23 สิงหาคม 2559
ดรีม แกลลอรี่
Dream Gallery
ณ ร้านดรีมแกลลอรี่
“เชิญเซ็นชื่อตรงนี้นะคะ”นิมิตราบอกกับลูกค้า นิ้วเรียวยาวราวลำเทียนอันงดงามชี้ไปที่ช่องเซ็นชื่อในสัญญาซื้อขาย
“โอ...ในที่สุดฉันก็ได้เป็เ้าของเสียที”ลูกค้าวัยชรารีบเซ็นชื่อลงบนเอกสารอย่างตื่นเต้นดีใจ
“คุณรับทราบรายละเอียดทุกอย่างดีแล้วนะคะ”นิมิตราถามย้ำ “คุณเข้าใจนะคะว่าคุณจะต้องทำตามข้อตกลงทุกอย่างที่ระบุไว้หากคุณละเมิดข้อตกลงทางเราจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้นค่ะ”
“ครับผมทราบดีครับ” ลูกค้าพยักหน้ารับแล้วก็พูดว่า “ห้ามถูกแสงจันทร์ ห้ามถูกแสงแดดใช่มั้ยครับ”
นิมิตตราพยักหน้า“ค่ะ” แล้วก็ยิ้มให้ลูกค้า เธอหันไปหยิบรูปภาพซึ่งห่อเรียบร้อยแล้วส่งให้เขา“ขอให้มีความสุขนะคะ”
ลูกค้าพยักหน้ายิ้มตอบแล้วก็รับภาพเดินออกจากร้านไปด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
นิมิตรามองตามลูกค้าจนลูกค้าเดินพ้นประตูร้านไปแล้วเธอหันไปยิ้มกับภาพดอกไม้สีแดงสดบนผนังในห้องโถงรับแขก
“ดึกป่านนี้แล้วเหรอคงต้องปิดร้านแล้วซินะ” เธอพูดกับภาพนั้น
ดอกไม้ในภาพคล้ายจะพลิ้วไหวเล็กน้อย
ฉับพลัน! ประตูร้านก็เปิดออกพร้อมกับเสียงดังว่า“เดี๋ยวครับคุณชาย”
“หนวกหูน่า! ลุงกลับไปรอที่รถเถอะ” เด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่าคุณชายตวาดใส่คนขับรถของตัวเองแล้วก็หันไปถามคนในร้านว่า“ที่นี่ร้านดรีมแกลอรี่ใช่ไหม?”
นิมิตราหันไปยิ้มต้อนรับลูกค้า“เชิญค่ะ”
เด็กหนุ่มจ้องหน้าแล้วก็ถามว่า“เ้าของร้านอยู่ไหน?”
เด็กหนุ่มคนนี้ก็คือจอร์จ ลูกชายคนเดียวของเสี่ยสุรชัย เ้าของโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์
“ดิฉันนี่แหละค่ะเ้าของร้าน”นิมิตราตอบพลางยิ้มให้
จอร์จจ้องหน้านิมิตราครู่หนึ่งแล้วก็บอกว่า“ผม้าภาพนกที่แพงที่สุด สวยที่สุดและจะต้องเป็ภาพเดียวในโลกนี้ด้วย”
“คุณชายครับ”คนขับรถเรียกอย่างหวั่นใจ เพราะหากคุณผู้ชายรู้เข้าเขาคงถูกด่าแน่
“เงียบไปเลยนะลุงก็ไอ้จอห์นบอกเองว่ามันซื้อภาพไปจากร้านนี้ ผมจะต้องซื้อภาพที่สวยกว่าของมันเอาให้มันหน้าหงายไปเลยหนอย...กะอีแค่ภาพนกยูงเผือก มันเที่ยวอวดไปทั่วว่าเป็ภาพหนึ่งเดียวในโลก ผมจะทำให้มันจ๋อยไปเลยที่พูดแบบนั้น”แล้วจอร์จก็หันไปพูดกับนิมิตราว่า “เื่เงินไม่ต้องห่วง ผมรวยนะ”เขาเปิดประเป๋าสะพายออกหยิบเงินออกมาถือปึกใหญ่
“คุณชายครับกลับเถอะครับ ถ้าคุณผู้ชายรู้เื่นี้มีหวังผมตกงานแน่ครับ” คนขับรถขอร้อง
“ช่างคุณพ่อซิเขาไม่สนใจหรอกว่าผมจะทำอะไร วันๆเขาสนใจแต่เื่งานๆๆๆกับยัยแม่เลี้ยงนั่นเท่านั้นแหละ”จอร์จตวาดใส่คนขับรถ แล้วก็หันไปพูดกับนิมิตราว่า“ไหนล่ะภาพที่แพงที่สุดภาพเดียวในโลกน่ะ?”
นิมิตรามองเด็กหนุ่มแล้วก็บอกว่า“เข้าใจแล้วค่ะ วันนี้มีภาพที่คุณชาย้าเข้ามาพอดีค่ะ”
“ไหนล่ะ?”จอร์จหันไปมองรอบๆห้องโถง “ไหนล่ะ ภาพไหนเหรอ?”
“อยู่ด้านในค่ะเชิญตามดิฉันมาทางนี้ซิคะ” นิมิตราบอกพลางผายมือไปที่ประตูด้านหนึ่ง
จอร์จรีบเดินไปที่ประตูนั้นทันที
นิมิตราหันไปพูดกับคนขับรถว่า“ส่วนคุณกรุณารอที่นี่นะคะ”
จอร์จเปิดประตูแล้วก็เดินเข้าไปนิมิตราเดินตามไปพร้อมกับปิดประตูตามหลัง
จอร์จชะงัก! ที่เื้ับานประตูเป็ทางเดินยาวไม่น่าเชื่อว่าร้านห้องแถวจะมีทางเดินยาวๆแบบนี้ด้วยเหรอ เขาเดินไปพลางมองภาพบนฝาผนังไปด้วยนี่เขาจะถูกจับตัวไปเรียกค่าไถไหมนะ? หรือจะถูกปล้นเอาเงินในกระเป๋าไหม?ดูท่าทางที่นี่ไม่ค่อยน่าไว้ใจเลย แถมยังกลิ่นหอมๆนี่อีก เขาเก็บเงินใส่กระเป๋าเอาไว้แล้วก็มองไปรอบๆอย่างระวังตัว
“เป็อะไรไปคะ?”นิมิตราถาม
“ปะ...เปล่า”จอร์จรีบปฏิเสธพลางปรับสีหน้าให้เป็ปกติ “แค่คิดว่าทางเดินนี่ยาวไปถึงไหนกันนะ?”
นิมิตราเดินนำหน้าไปแล้วก็เปิดประตูห้องๆหนึ่ง“เชิญค่ะ”
ภายในห้องมืดสนิทจอร์จชะงัก “ไม่เปิดไฟเหรอ?”
นิมิตราไม่พูดอะไรเธอหันไปหยิบตะเกียงที่แขวนอยู่ข้างประตูมาถือส่องทาง “เชิญค่ะ”
จอร์จรวบรวมความกล้าเดินตามเธอเข้าไป
นิมิตราเดินไปจนถึงกลางห้องเธอวางตะเกียงลงบนโต๊ะใต้รูปภาพ
จอร์จหยุดอยู่ห่างๆพอสายตาเริ่มชินกับความมืดแล้วเขาจึงเห็นภาพที่แขวนอยู่กลางห้อง “...” เขาตะลึงจนพูดไม่ออก
ภาพคนสวมเสื้อผ้าเครื่องประดับมีค่าละลานตาคนในภาพกางปีกสีทองระยิบระยับสวยงาม
“นี่ไม่ใช่ภาพนกนี่”จอร์จแย้ง
“นี่คือภาพครุฑค่ะเป็ครึ่งคนครึ่งนกในตำนานค่ะ” นิมิตราบอก
จอร์จจ้องภาพอย่างตะลึง
“นี่เป็ภาพหนึ่งเดียวในโลกค่ะแน่นอนว่าไม่มีทำซ้ำหรือเลียนแบบเด็ดขาดค่ะ” นิมิตรายืนยันน้ำเสียงหนักแน่น
“เท่าไหร่?”จอร์จถามตาจ้องมองภาพไม่กระพริบ
“ไม่ขายค่ะ”นิมิตราบอก
“ว่าไงนะ!” จอร์จถามอย่างใ “คุณพูดเล่นใช่ไหม?”
นิมิตราส่ายหน้า“ไม่ได้พูดเล่นค่ะ คุณคงเคยได้ยินกิติศัพท์ของร้านเรามาบ้างนะคะของที่คู่ควรจะอยู่กับคนที่คู่ควรเท่านั้นค่ะ”
จอร์จนึกฉุนขึ้นมาทันควัน! “แล้วผมไม่คู่ควรกับภาพนี้รึไงห๊า!”
“ไม่ค่ะคุณชายไม่คู่ควรกับภาพนี้ค่ะ” นิมิตราบอกน้ำเสียงราบเรียบ
“แต่ผมจะซื้อภาพนี้”จอร์จตะคอกใส่อย่างไม่พอใจแล้วก็หยิบเงินในกระเป๋าขว้างใส่ “เท่านี้ก็น่าจะพอสำหรับภาพนี้นะ”
นิมิตราคว้าปึกเงินหมับ! แล้วส่งคืนให้เด็กหนุ่ม “ไม่ขายแต่ให้เช่าได้ค่ะ”
จอร์จชะงัก!
“แต่มีข้อแม้ค่ะ”นิมิตราบอกพลางจับมือเด็กหนุ่มขึ้นมาแล้วก็ยัดเงินคืนไป
“ข้อแม้อะไร”เด็กหนุ่มกำเงินแน่นอย่างไม่ค่อยพอใจ
“ห้ามให้คุณพ่อของคุณกับแม่เลี้ยงของคุณเห็นภาพนี้เด็ดขาด”นิมิตราบอกแล้วก็ถอยไปยืนข้างรูปภาพ
“มีข้อแม้แค่นี้เหรอ?”จอร์จถามพร้อมกับเก็บเงินใส่กระเป๋า
นิมิตราพยักหน้า“ค่ะ”
“ถ้างั้นก็ตกลง! ผมเช่าภาพนี้” จอร์จบอกน้ำเสียงหนักแน่น
“ถ้าคุณทำผิดข้อตกลงทางร้านของเราจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้นนะคะจำเอาไว้ให้ดีนะคะ” นินิตราบอกน้ำเสียงจริงจัง
“แล้วผมจะเอาภาพนี้ไปได้เมื่อไหร่?”จอร์จถามอย่างใจร้อน
“ทันทีที่คุณเซ็นสัญญาเช่าภาพแล้วค่ะ”นิมิตราบอกแล้วก็ผายมือไปที่ประตู “เชิญทางนี้ค่ะ”
เธอเดินนำหน้าออกประตูไป
จอร์จเดินตามไปจนกระทั่งถึงห้องโถง
นิมิตราเปิดประตูเข้าไปภายในห้องโถงมีผู้หญิงสวมชุดสูทสีดำคนหนึ่งยืนถือถาดอยู่ในถาดมีกระดาษกับปากกาพร้อมสรรพ
คนขับรถนั่งหลับอยู่ที่โซฟา
“สัญญาค่ะ”ผู้หญิงชุดสูทสีดำบอกแล้วก็หยิบสัญญากับปากกาวางบนโต๊ะจากนั้นก็เดินออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ
“ขอบใจจ้ะราตรี”นิมิตราพูดกับราตรีแล้วก็หันไปพูดกับจอร์จว่า “เชิญอ่านสัญญาก่อนค่ะอ่านให้ละเอียดนะคะ”
จอร์จก้าวพรวดเข้าไปหยิบสัญญาขึ้นมาอ่านอย่างลวกๆแล้วก็หยิบปากกาเซ็นแกร๊ก!
“ไหนล่ะภาพของผม์”เขาถามอย่างใจร้อนตามเคย
ราตรีกลับเข้ามาพร้อมกับถือภาพที่ห่อเรียบร้อยแล้ว
“ภาพที่คุณเช่าค่ะ”นิมิตราผายมือบอก
จอร์จรีบลุกขึ้นแล้วก็เดินไปดึงภาพมา“ขอบใจ”
ราตรีมองด้วยสายตาไร้อารมณ์แล้วก็เดินกลับออกไป
นิมิตราเดินไปปลุกคนขับรถ“คุณคะ คุณชายจะกลับแล้วค่ะ”
คนขับรถสะดุ้งตื่น“ครับๆ”
“ลุง! กลับบ้าน” จอร์จสั่งแล้วก็เดินไปที่ประตู
นิมิตราเดินไปเปิดประตูให้พร้อมกับย้ำว่า“อย่าลืมข้อตกลงนะคะ”
“รู้แล้วน่า”จอร์จรับปากอย่างรำคาญแล้วก็รีบเดินออกไป
คนขับรถรีบตามไป“คุณชายครับรอผมด้วย”
นิมิตราปิดประตูตามหลังแล้วก็พลิกป้ายห้อยว่า‘ปิด’ ที่ประตูหน้าร้าน จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปด้านหลังร้านไฟในร้านดับพรึ่บ! มืดสนิท
เมื่อไปถึงบ้านจอร์จก็เอารูปไปแขวนไว้ในห้องนอนของตัวเอง
เย็นวันถัดมาจอร์จก็เชิญเพื่อนๆมาดูรูปที่บ้านเพื่อนๆทุกคนต่างตะลึงจ้องรูปเป็ตาเดียว
“นายซื้อรูปนี้มาจากไหนเหรอจอร์จ?”จอห์นถาม
“ก็จากร้านดรีมแกลลอรี่ไง”จอร์จบอกอย่างภูมิใจ
เขาอวดรูปคุยฟุ้งอยู่พักใหญ่แล้วก็ชวนเพื่อนๆลงไปเลี้ยงสังสรรค์กันต่อที่ข้างสระว่ายน้ำ
เพื่อนๆของเขาต่างพูดชื่นชมรูปไม่หยุดจนกระทั่งชาลินีแม่เลี้ยงของจอร์จเดินมาได้ยินเข้าพอดี
“รูปอะไร?”ด้วยความอยากรู้เธอจึงเดินขึ้นไปข้างบน แอบเข้าไปในห้องของลูกเลี้ยงเพียงแว๊บแรกที่เห็นรูป เธอก็ตะลึงจนเผลอเดินเข้าไปจับรูปอย่างหลงไหล“สวยเหลือเกิน...”
ครุฑในภาพขยับบินหนีอย่างรังเกียจ
“เดี๋ยวซิ! อย่าเพิ่งไป รอฉันก่อน” ชาลินีะโเรียกอย่างลืมตัว
แต่ครุฑตนนั้นก็บินหนีไปเสียไกลลิบจนมองไม่เห็นเสียแล้ว
“กลับมาก่อน! ได้โปรดกลับมาหาฉันก่อน...” ชาลินีะโอ้อนวอน แต่ครุฑก็ไม่ได้บินกลับมาด้วยใจละโมบเธอจึงแอบปลดรูปลงจากผนังแล้วก็เอารูปไปไว้ในห้องของตัวเอง
หลังจากปาร์ตี้เลิกแล้วจอร์จก็กลับเข้าห้องนอนของตัวเอง“สะใจจริงๆที่ทำให้ไอ้จอห์นหน้าจ๋อยไปได้ ฮ่าๆๆๆๆ” เขาหัวเราะอย่างสะใจแล้วก็หันไปมองรูปบนผนัง“เฮ้ย!” ใบหน้าหล่อเหลาใที่ผนังว่างเปล่าไม่มีรูปครุฑแขวนอยู่
เขาขยับเข้าไปเอื้อมมือลูบผนังให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด“ไม่มี!” หน้าหล่อถอดสี “หายไปได้ยังไงกันต้องมีคนเข้ามาขโมยไปแน่ๆ”
จอร์จกำมือแน่นที่ถูกล้วงคองูเห่าถึงในบ้านแบบนี้เขาเดินไปเปิดดูบันทึกกล้องวงจรปิด พอเห็นภาพแม่เลี้ยงแอบเข้ามาในห้องของตัวเองก็ยิ่งโกรธแล้วยิ่งเห็นตอนแม่เลี้ยงถือรูปภาพออกจากห้องไปความโกรธก็ยิ่งทวีคูณ“นังผู้หญิงขี้ขโมย!”
เขาตรงไปเคาะประตูห้องแม่เลี้ยงอย่างไม่เกรงใจ“เอารูปของฉันคืนมานะนังขี้ขโมย!”
ชาลินีไม่สนใจเสียงเคาะประตูเลยซักนิดนั่งจ้องรูปภาพบนตักอย่างอ้อนวอน “ได้โปรดเถอะ กลับมาให้ฉันเห็นอีกซักครั้งนะคะ”
“ออกมาเดี๋ยวนี้นะนังหัวขโมย!” จอร์จะโลั่นบ้าน มือก็ทุบประตูห้องปังๆ!
คนรับใช้ชะโงกหน้าแอบดูกันสลอนอยู่ตรงบันได
สุรชัยได้ยินเสียงดังเอะอะั้แ่เดินเข้าประตูบ้านก็สงสัย“เอ๊ะ! มีเื่อะไรกันอีกล่ะ?” เขาส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจที่ลูกชายมักจะมีเื่ทะเลาะกับแม่เลี้ยงเป็ประจำเขารีบเดินขึ้นไปดู เห็นคนรับใช้ยืนออตรงบันไดก็ตวาด “ไม่มีงานมีการทำกันรึไงห๊ะ!”
“อุ๊ย! คุณผู้ชาย” แล้วบรรดาคนรับใช้ก็รีบสลายตัวลงไปข้างล่าง
สุรชัยเดินไปหาลูกชาย“มีอะไรกันจอร์จ? เสียงดังเอะอะไปถึงข้างล่างเชียว”
จอร์จหันขวับ! “ก็เมียพ่อน่ะซิ ขโมยของผมไป”
สุรชัยอึ้ง! “ชาลินีเนี่ยนะขโมยของๆลูก”
“ก็ใช่ซิครับแม่นี่เข้าไปในห้องผมตอนที่ผมปาร์ตี้กับเพื่อนๆแล้วก็ขโมยรูปของผมไป”จอร์จชี้นิ้วไปที่ประตูอย่างโกรธจัด
สุรชัยงง“รูปอะไร? แล้วทำไมชาลินีต้องขโมยด้วย เค้าอาจจะแค่เข้าไปหยิบมาทำความสะอาดให้ลูกล่ะมั้ง”เขาแก้ต่างแทนภรรยาสาว
“นี่คุณพ่อหาว่าผมใส่ร้ายแม่นี่เหรอครับ!” จอร์จยิ่งโกรธ
“พ่อไม่ได้ว่าลูกใส่ร้ายเลยนะจอร์จลูกอย่าเข้าใจเอาเองแบบนี้ซิ” สุรชัยพยายามพูดกับลูกชาย “ถ้างั้นก็เรียกเธอมาถามให้รู้เื่พร้อมๆกันไปเลยดีกว่า”
จอร์จเชิดใส่พ่ออย่างไม่พอใจ
สุรชัยมีสีหน้าระอาใจเขาหันไปเคาะประตูห้อง “ชาลินีออกมาข้างนอกซิ”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ