ตอนที่ 151 สมาชิกกลุ่มขุดค้น
“เช่นนั้นเรามาแนะนำตัวกันก่อนเถอะครับ ไหน ๆ ก็ต้องไปลุยภารกิจด้วยกันทั้งทีแล้ว ผมรู้จักแค่ไม่กี่คนเอง คุณนิทานจำผมได้มั้ยครับ เพชฌฆาตเองครับ สุดยอดไปเลยนะครับ เผลอหน่อยเดียวคุณนิทานเก่งขึ้นอีกแล้ว เล่นทำเอาผมที่อยู่หน่วยเชื้อไฟลำบากเลยล่ะครับ ฮ่ะ ฮ่ะ” เพชฌฆาตยังคงรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองในสายตานิทานเป็นอย่างดี เพียงพบหน้าเขาก็รัวคำพูดจนนิทานหางคิ้วกระตุก
“ไม่ได้อยากจะโม้หรอกนะครับ แต่ผมว่าหน่วยขุดค้นชุดนี้มีหวังสุด ๆ เลยล่ะครับคุณอารากะ นอกจากคุณนิทานที่สุดยอดและอัจฉริยะอย่างคุณโฮโจแล้ว คนอื่นในที่นี้ก็เป็นผู้ที่มีหวังจะได้ขึ้นเป็นอริยะกันทั้งนั้นเลยครับ ไม่ต้องพูดถึงประสบการณ์ของแต่ละคนเลย” แม้เขาจะเสนอให้ทุกคนแนะนำตัว แต่เขากลับพูดไม่หยุดเสียอย่างนั้น
“คุณนิทานวางใจได้เลยครับ คุณทำหน้าที่ตรวจตราและระวังภัยอย่างสบายใจได้เลยครับ เรื่องแนวหน้าก็มีผมกับคุณอิซึมิ แนวหลังกับสนับสนุนก็มีคุณเลโอกับคุณโฮโจ จะมีสัตว์อสูรระดับนักสลักโทมากี่ตัวผมว่าพวกเราก็รับมือไหวครับ ถึงเจอระดับอริยะ ถ้าบริหารสมบัติที่พกไปดี ๆ ก็มีหวังเอาตัวรอดได้แน่ครับ” นอกจากเขาจะฝอยไม่หยุดแล้วเขายังหันหน้ามาคุยกับนิทานต่ออีกด้วย
นักบวชน้อยเลโอผู้มีใบหน้าหวานน่ารักถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดความสนใจของเพชฌฆาตก็ถูกดึงออกไปจากเธอเสียที ดูเหมือนเธอคือผู้ที่เป็นเหยื่อของนรกพูดมากของเพชฌฆาตก่อนที่นิทานจะมา
“จ้า จ้า แนะนำตัวก่อนนะ เริ่มจากนายเลยเพชฌฆาต” เมื่อเห็นว่าเพชฌฆาตไม่มีท่าทีจะหยุดพูด องค์หญิงไพลินจึงเป็นผู้ขึ้นหน้าออกปาก
“ขอรับองค์หญิง” เพียงได้ยินเสียงขององค์หญิงไพลิน เพชฌฆาตก็สงบปากสงบคำในทันใด
เขาหันหน้าไปทางคนที่เหลือ ทำความเคารพอย่างสุภาพ สีหน้าจริงจัง ละทิ้งใบหน้าระรื่นก่อนหน้าไปหมดสิ้น
“ชื่อในหน่วยคือเพชฌฆาต หน่วยเชื้อไฟรุ่นที่ 16 ขึ้นตรงต่อองค์หญิงไพลินเพียงผู้เดียว ขอปฏิญาณว่าจะปฏิบัติภารกิจที่องค์หญิงมอบหมายด้วยชีวิตครับ” เขากล่าวอย่างจริงจัง แล้วจึงทำความเคารพทุกคนอีกครั้งหนึ่ง
โห… นิทานปรับอารมณ์ไม่ทันกับความจริงจังของหน่วยเชื้อไฟผู้นี้ หากก็อดนับถือความเป็นมืออาชีพไม่ได้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องจริงจังเขาก็ดูพึ่งพาได้ทันที ยิ่งรูปลักษณ์ของเพชฌฆาตเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี แต่งกายเรียบร้อย แถมยังยิ้มเก่งด้วยแล้ว
ถ้าไม่พูดมากน่าจะคนมาจีบตรึม นิทานลอบขำ
เมื่อเพชฌฆาตทักทายทุกคนเสร็จสิ้นคนอื่นจึงเริ่มแนะนำตัวกันบ้าง โดยผู้ที่เอ่ยตามขึ้นมาเป็นคนแรกคือนักบวชน้อย
“สวัสดีค่ะ เลโอ ตำแหน่งนักบวชในสังกัดของผู้เผยแพร่พระวจนะชั้นรอง ท่านไลล่าค่ะ ดิฉันได้ยินกิตติศัพท์ของคุณนิทานมามากมายเลยค่ะ” เธอเผยรอยยิ้มหวานหยด ยิ่งหน้าตาของเธอที่ดูอ่อนกว่าวัยทำให้ใบหน้าของเธอน่ารักเป็นพิเศษ แม้นิทานจะชอบผู้หญิงก็ยังต้องยอมรับว่าคนตรงหน้าน่ารักมากทีเดียว
“แด่ความรู้ในแผ่นกระดาษที่กว้างขวางราวผืนฟ้า แด่อักษรในหยดหมึกที่ลึกล้ำดั่งห้วงสมุทร ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณเลโอ” นิทานนำนิ้วของตนแตะลงบนฝ่ามือ
“ด้วยคำอวยพรจาก เดรฟัส จ้าววิญญาณ ภารกิจครั้งนี้ย่อมเสร็จสิ้นด้วยดีค่ะ” เลโอยิ้มหวาน นำนิ้วแตะลงบนฝ่ามือเช่นกัน
คนต่อไปคือชายวัยกลางคนที่ดูจะมีอายุมากที่สุดในที่นี้ เรือนผมที่มัดเป็นจุกบนหัวอย่างเรียบร้อยสั่นไหวเล็กน้อยยามที่เขาทำความเคารพ
“อิซึมิ อิสึกะ ด้วยเกียรติแห่งอิสึกะ จะขอทำหน้าที่เป็นดั่งหอกและโล่ที่แข็งแกร่งในภารกิจครั้งนี้ครับ” นัยน์ตาอันจริงจังของเขาไม่ด้อยไปกว่าเพชฌฆาตเลยแม้แต่น้อย เป็นผู้ที่ตรงตามภาพลักษณ์ส่วนใหญ่ของคนตระกูลอิสึกะ จริงจัง ตรงต่อหน้าที่ และมุ่งมั่น
“ตัวข้านั้นถวายสัตย์แก่ท่านอารากะว่าจะถวายชีวิตนี้รับใช้วงศ์ตระกูล หากท่านสามารถนำตระกูลอิสึกะไปสู่ความรุ่งโรจน์ได้ บุญคุณครั้งนี้อิซึมิจะไม่มีวันลืม” เขาพูดด้วยใบหน้าเคร่งขรึม แล้วจึงคำนับลงหัวแนบพื้น ไม่สนความต่างของอายุเลยแม้แต่น้อย
นิทานรีบลุกไปพยุงร่างของอิซึมิขึ้น หากร่างของเขากลับแข็งดั่งหิน ไม่อาจขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย นิทานจึงได้แต่ตอบกลับไป
“ผมจะพยายามเต็มที่ครับ” เขายิ้มแห้ง คนประเภทนี้เป็นอะไรที่เขารับมือไม่ถนัดเลยจริง ๆ
“ผมแม้จะยังอ่อนแอ แต่ก็พอมีความสามารถด้านการต่อสู้และความสามารถที่เป็นประโยชน์อยู่บ้าง ขอติดตามไปด้วยเพื่อเปิดประสบการณ์ครับ” คนสุดท้ายที่กล่าวขึ้นคือโฮโจ เขาพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา
นิทานเหลือบมองไปยังอารากะ แล้วจึงกลับมามองที่โฮโจ
เผื่อฉันไม่ทำตามข้อตกลงสินะ นิทานยักไหล่ เขาไม่แปลกใจนักหากอารากะจะมอบสมบัติสักชิ้นเพื่อความมั่นใจให้กับคนที่เขาไว้ใจ และดูจากท่าทางแล้ว คนคนนั้นสมควรเป็นโฮโจ ยิ่งอารากะยิ้มตอบสายตาของนิทานเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีความต้องการจะปิดบังแม้แต่น้อย
“สวัสดีครับ ผมชื่อนิทาน ส่วนนี้สัตว์คู่หูของผม คีตาครับ ผมจะคอยทำหน้าที่ตรวจจับและรับมือกับเหตุไม่คาดฝัน ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” นิทานเพียงแนะนำตัวสั้น ๆ เท่านั้น เขาเชื่อว่าในที่นี้ไม่มีใครไม่สืบเรื่องของเขามาก่อน
ทุกคนต่างพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม เพชฌฆาตแอบชูนิ้วโป้งชมเชยจากด้านข้างด้วยรอยยิ้มกว้าง
“เช่นนั้นผมขอแนะนำหน้าที่และความสามารถของทุกท่านคร่าว ๆ นะครับ เมื่อยามเข้าไปในสุสานแล้วจะได้ไม่จำเป็นต้องปรับตัวนาน” อารากะเอ่ยขึ้น นี่เป็นการเตรียมตัวที่จำเป็นเช่นเดียวกันกับก่อนที่เขาจะเดินทางเข้าป่ากับกลุ่มของอินจันทร์ คำแห่งพลังและรายละเอียดไม่จำเป็นต้องบอก เพียงแค่ความสามารถ หน้าที่ และสิ่งที่ทำได้ก็มากเกินพอ
“คุณเลโอเป็นนักบวชจากศาสนาปฐมมันตรา โดดเด่นด้านการรักษา ฟื้นฟู และป้องกันครับ เนื่องจากได้รับการอนุญาตแล้ว คุณเลโอเป็นนักสลักเอก ขณะนี้อายุ 45 ปี รวมถึงมีคำแห่งพลังถึง 3คำ เป็นผู้ที่มีโอกาสสูงจะได้เลื่อนขึ้นเป็นอริยะในอนาคต ขึ้นตรงต่อคุณไลล่าที่คุณนิทานเคยพบ” อารากะอธิบาย
นิทานพยักหน้าน้อย ๆ หากก็ลอบกลืนน้ำลายในใจ ข้อมูลเช่นนี้ถือว่ามากมายเกินจำเป็นพอสมควร แต่ก็ดูเหมือนจะบอกกล่าวออกมาเพื่อให้ไว้ใจกันได้และแสดงถึงความสามารถ แต่สิ่งที่เขามึนงงที่สุดคือการที่คนน่ารักตรงหน้านี้อายุถึง 45ปี
ด้วยใบหน้าของเธอ จะบอกว่าเธออายุเพียง 20ต้น ๆ นิทานก็จะเชื่อโดยไม่สงสัยแม้แต่น้อย
จะอย่างไรสุสานของขุนนางพันธุ์ผสมก็จำกัดระดับพลังสูงสุดที่นักสลักเอก หากเป็นนักสลักโทพลังจะถูกลดระดับลงมาเหลือเพียงผู้เรียนรู้ ดังนั้นหากต้องการให้กลุ่มของนักสลักเอกสามารถต่อกรกับสัตว์อสูรมากมายในที่นั้นได้จึงจำเป็นต้องประกอบไปด้วยผู้ที่โดดเด่นอย่างแท้จริง
นักสลักเอกในวัย 45 ปี ถึงแม้จะถือว่าเร็ว แต่สิ่งที่น่าประทับใจจริงคือการที่เธอเป็นผู้เรียนรู้ 3คำมาก่อน นั่นหมายความว่าขีดจำกัดของเธอคืออริยะ และยิ่งคำแห่งพลังมากเท่าใดก็ยิ่งเรียนรู้ถ่องแท้ยากขึ้นเท่านั้น เหมือนต้องแยกสมาธิจดจ่อกับหลายสิ่งหลายอย่าง ดังนั้นนักสลักเอกและโทส่วนใหญ่จึงมาจากผู้เรียนรู้ 1-2 คำเท่านั้น
แม้แต่หัวหน้าเมย์ที่แข็งแกร่งก็ยังเป็นเพียงผู้เรียนรู้ 2 คำ เห็นได้ชัดเจนว่าผู้เรียนรู้ 3คำที่ขึ้นเป็นนักสลักได้นั้นมีค่าเพียงใด
เลโอคือผู้มีความสามารถมากพอจะขึ้นไปเป็นอริยะได้ และในอนาคตเธอจะเป็นเช่นอริยะเข็มโลหิต อริยะอันเป็นขุมกำลังหลักของตระกูล เช่นเดียวกันกับนิทานที่ขึ้นไปได้ถึงอริยะ เป็นเหตุผลหลักที่หญิงสาวจากหน่วยเชื้อไฟคนนั้นยังคงให้โอกาสนิทานมาเข้าร่วมเมื่อเขากลายเป็นอริยะได้จริง
“อย่างที่ทุกท่านทราบ สมบัติทั้งหมดหากถึงระดับอริยะ ผลของมันจะถูกกดทับอย่างหนักและอ่อนพลังลง หากจะใช้ให้คงประสิทธิภาพต้องห่อหุ้มมันไว้ด้วยพลังจิตวิญญาณไว้ตลอดเวลาซึ่งกินพลังงานสูงมาก ความสามารถในการฟื้นฟูและรักษาของเลโอจึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับภารกิจครั้งนี้ครับ”
จากที่นิทานสืบค้นข้อมูลมาจากไพลิน สุสานแห่งนี้กดพลังของสมบัติต่าง ๆ เช่นกัน หากต้องการใช้วัตถุสลักคำที่ถึงระดับอริยะให้มีประสิทธิภาพใกล้เคียงเดิมจำต้องห่อหุ้มไว้ด้วยพลังจิตวิญญาณ และเพราะเหตุนั้นทำให้การพกพาสมบัติมากมายมหาศาลจะกลายเป็นภาระเสียแทน
วัตถุเสริมอาคมระดับสูงยิ่งถูกกดทับหนักยิ่งกว่าเก่าจนแทบหมดสภาพ ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดก็คือการพกพาสมบัติคู่ใจเพียงไม่กี่ชิ้น เสริมด้วยวัตถุเสริมอาคมระดับต่ำจำนวนมากแทน
ยังมีกับดักที่พวกเขาต้องระวัง พลังของนิทานจึงเป็นสิ่งจำเป็นสูงสุดสำหรับการสำรวจครั้งนี้
เฉกเช่นเดียวกันกับที่ทำไมผู้ร้อยเรียงของตระกูลอิสึกะจึงไม่บุกเข้าไปตั้งแต่แรก นอกจากจะต้องห่วงเรื่องทำลายข้อมูลเองแล้ว กับดักอาจจะทำลายสิ่งที่พวกเขาต้องการเสียเองก็ได้ ขุนนางพันธุ์ผสมเป็นถึงผู้แสวงวิถี ทำไมเขาจะไม่ทราบว่าการค้นคว้าตลอดชีวิตของตนมีค่าเพียงใด
เลโอยิ้มรับ เธอเป็นผู้ที่ถูกเลือกโดยไลล่าโดยเฉพาะ ไลล่าก็อยู่ด้วยในตอนที่องค์หญิงไพลินและนิทานทำข้อตกลงกับอารากะ เธอจึงได้คัดสรรคนที่แข็งแกร่งและไว้ใจได้มาให้
“อีกท่านหนึ่งคืออิซึมิ คาดว่าคุณนิทานคงไม่เคยได้ยินนามของเขา หากเขาเป็นผู้หนึ่งที่กลุ่มการค้าอิสึกะตั้งความหวังไว้สูงเช่นกันครับ ความสามารถในวิชาหอกของอิซึมินั้นยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก ความสามารถในการต่อสู้จึงสูงกว่าคนในระดับเดียวกัน รับรองว่าไม่มีทางเป็นตัวถ่วงครับ” อารากะผายมือไปทางอิซึมิที่คำนับตอบ
“เขาเป็นผู้เรียนรู้ 3 คำมาก่อนเช่นกัน ดังนั้นความสามารถด้านศักยภาพไม่มีความจำเป็นต้องสงสัย หน้าที่แนวหน้าจะเป็นของเขาครับ” อารากะอธิบายอย่างภูมิใจ
นิทานคำนับตอบการก้มหัวรอบที่ร้อยของอิซึมิ ความเจ้าระเบียบของอิซึมิทำให้นิทานค่อนข้างเกรงใจ ยิ่งเขาเป็นผู้ที่จะเป็นอริยะด้วยแล้วนิทานจึงเกรงใจขึ้นไปอีก
คนทั้งสองที่อารากะแนะนำมาล้วนเป็นบุคคลอันยอดเยี่ยมในช่วงวัยของตน อนาคตของพวกเขาสว่างไสว นิทานอดนึกไม่ได้ว่าหากตนไม่ได้ทำพิธีสลักคำไปก่อนแล้ว อนาคตของตนอาจจะเป็นเช่นนี้เช่นกัน
เขาหัวเราะกับความคิดของตน ได้แต่คิดว่าชีวิตเช่นนั้นอาจจะน่าเบื่อเกินไปเสียหน่อย ชีวิตในปัจจุบันนี้ที่ไม่อาจคาดเดาอะไรได้ดูจะน่าตื่นเต้นกว่ามาก
“ส่วนนี่คือหน่ออ่อนที่ยอดเยี่ยมที่สุดของตระกูลอิสึกะเราในยุคสมัยนี้ครับ โฮโจ อิสึกะ ผู้เรียนรู้ 4 คำด้วยวัยเพียง 28ปี มิได้อ่อนด้อยกว่ายอดอัจฉริยะเผ่าอื่นใดหรือองค์ชายแห่งสงคราม” คราวนี้ในน้ำเสียงของอารากะฉายชัดถึงความภูมิใจอย่างไม่มีปิดบัง
โฮโจไม่ได้มีท่าทีถือดีอะไร เพียงคำนับทักทายอย่างสุภาพตามคำเรียกเท่านั้น หากสายตาของเขายังคงจับจ้องมาที่นิทาน เป็นสายตาที่มีทั้งความนับถือและความต้องการจะเทียบเปรียบ
“แม้จะเป็นเพียงผู้เรียนรู้ หากความสามารถของเขาไม่ด้อยไปกว่านักสลักเอกแน่นอนครับ คำแห่งพลังของเขาสามารถช่วยเหลือพวกคุณได้ในหลายสถานการณ์แน่นอน” อารากะยิ้ม
“โฮโจ อิสึกะ เราได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว หลังจากนี้คงได้เจอกันบ่อย ฝากตัวด้วยนะคะ” องค์หญิงไพลินที่นั่งเงียบมาตลอดกลับเป็นผู้เอ่ยทักทาย นิทานแค่มองด้วยหางตาก็เข้าใจเจตนาของเพื่อนเขาได้ทันที
กลุ่มการค้าอิสึกะเข้าร่วม รีบตีสนิทเสาหลักในอนาคตก่อนเลยนะ นิทานเผยรอยยิ้ม เป็นการกระทำที่สมเป็นไพลินเป็นอย่างมาก เธอต้องการสนิทสนมกับผู้ที่จะมีอำนาจในกลุ่มการค้าในอนาคต
หากท่าทีของโฮโจทำให้นิทานแปลกใจ ใบหน้าที่จริงจังของโฮโจยังเป็นเช่นเดิม หากเขาเพียงตอบองค์หญิงไพลินด้วยคำไม่กี่คำที่ดูไม่เสียมารยาท แล้วจึงรีบก้มหน้างุด ไม่สบตากับเธอแม้แต่น้อย
สัญญาณบางอย่างแจ้งเตือนในหัวของนิทาน เขารีบยืมใช้คำแห่งพลัง อาณาเขต ของคีตา ตรวจดูโฮโจจากทั่วทุกมุมอย่างชัดเจน
หน้าแดงขึ้นเล็กน้อย ชีพจรเร็วขึ้นนิดหน่อย ตาดำหลุกหลิกหลบ ใช่แน่ ๆ นิทานเผยยิ้มกว้าง แล้วจึงรีบหุบรอยยิ้ม
เขาหันไปมองไพลินแล้วยกนิ้วโป้งให้ แต่คราวนี้กลับเป็นไพลินเองที่ไม่เข้าใจ เขาจึงถอนหายใจน้อย ๆ ให้กำลังใจโฮโจในใจ
ยัยหัวทึบนี่… สู้ ๆ ล่ะโฮโจ!