“พ่อจะบอกให้รู้ไว้ วันนี้ใครหน้าไหนบังอาจแตะต้องฉู่เหินของข้าข้าหลงจ้านจะเชือดคอไอ้ลูกหมานั่นเสีย...”
สุรเสียงราวฟ้าคะนอง ทั้งภาคภูมิและแข็งกล้า บารมีของหลงจ้านข่มทับทั่วทั้งจวน
เห็นกองทหารจวนแม่ทัพที่แห่แหนมาทางนี้แล้ว ทุกคนในงานล้วนหน้าถอดสีไปตามๆกัน
มาตรแม้นเป็เย่ฉิงเ้าตระกูลเย่ เหลียงฮุยเ้าตระกูลเหลียง หรือชิงสือเ้าสำนักเส้าจงเองก็ตามทียังไม่วายต้องตะลึง เห็นทีหลงจ้านผู้นี้จะเตรียมการมาแล้ว
คณะของลี่กู้แห่งสำนักยุทธวายุจักรพรรดิไม่ได้ ‘ยุ่งย่าม’ แต่อย่างใดเพียงนั่งมองบนอัฒจันทร์ตามประสาแขกอย่างสงบ
สำหรับพวกเขาแล้ว ก็เหมือนกับว่าไม่เห็นเหตุการณ์เช่นนี้ และไม่นับเป็ธุระอะไรของสำนักยุทธวายุจักรพรรดิหนึ่งในห้าสำนักอันยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรดาวศักดิ์สิทธิ์ด้วยซ้ำไป
หมวกเกราะเยือกเย็น หอกกล้าคมเฉียบ!
บรรดาองครักษ์จวนแม่ทัพปกป้องฉู่เหินไว้ตรงกลาง
บรรยากาศทั้งงานเงียบขรึมเหลือใดปานในชั่ววินาที รังสีสังหารเยือกแข็งคล้ายจะแช่แข็งอากาศให้แน่นิ่งฝูงชนโดยรอบถอยกรูด เกิดมีเื่กันขึ้นมาจริงๆสถานการณ์มีหวังโกลาหลจนไม่รู้จะโกลาหลเพียงไร
ครั้นมองดูหลิ่วเสวียนเ้าตระกูลหลิ่วอีกครั้ง จะเห็นว่าเขามีหน้าตาหม่นมัวคล้ำเขียวเสียยิ่งกว่าอะไรดี
หากดูจากกำลังคนของทั้งสองฝ่ายแล้ว หากลงไม้ลงมือกันขึ้นมาตระกูลหลิ่วต้องเป็ฝ่ายเสียเปรียบแน่
แต่หากปล่อยให้จบไปทั้งอย่างนี้ เขากล้ำกลืนฝืนทนไม่ได้จริงๆ
เมื่อทั้งสองฝ่ายกำลังกำฝักดาบเตรียมเผชิญหน้ากันนั้นเองเย่ฉิงเ้าตระกูลเย่ก็ออกหน้าะโเสียงเฉียบขาด “หลงจ้านเ้าอย่าได้ลืมว่าที่นี่คือจวนเย่ของข้า ข้าไม่ยอมให้เ้าทำการป่าเถื่อนที่นี่หรอก!”
เพียงคำนั้นถูกเอื้อนเอ่ยออกไป ผู้คนในเหตุการณ์ก็ระลึกได้ว่าวันนี้คือวันอะไร
งานฉลองวันเกิดเย่โยวคุณหนูใหญ่ตระกูลเย่ การทดสอบรับศิษย์สำนักยุทธวายุจักรพรรดิ...
เหตุใหญ่สองครั้งสองคราทำให้ทุกคนหลงลืมเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไปเสียสนิท ‘รัศมี’ ที่ฉู่เหินปลดปล่อยออกมาก่อนหน้านี้กลบทับทุกคนในที่นี้จนมิดไม่เว้นแม้แต่คุณหนูใหญ่เย่ผู้เป็ดาวล้อมเดือนไปเมื่อไม่นาน
“ฮึ!”
หลงจ้านแค่นหัวเราะ หว่างคิ้วเผยความเย้ยหยัน “เย่ฉิง เสียแรงที่จวนแม่ทัพของข้ากับตระกูลเย่ของเ้ามีสัมพันธ์อันดีต่อกันมาสิบกว่าปีเ้าเป็ถึงเ้าตระกูลเย่ แต่เมื่อครู่ที่ฉู่เหินเกือบตายด้วยน้ำมือหลิ่วเสวียนทำไมไม่ขัดขวางไว้เสียเล่า?”
เย่ฉิงกำหมัด ขมวดคิ้วมุ่น
หลงจ้านว่าต่อ “ตระกูลเย่ของเ้ามีคนตั้งมากมาย แต่ไม่มีใครหน้าไหนออกหน้าพูดแทนฉู่เหินเลยสักคนข้าหลงจ้านตาบอดมองคนอย่างเ้าผิดไปเอง”
“เ้า...”
“ฮึ ไม่ต้องพูดให้มากความ นับแต่วันนี้ไป จวนแม่ทัพข้ากับจวนเย่ของเ้าเป็ศัตรูกัน”
สิ้นคำ หลงจ้านคว้าหอกยาวจากมือองครักษ์ข้างหลังคลื่นพลังรุนแรงถาโถมจากฝ่ามือเขา
ปึก!
หอกยาวหักเป็สองท่อนตามเสียงนั้น
ผู้ชมทั้งหลายหน้าเปลี่ยนสีกันหมดฉู่เหินผู้ยืนอยู่ข้างหลังหลงจ้านกำหมัดแน่นดวงตาเต็มไปด้วยแววเคารพยำเกรงและซาบซึ้งใจ หลงจ้านผู้เข้มงวดกับเขามาั้แ่เล็กจนโตบัดนี้ยอมผูกแค้นกับตระกูลหลิ่ว และแตกหักกับตระกูลเย่เพื่อเขา
พันธะผูกพันดั่งพ่อลูกนี้ดลให้หัวใจของฉู่เหินรู้สึกถึงกระแสธารแห่งความอบอุ่น
‘ปม’ ในใจของฉู่เหินเมื่อสามเดือนก่อนคลี่คลายลงในวินาทีนี้เอง
หลิ่วเสวียนมาก่อน ตามมาด้วยเย่ฉิง
เ้าตระกูลทั้งสองตระกูลถูกหลงจ้านหยามอย่างไม่เกรงใจ
แต่ในสายตาคนนอกนั้นเล่า หลงจ้านผู้เหิมหาญกร้าวแกร่งทั่วร่างอวลกลิ่นอายทระนงเที่ยงตรงน่าสวามิภักดิ์ด้วยเช่นนี้ฝูงชนยิ่งเชื่อขึ้นไปอีกว่าฉู่เหินผู้ได้รับการอบรมบ่มเพาะโดยตรงจากหลงจ้านจะทำเื่ที่เลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเช่นนั้นได้จริงหรือ?
คำตอบมองออกง่ายมาก!
เย่ฉิงตัวสั่นเทิ้ม ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจ้องอีกฝ่ายราวกับจะกินเืกินเนื้อ“หลงจ้าน เ้าอย่าเสียใจภายหลังก็แล้วกัน!”
“ฮึ ข้าหลงจ้านทำการใดไม่เคยเสียใจย้อนหลัง...” สิ้นวาจา ดวงตาหลงจ้านเรืองรองเยียบเย็นตวาดเสียงเฉียบ “ลูกผู้ชายจวนแม่ทัพรับบัญชา!”
“ขอรับ!” องครักษ์จวนแม่ทัพตอบรับโดยพร้อมเพรียง
“กลับจวน!”
“ขอรับ!”
เสียงเงียบลง หลงจ้านพาฉู่เหินและองครักษ์ทุกคนของจวนแม่ทัพหันหลังเดินจากไปทันที
ต่างคนต่างไม่เหลียวกลับมามอง จังหวะก้าวเดินพร้อมเพรียงออกจากประตูใหญ่ตระกูลเย่ไปท่ามกลางสายตาสลับซับซ้อนมากมาย
เย่ฉิงและหลิ่วเสวียนสองหน่ออกแทบแตก
สำหรับตระกูลเย่แล้ววันนี้คือวันดีที่ควรเจิดจรัสเปล่งราศีไม่นึกเลยว่าจะเกิดเื่เช่นนี้จนเสียหน้ายับเยิน
ตระกูลหลิ่วยิ่งแล้วใหญ่
อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งสำนักเส้าจงอย่างหลิ่วเสวียนถูกฉู่เหินทำร้ายจนสิ้นท่าคงเข้าสำนักยุทธวายุจักรพรรดิไม่ได้แน่นอน ไม่อาจฟื้นฟูเส้นปราณกลับคืนได้อีกจะฝึกวรยุทธได้อีกหรือไม่ยังเป็ปริศนาเลย
“ไอ้เด็กเหลือขอ ข้าไม่มีวันปล่อยแกไปเด็ดขาด” หลิ่วเสวียนกัดฟันกรอดคำรามเสียงเคร่งด้วยโทสะ
เย่โยวอีกด้านหนึ่งขมวดคิ้วคู่งาม มองแผ่นหลังของฉู่เหินที่หายลับไปจากหน้าประตูใหญ่ดวงตามีแววซับซ้อนหลายส่วน
...
จวนแม่ทัพ!
“ลูกเหิน าเ็ตรงไหนบ้างลูก? ข้าจะให้หมอเวินมารักษาเ้า”หลงจ้านอ้าปากซักถาม หว่างคิ้วระบายความห่วงใยอ่อนๆ
ฉู่เหินส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม “ลุงจ้าน ข้าสบายดีแค่าเ็เล็กน้อยเท่านั้น พักผ่อนอีกสักสองสามวันก็หายขอรับ”
เห็นฉู่เหินหน้าตาดูสดชื่นอิ่มเอิบแล้วหลงจ้านก็บังเกิดความพิศวงหลายอย่างเปี่ยมล้น
สามเดือนก่อนหลงจ้านได้ข่าวเื่ฉู่เหินถูกหลิ่วเซียวทำลายเส้นลมปราณแล้วจึงรีบตะบึงออกจากบ้านทว่าพอรุดหน้าไปจนถึงที่เกิดเหตุ ฉู่เหินก็หายไปไร้ร่องรอยผืนหิมะหลงเหลือเพียงรอยลากเปื้อนเืเท่านั้น
หลงจ้านผู้โกรธจัดรีบบุกไปหน้าบ้านหลิ่วถึงที่
สองฝ่ายเจรจาไม่ลงตัวจนเกือบจะลงไม้ลงมือกัน
หากมิใช่เพราะหลงจ้านเป็ห่วงความปลอดภัยของฉู่เหินแล้วไซร้วันนั้นเขาคงได้อาละวาดจนบ้านหลิ่วแตกอย่างแน่นอน
สามเดือนที่ผ่านมา หลงจ้านตามหาร่องรอยของฉู่เหินโดยไม่คิดยอมแพ้ยามที่เขาจวนเจียนจะสิ้นหวัง ก็ได้ข่าวมาว่าฉู่เหินปรากฏกายที่จวนเย่
หลงจ้านจึงรีบตะบึงไปยังที่นั่นอย่างเร็วรี่
แล้วก็เพราะหลงจ้านรุดหน้าไปทันเวลาฉู่เหินถึงได้รอดจากภัยร้ายอย่างหวุดหวิด
แน่นอนว่าความจริงแล้วหากหลงจ้านไปไม่ทัน ฉู่เหินก็คิดทางหนีทีไล่ไว้แล้วก่อนหน้าจะเข้าบ้านเย่ไป ฉู่เหินได้จัดเตรียมม้าเร็วรอท่าไว้ด้านนอกตัวหนึ่งแล้วเกิดเผชิญสถานการณ์ไม่คาดคิดขึ้นมา ฉู่เหินก็ยังพอมีทางหนี
แต่ทว่า พอหลงจ้านปรากฏตัวเื่ราวก็ง่ายดายและตรงไปตรงมาขึ้นกว่าเดิมนัก
ความอัดอั้นตันใจที่สั่งสมมาสามเดือนได้ระบายออกมาแล้วแต่ก็เพราะเหตุนี้เองถึงได้เกิดความขัดแย้งกับทั้งตระกูลเย่และตระกูลหลิ่ว
“ลุงจ้าน เื่วันนี้ข้า...”
“เ้าไม่ต้องพูดให้มากความ” หลงจ้านปัดป่ายมือแล้วว่าต่ออย่างเคร่งขรึม“แม้หลังจากที่ปู่เ้าจากไปแล้วจวนแม่ทัพจะไม่เคยกลับไปรุ่งโรจน์เหมือนแต่ก่อนอีกเลย แต่ไม่ว่าอย่างไร จวนแม่ทัพก็เคยเป็กองทหารของราชสำนักมาก่อนอย่างไรตระกูลเย่กับตระกูลหลิ่วก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามลงมือกับเราแน่”
ฉู่เหินพยักหน้า “เช่นนี้ข้าก็วางใจแล้ว”
แม้หลงจ้านจะสงสัยในเหตุการณ์ที่ฉู่เหินประสบมาสามเดือนเพียงใดก็ไม่คิดจะซักไซ้เขาในทันที“ลูกเหิน เ้ากลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อนเถิด! ค่ำๆหน่อยข้าจะไปหาเ้าอีกครั้ง”
“ขอรับ ลุงจ้าน!”
ฉู่เหินรับคำแล้วอำลากลับไปยังเรือนที่ตนอยู่
...
ห้องอันคุ้นตา ฉู่เหินเอนกายลงบนเตียง รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
เื่ราวที่เกิดขึ้นกับเขาตลอดเวลาที่ผ่านมาปรากฏขึ้นมาในห้วงคิดไม่หยุด
โดยเฉพาะเื่ราวในวันนี้ที่น่าทอดถอนใจเหลือเกิน
ฉู่เหินกับหลงจ้านไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเื
ประมุขเก่าของจวนแม่ทัพนามว่าหลงป๋อ เป็แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของอาณาจักรดาวศักดิ์สิทธิ์แม่ทัพหลงป๋อรบทัพจับศึกมามากมาย ปราบขุนโจรและจ้าวผู้ตั้งตนเป็ใหญ่สร้างวีรกรรมแก่อาณาจักรดาวศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วน
สิบหกปีก่อน หลังแม่ทัพหลงป๋อทำากับศัตรูภายนอกเสร็จสิ้น เขาก็ได้พบเข้ากับทารกชายโดยไม่ได้ตั้งใจ
ทารกนั้นเพิ่งเกิดได้ไม่นานบางทีอาจเป็เด็กแรกเกิดที่ถูกทิ้งไว้ใน่าที่ชุลมุน
เก็บเด็กทารกจากสมรภูมิได้สำหรับแม่ทัพหลงป๋อผู้กรำศึกมานับสมรภูมิไม่ถ้วนแล้วนี่คือชะตาที่์ลิขิตมาเป็แน่แท้
แม่ทัพชรานำเขากลับมาบ้าน เลี้ยงดูเขาเฉกเช่นหลานชายเห็นเป็สมาชิกในครอบครัวคนหนึ่ง
ทารกคนนั้นก็คือฉู่เหิน
แต่ทว่า แม่ทัพหลงป๋อต้องอารักขาปราการสำคัญที่ชายแดนเป็ประจำนานทีปีหนถึงจะกลับมาบ้าน หน้าที่ดูแลฉู่เหินจึงตกเป็ของลูกชายคนเดียวของแม่ทัพชราหลงจ้านนั่นเอง
บิดาผู้ชราปกปักรักษาอาณาจักรอยู่ภายนอกหลงจ้านคอยอยู่ดูแลจัดการกิจการใหญ่น้อยภายในบ้าน
ด้วยกำเนิดมาในครอบครัวทหาร หลงจ้านจึงค่อนข้างดูแลฉู่เหินอย่างเข้มงวดไม่เบากวดขันเสียยิ่งกว่าลูกสาวลูกชายของเขาเสียด้วยซ้ำ
แต่เล็กจนโต ฉู่เหินเคยถูกตีและเคยถูกด่าทอมาก่อนทั้งนั้น
แต่ก็เพราะพันธะที่มีต่อจวนแม่ทัพ ฉู่เหินจึงไม่เคยถอดใจยอมแพ้ดังภาษิตที่ว่า พระคุณที่เลี้ยงดู ไม่อาจเนรคุณ!
ภายหลัง ด้วยแม่ทัพชราหลงป๋อสู้รบมานานปี ร่างกายอ่อนล้าเหลือทนผนวกกับโรคเก่ากำเริบ แม่ทัพเฒ่าหลงป๋อจึงสิ้นลมจากไปเมื่อสามปีก่อน
เพียงแม่ทัพชราจากจรลูกชายคนเดียวอย่างหลงจ้านจึงต้องแบกรับกิจการใหญ่น้อยทั้งปวงของจวนแม่ทัพไป
สิ่งที่ทำให้หลงจ้านพอใจที่สุดในสองสามปีนี้คือลูกชายและลูกสาวของเขาเมื่อปีก่อนทั้งสองต่างเข้าสำนักเรียนขั้นสูงในนครหลวงได้สำเร็จทั้งยังเป็ห้าสำนักที่ยิ่งใหญ่แห่งนครหลวงเหมือนเช่นสำนักยุทธวายุจักรพรรดิอีกด้วย
นอกจากนี้แล้ว ก็คือฉู่เหินนั่นเอง
ลูกชายที่ไม่ได้เกิดจากสายเืคนนี้เองก็เปี่ยมพร์ผิดธรรมดาเช่นกัน
หลงจ้านไม่เคยเอ่ยปาก แต่ใจนั้นพอใจในฉู่เหินยิ่งนัก
มีหลงจ้านคอยกำกับดูแล จวนแม่ทัพจึงค่อยๆ กลับคืนสู่สภาวะมั่นคงปกติแต่เพราะสูญเสียร่มโพธิ์ร่มไทรอย่างแม่ทัพชราหลงป๋อไป กลุ่มตระกูลมีอำนาจมากมายจึงไม่เห็นจวนแม่ทัพอยู่ในสายตา
ดูจากกรณีที่ฉู่เหินถูกลอบทำร้ายก็ได้ หากแม่ทัพชราหลงป๋อยังอยู่แล้วไซร้ให้หลิ่วเซียวใจกล้าอีกสิบเท่าก็ไม่มีทางกล้าทำเื่พรรค์นี้ได้
...
แต่ก็เพราะเื่นี้เองที่ทำให้ฉู่เหินได้รู้จักหลงจ้านในอีกด้านหนึ่ง
ภายใต้การตีว่าด่าทออย่างเข้มงวดที่ผ่านมาซ่อนเร้นความอาทรห่วงใยอย่างล้ำลึกไว้ภายในความรักนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าความรักเฉกเช่นที่พ่อมีต่อลูกเลย
“ลุงจ้าน ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
ฉู่เหินพลิกกาย หลับตาลง พึมพำผะแ่“ข้าจะทำให้จวนแม่ทัพกลับไปรุ่งโรจน์เหมือนเช่นยามที่ท่านปู่ยังอยู่...แล้วก็พี่ใหญ่ พี่หญิง ข้าจะต้องเดินตามรอยเท้าพวกท่านให้ได้โดยเร็วแน่นอน”
ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามากมายเข้าครอบงำเหมือนคลื่นน้ำ
เมื่อจิตใจของฉู่เหินก้าวเข้าห้วงนิทรานั้นเองสมองของเขากลับปรากฏภาพโลกที่ฟ้าดินโกลาหลขึ้นมา ดวงดาวพร่างพราวเต็มนภาโกลาหลและไพศาล
ใต้ฟ้าดินโกลาหลนั้นคือร่างสีดำใหญ่ั์สูงหมื่นจ้างประหนึ่งเทพมารกำราบโลก
โครงหน้าเทพมารชัดเจนขึ้นมา พริบตาต่อมา ร่างเทพมารก็เบิกตาฉับพลันดวงตาสีม่วงแวววาวประกายแสงงามประหลาดน่าหลงใหล...
………………………..