เงาแค้นกระบี่มังกร

    สัญญาจ้างของเหวินเทียน

    ในขณะที่คลื่นพลังปราณกระทิงหนาหนักกำลังกระแทกเข้าใส่กรงเล็บพญาเหยี่ยวเวหาของพวกชายชุดดำจนฝุ่นควันและเศษอิฐปลิวว่อนไปทั่วตลาด ท่ามกลางความชุลมุนนองเลือดที่ดึงดูดความสนใจของทั้งพวกทหารจวนอ๋องหลี่ ยามนั้นเอง... เงาร่างระหงของสตรีในชุดไหมครามเข้มก็เริ่มขยับกาย

    ‘สตรีผู้คุมสมาคมการค้า’ ที่พรางตาด้วยผ้าคลุมหน้าสีโปร่ง มิได้หลบซ่อนตัวอีกต่อไป นางก้าวสืบเท้าเดินเนียนเข้ามากลางสมรภูมิย่อยๆ แห่งนี้อย่างสง่างามและเยือกเย็น บรรดาลูกน้องชุดดำที่กำลังปล่อยปราณเหยี่ยวสู้รบอยู่รอบๆ ต่างพากันเบี่ยงวิถีอาวุธเพื่อเปิดทางให้นายหญิงของตนเดินผ่านเข้ามาประชิดตัว ‘เหม่ยอิง’ และ ‘กู่เหวินเทียน’อย่างง่ายดาย

    เหม่ยอิงผู้มีประสาทสัมผัสอันเฉียบคมปรายสายตาเย็นชาหันไปมองสตรีชุดไหมครามทันที มือเรียวที่แตะฝักกระบี่ขยับเล็กน้อยด้วยความระแวง ยามนี้นางรู้แล้วว่าสตรีตรงหน้าคือ ‘นายหญิง’ ที่ชายชุดดำพวกนั้นอ้างถึง

    “แม่นางแห่งสำนักศึกษาพยัคฆ์คำรน” นางส่งเสียงหวานใสทว่าแฝงความกดดันออกมาจากใต้ผ้าคลุมหน้า นางหยุดยืนเยื้องกับเหม่ยอิงในระยะ3ก้าว พลางปรายสายตาไปทางกู่เหวินเทียนที่นั่งคุดคู้อยู่หลังเสาไม้ “ในเมื่อคนของข้ามาทวงสัญญาจ้างตามคำสั่ง ข้าผู้เป็นนายจึงต้องเข้ามาคุ้มครองสิทธิ์ของตนเองเสียหน่อย บัณฑิตผู้นี้รับเงินมัดจำล่วงหน้าของข้าไปแล้วบนหอร้าง ยามนี้เขายังทำงานให้ข้าไม่เสร็จ ข้าคงปล่อยให้สำนักของพวกท่านชิงตัวเขาไปไม่ได้”

    เหม่ยอิงไม่ได้ถอยร่น นางยังคงยืนนิ่งราวน้ำแข็งค้าง “ป้ายหยกพยัคฆ์คำรนอยู่ที่นี่ คำสั่งปรมาจารย์ใหญ่ถือเป็นเด็ดขาด สัญญาจ้างของสมาคมพาณิชย์...ข้าไม่สน”

    ส่วนตัวดีอย่างกู้เหวินเทียน พอเห็นแม่นางเสื้อไหมครามเดินเข้ามาพูดเรื่อง ‘สัญญาจ้าง’ หน้าตาเฉย เขาก็รีบโผล่หน้าขาวๆ เลอะฝุ่นดินออกมาจากหลังเสาไม้ทันที ตาโตเท่าไข่ห่านพลางร้องประท้วงเสียงหลง

    “เฮ้ย! แม่นาง! วาจาขงจื๊อกล่าวไว้ว่า สุภาพชนต้องมีสัจจะนะ! เงินนั่นเจ้าโยนตัดรำคาญให้ข้ามาซื้อซาลาเปากินชัดๆ ! ข้าไปเซ็นสัญญาจ้างเป็นลูกหนี้เจ้าตอนไหนกันเล่า! ยามนี้เจ้าถึงกับส่งคนชุดดำปล่อยปราณเหยี่ยวมาทวงสัญญาจ้างบ้าบออันใดตรงนี้เนี่ย!”

    นางไม่สนใจคำประท้วงของเหวินเทียน แต่หันไปจ้องตาข่มขวัญกับเหม่ยอิงโดยตรง

    “จะใช่สัญญาจ้างหรือไม่... ยามนี้เขาก็พกเงินของข้าอยู่ในอกเสื้อผ้าป่านขาดๆ นั่นแล้ว” นางเอ่ยเสียงเรียบพลางแผ่รังสีอำนาจบางเบาออกมา “หากสำนักศึกษาพยัคฆ์คำรนคิดจะใช้กำลังหักหาญน้ำใจสมาคมพาณิชย์ ข้าก็อยากจะรู้นักว่ากระบี่บนหลังของแม่นาง... จะไวพอชิงตัวเขาไปจากดงปราณเหยี่ยวของคนของข้าหรือไม่?”

    บรรยากาศระหว่างสองสตรีพลันตึงเครียดขึ้นมาขณะที่ด้านหลังพวกทหารจวนอ๋องก็เริ่มจะต้านทานปราณเหยี่ยวไม่ไหวแล้ว

    คล้ายกับเรื่องเงาแค้นกระบี่มังกร ที่คุณอ่าน