มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 2 ตอนที่ 48.งานที่ไม่ธรรมดา

    งานที่ไม่ธรรมดา

    ช่วงสายของวันนั้น

    หลังจากทดลองพลังจิตและจัดการเรื่องต่าง ๆ ในที่พักเรียบร้อยแล้ว นัทกับมาร์โกจึงออกจากอาคาร มุ่งหน้าไปยังกิลด์เหมือนที่เคยทำในช่วงที่ผ่านมา

    วันนี้ทั้งสองไม่ได้มีแผนจะออกไปล่ามอนสเตอร์เป็นพิเศษ

    พวกเขาเพียงต้องการหาเงิน และดูว่ามีงานอะไรที่เหมาะกับสถานการณ์ของพวกเขาในตอนนี้

    เมื่อมาถึงกิลด์ บรรยากาศด้านในยังคงคึกคักเหมือนเดิม

    นักล่าหลายกลุ่มกำลังยืนอ่านประกาศ บางคนกำลังนำวัตถุดิบมาขาย บางคนกำลังพูดคุยเรื่องค่าตอบแทนของภารกิจ

    นัทเดินผ่านคนเหล่านั้นไปช้า ๆ

    สายตากวาดมองกระดานประกาศ

    มีทั้งงานล่ามอนสเตอร์

    งานเก็บสมุนไพร

    งานสำรวจพื้นที่

    งานค้นหาผู้สูญหาย

    งานคุ้มกัน

    และงานขนส่งสินค้า

    มาร์โกหยุดอยู่หน้ากระดาน

    "อันนี้น่าสนใจ"

    นัทเดินเข้าไปดู

    บนกระดาษแผ่นหนึ่งเขียนไว้ว่า

    ภารกิจคุ้มกันขบวนขนส่ง
    เส้นทาง: เมืองหลวง → เขตช่างฝีมือทางตะวันออก
    ผู้ว่าจ้าง: ผู้ค้าทรัพยากร
    หน้าที่: คุ้มกันสินค้าและผู้ขนส่ง
    ระยะเวลา: หนึ่งถึงสองวัน
    ค่าตอบแทน: ตามระดับความเสี่ยงของเส้นทาง

    นัทอ่านจบแล้วหันไปมองมาร์โก

    "เขตช่างฝีมือ?"

    "ใช่"

    มาร์โกชี้ไปยังปลายทาง

    "เราอยากไปดูแหล่งตีเหล็กของที่นี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"

    นัทนึกถึงง้าวที่ยังอยู่เพียงในกระดาษ

    รวมถึงวัสดุที่พวกเขายังหาไม่ครบ

    "จริง"

    มาร์โกยิ้ม

    "แถมได้เงินด้วย"

    นัทพยักหน้า

    "งั้นเอางานนี้"

    ทั้งสองนำรายละเอียดไปติดต่อเจ้าหน้าที่กิลด์

    หลังตรวจสอบข้อมูลและลงทะเบียนเรียบร้อย พวกเขาก็ได้รับคำแนะนำเส้นทางและเวลาออกเดินทาง

    ไม่มีระบบภารกิจมาปรากฏตรงหน้า

    ไม่มีหน้าต่างแจ้งเตือน

    มีเพียงกระดาษจากกิลด์หนึ่งใบ

    กับเงินที่จะได้รับเมื่อทำงานสำเร็จ

    นัทเก็บเอกสารใส่กระเป๋า

    "ไปกันเถอะ"

    ขบวนขนส่งออกจากเมืองในช่วงบ่าย

    มีเกวียนอยู่ทั้งหมดสามคัน

    คันแรกบรรทุกวัตถุดิบทั่วไป

    คันที่สองเป็นลังไม้หลายใบที่ถูกปิดอย่างแน่นหนา

    ส่วนคันสุดท้ายมีเครื่องมือช่างและอุปกรณ์สำหรับเขตช่างฝีมือ

    นัทกับมาร์โกได้รับหน้าที่เดินอยู่ด้านข้างขบวน

    นอกจากพวกเขายังมีนักล่าอีกสองคนร่วมคุ้มกัน

    ชายคนหนึ่งรูปร่างใหญ่ ถือหอกยาว

    ส่วนอีกคนเป็นหญิงสาวที่สะพายธนูไว้ด้านหลัง

    นัทพยักหน้าให้ทั้งสอง

    "ฝากตัวด้วย"

    ชายถือหอกหัวเราะ

    "พวกนายก็เหมือนกัน"

    หญิงสาวเพียงพยักหน้า

    ขบวนเริ่มเคลื่อนตัวไปตามถนน

    ช่วงแรกทุกอย่างเป็นไปอย่างสงบ

    ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ไม่มีมอนสเตอร์

    ไม่มีโจร

    ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติ

    นัทเริ่มมองภูมิประเทศรอบตัวแทน

    ยิ่งออกจากเมืองมากเท่าไร สิ่งก่อสร้างก็ยิ่งน้อยลง

    พื้นที่เกษตรเริ่มปรากฏให้เห็น

    ไกลออกไปเป็นแนวป่าและเนินเขา

    มาร์โกเดินอยู่ข้าง ๆ

    "ถ้าไปถึงเขตช่างฝีมือแล้ว ฉันอยากดูวิธีหลอมโลหะของที่นี่"

    "คิดว่าจะมีอะไรต่างจากโลกเดิม?"

    "น่าจะเยอะ"

    มาร์โกตอบทันที

    "โดยเฉพาะวัสดุที่ตอบสนองต่อปราณ"

    นัทพยักหน้า

    "ถ้าเราเจอวัสดุที่เหมาะกับง้าวก็ดี"

    "แต่ต้องหาให้ได้ก่อน"

    "รู้"

    นัทแตะด้ามขวานเก่าที่สะพายอยู่ด้านหลัง

    "ของเดิมใช้เป็นแค่ที่ระลึกไปก่อน"

    มาร์โกมองด้ามนั้น

    "ยังเก็บไว้อีก"

    "แน่นอน"

    "นายผูกพันกับมันมากกว่าที่คิดนะ"

    นัทหัวเราะเบา ๆ

    "ก็อยู่กับฉันมานาน"

    ระหว่างทาง ขบวนหยุดพักช่วงหนึ่ง

    พวกเขาเลือกพื้นที่ใกล้ลำธารเล็ก ๆ

    คนขับเกวียนกำลังจัดอาหาร ส่วนพวกนักล่าก็แยกกันพัก

    นัทนั่งอยู่บนก้อนหิน

    สายตาของเขาเหลือบไปเห็นหนึ่งในคนร่วมขบวน

    ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินทางมาด้วยตั้งแต่ต้น

    เขาไม่ได้เป็นนักล่า

    เสื้อผ้าธรรมดา

    ไม่มีอาวุธเด่นชัด

    แต่ตอนที่เขากำลังหยิบขวดน้ำจากกระเป๋า...

    นัทเห็นบางอย่าง

    เงาของชายคนนั้นขยับช้ากว่าร่าง

    เพียงเสี้ยววินาที

    นัทขมวดคิ้ว

    เขากะพริบตา

    เงากลับเป็นปกติ

    "พี่"

    มาร์โกหันมา

    "อะไร?"

    นัทพยักหน้าไปทางชายคนนั้น

    "นายเห็นอะไรแปลก ๆ ไหม?"

    มาร์โกมองตาม

    "อะไร?"

    "เงาเขา"

    มาร์โกจ้องอยู่ครู่หนึ่ง

    แต่ไม่เห็นอะไรผิดปกติ

    "ไม่เห็น"

    นัทไม่ได้พูดต่อ

    เขาเพียงเก็บความสงสัยเอาไว้

    ขบวนเดินทางต่อ

    จนกระทั่งช่วงเย็น

    ถนนเริ่มแคบลงและเข้าสู่พื้นที่เนินเขา

    ข้างหน้ามีสะพานหินเก่าข้ามหุบเล็ก ๆ

    แต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้...

    คนขับเกวียนกลับหยุดทันที

    "เดี๋ยวก่อน!"

    ทุกคนชะงัก

    สะพานด้านหน้ามีส่วนหนึ่งพังลง

    ก้อนหินจำนวนมากตกลงไปด้านล่าง

    เส้นทางถูกตัดขาด

    ชายถือหอกเดินเข้าไปตรวจ

    "มอนสเตอร์โจมตีหรือเปล่า?"

    หญิงสาวส่ายหน้า

    "ไม่เหมือน"

    มาร์โกเดินเข้าไปดูเช่นกัน

    นัทตามไป

    รอยแตกกระจายอยู่บนสะพาน

    แต่มีบางอย่างทำให้เขารู้สึกแปลก

    "พี่"

    "ว่า?"

    "ดูตรงนี้"

    นัทชี้ไปยังฐานด้านหนึ่ง

    มาร์โกก้มลงตรวจ

    เขาใช้นิ้วแตะรอยแตก

    "แปลก"

    "ใช่ไหม?"

    "ถ้าโดนแรงกระแทกจากด้านบน รอยแตกควรกระจายออกจากจุดกระแทก"

    มาร์โกชี้ไปอีกด้าน

    "แต่ตรงนี้เหมือนโครงสร้างด้านในถูกดึงออก"

    นัทมองตาม

    เศษวัสดุบางส่วนหายไปจากภายใน

    ไม่ได้ถูกทุบ

    ไม่ได้ถูกตัด

    แต่เหมือนบางสิ่งดึงมันออกไป

    "มีใครทำหรือเปล่า?"

    ชายถือหอกถาม

    มาร์โกส่ายหน้า

    "ไม่รู้"

    ทุกคนมองสะพาน

    ขบวนไม่สามารถเดินต่อได้

    คนขับเกวียนเริ่มกังวล

    "ถ้าอ้อม ต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง"

    มาร์โกมองสะพาน

    "ซ่อมได้"

    ชายถือหอกหัวเราะ

    "ด้วยอะไร?"

    มาร์โกชี้ไปยังไม้สำรองที่อยู่บนเกวียน

    "ถ้าเสริมโครงตรงนี้ แล้วทำทางชั่วคราว เราน่าจะผ่านได้"

    ทุกคนเริ่มช่วยกันขนวัสดุลงมา

    นัทเองก็เข้าไปช่วย

    แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้แรงของตัวเอง

    เขามองไม้หลายชิ้นที่วางอยู่บนพื้น

    จากนั้นยื่นมือออก

    พลังจิตเริ่มทำงาน

    ไม้ชิ้นแรกขยับ

    แล้วลอยขึ้น

    นัทขยับมือไปด้านข้าง

    ไม้ถูกวางลงตรงตำแหน่งที่มาร์โกบอก

    "ดี"

    มาร์โกพูด

    นัทหยิบชิ้นที่สอง

    ชิ้นที่สาม

    แล้วชิ้นที่สี่

    คราวนี้เขาพยายามควบคุมหลายชิ้นพร้อมกัน

    ไม้สามท่อนลอยขึ้นพร้อมกัน

    นัทขมวดคิ้ว

    เหงื่อเริ่มปรากฏบนหน้าผาก

    "ช้า ๆ"

    มาร์โกบอก

    "รู้"

    นัทพยายามขยับไม้ทั้งสามพร้อมกัน

    ชิ้นแรกอยู่ตรงตำแหน่ง

    ชิ้นที่สองเริ่มเอียง

    ชิ้นที่สามหมุนผิดทิศ

    "เดี๋ยว!"

    ไม้ท่อนหนึ่งตกลงมา

    นัทรีบควบคุมกลับ

    มันหยุดอยู่กลางอากาศเพียงไม่กี่นิ้วจากพื้น

    นัทถอนหายใจ

    "เกือบไป"

    มาร์โกมองเขา

    "ทีละชิ้นก่อน"

    "ฉันอยากลอง"

    "รู้"

    มาร์โกยิ้ม

    "แต่ไม่ต้องรีบ"

    นัทพยักหน้า

    เขาค่อย ๆ ลดจำนวนลง

    สองชิ้น

    จากนั้นสามชิ้น

    เขาเริ่มจับจังหวะได้

    ไม่ใช่การเพิ่มพลัง

    แต่เป็นการแบ่งสมาธิ

    ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง

    สะพานชั่วคราวก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

    นัทนั่งลงพัก

    แขนไม่ได้เจ็บ

    ร่างกายไม่ได้บาดเจ็บ

    แต่หัวกลับรู้สึกหนักอย่างประหลาด

    มาร์โกยื่นน้ำให้

    "เป็นไง?"

    นัทยกมือกุมขมับ

    "เหนื่อยหัว"

    "พลังจิตสินะ"

    "น่าจะ"

    นัทมองมือของตัวเอง

    "หนึ่งชิ้นง่าย"

    เขาหยิบก้อนหินเล็ก ๆ ขึ้นมา

    "สองชิ้นยังไหว"

    จากนั้นมองไปยังไม้ที่วางอยู่บนสะพาน

    "แต่หลายชิ้นพร้อมกัน..."

    เขาส่ายหน้า

    "สมาธิแตก"

    มาร์โกพยักหน้า

    "อย่างน้อยก็รู้ข้อจำกัดเพิ่มอีกอย่าง"

    นัทหยิบสมุดออกมา

    เขียนลงไปทันที

    พลังจิต

    จำนวนวัตถุเพิ่ม → การควบคุมลดลง
    การควบคุมหลายเป้าหมายพร้อมกันใช้สมาธิสูง
    ไม่จำเป็นต้องเพิ่มพลังเสมอไป
    ต้องฝึกการแบ่งสมาธิ

    เขามองข้อความนั้น

    ก่อนจะขีดเส้นใต้คำสุดท้าย

    ในที่สุดขบวนก็สามารถข้ามสะพานได้

    ทุกคนเริ่มเก็บอุปกรณ์

    แต่ก่อนที่เกวียนคันสุดท้ายจะเคลื่อนออกไป...

    ชายหนุ่มที่นัทเคยสังเกตหยุดเดิน

    เขามองเข้าไปในป่า

    สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย

    นัทเห็น

    "มีอะไร?"

    ชายคนนั้นไม่ตอบทันที

    เพียงมองป่าอยู่ครู่หนึ่ง

    จากนั้นพูดเบา ๆ

    "มีคนอยู่"

    ทุกคนหยุด

    ชายถือหอกจับอาวุธ

    หญิงสาวหยิบธนูออกมา

    นัทมองแนวต้นไม้

    ไม่มีอะไร

    เงียบเกินไปด้วยซ้ำ

    แต่ผ่านไปไม่กี่วินาที...

    เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น

    กรอบ...

    กรอบ...

    จากแนวป่า

    คนกลุ่มหนึ่งค่อย ๆ เดินออกมา

    ประมาณห้าคน

    ทั้งหมดเป็นมนุษย์

    ไม่ได้สวมชุดนักล่า

    และไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะโจมตีทันที

    ชายที่อยู่ด้านหน้ามองขบวน

    จากนั้นพูดขึ้น

    "พวกเรามาเอาของคืน"

    ทุกคนเงียบ

    คนขับเกวียนหันไปมองผู้คุ้มกัน

    "ของอะไร?"

    ชายคนนั้นชี้ไปยังเกวียนคันที่สอง

    คันที่บรรทุกลังไม้ปิดสนิท

    "ของในนั้น"

    มาร์โกขมวดคิ้ว

    "นายเป็นใคร?"

    ชายคนนั้นไม่ได้ตอบ

    แต่กลับพูดว่า

    "ของที่พวกนายกำลังขนอยู่ ไม่ใช่สินค้าของพวกนาย"

    นัทมองไปยังลังไม้

    ตั้งแต่เริ่มภารกิจ เขาไม่เคยถามด้วยซ้ำว่าข้างในคืออะไร

    เพราะรายละเอียดในใบงานระบุเพียงว่าเป็นสินค้าที่ต้องนำไปส่ง

    มาร์โกเองก็หันไปมองเกวียน

    "พี่..."

    "ฉันก็ไม่รู้"

    คนขับเกวียนรีบพูด

    "พวกเราแค่รับงานขนของ!"

    ชายจากป่าตอบกลับทันที

    "งั้นก็ส่งมันมา"

    นักล่าถือหอกก้าวออกไปข้างหน้า

    "ถ้าคิดจะเอาของจากขบวนที่เรารับงานคุ้มกัน ก็พูดง่ายไปหน่อย"

    บรรยากาศเริ่มตึงเครียด

    นัทไม่ได้ชักปืน

    มือของเขาเพียงแตะด้ามขวานเก่าที่สะพายอยู่ด้านหลัง

    สายตายังคงจับจ้องชายตรงหน้า

    แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้นัทสนใจมากกว่าคำพูดของพวกนั้น...

    คือชายหนุ่มที่อยู่ในขบวน

    เงาของเขา...

    กำลังขยับอีกครั้ง

    คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม

    เหมือนมีรูปร่างบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้เงา

    นัทหรี่ตา

    เขายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร

    และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายคนนี้อยู่ฝ่ายไหน

    แต่ตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่า...

    โลกที่สองไม่ได้มีเพียงพลังปราณ เวท และพลังจิตที่เขารู้จัก

    ยังมีสิ่งอื่นอีก

    สิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

    ชายจากป่ามองทุกคนอีกครั้ง

    "ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย"

    เขาชี้ไปยังลังไม้

    "ส่งของมา"

    นัทหันไปมองมาร์โก

    มาร์โกมองกลับ

    ไม่มีใครพูดอะไร

    เพราะตอนนี้ทั้งคู่เริ่มเข้าใจตรงกันแล้ว

    ภารกิจที่พวกเขาคิดว่าเป็นเพียงงานคุ้มกันธรรมดา...

    อาจไม่ธรรมดาตั้งแต่แรก

    และสิ่งที่อยู่ในลังนั้น...

    กำลังจะทำให้พวกเขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ใหญ่กว่าค่าจ้างของกิลด์อย่างแน่นอน

    โลกเดิม

    เก้าเดือนหลังเหตุการณ์คนหาย

    แสงจากหน้าจอโทรทัศน์ส่องไปทั่วห้องของกล้า

    ข่าวยังคงพูดถึงผู้สูญหายที่ทยอยกลับมา

    แต่ช่วงหลัง ข่าวเหล่านั้นเริ่มเปลี่ยนไป

    ไม่ใช่เพียงเรื่องของคนที่หายไปอีกแล้ว

    แต่เป็นเรื่องของ คนที่กลับมา

    และสิ่งที่พวกเขานำกลับมาด้วย

    ความสามารถที่อธิบายไม่ได้

    ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่ไม่มีอยู่บนแผนที่โลก

    และเรื่องราวที่ขัดกับทุกสิ่งที่มนุษย์เคยเชื่อ

    กล้านั่งเงียบอยู่หน้าจอ

    เขาไม่ได้แปลกใจกับข่าวเหล่านั้น

    เพราะเขารู้ว่ามันเป็นความจริง

    แต่สิ่งที่ทำให้เขาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ...

    คือข่าวช่วงหลังเริ่มพูดถึง ตัวเขาเอง

    ภาพของผู้กลับมาบางคนถูกนำเสนอ

    บางคนยกสิ่งของโดยไม่สัมผัส

    บางคนแสดงพลังที่เหนือกว่าคนธรรมดา

    ผู้ประกาศข่าวพูดว่า

    "รัฐบาลของหลายประเทศกำลังพยายามรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่เดินทางกลับมา เพื่อทำความเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเก้าเดือนก่อน"

    กล้าหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม

    จากนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

    เขามองหมายเลขที่ไม่คุ้น

    ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนรับสาย

    "ครับ"

    เสียงจากปลายสายเป็นชายคนหนึ่ง

    น้ำเสียงสุภาพ แต่จริงจัง

    "คุณกล้าใช่ไหมครับ?"

    "ครับ"

    "ผมโทรมาจากหน่วยงานของรัฐ"

    กล้านิ่งไปเล็กน้อย

    "มีอะไรหรือครับ?"

    ปลายสายเงียบไปชั่วครู่

    ก่อนตอบ

    "ทางเราต้องการเชิญคุณเข้าพบเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเก้าเดือนก่อน"

    กล้ามองโทรทัศน์

    ข่าวยังคงพูดถึงผู้กลับมา

    "ผมเคยให้ข้อมูลไปแล้วนะครับ"

    "ทราบครับ"

    เสียงปลายสายตอบ

    "แต่ข้อมูลที่คุณให้ไว้ในครั้งนั้น มีหลายส่วนที่เราต้องการสอบถามเพิ่มเติม"

    กล้าไม่ได้ตอบทันที

    ชายคนนั้นจึงพูดต่อ

    "และครั้งนี้ไม่ใช่การสอบสวนครับ"

    "แล้วคืออะไร?"

    "เป็นการพูดคุยอย่างเป็นทางการ"

    กล้าหรี่ตา

    เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าเรื่องกำลังเปลี่ยนไป

    รัฐบาลไม่ได้มองเขาเป็นเพียงคนหายที่กลับมาอีกต่อไป

    พวกเขาเริ่มมองเขาเป็น...

    หนึ่งในคนไม่กี่คนที่เคยเห็นโลกอีกใบด้วยตัวเอง

    "ผมปฏิเสธได้ไหม?"

    ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

    "ได้ครับ"

    คำตอบนั้นทำให้กล้าประหลาดใจ

    แต่ประโยคต่อมาทำให้เขานิ่งกว่าเดิม

    "แต่ผมคิดว่าคุณควรไป"

    กล้ามองออกไปนอกหน้าต่าง

    ถนนด้านนอกยังคงมีรถวิ่ง

    ผู้คนยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม

    แต่เขารู้ดีว่าโลกนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

    "ที่ไหนครับ?"

    วันรุ่งขึ้น

    กล้ายืนอยู่หน้าสถานที่ราชการแห่งหนึ่ง

    อาคารด้านหน้าไม่ได้มีคนจำนวนมาก

    ไม่มีนักข่าว

    ไม่มีการแถลงข่าว

    ทุกอย่างถูกจัดการอย่างเงียบ ๆ

    เจ้าหน้าที่เดินเข้ามาหา

    "คุณกล้าใช่ไหมครับ?"

    "ครับ"

    "เชิญด้านในครับ"

    กล้าเดินตามเข้าไป

    ก่อนจะผ่านประตู เขาหยุดครู่หนึ่ง

    เขานึกถึงโลกที่สอง

    นึกถึงผู้คนที่ยังอยู่ที่นั่น

    และนึกถึงคนคนหนึ่ง

    นัท

    กล้าหลับตาเพียงชั่วครู่

    จากนั้นจึงเดินต่อ

    ภายในห้องประชุม

    มีเจ้าหน้าที่หลายคนรออยู่

    บนโต๊ะไม่มีอาวุธ

    ไม่มีเอกสารจำนวนมาก

    มีเพียงแฟ้มเล่มหนึ่งวางอยู่ตรงกลาง

    เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเปิดแฟ้ม

    หน้าแรกเป็นข้อมูลของกล้า

    ชื่อ

    ประวัติ

    วันที่หายตัวไป

    วันที่กลับมา

    และภาพถ่ายของเขา

    ชายคนนั้นมองกล้า

    "ก่อนอื่น ผมอยากให้คุณรู้ว่าเราไม่ได้เรียกคุณมาเพราะคุณทำอะไรผิด"

    กล้าพยักหน้า

    "ครับ"

    "แต่คุณเป็นหนึ่งในคนที่กลับมา"

    เจ้าหน้าที่หยุดเล็กน้อย

    "และจากข้อมูลที่เราได้รับ..."

    เขาเปิดหน้าถัดไป

    "คุณอาจเป็นหนึ่งในคนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์มากที่สุด"

    กล้านิ่ง

    เจ้าหน้าที่วางเอกสารลง

    "เราอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนที่ยังไม่กลับมา"

    ห้องเงียบ

    กล้ามองแฟ้มตรงหน้า

    เขารู้คำตอบ

    คนเหล่านั้นบางส่วนยังอยู่

    บางส่วนอาจกำลังเดินทาง

    และบางคน...

    อาจไม่มีวันกลับมา

    แต่เหนือสิ่งอื่นใด

    มีคนหนึ่งที่เขารู้แน่ ๆ ว่ายังอยู่

    กล้าพูดออกมาเบา ๆ

    "ถ้าพวกคุณอยากรู้เรื่องทั้งหมด..."

    เขาหยุด

    "ผมคงต้องเล่าเรื่องที่พวกคุณอาจไม่เชื่อ"

    เจ้าหน้าที่มองเขาอย่างจริงจัง

    "เราพร้อมฟังครับ"

    กล้าพิงเก้าอี้

    แล้วมองไปยังแฟ้มตรงหน้า

    เป็นครั้งแรกที่เรื่องของโลกที่สองกำลังจะถูกนำกลับมายังโลกเดิมอย่างจริงจัง

    และในอีกฟากหนึ่งของโลก...

    นัทกำลังยืนอยู่กลางถนนนอกเมือง

    มองกลุ่มคนที่กำลังเรียกร้องสิ่งของจากขบวน

    โดยไม่มีทางรู้เลยว่า...

    ในโลกเดิม เรื่องของพวกเขากำลังเริ่มกลายเป็นเรื่องระดับประเทศแล้ว