แคร๊ก!
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
หินหยาบก้อนใหญ่ได้ถูกตัดจนเผยให้เห็นตัวหยกจักรพรรดิที่สมบูรณ์มันเปล่งประกายแสงสว่างเจิดจ้าออกมา
หลิวอวี้จงใจสั่นเขาไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะโชคร้ายแบบนี้ โดยเฉพาะการที่อีกฝ่ายได้หยกจักรพรรดิเหมือนกันกับเขาและมีขนาดใหญ่กว่ามาก
นี่มัน...เป็นไปได้ยังไง!
หลูฉงซานและฝูหมินก็ยากที่จะทําใจเชื่อเส้นทางมากมายได้ปรากฏขึ้นในหัวของคนทั้งสองก่อนนําพามาซึ่งความจริงที่มีเพียงหนึ่งเดียว
นักประเมิน...ชายหนุ่มคนนี้ต้องเป็นนักประเมินไม่ผิดแน่!
ไม่อย่างนั้นแล้วเหตุการณ์ตรงหน้าจะหาอะไรมาอธิบายได้?
ผู้คนโดยรอบก็ต่างอัศจรรย์ใจไม่มีทางที่พวกเขาเข้าใจผิดไปได้ โดยเฉพาะความมั่นใจและท่าทีนิ่งสงบนั่นเห็นได้ชัดเลยว่าชายหนุ่มคนนั้นรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แต่มันเป็นไปได้ยังไง!
รู้ล่วงหน้าว่าจะมีหยกจักรพรรดิอย่างนั้นเหรอ?
จางเจิ้นไม่ได้สนใจความคิดของผู้คนเขาเพียงจดเลขบัญชีของเขาลงไปบนกระดาษใบหนึ่ง และยื่นมันออกไป
หลิวอวี้จงที่เห็นว่าอีกฝ่ายยื่นมันมาทางเขาก็พลันหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม เงินในบัญชีของเขามีเพียงสามสิบล้านหยวนแล้วเขาจะไปจ่ายมันได้ยังไง?
วินาทีนั้นทั่วทั้งจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความพรั่นพรึงตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเขามองชายหนุ่มคนนี้ผิดไป อีกฝ่ายไม่ใช่คนชั้นตํ่าแต่เป็น...เสือซ่อนเล็บ!
บัดซบ!เขาถูกหลอกเข้าเต็มเปา!
แต่สิ่งที่ทําให้เขาเจ็บใจยิ่งกว่าก็คือสิ่งที่อีกฝ่ายพูดในวินาทีต่อมา
“ไม่ต้องเป็นห่วงนายมีเท่าไหนก็โอนมาเท่านั้นแหละ’’
จางเจิ้นพูดเขาดูไม่ใส่ใจเลยสักนิด
50ล้าน?
ดูก็รู้อยู่แล้วว่าหมอนี่มันมีไม่ถึงแล้วแบบนี้มันจะมาจ่ายเขาได้ยังไง?
ฉีซีที่เห็นว่าชายหนุ่มพูดอะไรออกไปก็อดอ้าปากกว้างขึ้นมาไม่ได้เธอในตอนนี้เข้าใจแล้วว่าการตอกหน้าคนของเขามันเป็นพรสวรรค์มาตั้งแต่เกิด
หลิวอวี้จงที่รับรู้ได้ว่าตัวเขาไม่ได้มีค่าอะไรต่อชายหนุ่มเลยก็กําหมัดแน่น เขาโกรธเป็นอย่างมาก แต่ที่นี่นั้นมีคนอยู่เยอะเกินไป โดยเฉพาะหลูฉงซานและฝูหมินดังนั้นการที่เขาจะไม่ทําตามสัญญาจึงเป็นไปไม่ได้
พริบตาเขาจึงฝืนยิ้มอย่างขมขื่น
“50ล้าน คําไหนคํานั้น!’’
แน่นอนว่าจางเจิ้นนั้นไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยเขาเพียงแค่มองไปที่คนตัดสินแล้วนําหินหยาบสิบห้าก้อนของหญิงสาวแซ่ฉีให้อีกฝ่ายตัด
หลายนาทีต่อมา
ผู้คนจึงตกตะลึงครั้งใหญ่กระทั่งหลิวอวี้จงและพวกหลูฉงซานก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน
เป็นไปได้อย่างไร!
ทุกก้อนมีหยกอยู่ได้ยังไง?
หินหยาบทั้งสิบห้าก้อนหลังจากที่ถูกตัดออกมาก็เต็มไปด้วยหยกเกรดดีทุกอัน ไม่มีอันไหนเลยที่เป็นเพียงหินหยาบธรรมดาเหตุนี้เองพวกเขาจึงเหลือเชื่อไปกับมันแล้วอดมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่อย่างเฉยเมยไม่ได้
ชายหนุ่มคนนี้...เขาเป็นใครกันแน่!
บอกได้ว่าในตอนนี้ไม่มีใครกังขาในเรื่องความสามารถการประเมินของชายหนุ่มอีกแล้วไม่อย่างนั้นเขาจะสามารถตรวจเจอหยกทุกอันได้อย่างไร
จริงไหม?
ทางด้านของฉีซีเองก็รู้สึกตกใจเล็กน้อยเธอไม่คิดว่าความสามารถของเขาจะน่าทึ่งขนาดนี้
“เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว’’
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยจางเจิ้นจึงหันไปทางหญิงสาวแซ่ฉีแล้วยิ้ม เขาไม่ได้สนใจด้วยซํ้าว่าพวกหลิวอวี้จงและคนอื่นๆจะคิดยังไง
และก่อนที่ฉีซีจะพยักหน้าให้เสียงเครื่องยนต์พลันดังขึ้นมาแต่ไกล
บรื้นๆบรื้นๆ บรื้นๆ
พริบตาเส้นแสงสีดําก็ค่อยๆเริ่มกลายเป็นรูปลักษณ์และแสดงให้เห็นถึงซุปเปอร์คาร์สีดําคันหนึ่งที่ดูหรูหราเป็นอย่างมาก
ตะลึง!
ผู้คนโดยรอบที่เห็นต่างตะลึงงันพวกเขาไม่เคยเห็นซุปเปอร์คาร์คันไหนที่ดูหรูหราและเร็วแรงเท่าคันนี้มาก่อน
ท่ามกลางสายตาจับจ้องนับไม่ถ้วนจางเจิ้นเพียงแค่นําของทั้งหมดที่ซื้อมาขนย้ายขึ้นไปเก็บบนตัวรถและเมื่อทุกอย่างถูกเก็บเรียบร้อย เขาก็มองไปยังหญิงสาวแซ่ฉีที่ตกตะลึง
“ไปกันเถอะพี่สาวฉี’’
ฉีซีที่ตกตะลึงก็พลันตอบสนองอย่างรวดเร็วก่อนรีบเดินไปขึ้นรถเธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขามีซุปเปอร์คาร์ที่ดูหรูหราขนาดนี้อยู่
เมื่อทั้งสองคนขึ้นไปบนรถแล้วมันก็เริ่มขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติ ดิ่งตรงออกจากตลาดการพนันหินหยาบอย่างรวดเร็ว
DimensionOne ?
ทุกคนต่างมองไปที่ชื่อแบรนด์ตรงหน้าที่ค่อยๆหายลับไปด้วยความอัศจรรย์ใจมันเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นซุปเปอร์คาร์ที่ถูกออกแบบมาอย่างหรูหราเช่นนี้ซํ้ายังมีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบไร้คนขับอีกด้วย
นี่มัน...จะน่าทึ่งเกินไปแล้ว!
จริงๆแล้วชายหนุ่มคนนั้นเป็นใครกันแน่?
หลิวอวี้จงที่เคยมีความคิดจะไม่ส่งเงินเดิมพันให้ก็พลอยต้องหน้าซีดเผือดอีกครั้ง เขาไม่ใช่คนโง่เขาจึงมองออกทันทีว่าการที่ชายหนุ่มครอบครองซุปเปอร์คาร์ที่ดูหรูหราคันนี้ได้ อีกฝ่ายจะต้องไม่ใช่คนธรรมดาสามัญชนอย่างแน่นอน
ปู่!
เขาต้องขอความช่วยเหลือจากปู่ของเขา...นักประเมินหลิว!
ทันทีที่ตัดสินใจได้หลิวอวี้จงก็รีบติดต่อหาพ่อของเขาอย่างรวดเร็ว
เวลาเดียวกันหลูฉงซานและฝูหมินก็ต่างแยกย้าย
โดยที่หญิงสาวแซ่ฝูได้มองไปบนท้องฟ้าด้วยความตื่นเต้นเธอไม่คิดเลยว่าการมาเที่ยวเล่นในวันนี้ของเธอจะทําให้เธอได้พบกับคนที่น่าอัศจรรย์อย่างเขา
‘น่าเสียดายที่เขารีบไปไม่อย่างนั้นฉันคงได้ทําความรู้จักกับเขา’
เฮ้อ…
เธอคิดก่อนถอนหายใจยาวออกมาด้วยความเสียดายแต่เมื่อคิดว่าที่นี่เป็นซูโจวแล้วเธอก็รู้สึกว่าเขากับเธอจะต้องมีโอกาสได้พบกันอีก
หลูฉงซานก็คิดในแบบเดียวกันไม่ว่าวันนี้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น หรือเขาจะไม่ได้รับเบอร์ของน้องสาวฝูเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาก เพราะในซูโจวไม่ได้มีคนที่น่าทึ่งขนาดนี้มานานแล้วดังนั้นเขาจึงมองว่าหากเจอกันอีกครั้ง เขาจะต้องทําความรู้จักกับอีกฝ่ายให้ได้
ส่วนเรื่องของหลิวอวี้จงน่ะเหรอ?
ปัญหาของตัวเองก็ต้องแก้ด้วยตัวเอง!
บอกได้ว่าหลูฉงซานกับฝูหมินถึงจะเจอหลิวอวี้จงอยู่บ่อยครั้งแต่ทั้งสามคนก็ไม่ได้สนิดชิดเชื้อกันขนาดที่จะให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะหากไม่ใช่หญิงสาวแซ่ฝูแล้ว ชายหนุ่มแซ่หลูก็คงจะไม่แม้แต่มาเจอกับชายหนุ่มแซ่หลิวด้วยซํ้าเหตุนี้เองการพบเจอของทั้งสามคนในแต่ละครั้งจึงไม่ต่างอะไรไปจากเกมๆหนึ่งเท่านั้น
…
หลายนาทีต่อมา
บ้านหลังหนึ่งในซูโจว
ฉีซีลงจากรถด้วยสีหน้าที่ยังคงไม่อยากเชื่อก่อนมองไปที่ชายหนุ่มบนรถด้วยความซับซ้อน
ตลอดทางมันได้ทําให้เธอรู้ว่ารถคันนี้นอกจากจะหรูหราแล้วยังมีระบบไฮเทคต่างๆอีกมากมายซึ่งบนโลกใบนี้ก็คงจะยังไม่มีรถที่น่าทึ่งขนาดนี้อยู่ดังนั้นจึงมีโอกาสเป็นไปได้อย่างมากที่มันจะเป็นรถที่บริษัทของเขาได้ผลิตขึ้นมา
ท้ายที่สุดเธอเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้
“น้องชายจางนี่เป็นรถที่บริษัทของเธอผลิตอย่างนั้นเหรอ?’’
จางเจิ้นที่ถูกถามก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเขาจึงหัวเราะอย่างไม่จริงจัง
“แล้วพี่คิดว่ายังไงล่ะครับ?’’
DimensionOne ?
บริษัทของเขาจะไปสร้างรถที่ไฮเทคขนาดนี้ได้ยังไง!