ตอนที่ 128 นครใต้ดิน บาราทรัม
“ผมบอกแล้ว พี่แซฟไฟร์ ไม่สิ พี่นิทานน่ะ ไม่ใช่คนไม่ดีนะ!” เสียงเจื้อยแจ้วของโอไรออนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง นิทานเพียงยิ้มเล็กน้อยเท่านั้น เขาถือเสียว่าตนมาเที่ยวตั้งนานแล้ว แม้จะหวั่น ๆ อยู่บ้างแต่ในเมื่อทุกอย่างราบรื่นดีเขาก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีก
นอกเหนือจากตรวจสอบมีครูส พวกเขาสมควรมีวิธีตรวจสอบอื่นอีกระหว่างทางมา เมื่อมีครูสไม่ได้โดนหลอก องค์หญิงไพลินช่วยรับรอง และประวัติของเขาใสสะอาด ความสงสัยของเผ่ารูเบียสจึงหายไปในที่สุด
“ขอบคุณครับ งั้นตามสัญญารบกวนแนะนำเมืองนี้ให้ผมหน่อยแล้วกันนะครับ” นิทานหัวเราะ เขาคิดว่าการที่ทุกอย่างเร็วขนาดนี้ ส่วนหนึ่งอาจต้องขอบคุณไพลินที่ไปเร่งงานให้
หรือไม่ก็ไปโวยวายละนะ นิทานคิดพร้อมลอบหัวเราะ
“ย่อมได้แน่นอน แต่ก่อนอื่นเจ้าสะดวกจะค้างคืนที่บาราทรัมสักคืนหรือไม่ คืนนี้ดยุคเรนนัสต้องการพบเจ้าด้วยตนเอง” อริยะเข็มโลหิตพูดขึ้น คราวนี้แม้สีหน้าของเขาจะเคร่งขรึมเช่นเคยแต่นิทานก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความอ่อนโยนที่เพิ่มมากขึ้นและความระแวงที่หายไป
เอวานและโรนัลก็เป็นเช่นเดียวกัน หน้าตาดุดันและนัยน์ตาสีแดงดั่งโลหิตของพวกเขายังคงเป็นเช่นเดิมแต่ก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงไมตรีที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่ความวิตก
“ดยุคเรนนัสเหรอครับ? เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ” นิทานลอบเก็บสีหน้า เขารู้สึกเหมือนตนโดนบังคับกลาย ๆ หากก็ช่วยไม่ได้ ฝั่งนั้นเป็นถึงดยุค
“อย่าเข้าใจผิดนะนิทาน ดยุคเรนนัสท่านไม่ได้บังคับอะไรเลย ท่านเพียงเชื้อเชิญตรง ๆ เท่านั้น หากเจ้ารีบกลับก็สามารถปฏิเสธได้เลย” โรนัลเป็นผู้ที่ประสาทไวที่สุด เขารีบแก้ต่างให้ด้วยสีหน้าลุกลี้ลุกลน
นิทานเอียงคออย่างสงสัย เขาไม่คิดว่าท่าทีของเขาออกถึงปานนั้นหากโรนัลกลับรีบพูดขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“พวกข้าหมายความตามนั้นจริง ๆ ดยุคเรนนัสเพียงต้องการขอบคุณเจ้าเท่านั้น หากเจ้าสะดวกก็รอพบท่านหน่อยเถอะ เจ้าช่วยทายาทของท่านไว้” อริยะเข็มโลหิตกล่าวต่อ
นิทานพยักหน้ารับ ไหน ๆ เขาก็มาถึงนี่แล้ว จะค้างคืนสักวันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
เห็นดังนั้นเอวานก็ยิ้มกว้าง อาสาพาพวกเขาชมเมืองด้วยตัวเอง โอไรออนตอบรับอย่างตื่นเต้น ในที่นี้โอไรออนดูจะมีความสุขที่สุดแล้ว
ทางเข้าของเมืองบาราทรัมอันเป็นประตูใหญ่นั้นไม่อาจเรียกว่าประตูได้เสียทีเดียว มันคืออุโมงค์ขนาดมหึมา ด้วยความที่บาราทรัมเป็นนครใต้ดินที่สร้างขึ้นตามพื้นลาดลงของหลุมขนาดยักษ์ พื้นที่รอบ ๆ หลุมจึงไม่ใช่พื้นที่ราบแต่อย่างใด เป็นภูเขาสลับซับซ้อนและวกวน รายล้อมไปด้วยป่าเขียวขจีมากมาย
ภูเขามากมายเหล่านี้มีหลายลูกที่ยอดสุดสูงใหญ่เบื้องบนมีสีขาวของหิมะปกคลุม มีบางลูกที่ไม่ใหญ่โตนักราวกับเป็นเพียงเนินที่สูงหน่อย และมีบางลูกที่สามารถเห็นเขม่าดำและไอลาวาได้อย่างชัดเจน
ทางตัดผ่านระหว่างภูเขาเหล่านี้เข้าสู่หลุมบาราทรัมคืออุโมงค์ขนาดมหึมาอุโมงค์หนึ่ง มันทอดตัวยาวตัดผ่านภูเขาเหล่านั้น ลาดลงสู่บาราทรัมอย่างยิ่งใหญ่
ด้วยภูเขาและพื้นที่เช่นนี้ บาราทรัมจึงเป็นเมืองป้อมปราการขนาดยักษ์แห่งหนึ่ง เป็นป้อมปราการแห่งผืนดินต่างกับปราการลอยฟ้าเบื้องบน
อุโมงค์สายนี้คับคั่งไปด้วยคนหลากเผ่าพันธุ์ หากก็ไม่ได้หลากหลายดังเช่นนครรัตนะที่สามารถเห็นต่างเผ่าได้ในทุกที่ที่หันหน้าไป นครบาราทรัมนี้มีประชากรหลักเป็นชนเผ่ารูเบียส แล้วจึงมีมนุษย์สัตว์และมนุษย์รวมถึงเผ่าอื่น ๆ แทรกอยู่บ้าง นักผจญภัยหลากเผ่าพันธุ์ก็มีให้เห็นมากมายเหมือนนครรัตนะ มีเพียงเผ่าซือบาสและโจรสลัดเท่านั้นที่แทบจะไม่สามารถเห็นได้เลย
พวกเขาโดยสารกงจักรของอริยะเข็มโลหิตเข้าสู่เมือง แม้กงจักรนี้จะสามารถดำดินได้แต่เมื่อเข้าสู่นครแล้วทุกคนต้องใช้ถนนเหมือนกันหมด ร่องรอยการขุดเจาะรอบ ๆ ภูเขาสมควรไม่ใช่การขุดเจาะเพื่อสัญจรแต่อย่างใด
ถ้าขุดกันได้ตามสบายสงสัยเมืองคงถล่มแล้วมั้ง พรุนเละเทะหมด นิทานขำในใจพลางนึกภาพเมืองขนาดยักษ์นี้ข้างล่างเต็มไปด้วยรูพรุนเพราะประชากรรุมเจาะ ยิ่งเผ่ารูเบียสดูจะขุดเจาะกันเก่งอยู่แล้วด้วย
เมื่อเข้าสู่เมือง อย่างแรกที่นิทานรู้สึกได้เลยคือความร้อน เป็นไอร้อนที่ไม่เหมือนทั้งเมืองปลดปล่อยความร้อนออกมาเช่นนครรัตนะ ไม่ใช่ความร้อนของลมทะเลอย่างเมืองท่าข้างสมุทร หากเป็นละอองร้อนของลาวาและการหลอม
นิทานกางร่มปกปักหทัยของตนพาดบ่า ไอเย็นที่ร่มกระจายออกมาทำให้เขารู้สึกสดชื่น ยิ่งเขามาที่ร้อนมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งชอบร่มคันนี้มากขึ้นเท่านั้น แม้แต่คีตายังเดินเนียนเข้ามาชิดเขามากกว่าเดิม ส่วนโอไรออนก็พยายามเบียดตัวเข้ามา
ช่วงนี้ทำไมเจอแต่ที่ร้อน ๆ นะ นิทานบ่นอุบอิบ ไม่ว่าเขาไปที่ไหนก็ต้องเจอแต่ที่ร้อน ๆ อยู่เรื่อย
เมื่อถึงด่านตรวจเข้าเมืองพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นลงเดิน นิทานไม่จำเป็นต้องต่อแถวเหมือนคนจำนวนมากทางเบื้องหน้า อริยะเข็มโลหิตเพียงเดินเข้าประตูหน้าโดยตรง เหล่าทหารยามที่เห็นใบหน้าของเขาต่างทำความเคารพกันอย่างเป็นระเบียบ
เหมือนตอนฟาง หมิงเลยแฮะ นิทานคิด ตอนที่เขาเข้านครรัตนะใหม่ ๆ เขาก็ต้องต่อแถวเช่นนี้เหมือนกัน ฟาง หมิงในตอนนั้นเดินเข้าอีกประตูได้โดยตรง ตอนนี้เขาได้มีโอกาสเช่นนั้นบ้างแล้ว ไม่จำเป็นต้องต่อแถวยาวเป็นหางว่าวเช่นนักท่องเที่ยวและนักผจญภัยทั้งหลายที่มีภารกิจที่บาราทรัม
เมื่อพวกเขาก้าวเข้าสู่เมือง นิทานก็ต้องตกตะลึงกับรูปแบบของนครบาราทรัมอีกครั้ง ยิ่งได้มาเห็นใกล้ ๆ เช่นนี้ยิ่งทำให้ความเข้าใจหลายอย่างของเขาเปลี่ยนไป
ด้วยความที่นครบาราทรัมนั้นตั้งอยู่ในแนวลาดของหลุมขนาดยักษ์ ตัวนครจึงมีตึกมากมายที่ผุดขึ้นมาจากผืนดินและช่องเขา บางแห่งถึงกับเกิดจากการขุดเจาะภูเขาขึ้น ดังนั้นไม่ว่าจะมองไปทางขอบใดของหลุมก็จะสามารถเห็นรูโหว่มากมายหลากหลายขนาดและรูปร่างพร้อมสีสันที่แผ่ออกมา
ยังไม่รวมถึงแร่รูบีออนขนาดยักษ์ตรงใจกลางเมืองที่โดดเด่นดึงดูดสายตาเป็นอันมาก มองจากไกล ๆ มันเหมือนทับทิมแท่งยักษ์ที่พุ่งขึ้นมาจากผืนดิน แผ่ไอละอองรูบีออนออกมาจากการดึงดูดไอลาวาจากสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่รายล้อม
เมืองบาราทรัมนั้นเชื่อมถึงกันด้วยสะพานขนาดใหญ่หลายแห่ง เมื่อมองลงไปจะสามารถเห็นหลุมไร้ก้นได้ นิทานกลืนน้ำลายน้อย ๆ เมื่อคิดว่าหากตกลงไปคงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรอด
หากเขาก็ต้องคิดใหม่อีกครั้งเมื่อเขาเห็นเด็กตัวเล็กคนหนึ่งพึ่งกระโดดลงไปจากสะพานด้านหน้าของเขา ไม่ทันที่เขาจะพุ่งตัวไปช่วย เด็กคนนั้นก็ใช้เขี้ยวที่ศอกเกี่ยวเข้ากับเชือกมากมายที่ร้อยอยู่ด้านล่าง ดีดตัวเองไปที่อีกสะพานหนึ่งได้ไม่ยาก
นิทานกลืนน้ำลายกับภาพนั้น แม้เขาคิดว่าตัวเองก็สมควรทำได้แต่เขาคงไม่ขอเสี่ยงกระโดดลงไปเล่นเช่นนั้นทั้ง ๆ ที่ด้านล่างคือหลุมยักษ์
“โฮ่ง!”
น่าสนุก! น่าสนุก!
กลับเป็นคีตาเสียอย่างนั้นที่คึกคักจนเกินเหตุ มันตั้งท่าจะกระโดดลงไปแต่ก็โดนนิทานดึงหางเอาไว้ เขากลัวมันตก!
“เผ่ารูเบียสเรานอกจากจะชำนาญด้านการเคลื่อนไหวใต้ดินแล้ว เรายังสามารถเคลื่อนไหวได้หลากทิศทางจากการห้อยโหน เป็นทักษะที่เรามีและได้รับการขัดเกลาตั้งแต่ยังเยาว์” เอวานอธิบายเมื่อเห็นว่านิทานมองเด็กเหล่านั้นกระโดดลงสะพานกันอย่างชินชา
“แต่ถ้าพลาดขึ้นมานี่ไม่เป็นเรื่องใหญ่เลยเหรอครับ” นิทานเม้มปาก สำหรับเขามันก็ยังเป็นอะไรที่ดูน่ากลัวเกินไปอยู่ดี
“ทางด้านล่างของบาราทรัมมีปรากฏการณ์ชนิดพิเศษที่ทำให้พวกคนเหล่านั้นไม่ตกลงไปอยู่” โรนัลยิ้มน้อย ๆ หากก็ไม่ได้อธิบายเพิ่มอะไร
โอไรออนจ้องมองหลุมเหล่านั้นอย่างสนอกสนใจ แล้วจึงมองเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเขาที่ต่างกระโจนข้ามสะพานและห้อยผ่านเชือกมากมายด้วยเขี้ยว
เขาลองขยับปีกคู่เล็กที่หลังของตนเบา ๆ หากมันก็เพียงกระพือได้เล็กน้อยเท่านั้น ไม่อาจยกร่างเขาให้ขึ้นฟ้าได้แต่อย่างใด เขาก้มหน้างุดน้อย ๆ
“เผ่าซือบาสแม้สมควรเหินนภาได้ตั้งแต่ยังเยาว์หากก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้ ร่างกายของทุกคนย่อมไม่เหมือนกัน” อริยะเข็มโลหิตพูดขึ้นเบา ๆ โดยไม่หันกลับไปมองโอไรออนแม้แต่น้อย โอไรออนที่ได้ยินเช่นนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมา
ไหนว่าเกลียดเผ่าซือบาสนักหนาไง นิทานลอบหัวเราะ
ตั้งแต่เข้านครบาราทรัมมานิทานก็คอยตรวจตรารอบตัวอยู่ตลอด เขาพบเผ่าซือบาสเพียงไม่ถึง 10คนเท่านั้นจากคนหลายพันที่ผ่านตาเขาไป เผ่ารูเบียสหลายคนจับจ้องไปทางเผ่าซือบาสเหล่านั้น บ้างก็เต็มไปด้วยความสงสัย บ้างก็เต็มไปด้วยความระแวง บางคนถึงกับมองด้วยความเกลียดชัง
แต่สิ่งที่ทำให้นิทานแปลกใจที่สุดคือไม่มีสายตาใดมองเผ่าซือบาสเหล่านั้นด้วยความมุ่งร้ายเลย แม้จะเกลียดชัง ไม่ชอบ แต่กลับไม่มีใครมีความประสงค์ร้ายใส่เผ่าซือบาสเลย ซึ่งน่าแปลกมากเทียบกับความเกลียดชังระหว่าง 2 เผ่าพันธุ์แล้ว
นิทานเก็บคำถามไว้ในใจ เพียงเดินตามคณะไป ผ่านไปครู่ใหญ่พวกเขาก็มาถึงสถานีกระเช้าแห่งหนึ่ง ด้วยความที่นครบาราทรัมนั้นถูกยึดโยงไว้ด้วยสะพานและเส้นสายมากมาย กระเช้าจึงเป็นขนส่งสาธารณะที่เหมาะสมกับพวกเขา ต่างกับรถม้าที่แพร่หลายในนครรัตนะ หากกลับมีเพียงไม่มากที่บาราทรัมแห่งนี้
โอไรออนเกาะขอบกระเช้ามองดูทิวทัศน์อย่างตื่นตาตลอดการเดินทางที่พวกเขาห้อยโหนลงไป คีตาสังเกตเห็นศูนย์การค้าและตลาดใหญ่หลายแห่งที่ขายอาหารและวัตถุดิบน่ากินแปลกตามากมาย
“โฮ่ง!”
นิทาน ของกิน!
มันส่ายหางไปมาอย่างตื่นเต้นกับภาพที่เผ่ารูเบียสคนหนึ่งนำหนอนตัวขาวอวบวางย่างบนเตาไฟจนส่งกลิ่นหอม คีตาที่อยู่บนกระเช้าน้ำลายไหลเป็นสาย เผ่ารูเบียสผู้ที่กัดหนอนตัวอ้วนนั้นมีสีหน้าอิ่มเอิบเป็นอย่างยิ่ง
ไว้ขากลับนะ เราไปเดินเที่ยวกัน นิทานยิ้มตอบ เขาเองก็สนใจในวัฒนธรรมและการกินของชาวรูเบียสเช่นกัน จากที่เขาศึกษามา เผ่ารูเบียสนั้นมักอาศัยอยู่ใต้ดิน อาหารหลักนอกจากพืชผักที่โตเป็นพิเศษก็มักจะเป็นเหล่าแมลงตัวใหญ่ทั้งหลายที่ได้รับการเสริมสร้างจากแร่ธาตุในดินและหินแร่ของบาราทรัมจนสะอาดไร้สารพิษและมีรสชาติเข้มข้น ส่วนผลไม้ถือเป็นของราคาสูงเพราะความยากต่อการเพาะปลูกในพื้นที่ไร้แสงแดด
ตลอดการเดินทางนั้นเขาตื่นตากับทุกสิ่งรอบตัว พูดตามตรงว่าเขาตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนเข้านครรัตนะใหม่ ๆ เสียอีก จากเมืองศิลาลัยมานครรัตนะจะอย่างไรก็เป็นเขตแดนของมนุษย์วัฒนธรรมจึงไม่ได้ต่างกันนัก เมืองท่าข้างสมุทรก็เช่นกัน แค่ได้พบเห็นนักผจญภัยและโจรสลัดมากขึ้นเท่านั้น
การมาบาราทรัมจึงเป็นการเปิดโลกของนิทานอย่างแท้จริง เผ่าพันธุ์ที่แตกต่างทำให้เขาได้เห็นวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตที่เขาไม่เคยพบมาก่อน
ระหว่างที่เพลิดเพลินกับสิ่งใหม่ ๆ กระเช้าก็พาพวกเขามาถึงทางเข้าถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่มีคนต่างเผ่าพันธุ์และนักผจญภัยอยู่คับคั่ง