“ไม่มีใครรอดเลย อย่างนั้นหรือ”
“ไม่มี”
“เจ้าจะไปที่ใด ข้าสามารถไปส่งเจ้าทั้งสองได้”
“พวกเรา ข้า ข้าไม่รู้ว่าจะไปที่ใด” เสิ่นเยว่เอ๋อร์คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี แล้วก็คิดถึงกลุ่มโจรพวกนั้นว่าเป็นใคร ทำไมจึงเก่งกล้าจนสามารถสังหารทหารฝีมือดีของวังหลวงได้ทั้งหมด
“ข้าถูกขายให้มาแต่งงานกับลูกพ่อค้าที่เมืองต้าหยาง ส่วนนางก็เป็นสาวใช้ที่ทางบ้านเจ้าบ่าวจัดหามาให้ ข้าไม่อยากไปต้าหยาง ดูแล้วท่านน่าจะเป็นพ่อค้าใช่หรือไม่ ถ้าอย่างนั้นท่านช่วยรับพวกเราไปทำงานด้วยได้หรือไม่ ท่านถือเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของเราสองคนเอาไว้ ให้เราเป็นสาวใช้ก็ได้ งานบ้านปัดกวาดเราทำได้หมด ท่านพอจะรับเราไว้ได้หรือไม่นายท่าน” เสิ่นเยว่เอ๋อร์หาทางออกให้ตัวเอง ในเมื่อมู่หยางจินที่เป็นคู่หมั้นเมินเฉยต่อนางถึงสองปี นางก็ไม่มีเหตุที่จะไปแต่งงานกับเขาที่ต้าหยางอีกต่อไป ตอนนี้ทุกคนในขบวนเจ้าสาวนั้นก็ตายหมดแล้ว ถ้าอย่างนั้นท่านหญิงเยว่เอ๋อร์แห่งซานเป่ยก็ตายอยู่ที่นั่นก็แล้วกัน
“ถูกขาย อย่างนั้นหรือ” เสิ่นเยว่เอ๋อร์พยักหน้ารับทันที เกรงว่าชายผู้นี้จะไม่เชื่อที่นางพูดและไม่ยอมช่วยนาง
“พวกเจ้าไม่มีญาติหรือ”
“ไม่มี ข้านั้นเมื่อถูกขายออกมาก็นับว่าตัวคนเดียวไม่มีญาติที่ใดอีกแล้ว นางเองก็ตัวคนเดียวเช่นกัน ท่านช่วยพวกเราไว้ ก็เท่ากับให้ชีวิตใหม่กับเรา” เสิ่นเยว่เอ๋อร์มองชายแปลกหน้าก็รู้ว่าเขาไม่เชื่อนาง จึงแสร้งพูดถึงชะตาชีวิตของตนอย่างน่าสงสาร
“ข้าเพียงผ่านมา ไม่ได้ช่วยอะไรเจ้าเลย จะบอกว่าข้าเป็นผู้มีพระคุณเห็นจะไม่ถูกต้อง”
“ท่านเป็นคนพบพวกเรา รับเราไว้เป็นสาวใช้ก็เท่ากับให้ชีวิตใหม่กับเราแล้ว”
“ข้าไม่เคยมีสาวใช้”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าก็เป็นสาวใช้คนแรกของท่าน”
“หากข้าไม่รับพวกเจ้าเอาไว้เล่า”
“หากท่านไม่รับพวกเราไว้ เราก็อาจจะโดนพวกโจรจับไป ท่านลองคิดดูหากพวกเราโดนโจรพวกนั้นจับไปจะเป็นอย่างไร เราทั้งสองต้องตายแน่ๆ หากเป็นเช่นนั้นท่านที่ไม่ยอมช่วยพวกเราก็เท่ากับเป็นฆาตกรทางอ้อมอย่างไรเล่า”
“ร้ายแรงเช่นนั้นเลยหรือ ดูท่าข้าคงจะต้องรับเจ้าสองคนไว้แล้ว”
“ขอบคุณท่านผู้มีพระคุณที่ช่วย ไม่ทราบว่าท่านมีชื่อว่าอะไร”
“ข้าชื่อ หยวนจิน เจ้าเรียกข้าว่าท่านจินก็ได้”
“ข้าชื่อ เสิ่นเยว่…….. เอ่อ! ใช่แล้ว เสิ่นเยว่ ส่วนนางชื่อ ชิงชิง” เสิ่นเยว่เอ๋อร์รีบเงียบเสียงลงทันที และบอกชื่อตนเพียงคำเดียวเมื่อคิดได้ว่าไม่ควรบอกชื่อจริงของตนเองให้ใครรู้
“เจ้าบอกว่าเจ้าได้ชีวิตใหม่เพราะข้า ถ้าอย่างนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่า เยว่เยว่ ก็แล้วกัน”
“แล้วแต่ท่านจินเลย ขอบคุณที่ช่วยเราทั้งสองคน” เสิ่นเยว่เอ๋อร์และหลี่ชิงชิงคำนับผู้มีพระคุณที่ช่วยนางไว้ ชายหนุ่มเดินนำทางพวกนางไปที่รถม้าของเขา เขายืนคุยกับชายอีกคนสักพักก็มองมาที่เสิ่นเยว่เอ๋อร์กับหลี่ชิงชิง
“ท่านหญิง เราจะไปอยู่กับชายผู้นั้นจริงๆหรือเจ้าคะ เราให้เขาไปส่งที่เมืองต้าหยางไม่ดีกว่าหรือ ท่านรับราชโองการให้มาแต่งงานนะเจ้าคะ ตอนนี้หนิงอันอ๋องคงกำลังรอท่านหญิงอยู่” หลี่ชิงชิงไม่เห็นด้วยกับการที่เจ้านายสาวจะตามชายแปลกหน้าไป นางรู้สึกกลัวชายผู้นี้ เขามีท่าทางเย็นชาไม่น่าคบหาเลยสักนิด
“อย่าพูดเสียงดังไป ข้าตัดสินใจแล้ว ช่างหนิงอันอ๋องนั่นปะไร เขาเมินเฉยต่อข้าและยังปล่อยให้ข้ารอถึงแปดปี แปดปีเชียวนะชิงชิง ตอนนี้ข้ามีโอกาสได้ชีวิตใหม่ที่ไม่ต้องไปอยู่กับคนที่ไม่ต้องการข้าแล้ว ข้าจะกำหนดชีวิตข้าต่อจากนี้ด้วยตัวข้าเอง”
“ด้วยการไปเป็นสาวใช้ของใครก็ไม่รู้นี่หรือเจ้าค่ะท่านหญิง”
“เลิกเรียกข้าว่าท่านหญิงได้แล้ว เจ้าเห็นดาบที่มือของเขาหรือไม่ ดูก็รู้แล้วว่าเขาฝึกยุทธมา ถ้าเราไม่ระวัง เกิดเขาจับได้ขึ้นมาว่าพวกเราเป็นใคร อาจจะไม่ปลอดภัยก็ได้ ตอนนี้แฝงตัวอยู่กับเขาไปก่อน ค่อยหาลู่ทางกันอีกครั้ง” หลี่ชิงชิงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ สองสาวรีบเดินเข้ามาหาเจ้านายของพวกนางเมื่อเห็นว่าเขามองมาที่พวกนางนานแล้ว
“นี่คือเซียวเฉิน”
“สองคนนี้คือ สาวใช้คนใหม่ของข้า เยว่เยว่ ให้เจ้าทำหน้าที่ของเซียวเฉินแล้วกัน เซียวเฉินเจ้าสอนงานนางด้วยนะ”
“ขอรับนายท่าน”
“ส่วนชิงชิง เจ้าทำงานทั่วไปก็แล้วกัน ที่จวนเราไม่เคยมีสาวใช้ผู้หญิงมาก่อน พวกเจ้าก็ทำงานเหมือนอย่างที่เคยทำเมื่อก่อนก็ได้”
“ข้าทำครัวได้ เรื่องเก็บกวาดซักล้าง ข้าจะทำเองทั้งหมด” หลี่ชิงชิงรีบเสนอตัว นางไม่อยากให้ท่านหญิงผู้ไม่เคยต้องลำบากของนางต้องมาทำงานของสาวใช้พวกนี้
“ข้าจะช่วยชิงชิงด้วยท่านจิน ข้าทำได้”
“ทำได้ก็ทำ เซียวเฉินเจ้าสอนงานบอกกฎระเบียบพวกนางด้วย”
“ขอรับนายท่าน”
“รีบไปกันเถอะ เริ่มมืดแล้ว” เสิ่นเยว่เอ๋อร์เดินตามท่านจินขึ้นรถม้าไปตามความเคยชิน หลี่ชิงชิงเองก็ขึ้นนั่งข้างเซียวเฉินที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถม้าตามความเคยชินเช่นกัน
มู่หยางจินมองเสิ่นเยว่เอ๋อร์ที่นั่งหลับบนรถม้าอย่างสบายใจ นางเติบโตขึ้นมากและงดงามอย่างที่เขาไม่เคยพบใครงามเท่านางมาก่อน ภาพเสิ่นเยว่เอ๋อร์ในวัยเด็กซ้อนทับเข้ามาทันทีที่เขาพบหน้านางตอนที่หันตามเสียงของเขาที่ในป่าทึบนั้น เมื่อครั้งยังเยาว์เขามองนางว่าน่ารักกว่าเด็กหญิงทั่วไปมาก แต่เมื่อพบนางอีกครั้งตอนที่เติบโตเป็นสาวเต็มวัยเช่นนี้ นางกลับยิ่งงดงามตราตรึงใจเขา เขาไม่เคยพบใครงามเท่านางมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาไม่อาจละสายตาจากหญิงงามได้จริงๆ และเสิ่นเยว่เอ๋อร์แม้ตอนนี้จะนั่งสัปหงกอยู่หลายต่อหลายครั้งอย่างไม่ระวังตัวก็ยังงดงามน่ารักน่าทะนุถนอม นางขยับตัวไปมาจนในที่สุดก็เอียงตัวล้มลงพิงแขนของเขา มู่หยางจินจึงโอบประคองให้เสิ่นเยว่เอ๋อร์นอนพิงเข้ากับหน้าอกของเขาไว้ ให้นางนอนหลับให้สบายที่สุด เขารู้สึกเอ็นดูนางอย่างมากที่รถม้าโคลงขนาดนี้นางยังสามารถหลับลงได้ นั่นคงเพราะเหนื่อยจากการเดินทางและการหลบหนีกลุ่มโจรเมื่อเย็นนั่นเอง เมื่อคิดถึงเรื่องกลุ่มโจรมู่หยางจินก็รู้สึกเจ็บใจที่จับเป็นพวกโจรไม่ได้ และการที่เสิ่นเยว่เอ๋อร์เดินทางมาในครั้งนี้ก็เพราะเขาส่งข่าวไปบอกฮ่องเต้ว่าจะตามจับหลู่จื่อเทาและไม่กลับเมืองหลวง ฮ่องเต้จึงส่งเสิ่นเยว่เอ๋อร์มาแต่งงานกับเขาที่ต้าหยางแทน เขาจึงต้องเดินทางออกมารับนางด้วยตนเอง ไม่คิดว่าขบวนเจ้าสาวของเขาจะถูกโจรปล้น หลังจากควบคุมสถานการณ์ได้กลับพบว่าเจ้าสาวของเขาหายไป เขาจึงให้ทหารนำของใช้ส่วนตัวของเสิ่นเยว่เอ๋อร์ไปไว้ที่เมืองต้าหยาง เพราะเขายังไม่อยากให้นางรู้ว่าเขาคือเจ้าบ่าวของนาง แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือ เสิ่นเยว่เอ๋อร์กลับปกปิดตัวตนยอมแม้กระทั่งเป็นสาวใช้ของคนแปลกหน้า เพื่อแลกกับการที่จะไม่ต้องไปแต่งงานกับเขาที่เมืองต้าหยาง เมื่อคิดได้ดังนี้มู่หยางจินกลับรู้สึกหงุดหงิดที่เสิ่นเยว่เอ๋อร์อาจจะลืมพี่จินของนางไปแล้ว พวกเขาไม่ได้ติดต่อกันถึงแปดปีเต็ม คงไม่แปลกถ้านางจะลืมเขาแล้วจริงๆ
รถม้ามาถึงเมืองชิงฉางในเวลารุ่งสางของวันใหม่ มู่หยางจินปลุกเสิ่นเยว่เอ๋อร์ให้ตื่นแต่นางกลับไม่ตื่น เขาจึงให้นางนอนอยู่แบบนั้นจนถึงจวนของเขา หลี่ชิงชิงเปิดประตูเข้ามาก็พบว่าท่านหญิงของนางนั้นนอนหลับในอ้อมแขนของนายท่านจินแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรเพราะท่านจินนั้นบอกให้นางเงียบ อย่ารบกวนการนอนของเยว่เยว่ มู่หยางจินอุ้มเสิ่นเยว่เอ๋อร์ที่อยู่ในชุดเจ้าสาวเข้าจวนมา ทุกคนในบ้านต่างก็ดีใจที่ท่านหญิงเยว่เอ๋อร์มาถึงแล้ว มู่หยางจินไม่ได้พูดอะไรกับคนในบ้านเขาทำเพียงอุ้มเสิ่นเยว่เอ๋อร์ไปพักที่ห้องพักที่เขาจัดเตรียมไว้รอ
“ปล่อยให้นางนอนให้พอ เจ้าไม่ต้องรบกวนนาง ส่วนเจ้าก็พักผ่อนเสีย ตื่นแล้วเซียวเฉินจะบอกกฎระเบียบของบ้านนี้ให้เจ้าฟัง” มู่หยางจินวางเสิ่นเยว่เอ๋อร์ลงบนที่นอนจัดท่าทางให้นางได้นอนพักผ่อนอย่างสบายพร้อมกับห่มผ้าให้อย่างเรียบร้อย จากนั้นก็หันมาคุยกับหลี่ชิงชิงที่ยืนอยู่ข้างเตียงเจ้านายสาวไม่ห่างแล้วเดินจากไปทันที