ตอนที่ 30 : ลูกะุแสกกลางกระบาล
แกร๊ก!
เสียงล็อกกลอนประตูกระจกใสดังขึ้นพร้อมกับมินที่ยกมือโบกไปมาให้กับลูกค้าของเขาอีกด้านของประตูกระจก พวกเขายิ้มแย้มและโบกมือลาให้กับมินเช่นกัน
"พี่มิน พรุ่งนี้อย่าลืมเปิดร้านไวๆ นะคะ ครั้งนี้พวกหนูจะจัดการไอ้แมวขี้เรื้อนนั้นให้ได้!"
หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มลูกค้าของเขากล่าวขึ้น ก่อนที่เธอจะหันไปหัวเราะกับเพื่อนของตนและหันหลังให้กับเขาพร้อมกับเดินห่างออกไปกับกลุ่มเพื่อนๆ ของเธอ
ั้แ่วันที่ปาร์ตี้ของบอยพิชิตดันเจี้ยนได้สำเร็จ มันก็ผ่านมาประมาณหนึ่งสัปดาห์เศษๆ แล้วแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีลูกค้าคนไหนสามารถโค่นเ้าดีเอโก้สเตจสองลงได้เลย
แม้ในหลายวันนี้ที่ผ่านมานี้จะมีเสียงบ่นอยู่บ้างคงความยากเกินไปดันเจี้ยนทั้งสองจากสตูดิโอของเขา
แต่ถึงกระนั้นแล้ว ลูกค้าในร้านของชายหนุ่มในทุกวันนี้ ก็มีมาไม่ขาดสาย ถึงแม้จะไม่สามารถเอาไปเทียบกับดันเจี้ยนสตูดิโอที่อื่นได้ แต่สำหรับสตูดิโอเล็กๆ แบบเขาแล้ว ก็นับได้ว่าตอนนี้ธุรกิจกำลังไปได้สวย
ซึ่งทำให้ตอนนี้มินแอบกังวลอยู่เล็กน้อยในเื่ของการต่อคิวเข้าดันเจี้ยน เพราะว่าจำนวนลูกค้าในร้านของเขาตอนนี้เริ่มเพิ่มมากขึ้นทุกวัน แม้จะไม่ได้มากมายจนสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็ตาม
แต่จากการสังเกตการณ์ของชายหนุ่มแล้ว ่สองสามวันมานี้ การต่อคิวในการเข้าดันเจี้ยนต้องใช้เวลานานขึ้นเล็กน้อย แถมเสียงบ่นของลูกค้าของเขาก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะวันนี้
แต่ก็ยังมีเื่ดีๆ อยู่บ้าง นั่นก็คือ มิชชันพิเศษใส่ไข่ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีลูกค้ากินข้าวผัดกะเพราหมูสับครบร้อยจานได้สำเร็จไปเมื่อวันก่อนแล้ว ทำให้ตอนนี้ลูกค้าของเขาสามารถเพิ่มไข่ดาวลงไปในข้าวผัดกะเพราหมูสับได้แล้วเพียงแค่ใช้สิบเหรียญออตเทอเรี่ยนแลกเท่านั้น
‘มันใช่เื่น่ายินดีไหมเนี่ย!!’ เขาสบถออกมาในใจ
“เฮ้อ” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม
“เป็ไร” มายเดินเข้ามาถามเขาด้วยความสงสัย
“เื่ต่อคิวน่ะ” มินตอบกลับไป ก่อนที่เขาจะพลันนึกถึงเื่หนึ่งได้ ชายหนุ่มหันไปหาหญิงสาวทันทีพลางถามขึ้น “ว่าแต่ ไหนเธอบอกว่าซิสเตมจะทำให้ลูกค้าในร้านเข้าดันเจี้ยนได้อย่างไม่จำกัดไง”
“ก็เลเวลสตูดิโอของนายยังไม่อัพ ให้ทำไงล่ะ” หญิงสาวกล่าวเสียงเรียบ
“เลเวล?” เขาเลิกคิ้วขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย
อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วพลางกล่าวด้วยความสงสัย “ใช่ เลเวล อย่าบอกนะว่าอาทิตย์กว่าๆ แล้วแต่นายไม่เคยสังเกตน่ะ ระดับเลเวลตรงข้างล่างรูปโปรไฟล์ของสตูดิโอที่โชว์ในแอปฯ ออตเทอเรีย”
“อ่า” มินทำสายตาเลิ่กลั่กก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนของตนขึ้นมาก่อนจะกดเข้าแอปฯ เพื่อเข้าไปดูในสิ่งที่หญิงสาวเพิ่งจะกล่าวเมื่อสักครู่
“มีจริงๆ ด้วยแฮะ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงเบาๆ คนเดียวเมื่อเห็นว่าบริเวณที่หญิงสาวเอ่ยถึงมีตัวเลขบอกเลเวลของดันเจี้ยนสตูของเขาอยู่ โดยเลเวลของดันเจี้ยนสตูดิโอของเขาในตอนนี้นั้นก็คือ เลเวลหนึ่ง
มายเอามือก่ายหน้าผากทันที เมื่อเห็นภาพดังกล่าว ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย “จะรอดไหมเนี่ย”
“ชิ” เขาเดาะลิ้นพลางทำหน้ามุ่ย
หญิงสาวไม่สนใจสีหน้าที่อีกฝ่ายกำลังแสดงออกมา เธอยักไหล่ก่อนจะกล่าว “เออ ซิสเตมโอนเงินของวันนี้ให้นายไปแล้วนะ”
เมื่อมินได้ยินประโยคดังกล่าว สายตาของเขาก็ลุกวาวขึ้นทันที ชายหนุ่มรีบกดเปิดแอปพลิเคชันธนาคารของเขาขึ้นมาพร้อมกับดูยอดเงินในบัญชีปัจจุบันของเขาอย่างไม่รีรอ
[ยอดเงินคงเหลือ (บาท) : 9147.15]
เมื่อเห็นยอดเงินคงเหลือของตนแล้ว พลันน้ำใสๆ ก็คลอที่เบ้าตาของชายหนุ่ม เขาเอาชายเสื้อเช็ดน้ำตาก่อนจะจ้องยอดเงินของตัวเองอีกครั้งพลางกล่าวด้วยความตื้นตันใจ
“เกือบหมื่น! เปิดร้านสองอาทิตย์ได้กำไรตั้งเกือบหมื่น ฮะฮ่า!”
มายขำออกมาเมื่อเห็นภาพของชายหนุ่มยืนจ้องหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองราวกับจะกลืนกิน หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะอดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมอีกฝ่าย “เวอร์ไปปะ”
“ชิ เธอจะไปรู้อะไร” เขาทำหน้ามุ่ยส่งไปหาอีกฝ่าย
เพราะว่าได้กำไรเพียงห้าเปอร์เซ็นต์จากเงินทั้งหมดทำให้มินรู้ว่าเงินที่เขาได้ในแต่ละวันนั้นมีค่าเพียงไหน ทุกวันนี้แม้จะมีเงินแล้วก็แต่เขาก็ยังไม่กล้าใช้มันอยู่ดีเนื่องจากกลัวว่าหากมีเหตุฉุกเฉินจะต้องใช้เงินแล้วเขาจะไม่มีจ่ายเอาได้
“เลิกทำหน้าเป็หมาเห็นกระดูกแล้วไปฝึกกับเรนะได้แล้ว” มายกล่าวพร้อมกับเดินขึ้นบันไดไป
มินพยักหน้ากับตัวเองครั้งหนึ่งก่อนจะทำหน้าฮึดสู้พลางพูดในใจกับตัวเอง ‘มีกำลังใจแล้วโว้ย สู้! เพื่อเงินหลายสิบล้านในอนาคต’
ปิ๊ง!
ร่างของชายหนุ่มปรากฏตัวในดันเจี้ยนโรงฝึก โดยมีเรนะยืนรอเขาอยู่แล้ว หญิงสาวเรือนผมสีดำเงางามดวงตาสีฟ้าครามส่งยิ้มให้กับเขา ก่อนที่ทั้งสองจะพยักหน้าเป็เชิงรู้กัน
มินสะบัดข้อมือของเขาครั้งหนึ่งก่อนที่แหวนซึ่งมีผลึกสีรุ้งที่เขาสวมอยู่ที่นิ้วกลางจะเรืองแสงขึ้น พร้อมกับร่างของซิลเวอร์ที่ปรากฏตัวออกมา
เขานั่งยองๆ ลงไปลูบหัวมันสองสามทีก่อนจะยืนขึ้นแล้วหยิบบางอย่างซึ่งเหน็บอยู่ที่เอวทั้งสองข้างของเขา มือหนาทั้งสองหยิบสิ่งของดังกล่าวขึ้นมาชูพร้อมๆ กัน เผยให้เห็นถึงกระบอกปืนพกสีเงินสองกระบอกที่มีขนาดพอดีมือ
“จะจับสักกี่ทีก็ยังไม่ชินเลยแฮะ ไอ้ปืนสองกระบอกนี้” มินเอ่ยกับตัวเองออกมาเบาๆ
ปืนสองกระบอกนี้คืออาวุธประจำตัวที่ชายหนุ่มได้เลือกเอาไว้จากมิชชันอาวุธคู่ในใจหลังจากที่เขาทำการเปิดแบล็กสมิธช้อปได้สำเร็จ มันคือมิชชันที่เขาสามารถเลือกอาวุธได้ฟรีหนึ่งอย่าง
และเนื่องจากความไม่อยากเป็นักสู้แนวหน้า เขาจึงเลือกอาวุธระยะไกลและเหตุผลที่มินเลือกปืนคู่ก็เพราะว่าชายหนุ่มคิดเอาเองว่าถ้าเลือกปืนคู่แล้วเขาจะได้ปืนฟรีสองกระบอกและใช้มันทีละกระบอก พอะุหมดแล้วค่อยเปลี่ยนไปใช้อีกอันเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการใส่ซองะุ
แต่ความเป็จริงช่างโหดร้าย มันหันหักหลังมินอีกครั้งเพราะเขาดันลืมไปว่า ณ ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ที่โลกใบเดิมที่ปืนต้องมีะุธรรมดาแค่นั้นอีกแล้ว
เพราะปืนทั้งสองกระบอกของเขานั้นใช้พลังงานแทนโดยชายหนุ่มต้องส่งมานาเข้าไปโดยที่มันจะเปลี่ยนมานานั้นให้กลายเป็พลังงานผ่านกระบอกปืนถึงจะยิงออกไปได้ โดยที่จำนวนะุขึ้นอยู่กับจำนวนมานาที่ผู้ใช้สามารถควบคุมได้
เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ากลไกการทำงานของมันโดยละเอียดเป็เช่นไรแต่นี่คือสิ่งที่ลุงนากบอกกับเขาตอนยืนปืนพกทั้งสองกระบอกมาให้
และด้วยเหตุนี้เองที่ปืนไม่ได้ใช้ะุอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้ ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถหาข้ออ้างที่จะใช้มันทีละกระบอกได้ซึ่งมันทำให้การฝึกของเขาเกิดความยุ่งยากมากขึ้นเป็ที่สุด
เพราะอะไรน่ะหรือ?
ก็เพราะการเรียนยิงปืนคู่มันยากมันมากๆ เลยน่ะสิ! เขาจะต้องคอยมีสมาธิในการเล็งเป้าไม่ให้พลาด ไม่ใช่เพียงแค่หนึ่งแต่เป็สอง ปืนกระบอกเดียวก็เล็งยากอยู่แล้วแต่เขามีถึงสอง แถมเพราะสองมือต้องคอยถือปืนอยู่ทำให้เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องต่อสู้ระยะประชิด เกิดความลำบากในการใช้มือ
โดยถ้าหากเขาปล่อยปืนทิ้งเพื่อให้มือข้างหนึ่งว่างล่ะก็ เรนะจะต้องใช้โอกาสนั้นในการหยิบมันขึ้นมาใช้อย่างรวดเร็วและกระหน่ำยิงเขาจนตัวพรุนเป็แน่
และที่รู้เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะมันเคยเกิดขึ้นมาแล้วยังไงล่ะ
“มาเริ่มกัน” มินกล่าว
เรนะที่ได้ยินดังนั้นก็พลันยิ้ม ก่อนที่ร่างของเธอจะเปลี่ยนกลายเป็ไปโปร่งใสและแยกออกเป็สองคน
ชายหนุ่มทำหน้าเหยเกทันทีเมื่อเห็นภาพดังกล่าว เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เขาโดนอีกฝ่ายเล่นงานด้วยท่านี้เป็ประจำ มันคือท่าแยกร่างของเรนะที่เอาไว้ต่อกรกับเขาหลังจากที่ได้ปืนคู่มาน่ะสิ
เพราะหลังจากที่เขาได้ปืนมาใช้นั้น ชายหนุ่มมักจะโจมตีอยู่แนวหลังเสมอและปล่อยให้ซิลเวอร์โจมตีในระยะประชิดกับหญิงสาวอยู่ฝ่ายเดียว ทำให้อีกฝ่ายแยกร่างออกเป็สองร่างเพื่อเอาอีกร่างมาสู้กับเขา
“เริ่มแล้วนะคะมาสเตอร์” เสียงหวานเอ่ย พร้อมกับที่ร่างทั้งสองที่พุ่งตัวออกมา
มินไม่รอช้าะโขานชื่อไชลด์ของตนออกไป “ซิลเวอร์!”
เ้าตูบขนเงินได้ยินเ้านายของมันเรียกชื่อก็พลันพุ่งตัวเขาหาหญิงสาวอย่างรวดเร็ว มันพ่นไฟออกจากปากไปที่ร่างของอีกฝ่ายซึ่งกำลังพุ่งเข้าไปหาเ้านายของ แต่ลูกไฟก็มันพ่นออกไปนั้นก็ต้องพลาดเป้า เมื่อเรนะเอี้ยวตัวหลบโดยไม่สนใจการโจมตีของมันพร้อมกับร่างหนึ่งของเธอที่วิ่งผ่านมันไป
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นสองนัด พร้อมกับร่างของหญิงสาวที่ยืนหยุดอยู่กับที่ มุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อยพลางจ้องเขม็งมาที่เขา
“พลาดอีกแล้วว้อย!” เสียงเข้มของมินกล่าวขึ้นก่อนที่เขาจะเริ่มกระหน่ำยิงเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ในระยะประชิด
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!
“โจมตีแบบไร้ความหมายอีกแล้วนะคะมาสเตอร์ ข้าบอกไปกี่ครั้งแล้วว่าให้ใช้สมาธิในก่อนอ่านคู่ต่อสู้ เพื่อเลือกว่าสมควรโจมตีตอนไหน” กล่าวเสร็จร่างบางก็พุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว
“ฉิบหาย” ชายหนุ่มอุทานออกมาก่อนจะตั้งท่าเตรียมตัว
เขาเล็งไปที่หญิงสาวเบื้องหน้าก่อนจะยิงออกไปอีกนัดหนึ่ง แต่ก็ไม่วายต้องหัวเสียเมื่ออีกฝ่ายทำเพียงแค่เอียงหัวหลบลูกะุนั้นด้วยท่าทางสบายๆ
“หัวเป็จุดตายก็จริงแต่มันก็เป็อวัยวะที่มีขนาดเล็ก ทำให้เป็เป้าที่เล็งได้ยากเมื่อใช้กับเป้าหมายเคลื่อนที่ หาก้าเพิ่มเปอร์เซ็นต์ในการทำความเสียหายแก่ศัตรู กรุณาเล็งที่ร่างกาย สอนไปกี่ครั้งแล้วทำไมไม่จำล่ะคะมาสเตอร์” เธอกล่าวขึ้นทั้งๆ ที่ยังวิ่งเข้ามาหามินอยู่
‘จะหัวหรือตัวเป็เธอก็ยิงไม่โดนทั้งนั้นแหละ! หลบเก่งอะไรขนาดนั้น’ มินก่นด่าในใจ
หน้าแข้งของหญิงสาวลอยมาแต่ไกล ชายหนุ่มยกแขนขึ้นมากันไวอย่างรวดเร็วแต่ถึงกระนั้นเมื่อหน้าแข้งของอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาหาเขา ร่างของชายหนุ่มก็ไม่วายต้องถอยกรู่ออกไปสามสี่ก้าวจากแรงกระแทก
“เมื่อกี้หลบได้นะคะ ทำไมไม่หลบ” เสียงหวานเอ่ยถาม
“หลบได้กะผีสิ ลอยมาเร็วขนาดนั้น” บ่นออกมาเสียงแ่ก่อนจะยิงปืนขึ้นหวังจะยิงคนตรงหน้าในระยะใกล้
มือเล็กรีบยกขึ้นมาปัดแขนของเขาอย่างรวดเร็ว ปัง เสียงปืนดังขึ้นอีกนัดพร้อมกับพื้นบริเวณใกล้ๆ ที่เป็รูจากรอยระสุน
“ระยะขนาดนี้ ถ้าคิดจะยิงต้องมั่นใจว่าเคลื่อนไหวเร็วพอนะคะมาสเตอร์”
เธอกล่าวออกมาอีกครั้งพร้อมกับใช้เท้าข้างหนึ่งถีบเข้าไปที่ท้องของชายหนุ่มเข้าอย่างจังทำให้ร่างของมินกระเด็นกลิ้งไปที่พื้นหลายเมตร
“อั่ก” เสียงสำลักถึงขึ้น
มินรีบยันตัวลุกขึ้นมาทันทีหลังจากสำลักเสร็จเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายกับพุ่งตรงเข้ามาโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พักหายใจ และเหมือนว่าหญิงสาวจะรู้ว่าเขาคิดอะไร เธอกล่าวออกมาเสียงเบาแต่เขาก็ยังได้ยินมัน
“ในการต่อสู้อย่าเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ได้หยุดคิดกลยุทธ์ใดๆ ต้องรีบกำจัดคู่ต่อสู้ให้เร็วที่สุด”
ปัง ปัง ปัง ปัง
มินยิงปืนออกมาอีกครั้งก่อนจะรีบพุ่งตัวเข้าหาอีกฝ่ายเช่นกันเพราะรู้ว่า ต่อให้พยายามรักษาระยะห่างยังไงก็คงหนีไม่พ้นอยู่ดี
“จะเลือกปืนมาทำไมถ้ายังต้องสู้ระยะประชิดวะ” อดบ่นออกมาเสียไม่ได้
ยกขาเตะออกไปทันทีแต่เรนะก็ยกขาของเธอขึ้นมากันได้อยู่ดีก่อนที่เธอจะง้างหมัดเตรียมปล่อยกำปั้นของเธอ
มินที่เห็นดังนั้นจึงรีบะโถอยไปข้างหลังทันที และดูเหมือนว่าหญิงสาวจะคาดการณ์การการเคลื่อนไหวของเขาไว้อยู่แล้ว เธอรีบสับขาเคลื่อนตัวขยับเข้ามาใกล้เขาอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงดัง ตู้ม!
มันคือเสียงจากหมัดของหญิงสาวที่กระแทกเข้าไปที่ท้องของมินดังเข้าอย่างจัง พร้อมกับอากาศบริเวณนั้นที่ะเิออกโดยมีร่างของชายหนุ่มซึ่งบัดนี้กำลังลอยกระเด็นอยู่กลางอากาศ
และในขณะที่มินกำลังลอยอยู่กลางอากาศอยู่นั้นเอง พลันหางตาของเขาก็ไม่วายเห็นร่างของหญิงสาวที่กำลังะโเข้ามาใกล้เขา
“ห่าเอ๊ย!” สบถออกมาพร้อมกับเล็งปืนคู่ไปหาอีกฝ่าย
ปัง ปัง
ะุเวทมนตร์พุ่งออกจากกระบอกปืน มันพุ่งตรงเข้าหาหญิงสาวอย่างรวดเร็วและในวินาทีก่อนที่ะุทั้งสองจะัักับร่างกายของเรนะ ดวงตาของเธอก็พลันเปล่งประกายจากสีฟ้าเปลี่ยนเป็สีทอง พร้อมๆ กับที่ะุทั้งสองร่วงดิ่งลงสู่พื้นนิ่งไม่ไหวติง
“โอพี! * โอพีไปแล้วไอ้ฉิบหาย!!!!”
อดที่จะะโออกมาไม่ได้เมื่อเห็นภาพตรงหน้า นี่เป็ครั้งแรกที่เขาสามารถยิงปืนให้ะุเข้าหาตัวอีกฝ่ายได้ใกล้ที่สุด ความหวังแอบผุดขึ้นในใจเล็กน้อยเมื่อคิดว่าะุทั้งสองอาจจะสามารถสร้างความเสียหายให้กับหญิงสาวได้
แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อชายหนุ่มเห็นภาพที่บริวารของตนแสดงพลังให้ะุตกลงไปที่พื้นอย่างง่าย เขาก็อดสิ้นหวังไม่ได้ทำให้ตอนนี้มินคิดขึ้นในใจว่าจะมีสักวันไหมที่เขาจะสามารถเอาชนะ ไม่สิ สามารถสร้างความเสียหายแก่อีกฝ่ายได้
แม้จะคิดอะไรในหัวไปมากมาย แต่เมื่อกลับมายังความเป็จริงตรงหน้า มันก็ไม่ได้ผ่านไปนานเลย
เพียงแค่เสี้ยววินาทีหลังจากที่หญิงสาวใช้พลังทำให้ะุร่วงลงพื้น เธอก็ลอยเข้ามาใกล้มินอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้ท่าจระเข้ฟาดหางเข้าหามาที่คอของเขาด้วยพละกำลังมหาศาล
ชายหนุ่มยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมากันเอาไว้แต่เพราะพลังที่เทียบกันไม่ติด ทำให้ร่างกายของเขาลอยหล่นกลางอากาศไปยังพื้นดินอย่างเร็วไว
แต่เพราะครั้งนี้เขาเตรียมตัวเอาไว้แล้ว ทำให้ชายหนุ่มสามารถรักษาสมดุลของร่างกายเอาไว้ไม่ให้เอียงเอียนได้ ทำให้เขาแลนดิ้งสู่พื้นดินโดยฝ่าเท้าแตะพื้นอย่างสวยงาม
ปัง ปัง
และทันทีที่ฝ่าเท้าของมินแตะพื้น ชายหนุ่มก็เล็งปืนยิงออกไปหาร่างของหญิงสาวที่ลอยอยู่กลางอากาศทันที
เรนะหมุนตัวหลบะุกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งตัวลงมาเข้าหาชายหนุ่มด้วยความเร็วสูง มินเบิกตากว้างทันที เพราะว่าเขาไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะพุ่งเข้ามาหาเขาจากกลางอากาศ
‘หลบไม่พ้น!’ เขาคิดในใจก่อนจะใช้แขนทั้งสองข้างยกขึ้นมาบริเวณเหนือศีรษะของตนเพื่อกันลูกเตะของอีกฝ่ายที่กำลังลอยเข้าหาเขาอีกครั้ง
ตู้ม!
ถ้าหากมีใครกำลังดูภาพการต่อสู้ของทั้งคู่อยู่ล่ะก็ เขาคงจะเห็นภาพที่ไม่น่าเชื่อเหมือนกับในการ์ตูนอนิเมะญี่ปุ่น ที่คนหนึ่งค้างอยู่กลางอากาศโดยที่ขาของเธอัักับแขนทั้งสองข้างของชายหนุ่มที่อยู่เบื้องล่าง โดยที่บริเวณพื้นที่เท้าทั้งสองข้างของคนที่โดนโจมตี แตกยับและเท้าของชายหนุ่มก็จมลงสู่พื้นเพื่อต้านกับพละกำลังอันแข็งแกร่ง
หลังจากนั้นเรนะก็ใช้แขนของมินเป็ฐานเพื่อะโลงพื้น ก่อนที่เธอจะพุ่งตัวเข้าหาเขาอีกฝ่าย ชายหนุ่มรีบยกปืนขึ้นมาเล็งแต่ดูเหมือนจะช้าไปเมื่อหญิงสาวเข้าไปที่มือด้านซ้ายของเขาจนปืนกระเด็นไป
พร้อมๆ กับที่เธอใช้มือข้างขวาของเธอยื่นเข้ามาจับที่แขนข้างขวาของมินและใช้มือซ้ายของเธอคว้าเข้าไปที่กระบอกปืนซึ่งเขาถืออยู่ ก่อนที่เธอจะหมุนตัวและใช้ปืนที่เพิ่งจะขโมยเขาไปได้ เล็งมาที่หัวของชายหนุ่ม
มินเบิกตากว้างขึ้นด้วยความใทันทีเมื่อเห็นภาพดังกล่าว มันใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นแต่ไม่ทันที่ร่างกายของเขาจะมีปฏิกิริยาตอบสนองเพื่อหลบใดๆ เสียงปืนก็พลันดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้คนลั่นไกไม่ใช่เขา แต่เป็หญิงสาวเบื้องหน้า
ปัง! พร้อมๆ กับภาพเบื้องหน้าของเขาจะดำมืดและสติของเขาจะดับวูบไป
“เฮื้อก!”
มินสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับรีบลุกตัวขึ้นอย่างไว เขาใช้กุมมือของซ้ายกุมหัวใจของตัวเองที่ตอนนี้นั้นกำลังเต้นระรัว
“ยังไม่ชินอีกเหรอคะมาสเตอร์” เสียงหวานดังขึ้นเรียกความสนใจของเขาให้หันไปยังต้นเสียงดังกล่าว
ชายหนุ่มรีบะโตอบกลับอีกฝ่ายเสียงแข็งทันที “จะให้ชินได้ยังไง! โดนยิงเข้าหน้าแบบนั้น!”
“แต่มาสเตอร์โดนยิงแสกกลางกระบาลทุกวันเลยนะคะ น่าจะชินได้แล้ว” เรนะพูดด้วยขึ้นเสียงเรียบ
“ไม่ชิน!” มินตอบกลับอย่างหัวเสีย ก่อนที่เขาจะหันไปถามอีกฝ่าย “ว่าแต่เธอโอพีไปปะ มีพลังอะไรบ้างเนี่ย เป็ซัมมอนเนอร์ ต่อสู้ระยะประชิดได้ แรงก็เยอะ แยกร่างได้แถมใช้พลังหยุดะุได้ด้วย”
“ก็ฝึกยังไงคะ อ่า แต่หยุดะุกับแยกร่างนี่มาสเตอร์น่าจะยังฝึกไม่ได้” หญิงสาวตอบ
“เธอจะบอกว่าถ้าฉันฝึกไปเรื่อยๆ ก็ทำเหมือนเธอได้?” มินถามขึ้นอย่างไม่ใช่หูตัวเอง
เรนะพยักหน้าก่อนจะตอบเขา “ได้สิคะเราเป็ซัมมอนเนอร์นะ”
“นักอัญเชิญปกติที่ไหนเขาทำแบบนี้ได้กันฮะ!” สบถออกมาเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าตนเป็นักอัญเชิญ
“มาสเตอร์ไม่น่าถามนะคะ ไม่มีอะไรปกติั้แ่มาสเตอร์มีซิสเตมแล้วล่ะค่ะ” ตอบเขาก่อนที่จะยักไหลไม่สนใจสายตาอาฆาตของเ้านายของตัวเอง
“ก็จริง” เอ่ยกับตัวเองเบาๆ เพราะเหตุด้วยกับหญิงสาว พร้อมกับกลับไปนอนแผ่หลาเป็พื้นต่อเนื่องจากรู้สึกเหนื่อยล้า
*หมายเหตุ: โอพี (OP) มาจากภาษาอังกฤษคำว่า Overpowered เอาไว้ใช้ว่าบอกกับใครคนหนึ่งที่มีพลังที่แข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด