ฉัวะ!
วินาทีนั้น อากาศธาตุเหมือนถูกแช่แข็ง ทั้งหอจวินไหลเงียบสงัดราวป่าช้า
เสียงศาสตราวุธแทงเนื้อหนังดังเข้าโสตประสาททุกผู้ทุกนามในที่นั้นโลหิตที่หลั่งรดสังเวียนช่างแดงฉานแสบตา
ท่ามกลางสายตานับหมื่นที่ตื่นตระหนก ฉู่เหินแทงหอกพิชิตมารเข้าไปที่ท้องของเหรินชงอย่างไร้ลังเลแววตาเย็นเยียบและรังสีปราณที่ผังแผ่ออกมาจากกายฉู่เหินดลให้ทุกชีวิตหนาวจับขั้วหัวใจ
เงียบงันไร้ซึ่งชีวิต!
คนบนอัฒจันทร์เบิกตาค้างทุกคน
มู่เฟิง หลี่ฮุยเย่ โจวลู่ และบรรดาศิษย์ใหม่สำนักดาราสวรรค์อึ้งกิมกี่นั่นเหรินชงนะ! ราชาศิษย์ใหม่สำนักวายุจักรพรรดิของปีนี้เลย
ห้วงเวลานี้ กระทั่งหยางอวี่ไท่และซูเสวี่ยโหรวสำนักยุทธจักรพรรดิยังขมวดคิ้วอย่างไม่อาจควบคุมจุดจบเช่นนี้สุดที่พวกเขาจะจินตนาการได้
อวี๋เฉินอวี้ที่เขตสำนักมหาหัสดีอ้าปากค้างเล็กน้อย มือหยกแตะริมฝีปากแดงดวงหน้างดงามเต็มไปด้วยความตระหนก
...
เย่เหยา เย่โยว เหลียงอี้หมิง และทุกคนที่อัฒจันทร์สำนักวายุจักรพรรดิตระหนกสุดขีด
โดยเฉพาะเย่โยว คิ้วหลิวขมวดแน่น สองตาเบิกกว้างคลื่นอารมณ์ทุกรูปแบบเอ่อท้นล้นใจนาง
ไม่เพียงแต่ทั้งลานประลองยุทธ์ที่เงียบเป็นตายเท่านั้นกระทั่งแขกเหรื่อที่ชั้นสองและชั้นสามของหอจวินไหลก็ยังไม่วายตื่นตระหนกจากภาพที่ได้เห็น
“เด็กคนนี้...”
อาจารย์สำนักดาราสวรรค์ซ่งเฉิงเลี่ยลุกขึ้นยืนตั้งนานแล้วเขาส่ายหน้าผะแผ่ว ดวงตาทั้งอึ้งทั้งทึ่ง แม้เขาจะคิดมาตลอดว่าฉู่เหินดีเลิศอย่างแท้จริงแต่ก็ไม่นึกเลยว่าจะยังประเมินบุรุษหนุ่มต่ำไปเช่นนี้
อาจารย์อู๋อิ่งเองก็ไม่นิ่งสุขุมเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว
สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความชมชอบและยอมรับที่เขามีให้“เด็กคนนี้นิสัยทรหดอดทน รูปลักษณ์ภายนอกอ่อนโยนน่าคบหา แต่ยามเผชิญหน้าศัตรูกลับอำมหิตเลือดเย็นเหมือนข้ามากเลยนะนี่”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ซ่งเฉิงเลี่ยถามด้วยชักสนุก
“เขาเป็นศิษย์สายตรงของใคร?” อู๋อิ่งถาม
“เจ้าเลิกคิดเสียจะดีกว่า เขาเป็นศิษย์ของซีหลาน”
“โอ้ ซีหลาน” อาจารย์อู๋อิ่งเผยยิ้มจนใจหลายส่วน “ก็ได้! ศิษย์ซีหลานก็ซีหลาน ข้าแย่งนางไม่ได้หรอก”
ซ่งเฉิงเลี่ยยิ้มบ้าง “เฮอะๆ แต่เจ้าเด็กนี่แน่นัก เข้าสำนักมาหนึ่งเดือนแล้วยังไม่เคยไปฟังซีหลานสอนเลยสักครั้ง”
“จริงหรือ!”
...
ใต้สังเวียนประลองยุทธ์ยังคงเงียบสงัด
ฉู่เหินยืนกำหอก คมหอกพิชิตมารฝังลงไปในร่างเหรินชง
โลหิตหลั่งไหลออกจากปากแผลและปากของเหรินชงไม่หยุดเขาตัวสั่นงันงกเหมือนลูกนกต้องลมหนาว “ฮะ ฮะๆ คิดฆ่าข้า...แกกล้าพอหรือ?”
เหรินชงยังพอมีคนหนุนหลังในเมืองหลวงอยู่บ้าง
โดยเฉพาะการที่เขามีสัมพันธ์อันดีกับเหวยชิงฝานนั้น หากฉู่เหินกล้าแตะต้องเขาเหวยชิงฝานต้องไม่ปล่อยเจ้าตัวไปแน่
เห็นยิ้มเย้ยหยันถึงขีดสุดบนใบหน้าศัตรูแล้ว ดวงตาลุ่มลึกของฉู่เหินก็เย็นเฉียบราวกับแท่งน้ำแข็งในเหมันตฤดู
“เมื่อครู่ข้าคิดจะฆ่าเจ้าจริง...” น้ำเสียงฉู่เหินทั้งแผ่วเบา แช่มช้า และเรียบนิ่งแต่กลับให้ความรู้สึกเยือกแข็งเหน็บหนาวยิ่ง ดวงตาทรหดสบตาเหรินชงตรงๆลำคอเคลื่อนไหวเอ่ยตอบแสนนิ่ง “แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้วข้าเชื่อว่าถ้าให้แกพิกลพิการเสีย คงสาแก่ใจข้ายิ่งกว่าฆ่าให้ตาย”
อะไรนะ?
เหรินชงใจหายวาบ ทุกคนในที่นั้นใจสั่นไปตามๆ กัน
สิ้นคำ หอกพิชิตมารเปล่งแสงดำเจิดจ้า ชั่วพริบตาพลังมืดถาโถมโหมกระหน่ำดุจคลื่นก็แล่นจากฝ่ามือฉู่เหินไล่ไปตามแนวหอกพิชิตมารแล้วเข้าสู่ร่างเหรินชง
ปึ้ง!
เสียงระเบิดหนักๆ ดังขึ้นบนสังเวียน ดวงใจทุกดวงเหมือนถูกค้อนทุบตี
ยามสายตาอันประหวั่นพรั่นพรึงนับคู่ไม่ถ้วนจับจ้องตำแหน่งตันเถียนที่ท้องของเหรินชงก็ระเบิดออกเป็นหยาดฝนโลหิตสีแดงฉานพลังมืดจากหอกพิชิตมารบดขยี้ตันเถียนและเส้นปราณยุทธสำคัญทั้งหมดจนแหลกเป็นจุณ
ตันเถียนถูกทำลาย ไม่มียาใดรักษาได้!
ประโยคเหยียดหยามเยาะหยันประโยคเดียวของเหรินชง แลกมากับจุดจบที่ต้องพิการไปชั่วชีวิต
“อ๊าก!!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนถึงขีดสุดดังจากปากเหรินชง เขาล้มคว่ำลงกับพื้นสัมผัสถึงความรู้สึกยามเลือดพรั่งพรูและพลังหยวนแท้ที่เหือดหายอย่างรวดเร็วด้วยความเจ็บปวด
“อ๊า...ข้าไม่อยากเป็นคนพิการ...”
ราชาศิษย์ใหม่สำนักวายุจักรพรรดิอัจฉริยะที่แกร่งที่สุดในบรรดาศิษย์ใหม่ของทั้งนครหลวงในปีนี้...
เกียรติยศทั้งหมดทั้งมวล ถูกปอกลอกเอาไปสิ้นอย่างไร้หัวใจในเสี้ยววินาที
เหรินชงหน้าตาบูดเบี้ยว ความเจ็บปวดรวดร้าวเหลือแสนยังส่งผลให้หน้าของเขาเหี้ยมเกรียมขึ้นอีก
...
เห็นภาพบนสังเวียนแล้ว ผู้ชมทั้งลานก็หนาวสั่น
โดยเฉพาะเฮ่อเฉาและเฮ่อเสี่ยนสองพี่น้องที่เขตสำนักจันทร์สกาว พวกเขาเพิ่งตระหนักได้ถึงความน่ากลัวของฉู่เหินคนผู้นี้หาก ‘โหด’ ขึ้นมาแล้วไซร้ย่อมทำให้คนอกสั่นขวัญแขวนได้เลย
กระนั้น ผู้ที่หน้าตาดูไม่ได้ที่สุดย่อมเป็นเย่โยว
นางคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าฉู่เหินที่นางรู้จักก่อนหน้านี้จะแตกต่างกับในยามนี้ราวฟ้ากับเหวได้
ความอำมหิตไร้หัวใจต่อศัตรูนั่น รวมทั้งพลังลมปราณอันแกร่งกล้านั่นอีกด้วย...
ต้องยอมรับว่าฉู่เหินมีวันนี้ได้ก็เพราะเย่โยวประทานให้
โกรธ เจ็บปวด เคียดแค้น โศกศัลย์
อารมณ์มากมายเกาะกุมจิตใจเหรินชง ปากด่าทอสาปแช่งไม่หยุด
ฉู่เหินมองเขาอย่างเยือกเย็น เอื้อนเอ่ยเสียงต่ำไม่แยแส“ราชาศิษย์ใหม่วายุจักรพรรดิ มันก็แค่นี้เอง”
ราชาศิษย์ใหม่วายุจักรพรรดิ มันก็แค่นี้เอง...
ถ้อยคำเรียบง่ายไม่กี่คำ แต่ตบหน้าเหรินชง ตบหน้าคนสำนักวายุจักรพรรดิตบหน้าคนนับไม่ถ้วนในงานนี้ได้ พวกที่ปากบอกว่าฉู่เหินตายแน่เมื่อครู่บัดนี้หุบปากเงียบอย่างแสนเชื่องกันหมด
ทว่า ฉู่เหินกลับไม่ได้ชายตาแลเขาเลยบุรุษหนุ่มแบกหอกพิชิตมารไว้บนหลังแล้วหันกายจะเดินจากไป
“อ๊าก...ไอ้ระยำชาติชั่ว ข้าจะฆ่าแก...”
เหรินชงผู้โกรธจัดตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นอย่างน่าอนาถถลึงตากระหายเลือดแดงก่ำ ปรี่เข้าใส่ฉู่เหินอย่างเคียดแค้นและไม่ยอม“ข้าจะฆ่าแกเสีย ข้าจะสับเนื้อแกเป็นชิ้นๆ!”
เหรินชงผู้แบกชื่อเสียงเรียงนามแห่งอัจฉริยะไว้ไม่อาจทนรับการโจมตีอันไร้หัวใจครานี้ได้
ความโกรธครอบงำจนสูญสิ้นสติยั้งคิดเวลานี้เขามีเพียงความคิดร้ายหนึ่งเดียวคือต้องฆ่าฉู่เหิน ต้องฆ่ามันให้ได้
ทว่า เหรินชงจะสมปรารถนาได้อย่างไร?
ยามเหรินชงอยู่ห่างจากหลังฉู่เหินไม่ถึงสองเมตรนั่นเองดวงตาฉู่เหินเรืองจิตสังหาร หอกคมเฉียบขาดปลดปล่อยแสงหนาวสกาวตา
“ฉู่เหิน หยุดนะ!” เย่โยวรีบลุกจากที่นั่งตวาดเสียงเย็น
กระนั้น ฉู่เหินก็หาได้ยั้งมือเพราะเสียงตะคอกของเย่โยวไม่ เขาหันกลับมาเสียงเย็นเฉียบของอากาศที่ถูกฉีกกระชากดังลั่นหอกพิชิตมารไร้ปรานีแทงทะลุหัวใจเหรินชง
ฉัวะ
เสียงแหลมหูทิ่มแทงโสตประสาทของทุกคนอีกครั้ง นัยน์ตาทุกคู่หรี่เล็กจนเหมือนเข็ม
คมหอกพิชิตมารอาบเลือดแทงอกเหรินชงทั้งเป็น แทงจนทะลุหลังเขาออกไปอีกด้วย
ฝนโลหิตสาดชโลม มรณาคละคลุ้ง แสงหอกสามฉื่อ โรมรันห้ำหั่นหอกเดียวพรากชีวาราชาศิษย์ใหม่วายุจักรพรรดิ...
ดวงใจทุกดวงในงานสั่นเทิ้ม คนมากมายแข้งขาสั่นเป็นเจ้าเข้า
เย่โยวหน้าซีดเซียวดุจกระดาษ ดวงตาสั่นไหวไม่หยุด มองภาพบนสังเวียนอย่างอึ้งระคนโมโห
เหรินชงผู้ถูกแทงทะลุหัวใจตัวอ่อนปวกเปียกไม่ต่างจากดินโคลนตัวหักอยู่กับคมหอกพิชิตมารนั้น ปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดอากาศ
ชีวิตหลุดลอยอย่างรวดเร็ว
แววตาที่หม่นแสงลงเรื่อยๆ มองฉู่เหินอย่างอ่อนแรงแววหวาดกลัวและไม่ยอมตราตรึงอยู่บนใบหน้า
ตายแล้ว...
ราชาศิษย์ใหม่วายุจักรพรรดิ ถูกฉู่เหินสังหารคาที่!
ความตื่นตระหนกแผ่ลามไปในหัวใจทุกผู้
โดยเฉพาะพวกผู้จัดการเหยาของหอจวินไหลที่อยู่ในเขตอัฒจันทร์ผู้ชมแม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ประชุมใหญ่ดวงชิงดวงเกิดเหตุศิษย์ล้มตายแต่ผู้ตายครานี้คือเหรินชง จะชดใช้สำนักวายุจักรพรรดิเช่นไร? จะชดใช้ตระกูลเหรินเช่นไรเล่า?
...
“เจ้า เจ้า เจ้ากล้าฆ่าเขา...” เย่โยวกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
ผ่าง!
พลันนั้น ฉู่เหินเบนสายตาไปหาเย่โยว สองตาแหลมเฉียบคม เขาขยับแขนเล็กน้อยแล้วโยนศพเหรินชงไปนอนกับพื้น
“คุณหนูใหญ่เย่...” ฉู่เหินมองเย่โยวอย่างเยือกเย็นน้ำเสียงเย็นชาเสียยิ่งกว่าแววตา “ข้าฉู่เหินมีวันนี้ได้ต้องยกความดีความชอบให้คุณหนูใหญ่เย่ที่ประทานมาให้บัญชีที่เจ้ากับคนผู้นั้นติดค้างข้าไว้ ข้าฉู่เหินจะทวงคืนชนิดทบต้นทบดอกเจ้าจงไปบอกคนผู้นั้นเสียด้วย”
“วันนี้แค่ดอกเบี้ยเท่านั้น ต้องมีสักวันที่ข้าฉู่เหินกะซวกหอกเล่มนี้เข้าที่คอหอยมัน!”
วันนี้แค่ดอกเบี้ยเท่านั้น ต้องมีสักวันที่ข้าฉู่เหินกะซวกหอกเล่มนี้เข้าที่คอหอยมัน...
น้ำคำเย็นเยียบและหนักหน่วงดุจคลื่นทะเลซัดสาดใส่หัวใจทุกผู้ทุกนามคนนับไม่ถ้วนในงานสั่นเทาศิโรราบให้แสงหอกสามฉื่อของฉู่เหิน
“เจ้า...” เย่โยวจ้องเขาอย่างโกรธเคือง
“จำเอาไว้ด้วย ประโยคสุดท้ายจากข้า คุณหนูใหญ่เย่...บัดนี้เจ้าไม่อยู่ในสายตาข้าเลยแม้แต่นิดเดียว”ฉู่เหินทิ้งท้ายเยียบเย็น
ตุบ!
ศพของเหรินชงตกกระแทกพื้นอย่างแรง แววตาไร้หัวใจของฉู่เหินมองตรงไปยังเย่โยวที่อยู่ห่างไปไม่กี่สิบเมตร
เย่โยวตัวสั่นเทา สีหน้าเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก
วินาทีนี้ นางเห็นแววชิงชังอันเฉียบคมจากแววตาของฉู่เหินได้ชัดเจนยิ่งนัก
ฉู่เหินไม่เคยมีแววตาเช่นนั้นให้นางมาก่อน เมื่อก่อนตอนยังอยู่เมืองหลินเหยียนแววตาของเขาอบอุ่นเสมอ
แต่ยามนี้ กลับตาลปัตร...
ส่วนเขาคนนั้นที่พูดถึง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคือเหวยชิงฝาน
ฉู่เหินรู้เรื่องเหวยชิงฝานแล้วหรือ?
ไหนจะเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเขาก็รู้หมดแล้ว ใครบอกเขากัน?
เย่โยวเริ่มตัวสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้ นางทั้งเคืองโกรธและขวัญหาย
‘ต้องมีสักวัน ที่ข้าฉู่เหินกะซวกหอกเล่มนี้เข้าที่คอหอยมัน’
เย่โยวได้ยินประโยคนี้ดังก้องอยู่ข้างหูซ้ำไปซ้ำมาดวงใจบังเกิดความกลัวขึ้นมาอย่างน่าพิศวง
………………………..