จู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง

    ตอนที่ 32 ต่อสู้เดี่ยว ๆ กับวีรชน

    “แม่นางอย่าใจร้อน พี่ใหญ่ข้าไม่ได้ตำหนิเจ้า น้ำชาและของว่างอร่อยทั้งคู่” หมิงจี่อธิบายอย่างแฝงความนัย


    หมิงเจี้ยงตำหนิเขา เพียงแต่อยากหาข้ออ้างเท่านั้น


    ดึงจู้เจียงเจียงเข้ามาเกี่ยวข้อง เขารู้สึกเกรงใจมาก


    “จริงด้วย เมื่อของว่างนี้ยกมาข้าก็รับรู้ถึงเจตนาในนี้ได้”


    จูชิงหรานรีบดึงหัวข้อเรื่องของว่างกลับมา ไม่อย่างนั้นสองพี่น้องตระกูลหมิงต้องทะเลาะกันแน่


    “น้ำแกงเต้าหู้นี้ เต้าหู้ขาวนุ่มชุ่มด้วยสีเขียวใส ค่อย ๆ กระจายบนเต้าหู้ ราวกับฤดูใบไม้ผลิค่อย ๆ สลายความหนาวเย็น เต็มไปด้วยฤดูใบไม้ผลิ”


    “มาดูขนมอบนี้อีกครั้ง” จูชิงหรานคีบขนมชาเขียวหนึ่งชิ้นขึ้นมาแล้วดื่มคู่กับน้ำชา ส่ายหน้าพลางอุทาน “กลิ่นหอมคู่กับชาหอม ทำให้ฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วงมาพบพานกันในขนมอบนี้ เยี่ยม ยอดเยี่ยมจริง ๆ!”


    สมกับเป็นปัญญาชน!


    ได้ยินคนบรรยายสิ่งที่นางถามแบบนี้ จู้เจียงเจียงก็รู้สึกขอบคุณในเวลาเดียวกัน ทั้งยังรู้สึกเสแสร้งขึ้นมาเล็กน้อย


    แน่นอนว่าจูชิงหรานรู้ว่านี่เสแสร้งแค่ไหน เขาเองพูดจบก็ขนลุกไปทั้งตัว


    แต่ถ้าหากไม่ทำแบบนี้ จะดึงดูดความสนใจของทุกคนได้อย่างไร?


    ถึงแม้สมาคมผู้รู้วันนี้จะมาพูดคุยถึงความสามารถของกันและกัน แต่ก็มีหัวข้อหลัก หัวข้อหลักนั้นก็คือทิวทัศน์ที่เห็นทั้งหมดตรงหน้า


    “ในเมื่อคุณชายจูพูดถึงฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วง พวกเราใช้บทกวีเป็นพื้นฐาน ใช้ฤดูทั้งสี่เป็นหัวข้อ มาเล่นเกมต่อท้ายคำดีหรือไม่?” หมิงจี่พูดเสนอ


    ข้อเสนอนี้ได้รับความชื่นชมจากท่านผู้เฒ่าหมิงกับจู่ลิ่นเป็นอย่างดี


    “ก็ดี บทกวีแบบทันด่วนตรวจสอบความรู้ได้ดีที่สุด ไม่รู้ว่าแม่ทัพเผยคิดเห็นเช่นไร?” ท่านผู้เฒ่าหมิงมองเผยจี้ ถามความคิดเห็นของเขา


    เผยจี้คือแขกผู้มีเกียรติของเมืองเจียงหนาน ระดับตำแหน่งสูงกว่าจูลิ่นไม่รู้กี่เท่า


    ในที่นี้เผยจี้จึงเป็นบุคคลสำคัญที่แท้จริง เป็นธรรมดาที่เขาต้องถามก่อนถึงจะถูกต้อง


    เผยจี้ ผู้ชายหยาบกระด้างคนหนึ่ง รู้หนังสือไม่มากนัก เกมแบบนี้เขาเล่นไม่ไหว แต่ที่นี่ถึงอย่างไรก็เป็นสนามของเจ้าบ้าน ถึงแม้จะไม่ชอบเขาก็พูดอะไรไม่ได้


    “ท่านผู้เฒ่าหมิงไม่ต้องสนใจข้า เชิญตามสบาย”


    “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็เริ่มเถอะ”


    คนที่มาเข้าร่วมสมาคมผู้รู้วันนี้ ไม่ว่าอายุมากน้อย ล้วนเป็นบัณฑิตที่ท่านผู้เฒ่าหมิงเคยสอนสั่ง แม้กระทั่งจูลิ่นก็ไม่เว้น


    ดังนั้นแค่เขาเอ่ยปาก ก็ไม่มีใครกล้าขัดแล้ว


    “งั้นเริ่มจากข้าเถิด เรียงตามลำดับ” ตำแหน่งของจูชิงหรานติดกับจูลิ่น จัดลำดับอยู่หน้าสุด เริ่มจากเขาก็ปกติ


    เห็นแค่เขามองภาพวาดข้างสวนดอกไม้ ในปากเอื้อนเอ่ยเป็นคำ ครู่เดียวก็พูดกวีหนึ่งบทออกมา


    “คนหนึ่งใช้ชีวิตสันโดษ มองเห็นวิวเมือง สีเหลืองของฤดูใบไม้ผลิลาลับ กลับคงเหลือฤดูร้อนที่ยังสดใส”


    “ดี!”


    จูชิงหรานเพิ่งอ่านกลอนเสร็จ ทุกคนในระเบียงภาพวาดก็ทยอยชมว่าดี ไม่รู้เพราะเขาดีจริง หรือว่าเพราะเขาเป็นลูกชายของนายอำเภอ


    ในท้องยังมีความรู้อยู่บ้าง! จู้เจียงเจียงแอบพูดในใจ


    ถึงแม้นางไม่ได้เข้าร่วม แต่แค่ฟัง ๆ ก็ไม่เป็นไร


    จริงด้วย!


    นางรับปากเหลียงเหวินโจว จะช่วยคัดของที่อยู่ในสมาคมผู้รู้กลับไปให้เขา “แม่นาง ช่วยข้าเตรียมกระดาษ พู่กัน และหมึกให้ข้าสักชุดได้ไหม?”


    จู้เจียงเจียงขอพู่กันและหมึกกับเด็กรับใช้ข้างกายนาง ตอนที่คนอื่นไม่ได้สนใจ นางก็ขีด ๆ เขียน ๆ หนังสือ พลางจดบันทึกกวีที่ทุกคนอ่าน


    ตั้งแต่นางมาถึงระเบียงภาพ เผยจี้ก็เฝ้ามองนางอยู่ตลอด


    เห็นนางก้มหน้าเขียนหนังสือ เขาวางถ้วยชาในมือลง ลุกขึ้นไปแอบยืนอยู่ด้านหลังนาง


    ครั้งก่อนที่หมู่บ้านเสี่ยวฮวง เขาเคยเห็นนางลงทะเบียนข้อมูลแขกที่มาเก็บชา ดังนั้นนางรู้หนังสืออยู่ไม่น้อย แต่เขาไม่นึกว่าของที่อยู่ในหนังสือแบบนี้ นางก็สามารถเข้าใจ


    “เจ้าฟังรู้เรื่องหรือ?” จู่ ๆ เผยจี้ก็ถามออกมา 


    จู้เจียงเจียงกำลังก้มหน้าตั้งใจจดอยู่ถูกเขาทำให้ตกใจ ลูบหน้าอกบอกว่า “แม่ทัพเผย ท่านนี่เอง”


    “คำพูดของปัญญาชนพวกนี้ เจ้าฟังรู้เรื่องหรือ?” เขาถามออกมาอีกครั้ง


    เขาคิดไปเองว่านางฟังไม่เข้าใจ ท่าทีทำเหมือนนางไม่รู้หนังสือ จู้เจียงเจียงรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก


    “ล้อเล่นน่า ก็แค่บทกวี มีอะไรยาก!”


    เดิมนางอยากบอกเผยจี้ นางก็เคยเรียนหนังสือมา แต่ใครจะรู้ ตอนนางพูด คนแต่งกวีของทางสมาคมผู้รู้กำลังพูดติดขัดอยู่


    ในตอนที่ทั้งสนามเงียบสงบ คำพูดจู้เจียงเจียงนี้จึงดังขึ้นเป็นพิเศษ ดึงดูดสายตาคนเล่นเกมทั้งหมด


    “พูดโอ้อวดเก่งจริง!”


    ในที่สุดหมิงเจี้ยงก็หาข้ออ้างได้อีกครั้ง บนใบหน้าตื่นเต้นอย่างห้ามไม่ได้ โยนหัวหอกไปทางจู้เจียงเจียงโดยตรง


    “ในเมื่อแม่นางท่านนี้บอกแต่งบทกวีนั้นไม่ยาก เช่นนั้นท่านมารับต่อประโยคนี้ดีหรือไม่?”


    เรื่องยุ่งยากเข้ามากะทันหัน จู้เจียงเจียงยังไม่ทันโต้ตอบก็ถูกบีบให้ขึ้นเหลียงซาน


    “พี่ใหญ่...”


    หมิงจี่คิดจะเอ่ยปากห้าม หมิงเจี้ยงกลับไม่ให้โอกาสเขา “น้องรอง ที่นั่งอยู่ที่นี่คือศิษย์ของสำนักศึกษาตระกูลหมิง คือคนเก่งมีความรู้ที่สุดของเมืองเจียนหนาน”


    “ข้าไม่เชื่อ ศิษย์ตระกูลหมิงยังต่อประโยคนี้ไม่ได้ สาวชาวไร่อย่างนางกล้าพูดแบบนี้ได้อย่างไร!”


    หมิงเจี้ยงตั้งใจจะให้จู้เจียงเจียงขายหน้า แล้วยืมโอกาสนั้นโยนบนหัวของหมิงจี่ บอกว่าเขาใช้คนไม่เหมาะสม ทำให้สมาคมผู้รู้ล้มครืน


    แบบนี้แล้ว สำนักศึกษาตระกูลหมิงก็เป็นของเขาแล้ว!


    นางไม่รู้เรื่องของตระกูลหมิง แต่นางรู้ว่าหมิงเจี้ยงคนนี้เอาแต่หาเรื่องนางตลอด ๆ เรื่องนี้ทำให้นางหงุดหงิดมาก


    ไม่ว่าเขาจะมีเหตุผลอะไร นางก็ไม่อยากทนแล้ว


    จู้เจียงเจียงเอาพู่กันในมือตบลงบนโต๊ะแรง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นเชิดหน้า สบสายตากับหมิงเจี้ยง “ตกลง ให้ข้าต่อก็ต่อ ตอนนี้ต่อถึงประโยคไหนแล้ว?”


    “แม่นางไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ ข้าออกหน้าแทนเจ้าได้” เผยจี้ลุกขึ้นยืนอยู่ข้าง ๆ นาง พยายามใช้ฐานะของตัวเองแก้ปัญหายากข้อนี้


    เห็นเพียงจู้เจียงเจียงยกมือปฏิเสธเขา “แม่ทัพเผย ขอบคุณความหวังดีของท่าน เชื่อข้า พวกเขาสำหรับข้าแล้วไม่เป็นปัญหา”


    “สาวชาวไร่จองหอง!”


    หมิงเจี้ยงโกรธจนบีบถ้วยชาในมือเกือบแตก “งั้นเจ้ามาต่อ ‘ฤดูหนาว’!”


    “นิสัยแย่จริง ๆ”


    จู้เจียงเจียงแขวะเขาหนึ่งประโยคเบา ๆ แล้วหยิบสมุดบันทึกกวีที่ตัวเองจดเมื่อครู่มาดู ประโยคที่มีแล้วนางจะซ้ำไม่ได้


    “หนานหลิงยิ่งชวนคิดถึง ผ้าขาดฤดูหนาวกลับยังไม่ได้ซื้อ”


    “นางกลับต่อได้จริง ๆ?”


    “แม่นาง เจ้าเคยเรียนหนังสือ? เรียนที่ไหน? หรือเมืองเจียงหนานยังมีสำนักศึกษาส่วนตัวที่อื่น?”


    ทุกคนเห็นนางต่อคำได้ อีกทั้งยังรวดเร็วเช่นนี้ แต่ละคนแสดงสีหน้าแปลกใจออกมา


    ยิ่งกว่านั้น ยังมีคนเดินเข้าไปถามยาว ๆ


    เมืองเจียงหนานมีสำนักศึกษาส่วนตัวแค่แห่งเดียว ในเมืองไม่ว่าคนไหนที่เรียนหนังสือ ส่วนใหญ่ก็เข้าเรียนในสำนักศึกษาตระกูลหมิง แต่ที่นี่ไม่เคยมีคนอย่างนางมาก่อน


    “พูดให้ถูกต้อง ไม่เคยเรียน แต่พวกเรามีนักท่องเที่ยวหาความรู้ห้าปีคนหนึ่ง คนเคยเรียนหนังสือที่เพิ่งกลับมาช่วงก่อน”


    จู้เจียงเจียงพูดเสียงเบา ใบหน้าเฉยเมยไม่แยแส ทำเอาพวกปัญญาชนกลุ่มนี้โมโหใช้ได้


    หมิงเจี้ยงได้ยินจู้เจียงเจียงไม่เคยเรียนหนังสือ ความเครียดในใจเล็กน้อยหายไปแล้ว เริ่มพูดเหน็บแนมอีกครั้ง “เจ้าไม่เคยเรียนหนังสือ? งั้นเจ้าแสร้งทำทำไม ก็แค่แมวตาบอดชนหนูตายเท่านั้น!”


    คล้ายกับเรื่องจู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592