ตอนที่ 119 พบวิวเกอร์ฟอร์ด
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
“เช้านี้ผมเปลี่ยนไปที่มหาวิทยาลัยนะครับ” เมอร์ลินกล่าวกับมาร์เทล
“มีเรื่องอะไรเหรอครับ?”
“คณบดีวิวเกอร์ฟอร์ดต้องการพบผม”
“ครับ”
มาร์เทลไม่ได้ถามอย่างอื่นที่นอกเหนือจากความปลอดภัยของเด็กน้อย หน้าที่ของเขาคือดูแลความปลอดภัยให้กับเมอร์ลินเท่านั้น ไม่ใช่คนในครอบครัวจริงๆ จึงรู้ขอบเขตของตนเอง
เมอร์ลินเดินทางไปที่ห้องของคณบดีวิวเกอร์ฟอร์ด
นี่เป็นครั้งที่สองที่เขามาที่นี่ แน่นอนว่าเขาสามารถจำทางได้
ความจำของดวงเนตรสีเงินนั้นดีมาก ตราบใดที่มองเห็นครั้งหนึ่งเมอร์ลินจะไม่มีวันลืมมันเลย เส้นทางที่เดินมาที่นี่ก็เช่นกัน
ตอนนี้เขารู้ว่าการพบคณบดีวิวเกอร์ฟอร์ดนั้นไม่สามารถขอพบโดยตรงได้ แม้เขาจะได้รับข้อความมาจากเจ้าตัวก็ตาม ดังนั้นเขาจึงต้องไปที่หน่วยธุรการของสาขารูนศาสตร์เป็นอันดับแรก
ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในห้องธุรการสาขารูนศาสตร์ หญิงชราในชุดสูทสีม่วงที่ทะมัดทะแมงก็ลุกขึ้นและเอ่ย “คุณเมอร์ลิน มาแล้วอย่างนั้นหรอ? ศาสตราจารย์วิวเกอร์ฟอร์ดกำลังรอคุณอยู่เลย”
“ผมถามได้รึป่าวครับว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น?” เมอร์ลินเอ่ยถาม
หญิงชราขยิบตาและเอ่ย “เดี๋ยวคุณไปพบศาสตราจารย์วิวเกอร์ฟอร์ดก็รู้เองล่ะค่ะ”
แม้เธอจะเป็นหญิงชรา แต่เธอก็ยังทำอะไรกระฉับกระเฉง เธอเดินนำเมอร์ลินออกมา
อย่างที่รู้กันว่าการจะเข้าห้องของคณบดีนั้นไม่ได้ง่าย มันจะต้องมีรหัสผ่านจากค่ายกล เพราะสิ่งของที่อยู่ด้านในนั้นนับว่าเป็นความลับไม่น้อย
หญิงชราเปิดประตูกลให้กับเมอร์ลินและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เชิญค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
เมอร์ลินเดินเข้าไปในห้องคนเดียว หญิงชราเมื่อมาส่งเมอร์ลินแล้วเธอก็ปิดประตูแล้วหันหลังกลับทันที
“มาแล้วหรอคุณเมอร์ลิน”
“อรุณสวัสดีครับศาสตราจารย์วิวเกอร์ฟอร์ด ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?” เมอร์ลินกล่าวทักทายแล้วถามอย่างสงสัย
เขาเข้าเรียนที่นี่เกือบสองเดือนแล้ว นอกจากครั้งแรกที่พบกันแล้ว เขาก็ไม่ได้เจอชายชราคนนี้อีกเลย แต่วันนี้จู่ๆ ชายชราก็ติดต่อเขาให้เข้าพบ
“ฉันเองก็พอจะรู้จักกับออสตินบ้าง แม้เขาจะอยู่ในสายรูนศาสตร์ประยุกต์ แต่ก็ยังเป็นนักรูนศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม ฉันไม่คิดเลยว่าเธอเองก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน” ชายชรากล่าวอย่างมีรอยยิ้ม
เมอร์ลินประมวลคำพูดของชายชราเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “คุณกำลังหมายถึงวิทยานิพนธ์ที่ผมพึ่งส่งไปไม่กี่วันก่อนหรอครับ?”
ชายชราประสานมือเข้าหากันแล้วยิ้ม “ใช่แล้ว ฉันกำลังพูดถึงวิทยานิพนธ์เล่มนั้นจริงๆ มอร์แกนถึงกับติดต่อฉันโดยตรงว่าฉันพบเพชรเม็ดงามของคณะรูนศาสตร์”
เมอร์ลินไม่รู้จักคนที่ชื่อมอร์แกน เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครแต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นคนใหญ่คนโตของนิตยสารเวทมนตร์ออโรร่า
มหาทวีปในปัจจุบันแน่นอนว่าต้องมีเทคโนโลยีสื่อสารระยะไกล เพียงแต่วัตถุเวทที่จะสื่อสารระยะไกลขนาดนี้ได้จะต้องใหญ่โตและไม่ใช่ใครก็สามารถใช้ได้
อย่างไรก็ตามมหาวิทยาลัยก็เป็นสถานที่ของราชการ พวกเขาย่อมต้องมีเครื่องมือสื่อสารทางไกลขนาดนี้อย่างแน่นอน นั่นจึงทำให้มอร์แกนสามารถสื่อสารกับวิวเกอร์ฟอร์ดได้รวดเร็วขนาดนี้
การสื่อสารทางไกลเช่นนี้มักจะใช้กันในหน่วยราชการเท่านั้น สำหรับประชาชนทั่วไปพวกเขาย่อมไม่มีปัญญาติดตั้งเครื่องสื่อสารแบบนี้อย่างแน่นอน ต่อให้เป็นครอบครัวเศรษฐีก็ยังต้องคิดให้ดีกับการมีอยู่ของเครื่องแบบนี้
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมีหน่วยงานสื่อสารที่สามารถแปลข้อความด่วนส่งเป็นจดหมายให้ประชาชนได้ใช้ แม้ว่ามันจะมีค่าใช้จ่ายที่มากก็ตาม
เมอร์ลินที่ได้ยินคำชมแบบนี้เขายังสงบนิ่งและแสดงใบหน้าเฉยเมยเช่นเดิม เขามักจะส่องหน้ากระจกทุกวันแล้วเขาก็พบว่าใบหน้าแบบนี้ของเขาทำให้เขาดูหล่อเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นไม่ใช่ว่าเขาไม่ดีใจกับคำชม แต่เขากำลังดื่มด่ำอยู่กับมันมากกว่า
“แต่ผลงานนั้นเป็นเรื่องของสาขานักเวทนะครับ” เมอร์ลินเอ่ย
พูดตามจริงวิทยานิพนธ์เรื่องการย่อสูตรเวทต้นกำเนิดสายลมเป็นเรื่องของสาขานักเวท เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการใช้ถาคาเวท
สูตรเวทกับรูนศาสตร์แม้จะใช้อักขระรูนเหมือนกัน แต่สำหรับนักวิชาการแล้วมันเป็นเรื่องที่แยกออกจากกัน
นักเวทใช้อักขระรูนสร้างสูตรคาถาเวท ส่วนนักรูนศาสตร์ใช้อักขระเพื่อหาความจริงของโลก สร้างแบบจำลองซึ่งเป็นนามธรรมโดยใช้อักขระเข้าแทนค่า
เพราะการหาความจริงของโลกนี้จึงทำให้เหล่านักรูนศาสตร์เชื่อว่ามันคือรูนศาสตร์บริสุทธิ์
ส่วนการใช้รูนศาสตร์สำหรับสูตรเวท สูตรค่ายกล การสร้างสิ่งประดิษฐ์สิ่งก่อสร้าง พวกมันล้วนเป็นรูนศาสตร์ประยุกต์ทั้งสิ้น
“แม้มันจะเป็นเรื่องของสูตรเวทมนตร์ แต่เนื้อหาของรายงานส่วนใหญ่เป็นการแสดงวิธีการคำนวณการแก้ไขสูตรเวท ซึ่งนี่เป็นการใช้ความรู้จากรูนศาสตร์มากมาย ฉันเสียดายนะที่เธอไม่ได้ให้ฉันเป็นที่ปรึกษา แต่มีชื่อของศาสตราจารย์บาร์เร็ตอยู่ข้างในนั้นแทน”
เมื่อได้ยินดังนี้เมอร์ลินก็เหมือนจะรู้จุดประสงค์ของวิวเกอร์ฟอร์ด
“ขอโทษด้วยครับ ผมคิดเรื่องนี้ไม่ถึงจริงๆ”
วิวเกอร์ฟอร์ดพยักหน้าพลางยิ้ม
‘เด็กคนนี้ไม่เลวเลย แม้เขาจะเป็นอัจฉริยะแต่เขาก็ไม่มีความหยิ่งทะนงมากเกินไป บุคลิกของเขานั้นหาได้ยากในหมู่อัจฉริยะเหล่านั้น ... ช่างควรค่าแก่การส่งเสริมจริงๆ’ วิวเกอร์ฟอร์ดอดที่จะคิดในใจไม่ได้
ใบหน้าที่นิ่งสงบของเมอร์ลินแม้จะดูเหมือนไร้อารมณ์และหยิ่งทะนง แต่การแสดงออกของเขากลับรู้จักทิศทางลม ไม่แข็งกระด้างมากเกินไป
“อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะมีการสอบวัดผลของเทอมนี้แล้ว เธอมีอะไรที่จะให้ฉันช่วยหรือเปล่า?”
หลังจากที่เขาได้รู้เรื่องวิทยานิพนธ์จากมอร์แกน เขาก็ให้คนไปสืบเรื่องเมอร์ลินทันที แล้วเขาก็พบว่าเด็กน้อยไม่ค่อยเข้าเรียนในห้องเรียนมากนัก แต่เขาจะใช้เวลาเรียนอยู่ในห้องสมุดมากกว่า
เรื่องนี้อาจไม่แปลกสำหรับนักเรียนปีสูงๆ ของปริญญาทอง เพราะพวกเขามีเรื่องที่จะต้องทำมากกว่าการเรียน นั่นก็คือการทำวิทยานิพนธ์จบของตนเอง
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเขียนวิทยานิพนธ์ออกมาได้ง่ายๆ เหมือนเด็กน้อยตรงหน้านี้ พวกนักศึกษาเหล่านั้นต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการศึกษาหัวข้อวิทยานิพนธ์ที่น่าสนใจโดยไม่ซ้ำกับคนอื่น ซึ่งมันคือการแข่งขันของนักศึกษาที่ใกล้จะจบการศึกษาอย่างหนึ่ง
“ไม่ครับผมสามารถปรับตัวเข้ากับมหาวิทยาลัยนี้ได้เป็นอย่างดี อีกอย่างห้องสมุดของที่นี่ก็น่าสนใจไม่น้อย มันยังมีอะไรอีกมากมายให้ผมได้ค้นหา” เมอร์ลินกล่าวและยิ้มเล็กน้อย