หลังจากที่หยางจื่อเดินทางกลับมายังตระกูลแล้วิสุ่ยก็รีบเข้ามาหาหยางจื่อในทันที
"น้องเล็กเ้าหายไปใหนมา เ้าทำข้าละท่านพ่อเป็ห่วงแทบแย่" ิสุ่ยกล่าวด้วยความเป็ห่วง
"ขอต้องขอโทษด้วยที่ทำให้พวกท่านทั้งสองเป็นห่วงข้าก็แค่ไปเล่นที่วิหารโบราณเท่านั้นเอง" หยางจื่อกล่าว "ที่นั่นมันมีอะไรงั้นเหรอทำไมเจ้าถึงไปที่นั่นบ่อยนัก"หมิงสุ่ยกล่าวด้วยความสงสัย "มันไม่มีอะไรหรอก เพัยงแต่เวลาที่ข้าอยู่ที่นั่นจิตใจของข้ามันสงบก็เท่านั้นเอง"หยางจื่อกล่าว "อ้อ อย่างงี้นี่เองงั้นเข้าบ้านกันเถอะท่านพ่อคงรออยู่ในห้องรับประทานอาหารแล้ว" ทั้งสองเดินทางไปยังห้องรับประทานอาหารที่หมิงฮ่าวอยู่ระหว่างทางมีรุ่นเยาว์ตระกูลหมิงหลายคนที่หันมามองทางหยางจื่อด้วยสายตาเยาะเย้ยและเหยียดหยันเพราะถึงแม้อยางจื่อจะไม่สามารถบ่มเพาะพลังได้กลับมีหน้าตาหล่อเหลาอย่างมากและมีหญิงสาวจำนวนมากที่ไม่สนที่หยางจื่อจะอ่อนแอหรือไม่เพราะไม่ว่ายังไงหยางจื่อก็เป็นบุตรบุญธรรมของประมุขตระกูลหมิงและหยางจื่อก็หล่อเหลาทำให้หญิงสาวบางคนต้องการจะตีสนิทกับหยางจื่อเป็นจำนวนมากแต่ส่วนใหญ่หยางจื่อไม่ค่อยได้ออกไปภายนอกเท่าไหร่ถ้าไม่เก็บตัวอ่านตำราในห้องก็ไปที่วิหารโบราณจึงทำให้หญิงสาวเ่าั้ไม่มีโอกาสมาตีสนิทกับหยางจื่อ
"นั่นมันนายน้อยขยะของพวกเรานิ"
"เฮอะ ข้าละอับอายจริง ๆที่ต้องเรียกเ้าขยะว่านายน้อย"
"ข้าก็ไม่เข้าใจว่าทำไมท่านประมุขต้องรับขยะแบบนั้นมาเป็บุตรบุญธรรม"
กลุ่มชายหนุ่มพากันนินทาหยางจื่อแบบไม่ได้ตั้งใจจะผิดบังหมิงสุ่ยที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วและสายตาที่ดูอบอุ่นก็หายไปแทนที่ด้วยความเย็นชา"เมื่อกี้พวกเ้าว่าอะไรนะ" ิสุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
เหล่าชายหนุ่มที่นินทาหยางจื่อก็พรันหน้าซีดลงในทันทีถึงแม้พวกตนจะไม่กลัวหยางจื่อแต่กลับหมิงสุ่ยนี้ต่างกัน หมิงสุ่ยอายุ 18ก็ทะลวงสู่ปราณก่อเกิดขั้นที่ 4 ได้เเล้ว"พวกเราไม่ได้พูดอะไรเลยนะนายน้อยิสุ่ย"
"ตูม ตูม ตูม!!!!"
ร่างของกลุ่มชายหนุ่มกระเด็นไปอัดกำแพงทำให้ชายหนุ่มเ่าั้กระอั๊กเืออกมากองโต
"ข้าขอเตือนนะถ้าหากพวกเจ้ายังกล้ากล่าวว่าร้ายน้องเล็กของข้าอีกละก็ข้าจะสังหารพวกเจ้าซะ"หมิงสุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน"ไปกันเถอะน้องเล็ก"
หยางจื่อรู้สึกอบอุ่นในใจเพราะทั้งหมิงฮ่าวและหมิงสุ่ยต่างก็ปฏิบัติกับหยางจื่อเหมือนกับครอบครัวจริงและอาจจะเพราะมรดาของหมิงสุ่ยจากโลกไปในตอนที่คลอดหมิงสุ่ยออกมาทำให้หมิงสุ่ยไม่มีพี่น้องเมื่อมีหยางจื่อเข้ามาจึงทำให้หมิงสุ่ยไม่รู้สึกเหงาและมองหยางจื่อเป็นน้องชายแท้ๆและคอยปกป้องหยางจื่อมาตลอดหลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็เข้าไปในห้องรับประทานอาหารที่มีิฮ่าวนั่งรออยู่เเล้ว
"พวกเจ้ามากันแล้วรึ มาๆๆ มากินข้าวกัน"หมิงฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นหลังจากที่ทั้งสามคนกินข้าวเสร็จเเล้วิฮ่าวก็สอบถามว่าหยางจื่อหายไปใหนมาถึงตัวิฮ่าวจะรู้อยู่เเล้วก็เถอะ
"เอ่อ.. ท่านพ่อท่านพี่ข้ามีเื่จะบอก" หยางจื่อกล่าว
"เื่อะไรงั้นรึน้องเล็กเ้าบอกมาได้เลย" ิสุ่ยกล่าว
"คือ.. ข้าสามารถบ่มเพาะพลังได้เเล้ว"
"เ้าว่าอะไรนะ!!!!!" ิสุ่ยกล่าวด้วยความตกตะลึง
"ฮ่า ๆ ในที่สุกสวรรค์ก็ไม่ทอดทิ้งเจ้าข้าดีใจกับเจ้าจริง ๆลูกพ่อ"หมิงฮ่าวกล่าวออกมาด้วยความดีใจ"ใหนขอพ่อจับเส้นชีพจรของเ้าดูหน่อย"
หยางจื่อยื่นแขนให้หมิงฮ่าวจับเส้นชีพจรอย่างว่าง่ายแต่เมื่อหมิงฮ่าวจับที่เส้นชีพจรของหยางจื่อแล้วส่งพลังเข้าไปตรวจสอบกลับถูกพลังที่แข็งแกร่งผลักดันออกมาทำให้ใบหน้าของหมิงฮ่าวเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ"ท่านพ่อเป็ยังไงบ้าง" ิสุ่ยกล่าว
"อืมแปลกมากพ่อถูกพลังบางอย่างที่แฝงอยู่ในเส้นชีพจรของจื่อเอ๋อผลักดันออกมาแต่ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยตรวจสอบเส้นชีพจรของจื่อเอ๋อตั้งหลายครั้งแต่ไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนิ"หมิงกล่าวด้วยความแปลกใจ"แล้วน้องเล็กสามารถบ่มเพาะพลังได้เเล้วหรือยัง" ิสุ่ยกล่าว
"แน่นอน น้องเล็กของเจ้าอยู่ปราณเริ่มต้นขั้นที่ 2 เเล้วอีกไม่นานก็จะทะลวงระดับได้เเล้วละฮ่า ฮ่า" "ยอดเยี่ยม งั้นปีหน้าสำนักอู่เสียเปิดรับสมัครลูกศิษย์น้องเล็กก็สามารถเข้าไปสมัครได้เเล้วนะสิ"หมิงสุ่ยกล่าวด้วยความตื่นเต้น หยางจื่อก็ยิ้มอย่างมีความสุขที่ตนเลือกจะบอกความจริงกับทั้งสองคนเพราะไม่อยากให้ทั้งสองคนเป็นห่วงตนมากเกินไปแต่นับจากนีหยางจื่อตั้งมั้นว่าจะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อที่จะปกป้องทั้งสองคนให้ได้--------------------------------------------------------------------------------------------