ถึงตอนเย็นผมก็มารับเธออย่างที่ตั้งใจ เราตรงไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองและแวะร้านปิ้งย่างชื่อดัง มาถึงเธอก็สั่งทุกสิ่งที่อย่างที่เธออยากกินจนตอนนี้โต๊ะเต็มไปด้วยของกิน นี่สั่งมาเยอะขนาดนี้จะกินหมดเหรอแม่คู๊ณณ แต่ผมก็ยังไม่อยากขัดเธอ ถ้าทานเยอะแล้วมีน้ำมีนวลอีกนิดก็คงดี เพราะเธอในตอนนี้ดูผอมเกินไป เมื่ออาหารมาครบเธอก็ลงมือและรวมถึงผมด้วย แต่ทานไปสักพัก ก็มีเสียงคนเรียกชื่อผมดังขึ้น ดินทร์คะ
ลิลลี่ : ดินทร์คะ ดีใจจังเลยคะที่เจอคุณ ลิลลี่คิดถึงคุณจังเลยคะ มาทานข้าวเหรอคะดีจังเลยคะลิลลี่มาคนเดียวกำลังอยากมีเพื่อทานข้าวพอดีงั้นลิลลี่ของนั่งด้วยคนนะคะ อ้าว มาด้วยเหรอคะ เอ่อคุณอ้อมกอด ( มารผจรแท้ๆ ฉันนึกในใจ เธอทั้งเค้าซะยืดยาว แต่หันมาทักฉันแบบขอไปที ถ้าจะทักกันแบบนี้ไม่ต้องซะดีกว่า ทำเป็ไม่เห็นเลยก็ได้นะ หึหึ )
fight
อ้อมกอด : ยินดีคะเชิญนั่งคะ ( ฉันนั่งลุกไปเบียดเธอขณะที่เธอกำลังจะหย่อนก้นลงข้างๆเค้า ทำเธอเซเกือบชนโต๊ะข้างๆ) อุ้ยขอโทษคะ เชิญนั่งคะ (ฉันผ่ายมือไปยังที่นั่งฝั่งตรงข้ามฉันกับพี่ดินทร์ และเป็ที่นั่งของฉันในตอนแรก คุณลิลลี่ เธอไม่พอใจเท่าไหร่แต่ยังเก็บอาการ มาดูสิว่าใครหมดความอดทนก่อนกัน ฉันนึกสนุก)
ลิลลี่ : ขอบใจ! ดินทร์คะหมู่นี้ดินทร์ไม่เห็นมาลิลลี่ที่คอนโดเลยนะคะลิลลี่คิดถึงคุณนะ ( ลิลลี่มองเห็นออ้อมกอดและบดินทร์อยู่ในร้าน ดูมีความสุข หัวเราะต่อกระซิก ในขณะที่เธอมาช้อปปิง มันทำเธอเกิดควาริษยาทันที ซึ่งเธอก็ได้ทราบข่าวของดินทร์และอ้อมกอดจากหน้าหนังสือพิมพ์แล้ว แต่ั้แ่เกิดมา ถ้าเื่ผู้ชายถ้าเธออยากได้เธอต้องได้ ด้วยหน้าตาสวยๆอย่างเธอหากจะให้ผู้ชายมาสนใจนั้นไม่ใช่เื่ยากเลย )
คำพูดของคุณลิลลี่ทำหน้าพี่ดินทร์หันหน้ามาหาฉันอย่างไว พร้อมส่ายหน้าเหมือนจะพยายามอธิบายอะไรบางอย่าง แต่ฉันกลับส่งยิ้มใในเค้ากลับผิดกันที่รอยยิ้มที่ส่งให้ฉัน แบบคาดโทษต่างหาก ฉันรู้ว่าเค้าเองก็หยุดและเลิกลากับคุณลิลลี่แล้วตามที่เค้าบอกและฉันก้ตัดสินใจจะเชื่อตามที่เค้าพูด เป็คุณลิลลี่ต่างหากที่พยายามเข้ามาหาเค้าเท่าที่ฉันมองด้วยเห็นและผลนะ สาบานเลยคะว่าไม่หลงผู้จนตาบอด ฮ่าๆๆ เห่อ ฉันถอนหายใจฉันจะจัดการผู้มาเยือนและทำลายความสงบสุขในชีวิตไปพร้อมกันๆ ฉันพยายามอย่างที่สุดที่จะแก้ปัญหาด้วยสติ (หมายถึงหาวิธีแก้เผ็ดคุณลิลลี่นมโตนั่น)
ดินทร์ : เอ่อ ...... ( เค้าพูดทบไม่ออก คงไม่คิดว่าคุณลิลลี่จะกล้าพูดแบบนี้ต่อหน้าฉัน)
อ้อมกอด : อันนี้กอดรู้คะ ว่าทำไมพี่ดินทร์ถึงไม่ไปคุณแล้ว ( ฉันพูดพร้อมเล่นหน้าเล่นตา ขณะที่มือก็เอื้อมไปเกาะแขนพี่ดินทร์ เป็การแสดงออกเชิงสัญญลักษณ์ ว่าเนี่ยของฉันยะ ฮ่าๆๆ) เพราะเค้ามีกอดแล้ว คุณลิลลี่เลยไม่จำเป็แล้วอ่ะคะ ^^ พูดให้เคลียร์คือ คุณหมดความมจำเป็แล้วคะ (ประโยคหลังฉันจงใจเน้นเสียงให้ผู้มาเยือนได้ยิน และมันก็ได้ผล เมื่อเธอเริ่มจะหมดความอดทน )
ลิลลี่ : อย่าพึ่งมั่นใจเลยคะน้องกอด คนมันเคยๆจริงไหมคะดินทร์ ( เธอพยายามที่จะยัวฉัน)
อ้อมกอด : โถ่! พี่ลิลลี่ นมบูดไม่มีใครเค้าดื่มหรอกนะคะ มันไม่ดีต่อสุขภาพคะ ( ฉันยังไม่ลดล่ะที่จะแกล้งเธอ ขณะที่พูดนั้นฉันบู้ยปากไปที่นมทรงโตของเธอ และนั่นทำให้เธอหมดความอดทนทันที เธอกรี๊ด กรี๊ดๆ ชี้หน้ามายังฉัน จนคนทั้งร้านมองมายังโต๊ะของเรา )
ลิลลี่ : อาย แก! นังเด็กบ้า (เธอสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวฉัน และ ง้างมือจะตบฉันแต่พี่ดินทร์ คว้ามือไว้ทัน)
ดินทร์ : หยุดเดี๋ยวนี้นะลิลลี่ ถ้าคุณแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้ว อย่าหาว่าผมไม่เตือน กลับไปซะ กลับไปซะตอนนี้ที่ผมยังคิดว่าคุณเป็เพื่อน แต่ถ้ายังดื้อดึงแม้แต่ความเป็เพื่อน ผมก็จะไม่มีให้คุณ ( ผมที่นั่งสังเกตุเหตุการณ์อยู่นาน ผมอยากรู้เหมือนกันว่าอ้อมกอด จะโต้ตอบยังไง ซึ่งมันก็เกินคาดเดาของผม อ้อมกอด ไม่วิ่งหนี้ปัญหา แต่กลับวิ่งชนกับมัน ผู้หญิงคนนี้ทำให้ผมเจอมุมใหม่ได้ตลอด )
ลิลลี่ : แต่ว่าดินทร์คะ ลิลลี่ไม่ยอมหรอก ลิลลี่ไม่จบแค่นี้แน่ ( เธอพูดจบเมื่อคนในร้านอาหารเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น ด้วยที่เธอเป็ดารานางแบบ มันอาจจะส่งผลต่ออาชีพของเธอแน่ เธอจึงยอมถอยก่อน)
อ้อมกอด : ยังไง คะ ถ้ากอดต้องแต่งงานกับพี่ดินทร์แล้วจะต้องเจอปัญหาแบบนี้บ่อยๆบอกเลยนะคะว่า กอดรับไม่ไหว ถ้ายังไม่ไปรีบๆจัดการเื่พวกนี้ ก็ไม่ต้องแต่งคะ ( เธอเสียงเรียบๆ แต่มันทำให้ผมคิดหนักเหมือนกัน)
ดินทร์ : โถ่ ที่รักพี่หยุดแล้วนะ หยุดทุกติดต่อทุกคนเพื่อกอดคนเดียว แต่เพื่อให้กอดสบายใจ พี่จะจัดการทุกอย่างเอง พี่รับรองว่าจะไม่เกิดเื่แบบนี้อีก
อ้อมกอด : แต่คนอย่างคุณลิลลี่ล่ะ พี่ดินทร์จะจัดการเธอยังไง ดูถ้าเธอจะไม่ยอมรามือง่ายแน่ ( ต้องรับว่าอ้อมกอดเป็คนที่มีเหตุผลเอามากๆ เธอคิดและไตร่ตรองก่อนทีจะตัดสินใจทำอะไรลงไป)
ดินทร์ : ขอบคุณนะค่ะที่ไม่โกรธพี่
อ้อมกอด ; ใครบอกคะ นี้ยังไม่หายงอนเลยนะคะ ง้อเลยคะ ( ผมลิ่วตามองเธออย่างรู้ความหมายของเธอ ที่เธอเคยบอกผมก่อนหน้านี้แล้วว่าเธอ้าช็อปปิง เธอในตอนนี้ที่ตอนนี้เธอทำหน้างอนๆ)
ดินทร์ : โอเค ครับ งั้นป่ะ พี่เต็มใจง้อกอดเต็มที่เลย
อ้อมกอด : เย้ ! ( เธอไม่เหมือนใครจริงๆ หึหึ แล้วผมก้เดินตามเธอต้อยๆๆขณะที่เธอเดินวนอยู่ร้านเครื่องสำอางค์อยู่เป็ชั่วโมง ลองลิปสติ๊กจนเต็มแขนเธอรามมาแขนผม เธอกวาดลิปยี่ห้อดังลงตะกล้าที่ผมถือ จากลิปก็เป็ เครื่องสำอางค์อย่างอื่นซึ่งผมก้ไม่มีความรู้ว่าอันที่เธอนั้นคืออะไร )
อ้อมกอด : พี่ดินทร์ขาา จ่ายตังค์คะ( เธอพูดเสียงออดอ้อนและแบมือและยื่นมาที่ผม ดูแล้วเหมือนเด็กขอเงินผู้ปกครองไม่มีผิด)
ดินทร์ : อ่ะ ( ผมล่วงกระเป๋ากางเกง ควักกระเป๋าเงินและส่งให้กระเป๋าเงินให้เธอทั้งกระเป๋านั้นและ )
อ้อมกอด ; หู้ยยย ป๋าซะด้วย ( เธอพูดประชดผมเล้กน้อย และจ่ายเงินแก่แคทเชียร์)
ดินทร์ : งั้นวันนี้หนูอยู่กับป๋าทั้งคืนได้ไหม จ๊ะ ( ผมเล่นกับเธอบ้าง)
อ้อมกอด : ป๋าอ่ะได้คืบจะเอาศอก
ดินทร์ : นะคะ อยู่กับพี่นะคะเย็นนี้ เดี๋ยวพี่โทรบอกที่บ้านให้เอง นะคะที่รักพี่อยากรักกับกอดจะแย่
อ้อมกอด : พูดอะไร น่าไม่อาย ( เธอเขินอายจนหน้าแดงเป็ลูกตำลึง)
และแล้วเธอก็ยอมใจอ่อนมาอยู่กับผมในคืนนี้ .........