ตึกแถวสองชั้นที่ด้านในประดับตกแต่งให้อารมณ์เหมือนอยู่ที่ญี่ปุ่นจริง ๆ จนลบภาพจำของตึกเก่า ๆ สกปรกออกไปจนหมด ภายในจะมีเป็ชั้น2และ3 ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็ห้องส่วนตัวสำหรับพบปะสังสรรค์ การตกแต่งในแต่ละห้องก็จะมีความแตกต่างกันไป แต่ยังคงมีเอกลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็ญี่ปุ่น ลลินเข้าทำงานที่ได้ประมาณหนึ่งเดือน เธอเคยเข้าใจว่าคงเป็ร้านอาหารญี่ปุ่นเล็ก ๆ แต่ที่จริงแล้วร้านนี้เป็ร้านนัดพบของเหล่านักธุรกิจหรือกลุ่มไฮโซ ด้วยราคาอาหารที่แพงหูฉี่ และการบริการระดับห้าดาวทำให้ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้ามาใช้บริการที่ร้านนี้ได้
หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง ผมยาวสีดำขลับ เธอสวมแว่นตากันแดดเพื่อพรางตัว ปากหยักสีแดงเชอร์รี่ที่ชวนให้คนหลงไหลทำให้คนส่วนมากรู้ได้ทันทีว่าเธอคือใคร ธัญญรัตน์ วรวงศ์คุณากร ดาราสาวชื่อดัง ที่ภาพของเธอติดไปทั่วทั้งบิลบอร์ดในเมือง
“สวัสดีค่ะคุณน้ำตาล วันนี้มีประชุมกับท่านประธานใช่ไหมคะ” ผู้จัดการร้านรีบปรี่ตัวเข้ามาต้อนรับ
เธอเพียงกดแว่นลงเล็กน้อย ส่งสายตาไปแทนคำตอบ ก่อนจะเดินเชิ่ดหน้าขึ้นไปยังชั้นสามของร้าน
“สวัสดีค่ะ เชิญด้านนี้ได้เลยนะคะ” ลลินเป็พนักงานต้อนรับประจำชั้น3 เธอเดินนำทางไปยังห้องอาหารที่ถูกปิดไว้
ประตูบานพับถูกเปิดออก โต๊ะไม้ทรงแปดเหลี่ยมที่เด่นอยู่กลางห้อง ผนังด้านข้างเป็หินอ่อนสีขาวประดับด้วยรูปวาดูเาไฟฟูจิและดวงอาทิตย์สีชาดฝั่งตรงข้ามบานประตู
เพียงครู่หนึ่งตฤณเดินเข้ามาในร้าน พนักงานต่างต้อนรับเขาเป็พิเศษ เพราะคนที่มาเยือนคราวนี้เป็ถึงเ้าของร้านแห่งนี้ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินตรงขึ้นไปที่ชั้นสาม
“สวัสดีค่ะ เชิญด้านนี้เลยนะคะ” เสียงต้อนรับที่เหมือนถูกวางระบบไว้ดังขึ้น เธอเป็คนต้องพาเขาไปยังห้องอาหาร แม้จะรู้สึกใอย่างมากที่ได้เจอกันอีกครั้ง แต่หญิงสาวก็ยังคงทำงานบริการได้เป็อย่างดี
“ขอโทษทีนะครับคุณธัญญรัตน์ รอนานไหมครับ” ทันทีที่เขาเดินเข้ามาในห้องก็เอ่ยปากทักทายคนที่รออยู่ทันที
“ไม่นานค่ะพี่ตฤณ ตาลเองก็พึ่งมาถึงเมื่อกี้เองค่ะ” เธอพูดพลางส่งสายตาเปล่งประกายหวานซึ้ง
“ครับ ยังไงก็รบกวนเรียกผมว่าท่านประธานด้วยนะครับ ผมไม่อยากให้คนเข้าใจผิด” เขาพูดพลางเก๊กท่าขยับสูท ก่อนจะลงนั่งบนหัวโต๊ะ หางตามองไปทางลูกจ้างประจำร้านที่กำลังจะเดินออกไป
“ค่ะท่านประธาน” เธอฝืนยิ้มกัดฟันตอบไปแบบไม่พอใจ กำปั้นเล็กกำแน่นภายใต้โต๊ะใบใหญ่
“ผู้กำกับยังไม่มาอีกหรอครับ” เขากวาดสายตามองไปรอบห้องก็พบว่าคนที่นัดไว้ยังมาไม่ครบ
“อีกสักพักก็…” เธอไม่ทันได้พูดจบ ประตูห้องก็ถูกเปิดพร้อมกับชายหนุ่มท่าทางไฟแรง ผมสีน้ำตาลทองทอประกาย รับกับแก้วตาสีน้ำตาลอ่อน ปากสีชมพูระเรื่อ ช่วยส่งให้จมูกทรงหยดน้ำดูโดดเด่นขึ้นไปอีก
“ขอโทษจริง ๆ นะครับที่มาช้า”
“ไม่เป็ไรครับ มานั่งคุยดีกว่า” เขาผายมือไปยังเก้าอี้ข้าง ๆ ที่ว่างอยู่
“เรามาคุยกันเลยไหมครับ” ชายหนุ่มที่พึ่งมาใหม่รีบเปิดบทสนทนาจนััได้บรรยากาศอึดอัดภายในห้อง
“ผมว่าเราทานอาหารกันก่อนดีกว่าครับ” ตฤณรีบหยุดเหตุการณ์ให้สงบลง ก่อนที่อาหารตามฉบับไคเซกิจะเริ่มทยอยออกมาเสิร์ฟตามลำดับ
“ผมไม่ทราบนะครับว่าทำไม คุณตฤณถึงอยากได้คุณน้ำตาลเป็นางเอกหนังเื่นี้ แต่ผมไม่โอเคจริง ๆ ครับ บุคลิกของคุณน้ำตาลไม่เหมาะกับบทของผมเลย”
“ใจเย็น ๆ ครับคุณพชร ผมเข้าใจนะครับ แต่ว่าเื่นี้ผมเองก็ลงไปทุนไปเยอะ ถ้าคุณไม่โอเคผมก็คงต้องถอนการลงทุน” ตฤณวางช้อนลง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็จริงจังมากขึ้น เขาสบตาคนที่ต่อรองอย่างเหนือกว่า โดยไม่แม้แต่จะกระพริบตา
“ถ้างั้นก็ตามนั้นเลยครับ ถ้าเราตกลงกันไม่ได้ ผมก็ยินยอมให้คุณทำตามที่พูด เพราะผมเองก็ไม่โอเคครับ หนังของผมผมเลือกได้” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เตรียมจะเดินจากไป
“คุณคิดว่าถ้าผมถอนการลงทุนแล้วหนังของคุณจะไปต่อได้หรือครับ”
“ขอบคุณครับที่เป็ห่วง แต่ SW ENTERTAINMENT ติดต่อผมมาแล้ว ยังไงก็หวังว่าโอกาสหน้าจะได้ร่วมมือกันนะครับ” เขายิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะเดินออกจากห้องไป
“อ๊ะ ขอโทษค่ะ เป็อะไรมากไหมคะ” ลลินที่กำลังนำของหวานคอร์สสุดท้ายมาเสิร์ฟ ด้วยความที่ไม่ระวังว่าจะมีคนเดินออกมาจากห้องอาหารกลางคัน เธอเลยพลาดเดินชนเข้ากับพชร
“ไม่เป็อะไรครับ คุณโดนอะไรหรือเปล่า” หลังจากที่ปัดความไม่เรียบร้อยบนเสื้อผ้าของตัวเอง เขาก็เงยหน้าขึ้นมาถามคนที่กำลังลุกลน
“ฉันไม่เป็อะไรค่ะคุณลูกค้า เดี๋ยวฉันเอาชุดมาเปลี่ยนแล้วไปซักแห้งให้นะคะ”
“อ่า ๆ ไม่ต้องครับไม่เป็อะไรครับ ไม่ทันได้เปื้อนเลย เงยหน้าขึ้นเถอะครับ” เขารีบบอกให้คนตรงหน้าเงยตัวขึ้น หลังจากที่ก้มโค้งขอโทษตัวเองอยู่นานสองนาน
เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา ผมเผ้าที่ถูกเก็บเรียบร้อยในหมวกยิ่งเผยให้เห็นใบหน้าสวยอย่างชัดเจน พชรเผลอมองเธออยู่นานสองนาน เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในภวังค์
“ถ้าลูกค้าไม่เป็อะไรแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ” เธอเดินจากออกไปไม่รอให้เขาได้ตอบ รีบลงไปที่ครัวข้างล่างเพื่อนำของหวานจานใหม่ขึ้นมาเสิร์ฟ
“สวย สวยจริง ๆ” เขาเปล่งเสียงออกมาเบา ๆ ไล่หลัง ก่อนจะเดินตามเธอลงไปข้างล่าง และออกจากร้านไป
อีกด้านหนึ่งในห้องอาหาร ชายฉกรรจ์นั่งข่มอารมณ์โกรธของตัวเองให้สงบลง หญิงสาวอีกคนที่อยู่ด้วยก็มีอาการไม่ต่างกัน ครั้งแรกที่ธัญญรัตน์โดนดูถูกซึ่ง ๆ หน้าขนาดนี้
“พี่ตฤณคะ เขาพูดแบบนี้ไม่ได้นะคะ ไอบ้านั่นกล้าเอาSW ENTERTAINMENT ขึ้นมาข่มพี่แบบนี้” น้ำเสียงแปดหลอดยิ่งชวนให้เขาโมโหหนักขึ้นกว่าเดิม
“หุบปากไปซะ ไม่ใช่เพราะว่าเธอไร้ความสามารถขนาดนี้ ฉันจะโดนมันดูถูกไหม แล้วจำไว้ว่าอย่ามาเรียกชื่อฉันอีก” เขาตบโต๊ะดังปึ้ก แล้วเดินออกจากห้องโดยไม่แม้แต่จะชายตามองกลับมา
“กรี้ดดดดดดด กรี้ดด!!!” เสียงกรีดร้องผสานกับเสียงจานแตกดังก้องจนออกไปข้างนอก แต่ตฤณก็ไม่คิดจะหันกลับมาดู
“จัดการให้เรียบร้อยด้วย” เขาเพียงบอกกับพนักงานคนอื่น ก่อนจะเดินกระแทกเท้าลงไปตึงตัง
ลลินที่รีบเอาของหวานขึ้นมาเสิร์ฟใหม่ ด้วยความไม่ระวังตัวเธอเผลอชนกับตฤณที่กำลังเดินลงบันไดมาเข้าเต็ม ๆ ข้อเท้าของเธอพลิกผิดรูปจนล้มตกบันไดไป
“หนู!!” เขาแผดเสียงใเอื้อมมือไปคว้าเธอไว้ แต่ก็ไม่ทันการ ร่างของหญิงสาวกลิ้งไปตามขั้นบันไดทีละขั้น
ความเ็ปจากหัวที่กระแทกเข้ากับราวบันไดทำให้เธอหมดสติลงไปทันที โลหิตสีแดงฉานไหลอาบหน้าสีขาวสด ปากสีชมพูระเรื่อเปลี่ยนเป็ซีดเผือก
“หนูไม่เป็อะไรนะ! มองอะไรกันอยู่ล่ะ โทรเรียกรถพยาบาลสิ” เขาตวาดพวกไทยมุงที่มายืนดูเหตุการณ์ จนคนหนึ่งในนั้นรีบเรียกรถฉุกเฉิน มือหนาพยายามตบไปที่ใบหน้าของเธอเพื่อเรียกสติอยู่ตลอดเวลา
ตฤณกอดร่างที่หมดสติของลลินไว้แน่น เืสีแดงที่ไหลจากศีรษะจากการโดนกระแทกกับราวบันไดจะมาเปรอะสูทราคาแพงเขาก็ไม่สนใจ
เวลาผ่านไปเพียงประมาณสิบห้านาที รถพยาบาลก็มาจอดรอที่หน้าร้าน บุรุษพยาบาลพาเธอขึ้นรถไปอย่างระวัง ตฤณพยายามตามขึ้นรถไปด้วย แต่ก็ถูกห้ามเอาไว้
“คุณเป็อะไรกับผู้าเ็หรือครับ”
“ปะ..เป็แฟนครับ ผมเป็แฟนเขารีบไปสักทีเถอะครับ แฟนผมอาการแย่แล้ว” ถึงอีกฝั่งจะดูไม่อยากเชื่อ ชุดพนักงานประจำร้านกับชุดสูทที่ดูมีราคาจะเป็แฟนกันได้ยังไง แต่ชีวิตของคนก็สำคัญ เขาจึงต้องยอมให้ตฤณตามไปด้วย