โคตรเศรษฐีเกษตรกร (มีE-book)

    ตอนพิเศษ Family Day

    “เร็วๆสิพี่ เราจะสายแล้วนะ”


    “จะเสร็จแล้ว ลงไปรอที่รถก่อนเลย”


    เสียงเล็กดูเร่งรีบพูดเตือนผู้เป็นพี่ชาย วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์สองพี่น้องมีนัดไปเที่ยวด้วยกัน ทั้งสองคนเดินทางด้วยรถส่วนตัวตรงไปยังสวนสนุกที่ตั้งอยู่กลางเมือง มาถึงที่หมายน้องสาวจับมือพี่ชายเดินเข้าไปด้านในโดยไว


    “พี่ เราไปเล่นอันนั้นกัน”  


    “พี่ ไปนั่งรถไฟเหาะนะ”


    “เข้าบ้านผีสิงกัน”


    “หนูอยากเล่นอันนั้น”


    คนเป็นพี่ชายมองดูน้องสาวของคนด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะเดินตามเข้าไป หลังจากที่หลินซูเรียนจบก่อนที่จะเริ่มทำงานอย่างจริงจัง เธอขอให้พี่ชายพาไปเที่ยว ช่วงเวลาตอนเด็กหลินตงต้องจากบ้านเพื่อไปทำงาน ทำให้สองพี่น้องไม่ค่อยมีเวลาร่วมกัน ตอนเด็กๆเรามักจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่เขาทำกันหรอก ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ต้องจากบ้านไปทำงานในที่ที่ห่างไกล ไม่เข้าใจว่าทำไมครอบครัวจึงไม่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ไม่เคยคิดถึงเรื่องเงินๆทองๆ เพียงแค่อยากให้ทุกคนอยู่ด้วยกันแค่นั้น 


    ช่วงเช้าถึงเที่ยงสองพี่น้องเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกกันจนเกือบครบ เริ่มรู้สึกหิวจึงพากันไปกินมื้อเที่ยงกันก่อน หลินตงขับรถพาน้องสาวไปที่ภัตตาคารที่อยู่ไม่ไกลสวนสนุก เข้ามาด้านในก็ต้องตื่นเต้นกับความหรูหราของที่นี่ พนักงานพาทั้งสองมานั่งที่โต๊ะมุมสามารถมองดูวิวแม่น้ำอันสวยงามได้ ไม่นานเกินรออาหารหลากเมนูก็มาเสิร์ฟ มื้ออาหารดำเนินผ่านไปด้วยความอิ่มเอิบ 


    เสร็จแล้วทั้งสองก็เดินทางไปห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของกันต่อ พี่น้องเดินคู่กันคนรอบๆก็อดที่จะหันมามองไม่ได้ เนื่องจากทั้งสองคนมีหน้าตาที่ดีบวกกับบุคลิกภาพที่ดูน่าค้นหา และเครื่องแต่งกายที่ดูดี หากไม่บอกว่าเป็นพี่น้องกันทุกคนคงคิดว่าเป็นแฟนกันเป็นแน่


    “สวัสดีครับ ผมเป็นครีเอเตอร์ ทำคอนเทนต์ถ่ายรูปกับคนแปลกหน้า พอดีผมเห็นคุณทั้งสองคนดูดีมากเลยอยากจะถ่ายรูปให้ ไม่ทราบว่าสะดวกไหมครับ”


    “หลินซูอยากถ่ายไหม” 


    “อยากถ่ายค่ะ” 


    ช่างภาพพาทั้งสองถ่ายรูปอยู่หลายมุม ถ่ายเสร็จมาดูภาพก็ได้รูปที่สวยมากๆ ทั้งสองฝ่ายก็กล่าวขอบคุณกันและกัน จากนั้นสองพี่น้องก็เดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อเดินดูของกันต่อ มาถึงช้อปนาฬิกาหลินซูก็ลากตัวพี่ชายเข้าไป เธอเลือกซื้อนาฬิกาเรือนหนึ่งมอบให้กับพี่ชาย


    “ของขวัญให้พี่” 


    “ขอบคุณมากนะ พี่จะใส่ทุกวันเลย”


    เขาพูดพร้อมกับลูบหัวของน้องสาวด้วยความอ่อนโยน แกะกล่องนำนาฬิกาออกมาใส่ทันที ตัวเรือนสีเงินตัดกับสายหนังสีดำขลับเมื่ออยู่ที่ข้อมือของหลินตงมันทำให้เขาดูดีขึ้นอย่างมาก ออกจากร้านทั้งสองก็เดินเล่นกันต่อ มาถึงช้อปกระเป๋าครั้งนี้เป็นหลินตงที่จับมือน้องสาวเดินเข้าไป เข้ามาด้านในเขาก็ตรงไปยังกระเป๋าใบหนึ่งที่อยู่ในตู้กระจก


    “ผมเอาใบนี้ครับ” 


    ได้ยินความต้องการของลูกค้าพนักงานสาวก็รีบเข้ามาให้บริการพร้อมกับอธิบาย ของแบรนด์เนมบางชิ้นต้องสั่งจองล่วงหน้าเป็นปีๆ จึงจะสามารถซื้อได้ และบางอย่างมีเงินอย่างเดียวก็ไม่สามารถซื้อได้ จำเป็นต้องมีโปรไฟล์ที่ดีด้วย กระเป๋าใบนี้หลินตงจองไว้แล้วเป็นเวลาปีกว่าๆ เขายืนกระดาษใบจองไปให้พนักงานคนเดิม จากนั้นกระเป๋าหนังสีดำก็มาอยู่ในมือของหลินตง


    “พี่ให้เป็นของขวัญ” 


    “ขอบคุณมากค่ะพี่ พี่รู้ได้ยังไงว่าหนูอยากได้กระเป๋าใบนี้”


    เขายิ้มให้กับน้องสาวที่กำลังตื่นเต้นกับของขวัญที่ได้รับ จากนั้นทั้งสองก็พากันไปหาซื้อของเพื่อเป็นของขวัญให้กับแม่ด้วยกัน สองพี่น้องตกลงกันอยู่นานว่าจะซื้ออะไรให้คนเป็นแม่ดี เดิมแม่ก็เป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจกับสิ่งของมีค่าอยู่แล้ว ทั้งสองจึงเลือกซื้อของที่แม่น่าจะชอบโดยไม่ได้ดูเรื่องของราคาและชื่อของแบรนด์ 


    “พี่ว่าอันนี้ดีไหมคะ”


    “พี่กำลังมองอยู่เหมือนกัน แม่ชอบพวกดอกไม้พอดี พี่คิดว่าแม่น่าจะชอบนะ”


    “งั้นเราซื้อยกเซ็ทเลยนะ”


    น้องสองที่กำลังถือตัวอย่างไม้หอมหันถามพี่ชาย ซื้อของเสร็จแล้วทั้งสองก็ออกจากห้างเดินทางไปยังที่ถัดไป รถยนต์แล่นไปตามทางราว 30 นาทีก็มาถึง ด้านหน้าของพวกเขาเป็นโครงการคอนโดหรูใจกลางเมือง หลินตงตั้งใจจะมาซื้อห้องเพื่อไว้เป็นของขวัญให้กับครอบครัวของเขา เขาซื้อห้องไปจำนวน 10 ห้อง มูลค่าห้องละ 20 ล้านหยวน ธุรกรรมมูลค่า200ล้านหยวนเสร็จสิ้นในเวลาเพียงไม่กี่นาที


    ช่วงเย็นทั้งสองก็เดินทางกลับบ้าน คืนนี้มีงานเทศกาลจัดขึ้นในเมือง หลินตงตั้งใจจะพาน้องสาวและแม่ไปดูดอกไม้ไฟในคืนนี้ ใช้เวลาแต่งตัวสักพักทั้งสามก็ออกมาด้านนอกอีกครั้ง 


    “แม่หิวหรือเปล่าครับ”


    “ก็รู้สึกหิวนิดหน่อยนะ”  


    “งั้นเราแวะทานข้าวกันก่อน แล้วค่อยไปนะครับ”


    ตกลงกันได้แล้วชายหนุ่มก็หักพวงมาลัยเลี้ยวไปอีกทาง แวะร้านอาหารข้างทางเพื่อหาอะไรรองท้องกันก่อน 


    “อ้าว หลินตง”


    “สวัสดีเฟยเทียน ร้านเป็นยังไงบ้าง”


    “เรื่อยๆนะ ช่วงนี้ลูกค้าจะเยอะหน่อยเพราะมีงานเทศกาล”


    “ดีๆ”


    เป็นร้านอาหารของเฟยเทียนเอง หลังจากที่ทำงานกับหลินตงอยู่นาน เฟยเทียนได้มีโอกาสเจอกับฮวี่ซินที่งานหนึ่ง หลังจากที่ทำความรู้จักกันอยู่หลายเดือนทั้งสองก็ตกลงคบกัน ฮวี่ซินที่ชื่นชอบการทำอาหารเป็นทุนเดิม เฟยเทียนกับฮวี่ซินจึงเปิดร้านอาหารแห่งนี้ขึ้นโดยมีฮวี่ซินเป็นคนดูแล ส่วนเฟยเทียนก็จะแวะมาช่วยงานหลังจากที่เสร็จงานของเขา


    “เอาเซ็ท199 มา3ที่นะ”


    “ได้ๆ รอสักครู่” 


    รอไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ ซุปผักร้อนๆกับผัดผักใส่หมูสามชั้นชวนให้รู้สึกหิวขึ้นไปอีก กินพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆยิ่งทำให้อร่อย ทานเสร็จแล้วทั้งสามก็ขอตัวไปงานเทศกาลก่อน 


    “เจอกันพรุ่งนี้ ขอให้คืนนี้เป็นคืนที่ดีนะเพื่อน”


    “นายก็เช่นกัน”


    สนามหญ้ากว้างในตอนกลางวัน ตอนนี้คับคั่งไปด้วยคนจำนวนมากที่มาร่วมงาน เวลานับถอยหลังเรื่อยๆเหลือเพียงไม่กี่นาทีสิ่งที่ทุกคนรอคอยก็จะมาถึง 


    “ติ๊ก ต็อก ติ๊ก ต็อก”


    เข็มนาฬิกายาวและสั้นเดินไปถึงเลข 12 ประกายไฟก็เริ่มพุ่งขึ้นฟ้า “หวืด ตุ้ม” “ปุ้ง” ลูกไฟลอยขึ้นไปไม่กี่วิก็แตกกระจายออก กลายเป็นดอกไม้ไฟสวยงาม ผู้คนต่างปรบมือมองตามดวงตาเป็นกระกาย 


    “ดอกไม้ไฟสวยจังเลย”


    “ครั้งหน้าไว้เรามาดูด้วยกันอีกนะ”


    ทั้งสามโอบกอดกันและกันด้วยความอ่อนโยน ดอกไม้ไฟลูกแล้วลูกเล่าโผล่ขึ้นก่อนที่จะจางหายไป นานกว่า30นาทีก่อนที่ดอกไม้ไฟลูกสุดท้ายจะหายไป เทศกาลดอกไม้ไฟยังไม่จบเพียงเท่านี้ เสร็จจากการดูดอกไม้ไฟพวกเขาก็เดินเล่นในงานกันต่อ มีบูธอาหารคาวหวานมากมายทั้งสองข้างทางเดิน ในมือของชายหนุ่มตอนนี้เต็มไปด้วยถุงขนมนับสิบ เดินตามน้องสาวและแม่ที่กำลังเลือกซื้อของ ดูแล้วคงจะมีเพิ่มอีกหลายถุงแน่นอน 


    “ขนมอันนี้น่ากินจัง เราแวะร้านนี้กันก่อนนะพี่”


    “แม่มาดูเร็ว น่ากินทั้งนั้นเลย” 


    สองแม่ลูกเลือกซื้อของกันด้วยความตื่นเต้น หลินตงยิ้มให้จากด้านหลังก่อนที่จะเดินตามเข้าไป 


    หากคุณผิดหวังจากความรัก อย่าลืมว่าคุณไม่ได้อยู่เพียงคนเดียว ยังมีครอบครัว มีพ่อ มีแม่ ที่ยังรักเราเสมอ ความรักไม่ใช่เรื่องที่ผิดและไม่ดี แต่หากคุณต้องเจอกับรักที่มันยังไม่ใช่จริงๆ โปรดอย่าลืม “ที่จะรักตัวเองด้วย”


    ***เจอกันใหม่อีกครั้งเร็วๆนี้ในเรื่อง "เพลิงแค้นดวงใจอัคคี" นะครับ ///แล้วก็เรื่องนี้จะมีE-Book เร็วๆนี้ ฝากเอ็นดูไรต์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ***