บทที่ 64 เลื่อนระดับ
หลังจบบททดสอบแรก ผลงานของนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งก็กลายเป็นที่พูดถึงกันอยู่ชั่วครู่ นักเรียนชั้นปีที่หนึ่งรุ่นนี้กลายเป็นที่จับตามองของเหล่าอาจารย์ทันที เนื่องจากพวกเขาทำผลงานได้ดีเกินคาด อีกทั้งนักเรียนที่ถูกให้ออกจากสถาบันก็ไม่ใช่เพราะพวกเขาทำผิดกฎ แต่เป็นเพราะมีปัญหาจากนิสัยของพวกเขาเองด้วย ดังนั้นภาพรวมแล้ว...นักเรียนรุ่นนี้จึงถูกคาดหวังจากทุกคนมากขึ้นไปอีก
เมื่อผลงานของพวกเขากลายเป็นที่รู้จัก ก็มีตระกูลนักล่าหรือองค์กรมากมายเข้ามาสนับสนุน แม้ว่านักเรียนทั้งหมดนี้จะอยู่ในเขตชั้นกลางหรือชั้นใน แต่พูดตามตรงว่าตระกูลที่เป็นนักล่าโดยเฉพาะนั้นไม่ได้มีมากมายอะไร สุดท้ายแล้ว...ถ้าพวกเขาถูกเลือกโดยองค์กรนักล่าโดยตรง นั่นจะทำให้เส้นทางของพวกเขายิ่งพัฒนามากขึ้นไปอีก
เหมือนกับองค์กรนักล่าสกุลจาง แม้ว่าจะบอกว่าเป็นองค์กรที่ก่อตั้งโดยสกุลจาง แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีนักล่ามากมายจากหลายตระกูลอยู่ที่นี่ บางคนมาจากตระกูลใหญ่ที่อำนาจพอๆกับสกุลจางด้วยซ้ำ ทว่าตระกูลเบื้องหลังของพวกเขาอาจจะมีความสามารถในการสกัดพลังงาน เพาะปลูก ประดิษฐ์ ตีเหล็ก ขึ้นรูปอาวุธ หรืออื่นๆอีกมากมาย ไม่ได้เป็นตระกูลที่โด่งดังในเรื่องการล่านั่นเอง
แน่นอนว่าการเป็นนักล่ายังคงทำให้พวกเขาได้รับความเคารพมากขึ้น นักล่านอกจากจะยืนยันความแข็งแกร่งแล้ว ก็ยังเป็นบุคคลที่สังคมให้การยอมรับว่าเป็นผู้เสียสละด้วย
ถ้าพวกเขาไม่มีนักล่าเกิดขึ้นมา อย่างนั้นทรัพยากรทั้งหมดที่จะใช้ชีวิตอยู่ก็คงไม่มี ความปลอดภัยที่พวกเขาได้รับอยู่ตอนนี้ก็กลายเป็นศูนย์ ต้องไม่ลืมว่าแม้แต่บาเรียขนาดใหญ่ที่ปกป้องดินแดนของมนุษย์นี้ แท้จริงแล้วก็ทำมาจากพลังงานระดับสูงของพวกกลายพันธุ์ที่อยู่ในเขตล่าลึกออกไปอีก ซึ่งถ้าไม่มีพลังงานมาเติมอย่างต่อเนื่อง เช่นนั้นบาเรียนี้ก็พร้อมจะไร้ประโยชน์ทุกเมื่อเช่นกัน
นอกจากองค์กรนักล่าสกุลจางซึ่งก่อตั้งโดยสกุลจางโดยตรง ก็ยังมีองค์กรที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น องค์กรล่าพยัคฆ์ องค์กรลาสโฮป หรืออื่นๆ
ที่ต้องกล่าวถึงเรื่องนี้ สาเหตุหลักๆเป็นเพราะ “อันซูหยวน” ในฐานะนักเรียนทุนขององค์กรนักล่าสกุลจาง เธอเป็นดาวเด่นมากที่สุดแล้วในการทำผลงานของชั้นปี และนั่นก็ทำให้องค์กรระดับสูงพยายามเข้าถึงตัวของเธอ
แม้จะรู้ว่านักเรียนทุนอันซูหยวนเป็นคนขององค์กรนักล่าสกุลจาง ได้รับการสนับสนุนจากพวกเขาด้วยทรัพยากรมหาศาล แถมหากผิดสัญญาก็อาจจะต้องชดเชยหลายสิบเท่า แต่เพื่อที่จะดึงดูดผู้แข็งแกร่ง องค์กรระดับสูงเหล่านั้นไม่ได้สนใจเลย ต่อให้ต้องชดเชยแทนอันซูหยวนกลายหมื่นล้านเครดิต พวกเขาก็พร้อมที่จะแลกกับการดึงดูดบุคคลที่จะกลายเป็นความหวังในอนาคตได้
อันซูหยวนเพิ่งเข้าชั้นปีที่หนึ่งก็ยังสามารถล่าโคเขาแหลมกลายพันธุ์ด้วยตัวคนเดียวได้สบายๆ เรียกว่าตระกูลจางเพิ่งขุดเธอขึ้นมาได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้นกลับโดดเด่นถึงเพียงนี้ องค์กรจำนวนมากจึงคาดหวังอนาคตของอีกฝ่ายว่าอาจจะได้เป็น “ผู้พิชิต” อีกคน ที่อาจจะนำมนุษย์ชาติไปไกลกว่าเขต M ก็เป็นได้
น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้มีโอกาสดีๆแบบนั้น อันซูหยวนหลังจากกลับมาก็ต้องเตรียมพร้อมเพื่อเข้าร่วมสนามต่อสู้จริงกับอาจารย์เติ้ง ดังนั้นเธอจึงต้องฝึกฝนกับตนเอง นำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจากการล่าครั้งก่อนรวมเข้ากับวิชาของอาจารย์เติ้ง ไหนจะต้องยุ่งกับการจัดการทรัพยากรในฟาร์มของเธออีก เช่นนี้แล้ว...ซูหยวนจะมีเวลาไปพบเจอคนอื่นได้อย่างไร
อีกอย่าง เธอไม่ได้โง่เขลาขนาดที่จะหักหลังคนน่ากลัวอย่างประธานจางได้ เขาสนับสนุนเธอมากมายถึงเพียงนี้ก็เพราะเล็งเห็นความสามารถของเธอ แน่นอนว่าแผนการใช้ประโยชน์จากเธอของเขาก็มีอยู่แล้วเช่นกัน หากซูหยวนหักหลังเขาเพื่อผลประโยชน์ที่มากกว่า เธอก็ต้องตอบแทนด้วยการใช้ชีวิตหลังจากนี้โดยการเป็นปรปักษ์กับกลุ่มนักล่าสกุลจางแล้ว
สุดท้ายแล้ว ซูหยวนจะกลายเป็นพนักงานดีเด่นได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความใจแข็งด้วยเช่นกัน ตอนที่ทำงานให้บริษัทเดิม มีหลายครั้งที่บริษัทใหญ่ๆอยากได้ตัวเธอไปเป็นพนักงาน แต่ซูหยวนรู้ดีว่าปลายทางของมันจะเป็นอย่างไร ดังนั้นเธอจึงอยู่ที่เดิมเพื่อพิสูจน์ความสามารถ จนในที่สุด...บริษัทก็มอบค่าตอบแทนที่สูงพอๆกับบริษัทอื่นๆเพื่อเป็นแรงจูงใจให้เธออยู่ต่อไป ทั้งยังได้รับความเคารพความเชื่อใจจากบริษัทเดิมอีกด้วย
ก็เหมือนกันกับครั้งนี้ ตราบเท่าที่เธอเป็นนักล่าที่มีค่าพอ สกุลจางจะต้องมอบผลประโยชน์ที่ดีให้แน่ ในอนาคตเธอจะกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงแบบไหน ย่อมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจตั้งแต่เริ่มของเธอแล้ว
ภายในมิติของเกม ฟาร์มอันซูหยวนผู้ร่ำรวยของเธอกำลังพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรงงานมากมายที่มีสินค้ารอผลิตอยู่มากมายกำลังมอบค่าประสบการณ์ให้กับเธอ น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวก็คือ...หน้าต่างร้านค้าที่เคยแลกเปลี่ยนสินค้ากับผู้เล่นทั่วไปกลับไม่ปรากฏให้เห็นแล้ว ดังนั้นเธอที่ไม่สามารถหาซื้อของดีแต่ถูกก็จำเป็นต้องซื้อจากร้านค้าในระบบเท่านั้น
แน่นอนว่าราคารับซื้อจากระบบก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินชนิดที่ว่าทำกำไรได้เพียงเล็กน้อย ถ้าเธอสามารถนำสินค้าเหล่านี้ออกไปข้างนอกได้ ซูหยวนมั่นใจเลยว่าแค่ข้าวเม็ดเดียวก็อาจจะทำให้ผู้คนฆ่ากันตายเพื่อครอบครองมัน และใช่...อาจจะรวมถึงพวกเขาฆ่าเธอให้ตายเพื่อมันด้วยเช่นกัน
เธอมีของดีอยู่ที่ตัว แต่ไม่สามารถเอาออกมาได้ตราบเท่าที่ยังแข็งแกร่งไม่พอ ซึ่งซูหยวนก็ไม่ได้ผิดหวังอะไรขนาดนั้น เธอมีข้าวอร่อยๆกิน มีน้ำดีๆให้ดื่ม แถมทั้งหมดนี้ยังให้พลังงานมหาศาล เท่านี้ก็เป็นที่น่าพอใจแล้วไม่ใช่หรือ?
ตลอดเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ไม่สิ! รวมตั้งแต่ต้นที่เธอมาอยู่ในร่างของอันซูหยวนนี้ ในที่สุด...วันนี้ก็ได้ยินเสียงที่น่าพอใจจากการแจ้งเตือนของฟาร์มแล้ว
- ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นอันซูหยวนเลื่อนระดับไปสู่ระดับที่ 83 -
- รางวัลการเลื่อนระดับมีดังนี้
ผู้เล่นสามารถซื้อโรงงานแปรรูป (พิเศษ) * ได้
ผู้เล่นปลดล็อกพื้นที่เลี้ยงสัตว์พิเศษ 5 แปลง
ผู้เล่นปลดล็อกตัวอ่อนตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ (พิเศษ) **
หมายเหตุ
* ใช้แปรรูปผลผลิตพิเศษเท่านั้น
**เพาะเลี้ยงได้ในพื้นที่เพาะเลี้ยงพิเศษเท่านั้น–
ซูหยวนมองดูการเลื่อนระดับย่อยด้วยท่าทางตื่นตะลึง นี่คือการเลื่อนระดับย่อย ซึ่งหมายถึงการเลื่อนระดับช่วงตั้งแต่ 1-9 ส่วนการเลื่อนระดับใหญ่ๆก็คือการเลื่อนระดับที่ครบ 10 ระดับแล้วนั่นเอง
โดยการเลื่อนระดับย่อยนั้น ปกติแล้วจะไม่ได้มีรางวัลพิเศษอะไรให้มากมายนัก บางครั้งก็เป็นการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก พื้นที่เลี้ยงสัตว์ บางครั้งก็การปลดล็อกเมล็ดพันธุ์ทั่วไป หรืออื่นๆ ทว่า....การเลื่อนระดับย่อยครั้งนี้ แม้จะยังเป็นเรื่องการปลดล็อกสิ่งต่างๆ แต่สิ่งต่างๆที่ว่านี้กลับเป็นสิ่งที่พิเศษมาก
ซูหยวนไม่ได้คาดคิดเลยว่าการล่าตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ของเธอก่อนหน้านี้จะทำให้สามารถปลดล็อกพื้นที่และตัวอ่อนพิเศษได้ แถมเพื่อรองรับการเพาะเลี้ยงแบบใหม่ เธอยังสามารถซื้อโรงงานแปรรูปตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ได้อีก นี่นับว่าเป็นของรางวัลที่ดีที่สุดสำหรับเธอเลย
แน่นอนว่าของรางวัลดีๆแบบนี้ย่อมต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน ซูหยวนมองราคาตัวอ่อนพิเศษและโรงงานแปรรูปพิเศษด้วยสายตาเหม่อลอย เธออยากจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นแบบนั้น ปรากฏว่าระบบเกมนี้กำลังขูดเลือดขูดเนื้อเธออย่างเมามันนั่นเอง แต่ก็นั่นแหละ....เพื่อที่จะได้อาศัยในโลกนี้อย่างราบรื่น ซูหยวนไม่ต้องคิดซ้ำสองเลยว่าเธอจะต้องซื้อพวกมันทั้งหมด
ตัวอ่อนพิเศษราคาแพงอยู่บ้าง แต่ที่แพงกว่าก็คือราคาโรงงานพิเศษที่ตอนนี้เธอปลดล็อกช่องการผลิตได้เพียง 1 ช่องเท่านั้น ซึ่งก็คือ “บอลกาวตัวหนืด” โดยเจ้าสิ่งนี้จะเป็นอาวุธในการโจมตีของเธอได้ในอนาคต
บอลกาวตัวหนืดนั้นมีขนาดเท่ากับกำมือของซูหยวนเท่านั้น พกพาได้สะดวกมาก อีกทั้งยังเป็นของแปรรูปอย่างง่ายจากตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์เขต A ดังนั้นต่อให้นำมาใช้ก็จะไม่ถูกมองว่าประหลาดแต่อย่างใด
ปกติแล้ว มีนักล่าบางคนใช้เมือกสีเหลืองของพวกตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์อยู่บ้าง แต่คนเหล่านั้นมักจะเป็นนักล่าระดับสูงที่ไม่เกรงกลัวจะสู้กับพวกตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์หรือไม่กลัวสารพิเศษในหนองน้ำพิษ พวกเขามาล่ากันครั้งหนึ่งก็เอาเมือกสีเหลืองกลับไปเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าครึ่งปีมาล่าครั้งเดียวก็พอแล้ว
โดยเมือกสีเหลืองที่มีคุณสมบัติเหนียวมากนี้กลายเป็นกับดักชั้นดียามที่พวกเขาออกไปล่าในพื้นที่อื่นๆ พวกมันมีกระทั่งวางขายอยู่ตามร้านค้าทั่วไปด้วยซ้ำ แต่ที่พวกเขาเอาไปใช้นั้นเป็นการสร้างกับดักล่วงหน้า ไม่เหมือนกับบอลกาวตัวหนืดที่ซูหยวนให้โรงงานผลิตได้
ในขณะที่เมือกตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ที่วางขายในตลาดถูกขายในรูปแบบของขวดหรือกระปุก เมื่อใช้งานก็แค่เทมันไปรอบๆ รอให้พวกกลายพันธุ์มาติดกับดัก หรือบางคนก็ใช้เพื่อปกป้องค่ายพักของตน ทว่าซูหยวนสามารถใช้งานด้วยการขว้างบอลกาวตัวหนืดออกไปในขณะต่อสู้ได้เลย
บอลลูกแก้วของซูหยวน เมื่อขว้างออกไปกระทบกับพื้นแตก พวกมันจะกระจายตัวออกเป็นวงกลมรัศมี 1 เมตร ซึ่งกาวเหนียวของตัวหนืดสามแขนถูกควบรวมมาอย่างพิเศษเพื่อให้มีความเหนียวมากขึ้น ส่งผลให้ทำงานในทันทีทันใด ไม่จำเป็นต้องโรยมันซ้ำไปซ้ำมาเหมือนกับเมือกตัวหนืดสามแขนอย่างเดียว
แน่นอนว่าความพิเศษนี้ก็มีข้อแลกเปลี่ยนที่ยุ่งยากเช่นกัน นั่นเพราะซูหยวนจำเป็นต้องเสียเวลาในการเพาะเลี้ยงตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ในแปลงพิเศษจำนวนมาก โดยพวกมัน 1 แปลงเพาะเลี้ยงให้ผลผลิต 1 หน่วยเท่านั้น ทว่าการผลิตบอลกาวตัวหนืดกลายพันธุ์ต้องใช้ถึง 10 หน่วย หรือก็คือ...เธอจะต้องเพาะปลูกมัน 2 รอบเพื่อให้ได้ตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์เพียงพอสำหรับการผลิตกาวตัวหนืด 1 ลูก
ไม่ว่าจะต้องเสียเวลาจากการเพาะเลี้ยงหรือเวลาที่โรงงานผลิตบอลกาวตัวหนืดกลายพันธุ์ ซูหยวนคำนวณแล้วพบว่า...เธอจะได้บอลกาวตัวหนืดกลายพันธุ์ทุกๆ 6 ชั่วโมง ซึ่งกินเวลานานแถมยังต้องทำให้ซูหยวนเข้ามาจัดการฟาร์มบ่อยๆด้วย
ทว่าการเลื่อนระดับนี้มาช้าเกินไปหน่อย อีก 3 วันก็จะถึงเวลานัดหมายแล้ว ต่อให้ซูหยวนทำทุกอย่างอย่างมีแบบแผน เธอก็ยังผลิตบอลกาวตัวหนืดได้แค่ 12 อันเท่านั้น
ถ้าคิดในแง่ดี 12 ชิ้นนี้ก็คือสิ่งที่ได้มาอย่างไม่คาดฝันแล้ว หากเกิดเหตุร้ายยังสามารถใช้พวกมันออกไปทำให้ตัวเองมีเวลาหนีและรอดตายได้ อีกทั้งเวลาที่เธอต้องใช้อยู่กับฟาร์มทำให้เธอเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อีกมาก
แต่ถ้าคิดในแง่ร้าย...12 ชิ้นยังเป็นจำนวนน้อยเกินไป ซูหยวนเป็นพวกชอบทำอะไรโดยมีแผนการรองรับอยู่เสมอ เธอรู้ดีว่าหลังจากนี้จะไม่สามารถเข้าไปในมิติฟาร์มของตนเองได้อีก พอไปอยู่สนามรบแนวหน้าที่มีแต่นักล่าระดับเดียวกับอาจารย์เติ้ง ไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะมีความสามารถพิเศษกันขนาดไหน ซูหยวนไม่กล้าสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปในมิติเพื่อให้ความลับถูกเปิดเผยอยู่แล้ว ดังนั้น 12 ชิ้นนี้คือจำนวนที่เธอมีในมือแล้ว
หลังจากนี้ ซูหยวนมีกำลังใจที่จะเลื่อนระดับฟาร์มของตนเองมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว ก่อนหน้านี้ชีวิตเธอราบรื่นเกินไป มีอาหารในมิติจำนวนมาก มีอาวุธอย่างพลั่วที่จะไม่มีวันพังทลาย ดังนั้นเธอจึงใช้เวลาไปกับการฝึกฝีมือมากกว่าการยกระดับฟาร์มของตน แต่ตอนนี้เธอได้รู้แล้ว...ฟาร์มที่แสนพิเศษของเธอ ยิ่งได้เลื่อนระดับมันมากเท่าไร มันก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ในการต่อสู้กับเธอมากขึ้นเท่านั้น
ตั้งแต่สารดึงดูดความสนใจของสัตว์ร้ายแล้ว เธอน่าจะคิดได้ตั้งแต่ตอนนั้น!
แม้ว่าจะน่าเสียดาย แต่สุดท้ายแล้วก็ถึงเวลาในการไปกับอาจารย์เติ้งเสียที ซูหยวนไม่ใช่คนแรกที่มาถึง ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่คนสุดท้ายเช่นกัน เมื่อเธอมาที่จุดนัดพบก็เห็นว่ารุ่นพี่หวังเป่าเป้ยผู้เงียบขรึมมายืนรออยู่ก่อนแล้ว ซูหยวนเป็นคนที่สองที่มาถึง เธอเข้าไปทักทายเขาอย่างสุภาพ อีกฝ่ายพยักหน้ารับ
วันนี้เขาเองก็เตรียมสัมภาระไปเป็นจำนวนมากเช่นกัน เนื่องจากการเดินทางของพวกเขาจะกินเวลานานมาก แต่ระหว่างนั้น...พวกเขามีฝ่ายขนสัมภาระดูแลอยู่ ทำให้ของเหล่านี้ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับตัวของนักล่าเลย ไม่แปลกที่นักล่าจะเตรียมพร้อมให้มากที่สุด โดยเฉพาะพวกนักล่าที่ต้องใช้อุปกรณ์อย่างพวกเธอ
แม้ว่าลูกธนูจะมีให้โดยกองทัพ แต่สำหรับนักธนูแล้ว พวกเขายังต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอด้วย ดังนั้นลูกศร 50 ลูกยังเป็นขั้นต่ำที่ควรพกพาไปเอง
วันนี้ซูหยวนไม่ได้เอาพลั่วออกมา เธอติดตามอาจารย์เติ้งย่อมต้องอยู่หน่วยโจมตีระยะไกล อีกอย่าง...ต่อให้เอาพลั่วออกมาก็ไร้ประโยชน์ การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่เล่นๆ พวกเขากำลังจะไปต่อสู้ในเขตชั้นลึกเพื่อยึดครองพื้นที่และขับไล่ฝูงกลายพันธุ์หลงทิศออกไป ดังนั้นระดับพลังของพวกมันย่อมต้องสูงมากด้วย เชื่อเถอะว่าการรับแรงกระแทกครั้งเดียวอาจจะทำให้เธอตายได้เลย
ดังนั้นแทนที่จะแบกพลั่วให้ตัวเองลำบาก สู้ตั้งใจกับการใช้ธนูของเธอดีกว่า...
“ได้ยินจากอาจารย์ว่าเธอฝึกสมาธิได้ราบรื่นดี อีกไม่นานก็น่าจะใช้ศรพริบตาได้แล้ว?”
ท่ามกลางความเงียบ รุ่นพี่ผู้เงียบขรึมผู้อยู่ในชุดเตรียมพร้อมรบ มัดรวบผมเป็นหางม้าดูทะมัดทะแมงก็เอ่ยถามขึ้น ซูหยวนพยักหน้ารับเขาและตอบกลับอย่างจริงจัง
“อาจารย์บอกว่า...การต่อสู้ครั้งนี้จะช่วยให้ฉันสามารถพัฒนาสู่ขั้นแรกได้สำเร็จค่ะ”
“อ้อ” คนตัวสูงรับคำสั้นๆแล้วก็พากันเงียบต่อไป
………………………………