บทที่ 135 (SS2)
หยุด!.. เสียงของไอซ์ดังลั่นไปทั่วห้องบอสดันเจี้ยนชั้นที่ 40 ไอซ์อยู่ในชุดเกราะสีขาวของเขา ข้างๆมีเกียรติไกรในชุดเต็มยศสีน้ำเงินด้วยเช่นกัน พวกเขาเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่จุดกึ่งกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย พวกสายลับที่เห็นอย่างนั้นก็แทบร้อนใจไม่น้อย พวกเขานั้นทราบดีว่าเพียงแค่ลูกศิษย์ของคนเดียวก็ตึงมือพอสมควรแล้ว ตอนนี้พวกเขากลับอยู่กับครบทั้งสามคนเลย“สามทหารเสือ.. ชิ! คิดจะฆ่าปิดปากพวกเราอย่างนั้นเหรอ อย่าได้ฝันไปเลย” ชายคนหนึ่งเดาะลิ้นอย่างไม่สบอารมณ์ งานนี้พวกเขาต้องหาทางเอาตัวรอดไปให้ได้ ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ส่ายหัวให้กับพวกเขาเล็กน้อย“ไม่หรอก พวกคุณควรจะใจเย็นกว่านี้นะ... ยังไงพวกคุณก็ต้องการรู้ข้อมูลของพวกเราสามคนอยู่แล้วนี่นา กลับไปโดยที่ไม่ได้อะไรมันก็แย่น่ะสิ ถ้าพวกคุณไม่ได้ข้อมูลอะไร พวกเขาก็คงจะต้องส่งใครมาอีกแน่.. เอาล่ะ อยากรู้เรื่องอะไรเป็นเรื่องแรกล่ะ” ไอซ์กล่าวกับพวกหนอนบ่อนไส้กว่า 30 คนนั้น“พี่ไอซ์!.. จะดีเหรอคะ กำจัดพวกมันไปเลยไม่ดีกว่าหรือไง..” มีมี่กล่าว เพราะเมื่อสักครู่เธอทั้งโดนดูถูกดูแคลนไปมาก แน่นอนว่าของมันกำลังขึ้น เพียงแค่เป่าพวกมันด้วยมหาเวทย์ไฟเพียงบทเดียว พวกมันก็หายกันไปทั้งหมดแล้วแท้ๆ“ไม่เอาน่า อย่าลืมว่าเราเป็นบริษัทที่มีความเป็นกลางนะ ถ้าไปทำอะไรอย่างนั้น ธุรกิจของเราก็อยู่ยากน่ะสิ จริงไหมเกียรติไกร..” ไอซ์กล่าว และหันไปทางเกียรติไกรเพื่อให้เขากล่าวอะไรสักหน่อย“ครับคุณไอซ์.. น้องมี่ พี่เข้าใจว่าน้องโกรธ และอยากจะฆ่าพวกมันขนาดไหน แต่มันไม่เป็นผลดีกับบริษัทของเราในอนาคต และไม่ต้องห่วง.. พี่จะให้เธอสู้กับบอสชั้นที่ 50 เป็นการระบายอารมณ์ ดีไหม” เกียรติไกรกล่าว มีมี่ที่ได้ยินอย่างนั้นถึงกับยิ้มออกมาอย่างชวนสยองๆ“เอาล่ะ พวกคุณสายลับจากกิลด์ต่างๆ เราจะมาเริ่มจากการแสดงพลังของพวกเราสามคนก่อนเป็นไง.. แน่นอนว่าผมไม่ทำร้ายลูกค้าหรอกนะ ส่วนคนที่ไม่เกี่ยวข้องก็กลับบริษัทไปทำงานช่วงบ่ายซะ แล้วรายงานมาด้วยว่าตำแหน่งไหนบ้างที่แผนกพวกคุณขาดจากพวกคุณสายลับพวกนี้”ไอซ์กล่าวเสริม ก่อนที่เหล่าพนักงานบริษัทจะเริ่มเดินออกไปทางวาร์ปประจำชั้นดันเจี้ยนทีละคนสองคน จนเหลือเพียงแค่สายลับตัวจริงจากกิลด์ต่างๆเท่านั้นในตอนนี้ 35 คน นับว่าเป็นจำนวนกว่าหนึ่งในสี่ของพนักงานบริษัททั้งหมด“เกียรติไกร อย่าลืมประกาศหาคนเพิ่มด้วยล่ะ.. เอาล่ะ เชิญทางนี้กันเลยครับ คุณลูกค้าทั้งหลาย” ไอซ์หันไปกล่าวกับเกียรติไกรเล็กน้อย ก่อนจะเรียนเชิญเหล่าลูกค้าของเขาไปทางวาร์ปเพื่อที่จะไปห้องบอสชั้น 50 ตามที่กล่าวเอาไว้เมื่อสักครู่“เดี๋ยว! แล้วพวกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณจะไม่ทำอะไรพวกเรา..” ชายคนหนึ่งกล่าว“อย่างที่บอก ผมไม่มีความจำเป็นต้องทำร้ายลูกค้าในอนาคตหรอกนะ.. อีกอย่าง ถ้าคิดจะทำร้ายพวกคุณล่ะก็.. ตอนนี้พวกคุณก็คงตายไปแล้วล่ะ” ไอซ์กล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม และรอยยิ้มนั้นก็ไม่ได้โกหกพวกเขาเลยสักนิด มันเป็นจริงอย่างที่เขากล่าว และไม่มีอะไรให้ต้องเถียงอีกต่อไป ...เวลาผ่านไปราวๆ 15 นาที หน้าสถานีดันเจี้ยน...“แกคิดว่าพวกประธานกับรองประธานจะเป็นอะไรไหม..”เหล่าลูกน้องในบริษัทเองก็ค่อนข้างกังวลใจไม่น้อย ถึงจะรู้ว่าพวกเขาทั้งสามคนนั้นมีความสามารถ แต่ทว่าอีกฝ่ายก็เป็นฮันเตอร์ที่ได้รับการยอมรับให้เป็นสายลับของกิลด์อื่นๆ และด้วยจำนวนที่ไม่น้อย พวกเขาจะต่อสู้ไหวหรือไม่ นั่นคือคำถามในหัวของพนักงานทุกคน แน่นอนว่าด้วยความกังวลนี้มันทำให้เหล่าพนักงานของดันเจี้ยนสเลเยอร์ ยังคงยืนรอดูผลลัพธ์อนาคตของพวกเขาด้วยตัวเอง“ฉันคิดว่าพวกท่านไม่เป็นไรหรอก ฉันเชื่อว่าฉันมองคนไม่ผิด..” หญิงคนหนึ่งกล่าว เธอคนนี้มีชื่อว่า ‘รันกะ’ ลูกครึ่งญี่ปุ่นกล่าวออกมาอย่างเชื่อมั่น ดีกรีของเธอที่เป็นถึง 1ใน20 ฮันเตอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ขนาดเธอเป็นถึงระดับนั้น กิลด์ต่างๆก็ต่างอ้าแขนรอรับ แต่เธอก็ยังเลือกมาทำงานกับไอซ์“ใช่แล้วล่ะ ผู้จัดการทั่วไป ‘รันกะ’ พูดถูกแล้ว.. ผมคิดว่าพวกเราน่าจะสงสารพวกสายลับนั่นมากกว่านะ ถ้าเขาจะลงมือล่ะก็..ฮืออ” ชายอีกคนกล่าวมา ชายคนนี้มีชื่อว่า ‘โฟล์ค’ เขาดำรงตำแหน่ง ‘ผู้จัดการประสานงานกิลด์’ แน่นอนว่าเขาก็เป็นหัวหน้ากลุ่มของแป้ง พี่สาวของปังปอนที่เป็น ‘รองผู้จัดการผู้ประสานงานกิลด์’ เช่นกัน หน้าที่ของพวกเขาคือเป็นตัวกลางระหว่างกิลด์กับบริษัท ประสานงานให้เกิดความสะดวก นอกจากนี้ยังมีประสานงานระหว่างกลุ่มฮันเตอร์ของบริษัทกับฝ่ายต่างๆอีกด้วย และพวกเขานั้นรู้ดีว่า ‘สามทหารเสือ’ ฉายานั้นพวกเขาไม่ตั้งให้พวกเขาทั้งสามเล่นๆหรอก ฝีมือมันคนละระดับกันถ้าจะเอาพวกเขามาเทียบกับทั้งสาม“ใช่ๆๆ น้องเขยฉันเก่งนะจะบอกให้ ฮ่าๆๆ” แป้งกล่าวพร้อมกับหัวเราะอย่างภาคถูมิใจ ในขณะที่พวกเขากำลังคุยเล่นๆกันอยู่นั้น เหล่าสายลับก็เดินคอตกออกมากันเป็นแถว ไอซ์ที่เดินตามมาใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้ม แน่นอนว่าภารกิจที่ไอซ์ตั้งใจจะทำนั้นสำเร็จไปได้ด้วยดี“ยังไงก็ฝากโฆษณาให้กับหัวหน้ากิลด์ต่างๆด้วยนะ... แน่นอนว่าเราเป็นกลางพอสมควร ไม่ว่าใครจ้างเรา เราก็จะทำอย่างเต็มที่เช่นกัน..” ไอซ์กล่าวเสียงดัง เหล่าสายลับที่ได้ยินก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้กับไอซ์ และนึกสยองเมื่อมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแป้นนั้น เพราะมันซ่อนความโหดร้ายเอาไว้ในนั้น ในหัวสมองของพวกเขาแต่ละคนกำลังประมวลผลกับเรื่องที่เกิดขึ้น บอสชั้นที่ 50 มิโนทอร์ ที่ใครหลายๆคนต่างหวาดกลัวความแข็งแกร่งของมัน แต่รองประธานผู้หญิงคนนั้นกลับจัดการได้เพียงไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ และที่โหดร้ายกว่านั้นคือคุณเธอเล่นฆ่าแบบค่อยๆฆ่า ทรมานเหยื่อด้วยการเผาทีละส่วนสองส่วนจนมันตายในที่สุด นับว่าเป็นการฆ่าที่เล่นสนุกกับเหยื่อเท่านั้นเอง ส่วนตัวของประธานบริษัทที่มีชื่อเสียงตามข่าวลือว่าเขาเป็นตัวแทนของคุณเทียนหลงนั้น จัดการกับบอสชั้นที่ 60 เยติน้ำแข็งยักษ์ให้พวกเขาได้รับชม เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่ประธานไอซ์ชักดาบออกมาจากฝักดาบ บอสมันก็ถูกแยก หั่นออกมาเป็นลูกเต๋าหลายชิ้นส่วนตกกระจายเต็มพื้น มันเป็นการฆ่าที่บอสมันยังไม่ทันตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ ทั้งหมดนี้มันจึงทำให้พวกเขาจิตตกกันมากๆ ‘สัตว์ประหลาด! พวกมันไม่ใช่คน..’ นั่นคือความคิดของพวกสายลับทั้งหมด ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันกลับไปรายงานต่อกิลด์ต้นสังกัดว่าไม่ควรไปยุ่ง หรือแทรกแซงกับบริษัทนี้เด็ดขาด ส่วนหนึ่งก็เพราะความสามารถของตัวประธานบริษัทเอง อีกส่วนหนึ่งที่มันเป็นส่วนใหญ่ๆเลยก็เพราะรองประธานหญิงคนนั้นข่มขู่เอาไว้ ‘ถ้ากิลด์ไหนยังกล้าส่งสายลับมาอีกล่ะก็...หึหึ ครั้งหน้าก็ขอเล่นสนุกตามใจชอบหน่อยก็แล้วกัน’ นั่นเป็นคำพูดของมีมี่ที่กล่าวกับพวกสาย แน่นอนว่าพวกเขาแต่ละคนคิดว่าพวกเขานั้นโชคดีแล้วที่ท่านประธานไอซ์เข้ามาห้ามการต่อสู้เอาไว้ ไม่อย่างนั้นสภาพของพวกเขาในตอนนี้ คงไม่ต่างอะไรกับเจ้าวัวย่างตัวนั้น “พวกเราขอตัวก่อน...” พวกเขาต่างก็ก้มหัวเคารพให้กับไอซ์อย่างใจจริง และแยกย้ายกันไป“เห้ๆๆ อย่าลืมโฆษณาบริษัทของฉันด้วยล่ะ.... อ่าวพวกนายยังไม่กลับไปทำงานกันอีกเหรอเนี่ย” ไอซ์กล่าวเสียงดังอย่างไม่อายเรื่องของการโฆษณา เขาโบกมือลาพวกเขาอย่างเป็นมิตร ก่อนจะหันไปเจอกับเหล่าพนักงานบริษัทที่ยังอยู่บริเวณลาดจอดรถอยู่ จึงกล่าวถามเล็กน้อย“..เออ พวกเรากำลังจะกลับเดี๋ยวนี้แหละครับ..” เหล่าพนักงานที่ได้ยินก็ต่างร้อนตัว และรีบขึ้นรถในทันที แต่เสียงของหญิงสาวที่มีอำนาจพอๆกับท่านประธานก็ดังลั่นออกมา“เดี๋ยวก่อน!...”