ตอนที่ห้าสิบหก The Gathering Storm
ผมเก็กหน้าขรึมได้ไม่นาน ก็กล่าวว่า
“ถ้าอย่างนั้นไหนไหนพวกเราก็มารวมกันแล้วมาทานบาร์บีคิวด้วยกันดีกว่า...แต่เราต้องรีบกินและกลับก่อนจะมืดนะครับ”
เวลาตอนบ่ายนั้นทำให้เรายังพอมีเวลาพอสมควรที่จะทานอาหารและแยกย้ายกันก่อนไป
“เชื่อเลย นี่เธอยังจะกินหรือรี่”แอนนาส่ายศีรษะอย่างระอา
“โอเค ขอโทษครับ แสดงว่าไม่กินละกัน”
ผมกล่าวขออภัยและคิดว่าจะรีบกลับบ้าน
“เดี๋ยวสิ ใครว่าไม่กินกันล่ะพวกผู้ชายไปยกข้าวของสิ”
ผมโดนใช้งานในฐานะผู้ชายทันที
ผมแค่อยากลองทานอาหารแบบบาร์บีคิวสักครั้ง
แต่คุณโธมัสก็บอกว่า “ผมไปเตรียมเตาให้นะ”
“ชั้นไปซื้อเนื้อมาให้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต”
อาจารย์ดมิธรี่อาสา
ทันใดนั้นผมก็ตระหนักได้อย่างหนึ่ง
ตอนแรกผมก็แค่เสนอไปงั้นๆ
แต่ผมรู้ตัวว่า
พวกนี้มันคนโดดเดี่ยวนี่หว่า?
แอนนาเคยเป็นเชียร์ลีดเดอร์เคยป็อปปูล่าร์เคยมีเพื่อนมาหาและไม่มีทางไปงานปาร์ตี้อะไรได้ง่ายๆหากไม่มีงานสเลเยอร์
พวกวิลโล่กับเทเลอร์ก็ไปเตรียมงานในครัวอย่างว่าง่าย
เพราะพวกนี้ก็ชอบงานสังสรรค์เหมือนกัน
“บอกไว้ก่อนนะครับไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตามหากฟ้ามืด ผมรีบวิ่งกลับบ้านทันทีนะบอกไว้ก่อน”
“จ้า”
ทุกคนรับคำวิ่งกันไปทำตามหน้าที่ของตนเอง
ผมยกโต๊ะขนาดใหญ่ได้แบบไม่ยากนักไปวางไว้บริเวณลานบ้านและจัดเตรียมงานอย่างรวดเร็ว
ผมอยากโทรศัพท์ไปหาพวกเจ้าแฮ็งก์กับแอนดรูว์แต่ลืมไปว่ายุคนี้มือถือนั้นยังรุ่นเท่าแขนอยู่เลย
เดี๋ยวผมคงต้องประดิษฐ์อะไรบางอย่างมาติดต่อเจ้าพวกนี้ให้ได้บ้างแล้ว
แต่ผมไม่รู้เลยว่าเจ้าแฮงก์กับแอนดรูว์วางแผนก่ออาชญากรรมบางอย่าง
...
ณ ห้องใต้ดินบ้านแฮงก์กับแอนดรูว์
แอนดรูว์ใส่แว่นกันลมและมีแฮงก์คอยยื่นอุปกรณ์ให้อยู่ข้างๆ
“เท่านี้ มีเจ้ากล้องนี้ ภาพอันเซ็กซี่ของบริทนี่ย์ก็จะตกเป็นของพวกเราฮา ฮา ฮา”
แฮงก์ก็หัวเราะอย่างเป็นลูกคู่ไปด้วย
ที่แอนดรูว์ดัดแปลงกล้องที่ส่องจากระยะไกลได้
ทั้งที่หากขายสิทธิบัตรพวกนี้อาจจะกลายเป็นเศรษฐีนั่งกินนอนกินไปทั้งชีวิตไปแล้ว
แต่พวกเขาเอาความสามารถพวกนี้ไปทำอะไร?
ถ่ายภาพเชียร์ลีดเดอร์นั่นเอง
..
Water to wine
ผมแสดงโชว์ให้กับทุกคนดูในการเปลี่ยนน้ำเปล่าให้กลายเป็นไวน์
จากน้ำใสไม่มีสีกลับกลายเป็นสีแดงม่วงคล้ายน้ำองุ่น
แต่ปริมาณของน้ำในแก้วนั้นเหลือประมาณครึ่งหนึ่งของแก้ว
“ขอบคุณ ขอบคุณ”
ผมก้มหัวขอบคุณทุกคนที่ทำท่าแปลกใจ
และปรบมือแบบไม่คิดอะไร ยกเว้นคุณโธมัสที่มีสีหน้าครุ่นคิด
“ผมคิดว่าคาถาที่ผมถนัดกว่าคือการเปลี่ยนพวกไวน์หรือเครื่องดื่มอื่นๆเป็นน้ำเปล่าแต่ถ้าทำอย่างนั้น หลายคนคนมองว่างานได้กร่อยๆแน่ๆผมเลยฝึกคาถานี้ไว้เป็นปาร์ตี้ทริก โดยเฉพาะ ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มาใช้ในวันนี้”
ผมชูมือขึ้นปรับความแรงของไฟให้เกลี่ยพอดีกันขณะที่วิลโล่และเทเลอร์กำลังง่วนอยู่กับการเสิร์ฟอาหาร
เฮ้อผมก็หวังว่าวันสงบๆทำเรื่องบ้าๆบอๆนี้จะมีอยู่ตลอดไป
ผมมองไปทางทุกคนที่กำลังทานอาหารและเครื่องดื่มอย่างมีความสุขแม้แต่แอนนาก็มีสีหน้ายิ้มแย้มได้บ้าง
สาวปาร์ตี้ก็อย่างนี้ล่ะนะ
ผมยื่นไวน์ให้อาจารย์ดมิธรี่
“อายุไม่ถึงห้ามดื่มเหล้า”ผมโบกมือห้ามแอนนา
อาจารย์ดมิธรี่ก็รับแก้วไวน์ที่เสกมาอย่างเต็มใจ
“รสเปรี้ยวๆไปหน่อยนะ”
อาจารย์ดมิธรี่วิจารณ์
“ผมดัดแปลงมาจากคาถาเสกน้ำให้เป็นน้ำองุ่นและน้ำส้มสายชูน่ะครับและดัดแปลงด้วยคาถาเล่นแร่แปรธาตุ..”
ผมคุยเรื่อยเปื่อยไร้สาระและรอคอยเวลาตะวันตกดินที่จะกลับบ้าน
แต่คำประกาศจากวิทยุที่ทำให้คนหูดีอย่างผมหัวใจแทบจะหยุดเต้น
“..พยากรณ์อากาศจะมีพายุในอีกสามวันข้างหน้าให้เตรียมตัว...”
พายุจะมานั้นอันตรายพอสมควร แต่มันไม่เท่ากับว่านี่มันคือเหตุการณ์อีกอย่างหนึ่งตามเนื้อเรื่อง
แวมไพร์มาสเตอร์จะมาเยือนเมืองนี้ในเร็วๆนี้แล้ว
ผมดึงแก้วไวน์จากอาจารย์ดมิธรี่แล้วดื่มไวน์จนหมดรวดเดียว
“เฮ้ไหนนายบอกว่าเด็กห้ามดื่ม?”แอนนาโวยวาย
ผมดื่มไวน์เพราอยากเมาแต่ลืมไปว่าตนเองใช้คาถาpurify ขจัดสารเคมีในร่างกายได้ผมต้องสงบสติให้ดี ไม่ทำลายงานเลี้ยงมันอาจจะเป็นงานที่มีความสุขก่อนความทุกข์จะมาก็ได้
“ผมขอไปโทรเรียกเจ้าแฮงก์กับแอนดรูว์หน่อยนะเหลืออาหารให้เจ้าสองคนนั้นก็ยังดี ขออนุญาตใช้โทรศัพท์หน่อยนะครับคุณนายเวลลิงตัน”
คุณนายเวลลิงตันโบกมืออย่างไม่คิดอะไร
ผมตัดสินใจไปโทรเรียกแฮงก์กับแอนดรูว์เพราะผมรู้ตัวว่า หากแวมไพร์มาสเตอร์มาที่เมืองนี้
พวกเราอาจจะมีคนตายก็ได้
พายุกำลังมาเยือนแล้ว
จบเล่มหนึ่งติดตามต่อได้ในเล่มสอง