≪•◦ บทที่ ๑ ◦•≫
ผู้คนมากมายต้องใส่หน้ากากทำงานเฮงซวยที่ตัวเองไม่อยากทำ ผมด้วย ทั้งใส่หน้ากากแถมโบกปูนทับลงไปอีกร้อยชั้นแล้วเทกาวลงไป เอาให้ใครก็แกะไม่ออก
ฟุ่บ!
คนหนี้ท่วมหัวอย่างผมพยายามดิ้นรนสุดแรงแต่คนบนร่างไม่ขยับสักนิด คนบ้าอะไรแรงควายขนาดนี้
ร่างสูงที่ร่ำรวยมหาศาลจนใครๆ ต้องอิจฉากดความปรารถนาหนักๆ ลงบนเตียงคิงไซต์ ดวงตาทรงเสน่ห์จ้องเหยื่อตรงหน้า
“นี่มันเื่อะไรกัน บอส!”
ใบหน้าเนียนๆ ที่ส่ายขัดขืนไปมาถูกเขากดแรงบังคับให้หยุดนิ่ง เสียงทรงอำนาจข่มขู่ “นายไม่มีวันหนีไปไหนพ้น กิ่ง นายเป็ของฉัน”
“บอสเป็ยมบาลเหรอ” ”
ก็ว่าทำไมถึงเป็เ้านายของคนแบบนั้นได้ ผมน่าจะเอะใจที่เขาไปทำงานโดยมีพวกบอดิ้การ์ดที่ดูอันตรายรายล้อม
แม่งโรคจิต ของมึงพ่อง!
เ้าหนี้ปกติมีเป็ร้อยดันสุ่มตักไข่ได้ใบพิเศษ ได้เ้าหนี้แถมเ้ากรรมนายเวรที่เ้าตัวพยายามยัดเยียดความเป็ผัวให้กัน
ถามกูรึยังว่ากูอยากมีผัวไหม
แรงฮึดพยายามจะถองเข่าใส่ไข่แต่โดนเ้าของไข่บล็อกซะงั้น
ขนาดตัวไม่ต่างกันมากแต่ไม่มีผล ร่างกายหอบแฮก ขณะที่อีกฝ่ายส่งออกมาแต่ความโกรธให้เห็น
ส่วนหนานุ่มบดลงมาดูดดึงกลีบชมพูเรียวบางทั้งบนล่างอย่างเอาแต่ใจชนิดตัวพ่อมาเอง
องค์ตัวพ่อลงประทับแล้ว!
แม่งดูดเหมือนจะกลืนกูลงไป
สกิลเด็กอนุบาลติดตัวทำให้ได้แต่สู้กลับด้วยความเงอะงะ
“จ๊วบ อย่าดิ้น”
ตุบ!
กำปั้นหนาจากที่คว้าคางผมเมื่อครู่พุ่งมาที่กลางลำตัวเต็มแรง เคยเห็นแต่ในละครตอนพวกลูกหนี้ขัดขืน พอมาโดนเองบ้าง
จุกสัส!
ถ้ามีความรู้สึกรักให้กันสักนิดตามหลักสามัญสำนึกพื้นฐานก็คงไม่มีเื่บ้าๆ นี่ แต่จะว่าไปผมก็บ้าพอกัน
สองขายกขึ้นเป็ปราการฝังใบหน้าลงไป สีหน้าเหยเกเหมือนถูกยัดด้วยสมุนไพรขมจัด กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ห่อเหี่ยวไร้เรี่ยวแรง
ไอ้เ้านายเฮงซวย ไอ้เ้าหนี้เฮงซวย
ผมต้องทำอะไรสักอย่างนอกจากกำผ้าปูเตียงและทำตัวน่าสมเพช
กึก!
เมื่อส่วนหยักร้อนก้มลงมาอีกครั้ง มือจิกทึ้งเส้นผมกระชากขึ้นไปรับัั
“โอ๊ย กล้ากัดปากฉันเหรอ”
คนไม่สบอารมณ์ยืนเข่าไล้ปลายนิ้วโป้งไปตามเืสีสดที่ริมฝีปาก สายตาที่เกรี้ยวกราดถึงเมื่อครู่อ่อนลง
ตัดภาพไปที่จุดเริ่มต้น
เช้า…ทำงาน
เย็น…ทำงาน
กลางคืน….แม่งก็ยังทำงาน
จะแบกหามหรืองานผิดกฎหมายอันตรายแค่ไหนก็รับหมด แม้แต่การเลือกมาทำงานในผับที่เหมือนบ่อนมาเฟียนี้ด้วย
ชีวิตลูกหนี้ก็งี้แหละ
“กิ่งมาทำงานก่อนเวลาอีกแล้วเหรอครับ เนบอกแล้วถ้ากิ่งรับงานนะต้องฮอตในหมู่สาวๆ แน่เลย งานง่ายๆ แท้ๆ”
“คุณเพื่อนเน มึงตั้งใจทำงานไปเหอะว่ะ” บอกคนหน้าสวยหวานตัวเล็ก บาร์เทนเดอร์คู่หูที่ชอบรับจ๊อบเสริมด้วยเรือนร่างอย่างที่ผมไม่คิดจะทำ
คิดแล้วก็เสยผมหน้าตัวเองที่ตกลงมาขึ้นไป ส่วนต่างๆ ภายนอกเป็มัดๆ ตามฉบับชายไทยแท้ๆ ขับชุดบาร์เทนเดอร์สีน้ำเงินเทาให้ดูโดดเด่น
ฟู่ว~ พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ
“ไว้ถ้ามีจ๊อบเสริมอย่างแบกอิฐ ยกของก็บอก ยกเว้นขายตัว ถึงกูเป็หนี้ก็ไม่ได้อับจนหนทางขนาดนั้น”
เนไม่ได้เหมือนผู้ชายไซต์บิ๊กน่ากอด แต่ดูเหมือนตุ๊กตาน่ารักตัวน้อย ต่างจากผมที่เป็ั์สูงใหญ่เหมือนกรรมกรก่อสร้างแบกอิฐมาทำงาน ใครๆ ก็คิดว่าผมควรจะไปเป็ยามแบบไอ้พวกหน้าโหดที่เดินเข้าออกผับไม่ก็ลูกน้องรองมือรองตีน
แต่ถึงจะเป็แบบนี้ ผมกับเนก็ทำงานบาร์เทนเดอร์คู่หูอยู่ที่นี่มาจะแปดปีแล้ว
“แต่หนี้ตะวันมันพันล้านไง” เนพูดออกมาหน้าตาย แต่คนที่พ่นเื่ศักดิ์ศรีออกมาอย่างผม รีบหันหนีไปเช็ดแก้วน้ำอย่างไว
“ต่อให้ยืนชงเหล้าให้บอสทั้งชาติก็ใช้หนี้บอสไม่หมดหรอก”
คำพูดของคนไม่คิดอะไรมันตอกย้ำได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย คำว่ายืนชงเหล้าทั้งชาติก็…แทบตาย
พอพ่นคำว่าหนี้ไม่หมดออกมาเลยได้….ตายจริงๆ
รู้ รู้แล้ว จำไปถึงจิติญญาเลย
จะให้ทำยังไงได้ก็มันเป็หน้าที่ทั่วไปของคนเป็ลูก…อย่างผมนี่
“ช่วยไม่ได้ พ่อแม่กูสร้างหนี้แล้วหนีไปนี่หว่า”
“เฮ้ย พวกเอ็งคุยอะไรกันอยู่วะ” ชายชุดเครื่องแบบทะมัดทะแมงสีดำปรี่เข้ามาหน้าบาร์ตวาดดัง จับจ้องบาร์เทนเดอร์ทั้งสองอย่างแข็งกระด้างไร้ความเคารพ ก่อนจะเคลื่อนประกายตาวาววับสำรวจบาร์เทนเดอร์ตัวเล็กั้แ่บนลงล่าง
เนรีบมาหลบหลังผม
“บอสให้พาบาร์เทนเดอร์ขึ้นไปรับแขก ไอ้หนูนั่นน่ะออกมา!”
“ฮะ ฮือ กะ กิ่งทำไงดี”
จะให้บังคับลูกกระต่ายที่ตัวสั่นเกาะผมอย่างกับหลบตัวภายใต้ขอนไม้แบบนี้ไป บอสได้รำคาญยิงมันตายแน่
“นำทางไปสิ ผมไปเอง”
เออ ถ้าคัดจากรูปร่างหน้าตา มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าผมน่าจะถูกเตะโด่งแทนที่จะถูกใจ
ไอ้ลูกน้องหน้าชั่วที่ตามมาถึงกับเบ้หน้า มองสแกนผมั้แ่หัวจรดเท้าแล้วสะบัดหน้าเดินนำไปอย่างขัดอกขัดใจ
ตอนเด็กๆ ไอ้ความห้าวด่องของผมชอบพาให้ไปโดนตีนแทนเพื่อนๆ ประจำ แต่นั่นเป็ตอนที่ผมรู้ว่าเมื่อกลับบ้านไปจะยังมีพ่อแม่ที่ทายาให้เสมอ แต่ตอนนี้…
ต่อให้ต้องโดนพวกที่เอาแต่ยืนกำไข่ตื้บเล่นหรือจะโดนสั่งตัดมือตัดลิ้น แต่ถ้าลดหนี้ได้สักนิดผมก็ยอม
หลังบานประตูไม้สักบานใหญ่ห้องวีไอพีชั้นสาม ภายในบุผนังเก็บเสียงสีคราม พื้นสีม่วงเข้มแบบที่พวกห้องวีไอพีในผับทุกที่สร้างแต่ บาร์ขนาดใหญ่ที่มีอุปกรณ์ครบครันตรงมุมห้อง พร้อมชุดโซฟาที่ดูออกว่าราคาหลักล้าน ทำให้ผมที่เพิ่งเข้ามาดูยาจกไปเลย
พ่อใหญ่หน้าลูกครึ่งฝรั่งเศสแบบที่ใครมองก็คงไม่เชื่อว่าไทยแท้ ใบหน้าคมที่รับกับจมูกโด่งเป็สันจนต้องอิจฉา ในเสื้อเชิ้ตดำปลดกระดุมเผยแผงอกที่มีขนอ่อนบางๆ รับกับรูปร่างภูมิฐาน กำลังนั่งแยกเข่ามองมาที่ผมอย่างเหยียดหยามเหมือนมองสิ่งของที่ถูกทิ้งไว้แล้วเมินเฉยไปดื้อๆ
ไอ้หมอนี่มันน่าหมั่นไส้จริงๆ
“พาบาร์เทนเดอร์มาแล้วครับบอส”
“ใช้ได้”
ผัวะ!
ทันทีที่เ้านายเอ่ยจบ ไอ้ลูกน้องหน้าชั่วที่พาผมมาก็ชกเข้าใส่บริเวณลิ้นปี่เต็มแรง จนทรุดลงไปกับพื้น
เหล่าบอดิ้การ์ดที่ยืนรายล้อมกันในห้องทอดสายตามาที่ผมเหมือนว่าพอใจหรือโล่งใจในอะไรบางอย่าง
“ใช้ได้” เสียงทุ้มต่ำเสียงเดิมเอ่ยย้ำ
เพี๊ยะ
ไอ้หน้าชั่วตัวเดิมตบแก้มขวาจนถึงกับชา ผมกัดฟันไม่แสดงความเ็ปหันหน้ากลับมา ไม่รู้เลยว่าใครบางคนกำลังตาเป็ประกาย
“หึ ถูกใจจริงๆ”
หน้านิ่งก็จริงแต่ตายิ้มอยู่ไง ไอ้ขาซ้ายงอพาดบนทับเข่าอีกข้าง แขนซ้ายตั้งศอกทาบเข่ายิ่งทำให้ความสนอกสนใจนั่นปิดไม่มิดเข้าไปใหญ่
“ถอดเสื้อผ้าออก” เขาเอ่ยเสียงเข้ม
“ถอดพ่อถอดแม่มึงสิ หาเงินใช้หนี้ ไม่ใช่กะหรี่โว้ย”
จังหวะนี้ต่อให้โดนปืนกูก็จะด่า
“โอ๊ย”
“อยู่นิ่งๆ” สัญชาตญาณบอดิ้การ์ดที่ถูกฝึกมาอย่างดีไวต่อจิตสังหารที่พุ่งตรงไปยังเ้านาย
กูเองอ่ะ
พวกมันสามรุมหนึ่งกดแก้มผมแนบพื้นหัวแทบแหลก มันล็อกมือผมไว้ข้างหลังบิดจนจะผิดรูป ให้ร้องลั่นเสียงเหินฟ้าไปเลย
นี่แค่จ้องหน้าบอสไม่พอใจเฉยๆ ถ้าขัดขืนคงยิงทิ้ง
“โอ๊ย ปล่อยนะ จะทำอะไร ปล่อย!”
เสื้อผ้ากำลังถูกคนห่ามดึงทึ้งออก ใจผมนี่ดิ้นสุดแรงแต่กลางตัวยังเสือกจุกไม่หาย
แล้วกูจะทำอะไรได้
แควก!
ยูนิฟอร์มเนื้อผ้าชั้นดีตัวนอกขาดติดหนังกำพร้ามันไปแล้ว
ไอ้พวกบ้ามันจะทึ้งเสื้อตัวเดียวที่เหลือ กูบ่ยอม!
โป๊ก!
“โอ๊ย!/โอ๊ย!” ทั้งมันทั้งผมร้องเสียงหลงเหมือนเป็ดโดนทุบหัว
ไปโขกมัน แต่หัวผมดันจะแตกเป็เสี่ยงๆ ซะเอง
เจ็บฉิบหาย ั้แ่เกิดมาเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองโง่เป็ครั้งแรก
พวกบอดิ้การ์ดคนอื่นๆ พากันกลั้นขำคิกคัก ผมนี่ขำไม่ออก
“ปล่อยมัน”
“ครับบอส/ครับบอส”
ลำตัวผมร่วงตุบ ดวงตามองเ้าของอำนาจเหมือนลูกแมวที่พยายามพองขนต่อหน้าราชสีห์ มันเกร็งไปหมด
รู้สึกเลยว่านั่นไม่ใช่การมองมาที่คนอ่อนแอกว่าเพื่อจะเหยียบให้จมดิน และไม่ใช่การเพ่งเล็งด้วยโทษะ
ใช่ มันคือเมื่อนักล่าเจอเหยื่อที่พอจะเรียกว่า ‘ของเล่น’
“ถ้ามึงจะชงเหล้า มึงต้องแก้”
คำตอบไร้ทางเลือกถูกเขากำหนดไว้แล้ว ให้ผมสำเหนียกตัวเองค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
“โรคจิต” ผมแอบบ่น
คนที่นั่งโซฟาอยู่ก้าวยาวๆ ชักปืนออกมาตบหน้าแรง น้ำเสียงเจือความท้าทายและแฝงความพอใจในที
“ทำให้ฉันสนุกสิ”
ฉิบหายแล้ว