์สวรรค์สามเนตรไป๋หู่นั่นเอง