ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 139 พรสวรรค์ของสุ่ยเชียนเยว่!

            “นี่คือน้องชายคนนั้นแน่เหรอ?”

            หวังเยี่ยนรู้สึกไม่แน่ใจนักเพราะความแข็งแกร่งของทั้งสองคนนั้นต่างกันมากเกินไป

            เย่เทียนที่เธอรู้จักใช้พลังโจมตี12 พลังช้างซึ่งพลังโจมตีเท่านี้ยังไม่จัดว่าเป็นราชา 1 ดาราด้วยซ้ำ แต่เย่เทียนที่อยู่ในอันดับราชาคนนี้คือราชา5 ดารา

            พลังการต่อสู้ที่เหนือกว่าระดับราชา

            แต่หลังจากที่เธอมองอย่างละเอียดเธอก็แน่ใจว่าเย่เทียนที่อยู่ในรายชื่ออันดับราชาคือเย่เทียนที่เธอเคยพบก่อนหน้านี้

            จากข้อมูลนี้ เย่เทียนในอันดับราชาที่เพิ่งมาถึงฐานทัพของจงไห่ดูอายุน้อยมากและเวลาที่อีกฝ่ายเข้าร่วมกับฐานจงไห่นั้นก็สอดคล้องกันพอดี

            เวลาสอดคล้องกัน ชื่อเดียวกันอายุเท่ากัน เข้าสู่ฐานทัพจงไห่ในเวลาเดียวกัน มันจะมีเรื่องบังเอิญขนาดนี้หรือไม่?

            ไม่มีทาง!!!

            เย่เทียนจะต้องซ่อนพลังไว้แน่

            “เราประเมินน้องชายคนนี้ต่ำไป!”

            หวังเยี่ยนพึมพำ

            จากการคาดการณ์ของเธอ เย่เทียนเป็นอัจฉริยะที่มีรากฐานที่สมบูรณ์แบบเขามีพลังที่จะทำลายขีดจำกัด มีพรสวรรค์ด้านพละกำลัง แต่ระดับการบ่มเพาะของเขาไม่สูงมากนัก

            การที่อีกฝ่ายเพิ่งทะลวงผ่านระดับราชาได้ไม่นานนั่นทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่เย่เทียนจะเติบโตได้ขนาดนี้ในเวลาอันสั้น

            นอกเสียจากว่า…

            “เป็นไปได้หรือไม่ว่าพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของน้องชายคนนั้นอย่างน้อยต้องเป็นระดับดาราถ้าเขาฝึกฝนในห้องฝึกฝนระดับสูง ภายในหนึ่งเดือนเขาก็จะก้าวหน้าขึ้นได้ไม่น้อย ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วบวกกับถ้าเขาไม่ได้มีเพียงแค่พรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับ แต่ยังมีพรสวรรค์ระดับลึกลับอื่นๆอีก นั่นก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะเป็นราชา 5 ดารา!” หวังเยี่ยนวิเคราะห์

            “น่าสนใจ น่าสนใจมากรอให้เขาเติบโตอีกสักระยะ แล้วค่อยหาโอกาสทำให้เขาติดหนี้เราอีกสักครั้ง ที่เหลือก็แล้วแต่โชคชะตาบางทีเขาอาจทำให้เราก้าวสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์ได้ในอนาคต” หวังเยี่ยนพึมพำกับตัวเอง

            หอคอยเทพสงคราม

            เย่เทียนไม่ได้ออกจากที่นี่ทันทีแต่เขากลับเรียกจิตอาร์ติแฟกต์ออกมาสอบถามข้อมูลแทน

            “ผมอยากใช้ศิลาเทพสงครามผมต้องใช้คะแนนเท่าไหร่”

            “1 คะแนนต่อวัน!”

            จิตอาร์ติแฟกต์แนะนำ

            “1 คะแนนต่อวัน?”เย่เทียนคำนวณดู ตอนนี้เขามี 31 คะแนน นั่นหมายความว่าเขาสามารถใช้มันได้31 วัน ซึ่งเท่ากับหนึ่งเดือน

            หนึ่งเดือนไม่สั้นนัก แต่เขาควรใช้มันเพื่อทำความเข้าใจอะไรดี?

            พรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับ? หรือพรสวรรค์ระดับลึกลับอื่นๆ?

            “ไม่คุ้ม!”

            เย่เทียนปฏิเสธความคิดนี้ทันที

            พรสวรรค์ประเภทนี้เป็นพรสวรรค์ที่เขามาสามารถหามาคัดลอกได้อยู่แล้ว หากเขาได้พบกับผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับเขาก็สามารถคัดลอกมันมาเป็นของตัวเองได้อย่างง่ายดาย

            การใช้คะแนนจากหอคอยเทพสงครามเพื่อทำความเข้าใจพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับด้วยศิลาจารึกเทพสงครามนั้นจะสูญเปล่า!

            ก่อนหน้านี้เขาได้ใช้เวลามากมายในโลกของสัตว์อสูรเพื่อทำความเข้าใจพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับซึ่งภายหลังเขารู้สึกเสียใจกับมันเล็กน้อย หากทำเช่นนั้นอีกมันจะเป็นเรื่องที่โง่มาก

            “ต้องสร้างทักษะดาบหรือไม่ก็ทำความเข้าใจเจตจำนงดาบ!”

            เย่เทียนตัดสินใจ

            การสร้างทักษะดาบระดับทองไม่ใช่เรื่องง่ายเวลาเพียงหนึ่งเดือนนั้นไม่เพียงพอ นอกจากนี้ทักษะดาบระดับทองก็น่าจะหาซื้อได้ที่ฐานจงไห่ถึงแม้มันจะมีราคาสูงก็ตาม

            “เราควรทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบก่อน!”

            เย่เทียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจ

            เจตจำนงแห่งดาบเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการฝึกฝนทักษะดาบแต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นเรื่องที่เสียเวลามาก เย่เทียนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทะลวงจุดชีพจรเขาไม่มีเวลามากพอที่จะทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบ

            “ผมต้องการใช้ศิลาเทพสงคราม!”

            เย่เทียนกล่าวกับจิตอาร์ติแฟกต์

            “ตามข้ามา!”

            จิตอาร์ติแฟกต์พาเย่เทียนไปยังห้องห้องหนึ่งภายในห้องมีแท่นค่ายกลตั้งอยู่

            “นี่คือ…”

            เย่เทียนสัมผัสได้ถึงพลังแห่งมิติจากแท่นค่ายกล

            “นี่คือค่ายกลเคลื่อนย้าย!”

            จิตอาร์ติแฟกต์แนะนำ

            “ค่ายกลเคลื่อนย้าย!”

            เย่เทียนตกใจมาก เขาไม่คิดเลยว่าหอคอยเทพสงครามจะมีอุปกรณ์เทเลพอร์ตด้วยเท่าที่เขารู้ ในฐานทัพจงไห่ไม่มีค่ายกลเคลื่อนย้ายเช่นนี้ ดังนั้นนี่มันน่าจะเป็นเอกลักษณ์ของหอคอยเทพสงคราม

            เย่เทียนยืนอยู่บนค่ายกลเคลื่อนย้ายจากนั้นจิตอาร์ติแฟกต์ก็เปิดใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้าย

            แสงสีขาวกะพริบอยู่ครู่หนึ่ง

            จากนั้นร่างของเย่เทียนก็หายไปและในวินาทีถัดมาเขาก็มาถึงแท่นค่ายกลอีกแท่นหนึ่ง

            มันเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ ที่ไม่มีที่ดินไม่มีดวงอาทิตย์ ไม่มีดวงจันทร์และดวงดาว มีเพียงแสงจางๆ ที่ส่องสว่างไปทั่วพื้นที่

            ตรงกลางของมิตินี้มีแผ่นหินขนาดใหญ่สูงประมาณ70 เมตร ซึ่งหน้าตาของมันไม่เหมือนกับศิลาจารึกแห่งการรู้แจ้งในโลกของสัตว์อสูรแต่ก็แผ่กลิ่นอายที่ไม่ธรรมดาออกมา

            แผ่นศิลาเทพสงครามแผ่คลื่นพลังพิเศษกระจายไปทั่วพื้นที่และรอบๆ มีแผ่นหินขนาดเล็กลอยอยู่ในอากาศ มีผู้ฝึกยุทธ์หลายคนนั่งอยู่บนแผ่นหินนั้นเล็กนั้น

            พวกเขากำลังใช้ศิลาเทพสงคราม!

            “คนพวกนี้เป็นอัจฉริยะในรายชื่อระดับราชา?ไม่ใช่สิ มันน่าจะมีผู้แข็งแกร่งในอันดับศักดิ์สิทธิ์และอันดับจักรพรรดิอยู่ด้วย”

            เย่เทียนเดา

            น่าเสียดายที่พรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาถูกจำกัดการใช้งานอย่างหนักที่นี่เขาไม่สามารถตรวจสอบพรสวรรค์ของคนเหล่านี้ได้ มิฉะนั้นเขาคงจะสามารถคัดลอกพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราได้อีก2 ครั้ง

            วูบ!

            เย่เทียนขยับตัวและบินไปยังแผ่นหินขนาดเล็กที่ไม่มีใครอยู่เขานั่งขัดสมาธิและเริ่มทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบ

            การมาถึงของเย่เทียนไม่ได้ดึงดูดความสนใจของคนอื่น

            ที่นี่มีคนเข้าออกทุกเมื่อการมีคนเข้ามาเพิ่มอีกคนก็ไม่ดึงดูดความสนใจของใคร ความสนใจทั้งหมดของพวกเขาอยู่ที่ศิลาเทพสงครามนั่นเพราะพวกเขาไม่อยากเสียเวลาการใช้ศิลาเทพสงครามไปแม้แต่วินาทีเดียว

            เย่เทียนเริ่มทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบอย่างจริงจัง

            แต่ทันทีที่เขาเริ่ม คิ้วของเย่เทียนก็ขมวดเข้าหากัน

            “ผลลัพธ์นี่แทบไม่ต่างจากตอนที่เราใช้แผ่นศิลาแห่งการรู้แจ้งเลยดูเหมือนว่าศิลาเทพสงครามจะด้อยกว่าเล็กน้อยเท่านั้น!” เย่เทียนคิดกับตัวเอง

            ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่สนใจอะไรมากนักและเริ่มทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบต่อไป

            หลังจากทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบมาทั้งวันเย่เทียนก็เลือกที่จะหยุดฝึกฝน ไม่ใช่ว่าเขาเปลี่ยนใจ แต่เป็นเพราะเขาวางแผนที่จะใช้โอกาสคัดลอกพรสวรรค์ที่มีอยู่ให้หมดก่อนมิฉะนั้นหากเสียเวลาไปหนึ่งเดือน เขาจะเสียโอกาสในการคัดลอกไปถึง 2 ครั้ง

            หน้าหอคอยเทพสงคราม

            เย่เทียนยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนอย่างเงียบๆ

            เขารอให้อัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราปรากฏตัวขึ้นเพื่อที่จะสามารถคัดลอกพรสวรรค์ของอีกฝ่ายได้

            เวลาล่วงเลยไป 3 วัน

            ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีอัจฉริยะมากมายออกมาจากหอคอยเทพสงครามแต่หลายคนมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นหรือระดับดาราเท่านั้น เย่เทียนยังไม่พบผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราเลยแม้แต่คนเดียวเห็นได้ชัดว่าระดับจันทรานั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นฐานจงไห่ก็หาได้ยากยิ่ง

            ทันใดนั้น

            หญิงสาวหน้าตาเย็นชาคนหนึ่งก็เดินออกมาจากหอคอย

            หลายคนอุทานออกมา “นั่นสุ่ยเชียนเยว่!”

            สุ่ยเชียนเยว่อยู่ในอันดับที่8 ของรายชื่ออันดับศักดิ์สิทธิ์

            เย่เทียนมองออกไป ทันใดนั้นสายตาของเขาก็ดึงดูดโดยสุ่ยเชียนเยว่ทันที

            แน่นอนว่าเขาไม่ได้ถูกดึงดูดโดยความงามของอีกฝ่ายแต่เป็นเพราะพรสวรรค์ของอีกฝ่ายที่ดึงดูดเขา

            [มนุษย์ : สุ่ยเชียนเยว่

            พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับจันทรา

            พรสวรรค์ด้านน้ำแข็ง : สูงสุด

            พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับสูง

            พรสวรรค์ด้านการป้องกัน :ลึกลับ ปลอม (40%)]

            “ช่างเป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์เสียจริง!”

            เย่เทียนประหลาดใจมาก

            พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราก็นับว่าสุดยอดแล้วแต่สุ่ยเชียนเยว่กลับมีพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับ และพรสวรรค์ด้านน้ำแข็งระดับสูงสุดพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับสูง

            ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงอยู่ในอันดับที่8 ของรายชื่ออันดับศักดิ์สิทธิ์

            “พรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับ40% การที่จะทำเช่นนี้ได้ เธอต้องสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบด้านการป้องกันแต่แน่นอนว่าคงไม่ใช้วิธีเดียวกับเรา เป็นไปได้ไหมว่าเธออาจจะใช้สมบัติพิเศษบางอย่างในการสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบ?”

            เย่เทียนคาดเดา

            โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เย่เทียนก็ลงมือทันที

            คัดลอก!

            คัดลอก!

            เย่เทียนได้คัดลอกพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราและพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับมา

            “เป็นคนดีจริงๆ!”

            เย่เทียนกล่าวกับสุ่ยเชียนเยว่

            สุ่ยเชียนเยว่ส่งพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมมาให้เขาถึงสองอย่างหากไม่เรียกอีกฝ่ายว่าคนดีแล้วจะให้เรียกว่าอะไร?

            สุ่ยเชียนเยว่ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าเธอได้มอบพรสวรรค์สุดพิเศษให้ใครไปเธอเดินออกไปท่ามกลางสายตาที่เคารพนับถือของทุกคน

            “กลับบ้านไปหลอมรวมพรสวรรค์ก่อนแล้วค่อยกลับมาทำความเข้าใจกับเจตจำนงดาบอีกครั้งแล้วกัน!”

            พูดจบเย่เทียนก็เดินทางกลับบ้านทันที