กว่าเปลวเพลิงแห่งแรงปรารถนาที่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งมาตลอดทั้งคืนจนล่วงเลยเข้าสู่ช่วงสายของอีกวันจะมอดดับลง ก็เล่นเอาเรี่ยวแรงของคนทั้งสี่แทบจะหมดสิ้นไปโดยสมบูรณ์
ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยพลังของสองหนุ่ม บัดนี้กลับอ่อนระทวยและเต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า แต่ในแววตาของพวกเขากลับฉายชัดถึงความสุขสมและความพึงพอใจอย่างถึงที่สุด การได้ปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบออกมาอย่างเต็มที่กับหญิงสาวที่ตนปรารถนา มันคือความสุขที่ยากจะหาอะไรมาเปรียบเทียบได้
ส่วนสองสาวที่บอบช้ำและอ่อนเพลียยิ่งกว่า บัดนี้พวกนางนอนหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มคนใหม่ของพวกนางอย่างหมดสติ ร่างกายที่เปลือยเปล่าของพวกนางเต็มไปด้วยร่องรอยของความรักที่ถูกประทับไว้ทั่วทุกอณู ทั้งรอยจูบ รอยกัด และรอยแดงจ้ำๆ จากการถูกดูดเม้ม มันเป็นเครื่องยืนยันถึงบทรักที่เร่าร้อนและยาวนานที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป
ซ่งเหวินและเหอหลงมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความรัก ความเอ็นดู และความรู้สึกผิดที่ได้ล่วงเกินพวกนางจนถึงขนาดนี้ แต่ในความรู้สึกผิดนั้น มันก็มีความสุขและความเป็นเจ้าของซ่อนอยู่ พวกเขารู้ดีว่าหลังจากนี้ไป ชีวิตของพวกเขาทั้งสี่จะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
พวกเขาค่อยๆ ช้อนร่างที่อ่อนปวกเปียกของสองสาวขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ก่อนที่จะพากันไปชำระล้างร่างกายในบ่อน้ำพุร้อนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่การชำระล้างเพื่อปลุกเร้าอารมณ์อีกต่อไป แต่มันคือการชำระล้างเพื่อผ่อนคลายและบรรเทาความเจ็บปวดให้กับสองสาวที่บอบช้ำจากการร่วมรักที่หนักหน่วง
น้ำที่ร้อนจัดช่วยให้กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดของพวกนางค่อยๆ ผ่อนคลายลง ความเจ็บปวดที่เคยรุนแรงก็ค่อยๆ ทุเลาลงจนเหลือเพียงแค่ความเมื่อยล้าและความอ่อนเพลีย
หลังจากที่ชำระล้างร่างกายจนสะอาดหมดจดแล้ว สองหนุ่มก็พาสองสาวกลับมาที่ห้องนอนอีกครั้ง พวกเขาค่อยๆ บรรจงเช็ดตัวให้กับพวกนางอย่างเบามือ ก่อนที่จะสวมใส่เสื้อผ้าที่เบาสบายให้กับพวกนาง แล้วจึงค่อยๆ วางพวกนางลงบนเตียงนอนที่นุ่มสบาย ปล่อยให้พวกนางได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่
ส่วนพวกเขาทั้งสองก็ไม่ได้นอนพักเช่นกัน พวกเขารู้ดีว่าหลังจากที่พวกนางตื่นขึ้นมา พวกนางจะต้องหิวอย่างแน่นอน ดังนั้นพวกเขาจึงรีบสั่งให้คนรับใช้จัดเตรียมอาหารมื้อใหญ่ไว้รอท่าทันที
เวลาผ่านไปนานหลายชั่วยาม จนกระทั่งตะวันคล้อยบ่าย แสงแดดที่เคยร้อนแรงเริ่มอ่อนกำลังลง เหมยหลิงและชิงเหยาจึงค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกัน
สิ่งแรกที่พวกนางรู้สึกได้คือความหิวโหยที่รุนแรงราวกับว่าพวกนางไม่ได้กินอะไรมานานหลายวัน และสิ่งต่อมาที่พวกนางรู้สึกได้ก็คือความเจ็บปวดระบมไปทั่วทั้งร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณจุดซ่อนเร้นที่บวมเป่งและแสบร้อนจากการถูกใช้งานอย่างหนักหน่วง
ภาพความทรงจำของบทรักที่เร่าร้อนและบ้าคลั่งค่อยๆ ไหลบ่าเข้ามาในหัวของพวกนางอีกครั้ง มันทำให้ใบหน้าของพวกนางแดงก่ำขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ พวกนางไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะกล้าทำอะไรที่มันน่าอายได้ถึงขนาดนี้
แต่ในความอายนั้น มันก็มีความสุขและความซาบซ่านซ่อนอยู่ พวกนางปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพวกนางมีความสุขกับมันมากแค่ไหน การได้ปลดปล่อยความต้องการของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องปิดบังซ่อนเร้น มันคือความรู้สึกที่วิเศษที่สุด
“ตื่นแล้วหรือคนดี” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นที่ข้างหูของพวกนางพร้อมกับสัมผัสที่อ่อนโยนที่ลูบไล้ไปตามเส้นผมของพวกนาง
เหมยหลิงและชิงเหยาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปมองตามเสียง พวกนางก็พบกับใบหน้าที่หล่อเหลาของซ่งเหวินและเหอหลงที่กำลังมองพวกนางอยู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย
“ข้าหิว” เหมยหลิงพูดออกมาเป็นคำแรกด้วยเสียงที่แหบพร่า
“ข้าด้วย” ชิงเหยาพูดตามมาติดๆ
ซ่งเหวินและเหอหลงหัวเราะออกมาพร้อมกัน พวกเขารู้อยู่แล้วว่าพวกนางจะต้องหิวอย่างแน่นอน
“ข้าสั่งให้คนเตรียมอาหารไว้ให้แล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ” ซ่งเหวินพูดพลางประคองร่างของเหมยหลิงให้ลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ
เหอหลงก็ทำเช่นเดียวกันกับชิงเหยา เขารู้ดีว่านางยังคงเจ็บปวดและอ่อนเพลียอยู่มาก ดังนั้นเขาจึงต้องคอยประคองนางไว้ตลอดเวลา
อาหารมื้อใหญ่ถูกจัดเตรียมไว้บนโต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่ริมระเบียงที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาและป่าไม้ได้อย่างสุดลูกหูลูกตา อาหารหลากหลายชนิดส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ไม่ว่าจะเป็นไก่ตุ๋นโสม ปลาทอดสมุนไพร หรือซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่ม ทุกอย่างล้วนเป็นอาหารที่บำรุงร่างกายและฟื้นฟูกำลังได้เป็นอย่างดี
ทั้งสี่คนนั่งลงที่โต๊ะอาหาร บรรยากาศในตอนแรกยังคงมีความกระอักกระอ่วนอยู่เล็กน้อย เหมยหลิงและชิงเหยายังคงไม่กล้าสบตาสองหนุ่มตรงๆ พวกนางยังคงรู้สึกอายกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
แต่ซ่งเหวินและเหอหลงก็ไม่ได้ปล่อยให้บรรยากาศที่น่าอึดอัดนั้นดำรงอยู่ได้นานนัก พวกเขาต่างก็ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี คอยตักอาหารและดูแลเอาใจใส่คู่ของตัวเองอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
“กินเยอะๆ สิเหมยหลิง เจ้าจะได้มีแรง” ซ่งเหวินพูดพลางตักเนื้อไก่ชิ้นโตใส่ในชามของเหมยหลิง
“เจ้าก็เหมือนกันชิงเหยา ดื่มซุปเยอะๆ จะได้ฟื้นตัวเร็วๆ” เหอหลงพูดพลางตักซุปร้อนๆ ใส่ในถ้วยของชิงเหยา
การกระทำที่อ่อนโยนและใส่ใจของสองหนุ่มมันทำให้กำแพงในใจของสองสาวค่อยๆ ทลายลง ความรู้สึกอายค่อยๆ จางหายไป เหลือไว้เพียงแค่ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย
พวกนางเริ่มกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ความหิวโหยที่รุนแรงทำให้พวกนางลืมความอายไปจนหมดสิ้น พวกนางกินทุกอย่างที่สองหนุ่มตักให้จนพุงกาง
หลังจากที่กินอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญแล้ว ซ่งเหวินก็ปรบมือเบาๆ เพื่อเรียกความสนใจจากทุกคน
“ข้ามีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
ทุกคนหันไปมองเขาเป็นตาเดียว รอฟังว่าเขาจะพูดอะไร
“ข้าได้สั่งให้คนส่งข้อความกลับไปแจ้งทางเมืองหลิงโจวและท่านพี่หลี่หมิงแล้วว่า การดูงานครั้งนี้มีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาและต่อรองมากขึ้น ดังนั้นข้าจึงขอขยายเวลาดูงานออกไปอีกเป็นเจ็ดวัน จากเดิมที่กำหนดไว้แค่สามวัน”
คำพูดของเขาทำให้เหมยหลิงและชิงเหยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เจ็ดวัน! นั่นหมายความว่าพวกนางจะต้องอยู่ที่นี่กับพวกเขาไปอีกถึงสี่คืน!
ความคิดนั้นทำให้ใบหน้าของพวกนางแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง พวกนางมองหน้าสองหนุ่มอย่างคาดโทษ พวกนางรู้ทันทีว่าเวลาที่ขยายขึ้นมานั้นไม่ได้มีไว้เพื่อดูงานอย่างแน่นอน แต่มันมีไว้เพื่อสนองความต้องการของพวกเขาต่างหาก!
“ท่านพี่ซ่งเหวิน ท่านทำแบบนี้ได้อย่างไร” เหมยหลิงถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ท่านขยายเวลาทุกครั้งที่มาดูงานแบบนี้ ท่านพี่หลี่หมิงจะไม่สงสัยหรือเจ้าคะ”
ความกังวลฉายชัดอยู่ในแววตาของนาง นางกลัวว่าสามีของนางจะจับได้ว่านางกำลังนอกใจเขาอยู่ และถ้านางถูกจับได้ ชีวิตของนางจะต้องจบสิ้นลงอย่างแน่นอน
แต่ซ่งเหวินกลับแสยะยิ้มออกมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน เขายื่นมือไปกุมมือของนางไว้แน่นแล้วบีบเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
“เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกเหมยหลิง ข้าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจและเต็มไปด้วยอำนาจ “สามีของเจ้าเขาไม่มีทางสงสัยอะไรได้อย่างแน่นอน และต่อให้เขาสงสัย เขาก็ไม่มีทางทำอะไรเจ้าได้ ตราบใดที่เจ้ายังอยู่กับข้า”
คำพูดของเขาและแววตาที่มุ่งมั่นของเขามันทำให้ความกังวลในใจของเหมยหลิงค่อยๆ สลายไป นางรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาดเมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดของเขา นางรู้ดีว่าเขาจะปกป้องนางจากทุกสิ่งทุกอย่างได้
ชิงเหยาที่นั่งฟังอยู่ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน นางมองเหอหลงที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วส่งยิ้มให้เขาอย่างขอบคุณ นางรู้ดีว่าเขาเองก็จะปกป้องนางเช่นกัน
บรรยากาศที่เคยตึงเครียดกลับมาหวานชื่นอีกครั้ง ทั้งสี่คนนั่งคุยกันอย่างสนุกสนานและหัวเราะให้กันอย่างมีความสุข ราวกับว่าพวกเขาเป็นคู่รักที่คบกันมานานแสนนาน
“เย็นนี้เราไปนั่งรถม้าเที่ยวชมเมืองหลวงกันดีหรือไม่” ซ่งเหวินเสนอขึ้นมา
“ดีเจ้าค่ะ!” เหมยหลิงและชิงเหยาตอบพร้อมกันอย่างกระตือรือร้น พวกนางอยากจะออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้าง หลังจากที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในห้องมานานถึงสองวัน
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปเตรียมตัวกันเถอะ อีกหนึ่งชั่วยามเราจะออกเดินทางกัน” เหอหลงพูดสรุป
สองสาวรีบลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารแล้ววิ่งกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่อเตรียมตัวทันที พวกนางตื่นเต้นที่จะได้ออกไปเที่ยวชมเมืองหลวงในยามค่ำคืนเป็นครั้งแรกในชีวิต
ซ่งเหวินและเหอหลงมองตามหลังสองสาวไปแล้วยิ้มให้กันอย่างมีความสุข พวกเขารู้ดีว่าค่ำคืนนี้จะต้องเป็นอีกหนึ่งคืนที่น่าจดจำสำหรับพวกเขาทั้งสี่อย่างแน่นอน