“ ป้าไปทำงานก่อนนะจ๊ะ ไว้ช่วงเย็นป้าจะกลับมาถามอีกที ”
แอ็กเซลบอกลาป้า พลางโบกมือลาลิลลี่ที่ขึ้นรถไปกับแม่เดินทางไปโรงเรียนในช่วงเช้าโดยมีตุ๊กตาหมีสะพายอยู่ด้านหลัง เจ้าตัวน้อยทั้ง 4 ก็ได้โบกมือลาเช่นเดียวกัน จากนั้นพวกมันก็วิ่งไปฝังตัวใต้ต้นไม้ภายในสวนหน้าบ้าน
แอ็กเซลที่ส่งป้ากับหลานสาวแล้วนั้น เขาก็ได้เดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งป้าของเขาได้สั่งให้พ่อบ้านและแม่บ้านทั้งหมดหยุดทำงาน ภายในบ้านจึงเหลือเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้น สาเหตุก็เป็นเพราะว่าทักษะที่แอ็กเซลกำลังฝึกคือทักษะที่ไม่สามารถส่งต่อไปให้ใครได้ถ้าหากไม่ได้มีพันธุกรรมเดียวกันกับพวกเขา ดังนั้นมันจึงต้องถูกเก็บไว้เป็นความลับมากที่สุด
จากการท่องจำคำพูดของป้าต่อจากเมื่อคืน เช้านี้แอ็กเซลได้บอกให้ป้าอธิบายเนื้อหาส่วนแรกของทักษะให้ฟัง เนื่องจากว่าคำพูดของป้าเมื่อคืนนั้น เขาทบทวนจนเข้าใจเนื้อหาแทบจะทั้งหมด ดังนั้นจึงให้ป้าช่วยอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำที่เขาไม่สามารถออกเสียงได้ ถึงแม้จะจำได้ก็ตาม มันกลับไม่ใช่ภาษาเอลฟ์และคนแคระที่เขาคุ้นเคย ต่อให้รุ่นพี่บาร์มอทจะมอบคำแปลอักขระทักษะให้เขาก็ตาม เสียงที่ป้าเอ่ยกลับไม่มีเสียงใดคล้ายกับอักขระที่รุ่นพี่บาร์มอธส่งให้
โดยเนื้อหาส่วนแรกของทักษะตระกูล ได้สร้างความตกใจให้แอ็กเซลไม่น้อย เนื่องจากว่ามันเป็นคำพูดที่ราวกับว่าเป็นคำสรรเสริญและบูชาบางสิ่งบางอย่าง
จากเดิมโลกใบนี้สอนเขาให้รู้จักวิทยาศาสตร์ ทักษะทุกอย่างที่ฝึกล้วนแล้วใช้หลักเหตุและผลมารองรับ ทุกการฝึกทักษะล้วนแล้วเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ร่างกาย ท่อพลังภายในร่าง ทุกๆอย่างจับต้องและวิจัยได้
แต่สิ่งที่ป้าของเขาสอนให้ท่องจำ คล้ายกับเวทมนตร์ ถึงหลักการทำงานจะต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง คำพูดที่ป้าของเขาสอนกลับเป็นการวิงวอนเพื่อขอให้เขาได้รับพลังงานแปลกๆจากที่ไหนสักแห่ง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์
อย่างไรก็ตามแอ็กเซลกลับคิดบางอย่างขึ้นมาได้ หากในอวกาศมีเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งอย่างอีเธอร์เอล หมายความว่ามันจะต้องมีเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งกว่านี้อาศัยอยู่ พวกเขาอาจจะเป็นพระเจ้าหรือทวยเทพที่แท้จริง การวิงวอนนี้อาจจะเป็นการใช้โทรจิตติดต่อกับอีกฝ่าย เพื่อให้ได้รับเศษเสี้ยวพลัง
หลังจากที่ป้าไม่อยู่บ้านและเขาจะต้องอยู่ที่นี่สักพักจนกว่าจะจำส่วนที่ 2 ของทักษะสำเร็จ แอ็กเซลจึงเดินกลับเข้าไปในบ้านแล้วทำความเข้าใจกับหนังสือเล่มที่เหลือ
---------------------------------------------------------------
“ ไอ้พวกบ้า แกอยากจะลองดีใช่ไหม แกคิดว่าพวกฉันได้อันดับ 1 ของดาวโนวาเพราะแค่มีเงินอย่างนั้นเหรอ ! ”
ทอมร้องตะโกนออกมาด้วยความรู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างมาก หลายวันที่เข้ามาล่าภายในสนามรบปฐมภูมิต้องเผชิญหน้ากับการถูกแย่งพืชกลายพันธุ์ หัวขโมยแห่งแสงที่ปรากฎตัวบ่อยครั้งได้ขโมยพืชกลายพันธุ์ตัดหน้ามันไปหลายต้น หากคิดเป็นเปอร์เซ็นการพบ พืชกลายพันธุ์ราว 60 % ถูกหัวขโมยแห่งแสงเก็บตัดหน้าไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนที่ผ่านมาหลังจากมีข่าวเกี่ยวกับหัวขโมยแห่งแสงปรากฎในเครือข่าย สถาบันทั้งหมดต่างเพ่งเล็งมายังสถาบันโนวาไพร์ม เนื่องจากว่าหัวขโมยแห่งแสงใช้ทักษะจากสถาบันแห่งนี้ เชือกพลังงานที่หัวขโมยแห่งแสงใช้ออกมาให้ทุกคนเห็น กลายเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจจนหลายคนเริ่มทนไม่ไหวออกมาตอบโต้ด้วยการใช้โพสต์ประนามการขโมยของหัวขโมยแห่งแสง
เพียงแต่ว่าการประนามกลับไม่ได้เล่นงานหัวขโมยแห่งแสงแค่คนเดียว สถาบันโนวาไพร์มที่ถูกคาดการณ์ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างหัวขโมยแห่งแสงขึ้นมาถูกเหมารวม นักศึกษาแต่ละคนที่เข้าสู่สนามรบปฐมภูมิจึงถูกแย่งของที่กำลังล่า จากเดิมมีเพียงพืชกลายพันธุ์ แต่วันนี้มอนสเตอร์ที่กำลังถูกสถาบันโนวาไพร์มล่ากลับถูกสถาบันอื่นเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อขอส่วนแบ่งไป ส่งผลให้ค่าประสบการณ์ต้องหารมากยิ่งขึ้น
ทอมที่เห็นสถาบันอื่นเข้ามามีส่วนร่วมในการฆ่าจึงเปิดใช้งานสกิลอาชีพพุ่งเข้าไปจัดการระดับ 4 ดาวจากสถาบันอื่น มันทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วที่ถูกเหมารวมทั้งๆที่มันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับหัวขโมยแห่งแสง
“ ถ้าพวกแกคิดจะลองดีก็เข้ามา แต่ฉันรับลองเลยว่าพวกแกจะต้องสูญเสียครั้งใหญ่หากคิดว่าเราจะยอมให้พวกแกเข้ามาช่วงชิงสิ่งต่างๆไป ”
น้ำเสียงไม่พอใจเอ่ยออกมาจากทอม ต่อให้มันจะไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่ที่เป็นมหาอำนาจของดาวแต่ละดวง ขุมอำนาจของมันกลับมีค่าให้พูดถึง ดังนั้นมันจึงไม่สนหน้าใครอีกต่อไป หากนักศึกษาต่างสถาบันคิดว่าจะเข้ามาระบายความแค้นที่ถูกหัวขโมยแห่งแสงขโมยหลายอย่างไป มันจะส่งความแค้นกลับคืนให้นักศึกษาต่างสถาบันเช่นเดียวกันเพราะมันก็กลายเป็นหนึ่งในผู้ถูกขโมยสิ่งของ
“ ทอม พอเถอะ เดี๋ยวมันตาย ”
ดาบที่กำลังกวัดแกว่งอย่างบ้าคลั่งหยุดลง นักศึกษาราว 10 คนที่พยายามต่อสู้กับทอมรีบวิ่งหนีหลังจากที่เห็นโอกาส ชุดเกราะที่พวกมันสวมใส่ถูกฟันขาดราวกับกระดาษ ต่อหน้าอาวุธระดับ 5 ดาวที่ทอมใช้งาน
“ ให้ตายสิ ไม่คิดว่าสถานการณ์จะแย่ลงขนาดนี้ กลุ่มอื่นๆจากสถาบันโนวาไพร์มคงถูกเล่นงานไม่ต่างจากเรา ”
ชายร่างอ้วนกวาดตามองออกไปรอบๆ ภายในพื้นที่เมืองรกร้างผู้วายชนมีเสียงการต่อสู้ดังขึ้นตลอดเวลา อย่างไรก็ตามเสียงเหล่านั้นกลับส่งมาจากกลุ่มของสถาบันโนวาไพร์มที่เข้ามาล่าภายในเขตนี้ การต่อสู้ที่กำลังดำเนินไปคือการโจมตีนักศึกษาต่างสถาบันที่พยายามเข้ามามีส่วนแบ่งในการสังหาร จากความโกรธที่มีต่อหัวขโมยแห่งแสง
“ รุ่นพี่ครับ พวกเราคิดว่าจะขอแยกกลุ่มตรงนี้นะครับ ” ชายร่างอ้วนที่คอยจัดการสิ่งต่างๆภายในกลุ่มยิ้มให้รุ่นพี่ การรวมกลุ่มใหญ่เป็นผลดี แต่ตอนนี้เพื่อนของมันที่เป็นระดับ 3 ได้เลื่อนระดับมายัง 4 ดาวแล้ว การรวมกลุ่มเดิมโดยใช้สมาชิกเดิมจึงให้ผลดีมากกว่า
ทอมที่เห็นว่าพวกเขาต้องแยกจากรุ่นพี่จึงเข้าไปขอบคุณด้วยความจริงใจ หลายวันมานี้พวกเขาได้ประสบการณ์มากมายจากการรวมกลุ่ม
“ ระวังตัวด้วยล่ะ พวกพี่คิดว่าจะออกจากพื้นที่นี้แล้ว ”
“ ครับ พวกผมจะล่าที่นี่ต่ออีกสัก 3 - 4 วันแล้วตามออกไป ”
ทอมยิ้มให้รุ่นพี่ก่อนจะเดินลึกเข้าไปในป่าหญ้า พวกเขาจำเป็นต้องหามอนสเตอร์ล่าต่อ แต้ม 7 มังกรและฟีนิกส์ที่ได้รับยังไม่ถึงหลักหมื่น อย่างน้อยพวกมันอาจจะเก็บให้ได้สักครึ่งแสนเพราะบางสิ่งที่สหพันธ์วางขายราคาเท่านี้
“ ไปกันเถอะ ”
“ ทอม แล้วเราจะเอายังไงกับพวกที่ขวางทาง ”
“ ทำให้มันจมกองเลือด จะตายหรือจะอยู่ขึ้นกับดวงของมัน ”
“ โอเค ”
รอยยิ้มฉีกกว้างส่งออกมาจากเด็กหนุ่มทั้ง 10 คน พวกมันรู้สึกโกรธไม่น้อยที่ถูกเหมารวม ตอนนี้รุ่นพี่แยกออกไปแล้วจึงสามารถลงมือรุนแรงกับคนที่คิดจะเข้ามาขวางได้ การลงมือต่อหน้ารุ่นพี่อาจจะทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามเก็บซ่อนความโกรธเอาไว้ตลอดเวลา
---------------------------------------------------------------
“ พี่แอ็กเซลคะ พิกซี่กับกระบองเพชรล่ะ ”
เสียงน้อยๆพูดด้วยท่าทางเริงร่า หลังจากรีบกลับบ้านเธอพยายามทานอาหารให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้เล่นสนุกกับเพื่อนใหม่
“ เอานี่ อย่าไปเล่นไกลล่ะ ”
“ เข้าใจแล้วค่า ”
แอ็กเซลที่เรียกพิกซี่และกระบองเพชรออกมาให้ลิลลี่แล้ว เขาจึงเดินตามป้าลงไปยังห้องใต้ดิน จากนั้นก็ขอฟังส่วนที่ 2 ของทักษะ แต่ก่อนอื่นเขาไม่ลืมทบทวนส่วนแรกให้ป้าฟังจนเธอเองยังตกใจเพราะแอ็กเซลจดจำได้ทั้งหมดแล้วยังเข้าใจราวกับว่าอยู่กับมันมาเป็นเวลานาน
“ ถ้าอย่างนั้นป้าจะเข้าสู่ส่วนที่สองเลยนะจ๊ะ ”
“ ครับ ”
แอ็กเซลเปิดใช้งานดวงตารู้แจ้งแล้วฟังเสียงที่ป้าเอ่ยออกมา เมื่อเขาเก็บเสียงเอาไว้ในความทรงจำเสร็จรอบหนึ่ง ประโยคเริ่มต้นก็เอ่ยออกมาอีกครั้ง แอ็กเซลจึงทบทวนเผื่อป้าอาจจะพูดผิด จนกระทั่งคำพูดสุดท้ายเอ่ยออกมาป้าของเขาก็ขอฟังว่าแอ็กเซลจดจำได้ถึงขั้นไหน เขาจึงเอ่ยทุกอย่างออกมาทั้งหมดเพื่อให้ป้าของเขาช่วยอธิบายเกี่ยวกับคำทั้งหมด 12,101 คำว่ามันเกี่ยวข้องกับสิ่งใด
หลังจากที่ป้าของเขาอธิบายประโยคแต่ละอย่าง มีบางจุดที่เขาและป้าแปลไม่เหมือนกัน อย่างเช่นประโยคที่บอกว่าพลังงานมาจากก้นบึ้งของจักรวาล เขากลับแปลความได้ว่าพลังมาจากห้วงลึกของจิตใจ แอ็กเซลกลับยังไม่สอบถามแต่อย่างใด เขาเลือกที่จะฟังคำแปลของป้าต่อไปจนกระทั่งคำทั้งหมด 12,101 คำถูกแปลออกมาเป็นประโยค
“ อย่าบันทึก อย่าส่งต่อ ถ้าไม่ใช่ลูกของหลาน ตกลงนะ ”
“ ครับ ”
“ พอจะจำได้ไหมจ๊ะ ”
“ พอจะจำได้ครับ ”
“ งั้นป้าจะไม่พูดคำแปลอีกรอบนะ เพราะยายของหลานบอกเอาไว้ว่า ยิ่งพูดคำแปลเยอะมากเท่าไหร่ คนที่รับทักษะต่อไปจะยิ่งตีความได้น้อยลง การจะฝึกมันให้สำเร็จอาจจะต้องใช้เวลามากยิ่งขึ้น ตอนนี้แอ็กเซลก็น่าจะรู้คำแปลคร่าวๆแล้ว ต่อจากนี้ไปค่อยๆทบทวนและตีความส่วนที่จำไม่ได้ ด้วยการใช้ประโยคที่เข้าใจก็แล้วกัน ”
“ ขอบคุณครับป้า ว่าแต่ป้าครับ เป็นไปได้ไหมถ้าผมจะตีความต่างออกไปจากป้า หากเป็นแบบนี้ผมจะฝึกทักษะสำเร็จหรือเปล่า ”
“ เป็นไปได้ มีหลายคนในตระกูลเราตีความหมายผิดเยอะแยะ แต่สุดท้ายพวกเขาจะถูกชี้แนะด้วยการพูดคำอธิบายซ้ำอีกครั้งเพื่อให้กลับมาเข้าใจในแนวทางเดิม การตีความต่างออกไปไม่ได้ทำให้มีสิ่งใดดีขึ้น บางครั้งการตีความหมายผิดอาจจะนำไปสู่ทักษะที่มีพลังลดลง ”
“ ครับ งั้นถ้าหากว่าภายใน 1 ปีผมฝึกทักษะไม่สำเร็จ ป้าจะพูดเกี่ยวกับคำอธิบายให้ผมฟังอีกครั้งใช่ไหมครับ ”
“ ใช่แล้วจ้ะ ป้าหวังว่าหลานจะเข้าใจได้เร็วๆนะจ๊ะ ถ้าได้ภายในเดือนนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อตัวของหลาน ”
แครอลเห็นศักยภาพของหลาน เธอจึงหวังเอาไว้สูงว่าเขาจะฝึกทักษะตระกูลสำเร็จในเวลาเพียง 1 เดือน หลังจากไม่มีอะไรชี้แนะอีกแล้ว เธอจึงบอกให้แอ็กเซลใช้ห้องฝึกได้ตามสบาย ส่วนเธอจะขึ้นไปอาบน้ำเข้านอน พรุ่งนี้เช้ามีงานที่ต้องทำ
หลังจากแอ็กเซลได้อยู่คนเดียวเพียงลำพัง เขาจึงเปิดใช้งานดวงตารู้แจ้งซ้ำๆเพื่อทบทวนสิ่งที่ป้าสอนทั้งหมด จากนั้นเขาก็ลองแปลความใหม่โดยใช้ความรู้ของภาษาเอลฟ์และคนแคระในการตีความ ก่อนจะได้คำแปล 2 ฉบับเก็บเอาไว้ในความทรงจำ
การตีความฉบับแรกพูดถึงการวิงวอนเพื่อให้ตนเองได้รับพลังจากสิ่งที่อยู่ก้นบึ้งจักรวาล แอ็กเซลไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นอะไร เขารู้แค่ว่ามันคือบ่อเกิดของพลังที่ตระกูลของเขาใช้งาน
การตีความฉบับที่สองดูบ้าบิ่นเป็นอย่างมาก มันไม่ได้วิงวอนเพื่อให้ตนเองได้รับพลังงาน แต่มันเป็นการท้าทายสิ่งที่วิงวอนว่าเขาต้องการนั่งแทนที่มัน พลังทั้งหมดที่ตัวของมันมี อำนาจทุกอย่างที่มันแสดงออกมานั้น ขอให้กลายเป็นของเขาทั้งหมด
แอ็กเซลรู้สึกขนลุก เพราะถ้าการตีความบทที่ 2 อยู่ในโลกจอมเวท มันคงจะเป็นการท้าทายจอมมาร จากบทความแรกผู้ที่สิ้นหวังพยายามขอให้จอมมารมอบพลังให้ แต่บทความที่ 2 กลับบอกว่าเขาจะเป็นจอมมารเองด้วยการบอกจอมมารให้ยอมศิโรราบแก่เขา
แอ็กเซลไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ถูกพูดถึงคืออะไร ป้าของเขาไม่ได้พูดถึงมัน ดูเหมือนว่ามันจะเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนจับต้องได้ เขาจึงชั่งใจว่าจะเลือกเข้าใจบทความไหนดี.