ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่813 ดินแดนปิดผนึก

       ดินแดนบรรพกาลที่ถูกปิดผนึก แม้จะผ่านเวลามาเกือบ600ปี ตั้งแต่ที่อี้เฉิน เข้าร่วมสงครามเทพพันปี เมื่อยามอดีต ทว่าทุกสิ่งอย่าง เบื้องหน้าอี้เฉินก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไปมากนักภายในครรลองสายตาของอี้เฉิน

 


        สถานที่ใจกลางที่อี้เฉินลอยตัวอยู่ บัดนี้คือใจกลางระหว่าง4 เผ่าพันธุ์บรรพกาลใหญ่ โอบล้อมด้วยบึงน้ำกว้างไกล สุดลูกหูลูกตา ทว่ามีวัดเก่า สถานที่หนึ่ง คุ้นตาอี้เฉิน จนต้องให้เขากวาดตาออกไปมองมัน ทำให้อี้เฉินหวนนึกถึง ยามที่เขาได้พบเจอ หลวงจีนน้อย ทงอี้ ประมือกับชายหนุ่มหัวโล้นเกลี้ยงเกลาเป็นครั้งแรก แถมสถานที่แห่งนั้น ยังมีความทรงจำที่อี้เฉิน ได้ครอบครองวิถีอาชูร่า อยู่ภายในสถานที่แห่งนั้นด้วย
 


        ภาพฉากเก่าๆ ภายในอดีต จึงไหลเข้ามา ภายในโสตประสาท ของอี้เฉินเป็นฉากๆ จนเขาต้องถอนลมหายใจออกมายาว “เฮ้อ!! ไม่คิดว่าเวลาจะผ่านไป รวดเร็วถึงเพียงนี้ ราวกับว่าข้าหลับ กะพริบตาไม่กี่ครา เวลา600ปีก็ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว”

 


       ก่อนอี้เฉินจะกลับมาสีหน้าเคร่งขรึม จริงจังอีกครั้ง เมื่อรับรู้ถึงระลอกคลื่นอากาศ ที่กระเพื่อมไหว เกิดการปั่นป่วนขึ้นมาอย่างหนักหน่วง จากฝีเท้ากลุ่มจอมยุทธ์ ที่พุ่งปราดแหวกอากาศ มาทุกทิศทุกทาง ตรงมายังทิศทางที่อี้เฉินอยู่ เกรงว่ามันจะเกี่ยวข้อง กับการมาเยือนดินแดนบรรพกาล ของตัวอี้เฉิน

 


       ฉับพลันเสียงฝีเท้า ฟึบ!! ฟึบ!! ฟึบ!! ฟึบ!! ดังออกมาก้องฟ้าไม่มีขาดสาย จากทั้งสี่ทิศทาง เข้าปิดล้อมตัวอี้เฉินไว้ในเสี้ยวฉับพลัน คนของเผ่ามังกรทอง ที่นำมาโดยหมิงเจ๋อ ชายวัยกลางคน สืบฝีเท้ามาพร้อมกับเหล่าจอมยุทธ์ยุคใหม่ หลาย10ชีวิต มายืนมือไพล่หลังเบื้องหน้าอี้เฉิน ด้วยความโอหัง

 


       ทิศทางตรงข้ามเองก็เป็นคนเผ่ากิเลนโลกันตร์ ที่นำมาโดย ฮูหยิน หนานเอ๋อร์สตรีวัยกลางคน ทว่านางยังงดงาม น่าดึงดูด สายตาหมู่ชนไม่น้อย มาพร้อมกับคนในเผ่าของนาง ตั้งท่าวางมาดอย่างโอหัง ก่อนจะกล่าวเสียงชิ!! ดังเล็ดลอดไรฟันออกมา “ไอ้พวกนี้ ดันเล็งคนดินแดนเทพ ที่ข้าหมายตาเสียได้”

 


      อีกทิศทางหนึ่ง เผ่ามดแดงสวรรค์ ที่นำมาโดย จ้าววังมดแดงสวรรค์ เขาขำหัวเราะออกมาดังก้อง “ฮ่า!! ฮ่า!! ฮูหยินหนานเอ๋อร์ เจ้าคิดง่ายเกินไปกระมัง แล้วพวกเจ้าเผ่าเต่านิลกาฬ จะเข้าร่วมแย่งชิงด้วยหรือไม่?”

 


      ครั้นเห็นมิติไหวๆ ปรากฏร่าง เหรินเจี๋ย ชายหนุ่มแววตานุ่มลึก ดูผ่านโลกมายาวนาน สะบัดพัดในฝ่ามือออกมาน้อยๆ มาพร้อมผู้ติดตามของเขา ก่อนเขาจะส่ายหัวออกมา ขอเป็นผู้ชม ดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ ดีกว่า

 


       ด้านอี้เฉินเขาถึงกับมีสีหน้าประหลาดใจ หรือว่าจะมีคนดินแดนเทพ บางส่วนหลบหนี เข้ามาอาศัยอยู่ ภายในดินแดนบรรพกาล ปิดผนึกแห่งนี้กัน แถมพวกเขา แทบไม่สนใจตัวของอี้เฉิน เสียด้วยซ้ำ พวกเขาแค่หวังว่า จะช่วงชิงตัวของอี้เฉินไปได้ก็เท่านั้น

 


        อี้เฉินกระแอมไอขึ้นมาทันที ครั้นเห็นพวกเขาตั้งท่า เตรียมพร้อมจะต่อสู้ “อะแฮ่มๆ” ซึ่งภาพเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนพวกเขาต้องหดหรี่ดวงตา จนเล็กแคบ แหลมคมราวกับกระบี่ ชำเลืองมองอี้เฉินด้วยสายตาเอาเรื่อง

 


       ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าอี้เฉิน ชัดๆ ถนัดตา เหล่าผู้นำทั้ง4 พวกเขาต่างก็รูม่านตา ขยายกันออกมาจนสุด ห่างคิ้วสั่นกระตุกขึ้นมาไม่หยุด ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง เนื่องด้วยใบหน้าอี้เฉิน ประทับสลักลึกเข้าไป ภายในโสตประสาทของพวกเขา ไม่อาจลืมเลือนได้ แต่ที่น่าตกใจ แม้เวลาจะผ่านไปยาวนานเท่าใด ใบหน้าของอี้เฉินก็ยังคงเป็นเช่นเดิม สีหน้าเลิ่กลั่กพวกเขา เริ่มมีอาการลุกลี้ลุกลนขึ้นมาทันที โดยเฉพาะผู้นำเผ่าหมิงเจ๋อ “เจ้า!! เจ้า!! เป็นไปได้อย่างไร ข้าได้ยินจากปากคนดินแดนเทพ เจ้าตายตกไปแล้วไม่ใช่หรือ?”

 


       ท่ามกลางผู้ติดตามคนเผ่ากิเลนโลกันตร์หญิงสาวเดินแหวก กลุ่มคนออกมาถามไต่ ผู้นำกลุ่มของนางในทันใด “เขาเป็นใครเช่นนั้นหรือท่านผู้นำเผ่า” กลุ่มคนอื่นๆ พวกเขา เองก็ไต่ถาม ออกมาไม่ขาดสาย จนเสียงดังระเบ็ง เซ็งแซ่

 


       อี้เฉินเขาได้แต่ส่ายหัว ครั้นเห็นใบหน้าถมึงทึงของพวกเขา ก่อนหมิงเจ๋อ จะพยักหน้าออกมาให้คนอื่นๆ เป็นสัญญาณ เขาไม่สนใจว่า อี้เฉินจะเป็นคนหรือผี มาหลอกหลอน พวกเขากลางวันแสกๆ หรือไม่ จากสภาพของอี้เฉิน เกรงว่าเขา คงจะมาทวงสัญญา ลำเลิกบุญคุณในยามอดีต อย่างไม่ต้องสงสัย พวกเขาต่างก็ไม่อยากตก เป็นเบี้ยล่างของผู้ใด
 


      “พวกเจ้าคิดให้ดีก่อน ที่จะลงมือกับข้า” อี้เฉินกล่าวเตือนพวกเขา ขึ้นมาประโยคหนึ่งราวกับเป็นคำข่มขู่ ครั้นเห็นจิตสังหาร พวกเขาเริ่มแพร่กระจาย ปลดปล่อยออกมา ซัดสาดอย่างไม่ปิดบัง

 


        “เจ้ามาทางไหน จงกลับไปเสีย ไอ้เวรอี้เฉิน” พร้อมร่างพวกเขา ต่างก็ระเบิด ปะทุปราณพลัง ขั้นราชาอมตะ กันออกมาอย่างบ้าคลั่ง เผชิญหน้ากับอี้เฉินอย่างไม่มี ท่าทีสะทกสะท้าน ริ้วคลื่นปราณพลัง แผ่ซ่าน ซัดสาดออกไปทั่วสารพางค์กาย เต๋า ธรรมต่างๆ วิชาสมบัติ สำแดงพุ่งปราด เข้าหาอี้เฉินจากทั้ง4ทิศทาง ปานสายฟ้าฟาด หากอี้เฉินไม่หลบการโจมตีพวกเขา ชายหนุ่มได้บาดเจ็บหนัก ถึงขั้นตายตกแน่

 


        แม้แต่ฮูหยิน หนานเอ๋อร์ นางยังกล่าวเตือนอี้เฉินออกมา บัดนี้ดินแดนบรรพกาล ไม่เหมือนยามก่อนอีกต่อไป พร้อมฝ่ามือที่ส่งวิชาสมบัติ กรงเล็บกิเลน ออกไปโจมตีอี้เฉิน “เจ้าหนุ่มน้อย อย่าถือว่าพวกเราโหดเหี้ยม ไร้ปรานีกับเจ้าเลย เจ้ากลับดินแดนเทพของเจ้า ไปเสียเถอะ”
 


“อืมๆ เจ้ากลับไปเสียหากไม่อยากตายตก”

 


       ด้านอี้เฉินเขาถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมาเป็นปม ครั้นเห็นการโจมตี ที่เปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้าง พุ่งปราดมาด้วยปราณพลัง ที่ล้นทะลักทลาย แม้แต่เหล่าจอมยุทธ์ผู้ติดตาม พวกเขายังคลี่ยิ้มออกมากว้าง ครั้นเห็นความยากลำบาก ของชายหนุ่มผมขาวบัดนี้ ไม่มีแม้แต่แรงจะก้าวฝีเท้าถอยหนี

 


       “หากไม่เจ็บตัว เกรงว่าพวกเจ้าจะไม่รู้จัก การเจียมตัวสินะ” อี้เฉิน เขาประสานอิน โคจรหมุนวาดฝ่ามือ ขึ้นมาทันใด ก่อนจะตบฝ่ามือ ออกมาเบื้องหน้าอย่างรุนแรง ปัง!!

 


         “รนหาที่ตาย นัก” ครั้นพวกเขาไม่เห็นอี้เฉิน คิดหลบการโจมตี ขณะในเสี้ยวฉับพลัน ที่ปราณพลังมหาศาลพวกเขา ส่งการโจมตี เข้าอัดกระแทกร่างอี้เฉิน

 


         จู่ๆ คลื่นปราณพลังที่บ้าคลั่ง จากวิชาฉลามวาฬคลั่ง ของอี้เฉิน ก็ระเบิดปะทุ ซัดสาดออกจากตัวอี้เฉิน แพร่กระจัดกระจายออกไปทั่ว มองเห็นเต๋า ธรรม ต่างๆ ถูกดีด หักล้างการโจมตีออกไปในเสี้ยวพริบตา

 


        เมื่อเห็นร่างฉลามวาฬ ก่อร่างหมุนวนขึ้นมา เสียงเคร้ง!! ตู้ม!! ดังออกมาหนักแน่น ก้องสนั่นท้องฟ้า พร้อมร่างฉลามวาฬคลั่ง หลายสิบตัว พุ่งปราดโต้คลื่นซัดสาด อันบ้าคลั่งออกมา สะท้อนหักล้างการโจมตี พวกเขาออกไปในเสี้ยวฉับพลัน มาพร้อมเสียง โฮก!! คำรามดังกัมปนาท

 


        ร่างพวกเขาต่างก็ถอยกรูด กระเด็นออกไป ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ ประกายตาที่ฉายความหวาดกลัว ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าจนเด่นชัด ริมฝีปากที่กระอักเลือดสด ออกมาคำใหญ่ พวกเขาหน้าซีดเผือดราวกับคนขาดเลือด ต่างก็ไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เห็น

 


“เจ้า!! เจ้า!! เป็นไปได้อย่างไร พวกเราเป็นถึงราชาอมตะ ผู้ที่อยู่ในขั้นราชันสวรรค์เชียวนะ”

 


        “อ๊ากกก!! มันไม่น่าจะเป็นเช่นนี้ได้สิ ไอ้เวร” ก่อนพวกเขา จะเช็ดเลือดสดบริเวณมุมปากออก พร้อมพยายามยันกาย ขึ้นมาลุกขึ้นยืน ตั้งตัวตรง เผชิญหน้ากับอี้เฉินอีกครั้ง แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วย ความดึงดัน ดื้อรั้น จากกรอบสายตาของพวกเขา แม้แต่จักรพรรดิเต่าชรา ภายในทะเลปราณจิตของอี้เฉิน ชายแก่ยังส่ายหัวออกมา กับการกระทำของพวกเขา เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังของผู้ยิ่งใหญ่

 


        อี้เฉินส่งเสียง ชิ! เล็ดลอดไรฟันออกมาทันที “พวกเจ้าช่างดื้อด้าน กันเสียจริงๆ” ก่อนฝีเท้าอี้เฉินจะเหยียบอากาศ ส่งเสียง ตึง! ตึง! ตึง! ดังออกมาก้อง ตามการก้าวฝีเท้าของอี้เฉิน ปลดปล่อยริ้วคลื่น ย่างก้าวไปหาพวกเขา อย่างเนิบช้า

 


         แต่กระนั้น ทุกเสียงฝีเท้าที่อี้เฉินก้าวเดิน สั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ ของหมู่ชนที่ได้ยินมัน มาพร้อมแรงกดข่ม ขั้นครึ่งก้าวจักรพรรดิ ของอี้เฉินซัดสาดออกไปทั่ว ริ้วคลื่นที่บ้าคลั่ง กดทับร่างพวกเขา ให้ต้องหมอบคลานกลางอากาศ พร้อมด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน ตามเสียงก้าวเดินของอี้เฉิน เขย่าได้แม้กระทั่งผืนฟ้า
 


        “เจ้า!! เจ้า!! เป็นไปได้อย่างไร อี้เฉิน เจ้าไปอยู่ในขั้นพลัง ครึ่งก้าวจักรพรรดิ แล้วเช่นนั้นหรือ?”ผู้นำเผ่ามังกรทอง หมิงเจ๋อเขากล่าวพูด ออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ แม้แต่คนอื่นๆ พวกเขายังมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก เก็บสายตาไม่กล้า สบตากับอี้เฉินตรงๆ อีกต่อไป แทบไม่ต้องพูดถึง เหล่าผู้ติดตามขั้นเซียนสวรรค์ ที่ลงไปหมอบคลาน กับพื้นเบื้องล่าง ริมฝีปากพวกเขาต่างก็กระอักเลือดสด ออกมาไม่หยุด

 


คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน