หลังเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านพ้นไป ไม่มีความช่วยเหลือใดๆ จากทางรัฐบาล
ณ เวลานี้ เมืองของพวกเขาไม่มีแม้กระทั่งไฟฟ้า กลางคืนมืดสนิท อาศัยเพียงแสงเทียนและแสงสว่างจากท้องฟ้า อีกทั้งยังขาดแคลนอาหาร และอุปกรณ์ทางการแพทย์ พวกเขาจึงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อความอยู่รอด เมื่อเหตุการณ์เป็เช่นนั้นอาร์เดลจึงอาสาเป็ตัวแทนออกเดินทางเพื่อขอความช่วยเหลือ
กลุ่มของอาร์เดลประกอบไปด้วยผู้คนนับสิบ พวกเขาออกเดินทางในทันที โดยใช้รถถึงห้าคัน ที่ต้องทำแบบนั้นก็เพราะถ้าเกิดรถของพวกเขามีปัญหาก็ยังมีรถคันอื่นให้พวกเขาได้ใช้ แต่ทว่าเส้นทางที่ต้องไปนั้นยากลำบาก ไม่ใช่เพียงแค่ระยะทาง แต่ถนนทุกสายที่พวกเขาต้องข้ามผ่านล้วนได้รับความเสียหาย ทั้งเศษซากของอาคารบ้านเรือน ยานพาหนะต่างๆ ที่กระจัดการจายจากอสูรที่ออกอาละวาด อีกทั้งรอบๆ เมืองอาจยังมีพวกอสูรคลั่งหลงเหลืออยู่ การเดินทางจึงต้องทำด้วยความระมัดระวัง และอาศัยโชคชะตาเข้าช่วย
พวกเขาเดินทางไปเรื่อยๆ จนผ่านไปหนึ่งวันเต็มๆ แต่ก็ยังไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง
(ปกติการเดินทางด้วยรถจากเมืองเวนดาไปยังเมืองหลวง ใน่ไม่มีเหตุการณ์อะไรจะใช้เวลาประมาณ6ชั่วโมง แต่การเดินทางของพวกเขาในครั้งนี้กลับพบเจออุปสรรคมากมาย ทำให้ต้องใช้เวลามากขึ้น)
เมื่อขับต่อไปอีกระยะหนึ่ง พวกอาร์เดลก็ได้จอดรถพักข้างทาง ทุกคนต่างลงจากรถเพื่อพักผ่อน จากนั้นเมื่อพร้อม พวกเขาก็เก็บสัมภาระและเตรียมเดินทางต่อ แต่ก่อนจะไปโนเอล เด็กหนุ่มในกลุ่มได้เอ่ยถามกับอาร์เดล
"ลูกพี่ ลูกพี่คิดว่ารัฐบาลเขาจะช่วยพวกเราจริงๆ ใช่ไหม"
"ทำไมนายถึงคิดแบบนั้น" อาร์เดลตอบกลับไปด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
"ก็ระหว่างทางพวกเราไม่เจอใครเลย เมืองที่เราผ่านก็ถูกทิ้งให้เป็เมืองร้าง ไม่มีแม้แต่วี่แววของสิ่งมีชีวิต"
"พวกเขาอาจอพยพผู้คนไปที่เมืองหลวงหมดแล้วก็ได้"
"จะใช่เหรอลูกพี่ ถ้าแบบนั้นพวกเขาก็น่าจะทิ้งข้อความอะไรไว้เพื่อบอกผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาบ้างสิ"
"อย่าคิดมาก พวกอสูรออกอาละวาด พวกเขาคงไม่มีเวลามากพอ ไปกันเถอะเราควรออกเดินทางได้แล้ว ผู้คนกำลังรอความช่วยเหลืออยู่นะ"
อาร์เดลถึงเขาจะพูดไปแบบนั้น แต่เขาก็เข้าใจดีว่าอาจจะไม่มีความช่วยเหลือใดๆ แต่เขาก็ไม่อยากให้ทุกๆ คนละทิ้งความหวังไป
เมื่อเดินทางต่อไปได้อีกสักพัก เส้นทางของพวกเขาก็เริ่มมีแค่ป่ารกทึบ ต้นไม้ข้างทางทอดยาวสุดสายตา
ในตอนนั้นอาร์เดลสังเหตุไปเห็นกลุ่มคนยืนอยู่ริมทาง คนพวกนั้นทำท่าทางเหมือนกำลัง้าความช่วยเหลือ อาร์เดลจึงสั่งให้จอดรถ เพื่อเข้าไปพูดคุย
ทันทีที่จอดคนในกลุ่มที่ยืนอยู่ได้เอ่ยกับอาร์เดล
"พวกคุณมีอาหารบ้างไหม เราไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว"
อาร์เดลได้ยินเช่นนั้น เขาได้ลงจากรถ และเข้าไปช่วยเหลือด้วยการแบ่งเสบียงให้บางส่วน
ในระหว่างที่อาร์เดลกำลังแบ่งเสบียง ชายคนหนึ่งได้เอ่ยถาม
"คุณกำลังไปที่ไหน เราขอไปด้วยได้หรือเปล่า"
"ขอโทษนะ ตอนนี้เรากำลังไปขอความช่วยเหลือที่เมืองหลวง พอดีเมืองของพวกเราถูกพวกอสูรเล่นงาน แล้วอีกอย่างรถของเราก็เต็มแล้ว"
เมื่อได้ยินที่อาร์เดลพูด ชายได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือ
"ถ้าคุณไม่พาพวกเราไปด้วย พวกเราก็คงตายกันหมด"
อาร์เดลได้ยินเช่นนั้นเขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่ภายในใจเขาเริ่มรู้สึกผิดที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ และเมื่อชายคนนั้นเห็นท่าทีของอาร์เดลที่ดูสับสน เขาจึงเอ่ยต่อไปอีก
"อย่างน้อยๆ ช่วยบอกทางไปเมืองของคุณหน่อยจะได้หรือเปล่า เผื่อพวกเราอาจเดินทางไปถึงก่อนค่ำ ถ้าอยู่ตรงนี้เราคงไม่รอดแน่ๆ ได้โปรด"
เมื่อได้ฟังคำอ้อนวอน อาร์เดลจึงบอกเส้นทางไปยังเมืองเวนดาให้คนพวกนั้นได้ทราบ
อาร์เดลไม่รู้เลยว่าโลกใบนี้มันได้เปลี่ยนไปแล้ว ั้แ่เกิดเหตุการณ์หายนะขึ้นจนมาถึงวันนี้มันก็ผ่านไปหลายสัปดาห์ ระบบต่างๆ ของรัฐไม่สามารถใช้การได้ การสื่อสารถูกตัดขาด ทรัพยากรที่มีก็มีอย่างจำกัด กฎหมายที่ไม่มีผู้บังคับใช้ ด้วยทุกๆ อย่างที่ว่ามามันเป็สาเหตุทำให้ผู้คนกลับเข้าสู่ยุคมืดอีกครั้ง และเมื่อพวกมันได้ข้อมูลที่้า พวกมันก็จู่โจมใส่พวกของอาร์เดลทันที
เสียงปืนดังสนั่นขึ้น พวกมันยิงไปที่รถของพวกอาร์เดล การจู่โจมใช้เวลาเพียงไม่นาน เพราะคนที่ร่วมเดินทางมากับอาร์เดลส่วนใหญ่เป็เพียงประชาชนทั่วไปที่แทบไม่มีทักษะในการต่อสู้เลย ทำให้ทุกคนเริ่มทยอยล้มตาย
อาร์เดลเห็นแบบนั้นเขากลายร่างแล้วเข้าปะทะกับคนเ่าั้ทันที เพื่อช่วยเหลือพรรคพวกของเขา แต่การต่อสู้มันก็ไม่ได้ง่ายดายเลย นั่นก็เพราะศัตรูของเขาในครั้งนี้ไม่ใช่แค่กลุ่มคนธรรมดาทั่วๆ ไป กลุ่มของพวกมันยังมีผู้ได้รับพลังรวมอยู่ด้วย
ทันทีที่อาร์เดลกลายร่าง ผู้ได้รับพลังคนนั้นก็เข้ามาต่อสู้กับเขา และยื้อเวลาให้พรรคพวกของมันสังหารคณะเดินทาง
.
.
จนในที่สุดเสียงปืนก็ได้เงียบลง
การต่อสู้ในครั้งนี้มันเหมือนการสังหารแค่เพียงฝ่ายเดียว อาร์เดลที่กำลังปะทะกับผู้ได้รับพลังโดยไม่รู้เลยว่ากลุ่มของตนถูกจัดการจัดการไปหมดแล้ว และเมื่อเขารู้สึกตัวว่าเสียงของการต่อสู้รอบๆ เงียบไป เขาก็เข้าใจในทันทีว่าได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดลงไปแล้ว เมื่อคิดได้เขารีบผละตัวออกจากการต่อสู้แล้วมุ่งตรงไปหาพรรคพวกของเขา
แต่มันก็สายเกินไป สิ่งที่เจอมีเพียงร่างอันไร้ิญญาของผู้คนที่เชื่อมั่นในตัวเขา แต่สุดท้าย เขากลับทำให้ทุกๆ คนผิดหวัง
ในตอนนี้ตัวของอาร์เดลได้จมดิ่งอยู่กับความรู้สึกผิดในจิตใจ ทำให้ไม่ทันระวังเลยถูกโจมตีเข้าไปเต็มๆ และยังไม่ทันที่จะตั้งหลักได้ ก็ถูกรัวหมัดเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง จนตัวของอาร์เดลกลับคืนร่าง แล้วนอนอยู่กับพื้น
แต่ด้วยความแค้นทำให้เขาลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง
ในครั้งนี้เขาเข้าไปต่อสู้ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มี หมัดที่เหวี่ยงออกไปเริ่มทรงพลังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ป่าไม้ที่อยู่รอบตัวหลอมละลายและหายไปอย่างกับไม่เคยมีมาก่อน
อาร์เดลในตอนนี้มีพลังเหนือกว่ามาก เขาเป็ฝ่ายโจมตีรุกเข้าใส่ จนผู้มีพลังที่กำลังสู้กับเขาไม่สามารถทำได้อีก เมื่อเป็เช่นนั้นอาร์เดลคิดที่จะปิดฉากการต่อสู้ให้เร็วที่สุด
เขาใช้สมาธิรวบรวมพลังเอาไว้ และกำลังจะปล่อยออกไป ทว่าก่อนจะได้โจมตี ผู้มีพลังคนนั้นก็ได้ล้มลงกับพื้นซะก่อน
และในพริบตาที่ล้มลง ได้มีผู้มีพลังอีกคนพุ่งเข้ามาจู่โจมใส่อาร์เดลแทน เขาสามารถต่อยทะลุออร่าของอาร์เดลเข้ามาได้อย่างง่ายดาย อาร์เดลที่โดนแรงกระแทกจากการโจมตี เขาถึงกับกระเดนออกไป ร่างของเขาลอยไปกระทบกับต้นไม้หลายสิบต้น ก่อนจะหยุดลง
จากนั้นได้มีเสียงของชายคนปริศนาพูดขึ้น
"โรแวน แกมีประโยชน์กว่าที่คิดอีกนะ" เขาเอ่ยออกมาด้วยท่าทีที่เย่อหยิ่ง
.....
จากนั้นผู้มีพลังคนนั้นก็ได้เอ่ยกับอาร์เดล
"ไอหนู ฉันจะให้โอกาส ยอมแพ้ซะแล้วฉันจะไม่ฆ่าแก"
อาร์เดลได้ยินแบบนั้น เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่เขาลุกขึ้นยืนแล้วพุ่งเข้าไปโจมตีอย่างบ้าคลั่งแทน อาร์เดลโจมตีเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง แต่ผู้มีพลังก็สามารถหลบการโจมตีของเขาได้อย่างง่ายดาย เมื่อไม่สามารถทำอะไรได้ เขาจึงจะใช้พลังเพื่อจัดการ
...{Hell Melt} หลังจากอาร์เดลเอ่ย พลังหลอมละลายก็ได้ะเิออกมา
ผลของมันทำให้สิ่งต่างๆ รอบตัวสลายหายไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เหลืออยู่ตรงหน้ามีเพียงแค่หมอกควัน
ในตอนนี้อาร์เดลคิดว่าสามารถจัดการศัตรูทั้งสองลงได้แล้ว ทำให้เขาประมาทไปชั่วครู่
เพียงแค่เพียงพริบตา ผู้มีพลังคนนั้นก็เข้ามาประชิดตัว แล้วใช้พลังสร้างตราประทับไว้ที่แขนของอาร์เดล ผลจากตราประทับทำให้เขาถูกดูดพลังจนคืนร่างเป็มนุษย์อีกครั้งแล้วล้มลง
จากนั้นก็มีแค่ความเงียบงัน
.
.
จู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าของคนๆ หนึ่งดังขึ้น เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และหยุดอยู่เหนืออาร์เดล จากนั้นมีเสียงเอ่ยขึ้น
"ฉันชื่ออาเดียน่า โดนมาหนักเลยสินะ" เธอพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
เมื่อพูดจบ อาร์เดลได้จ้องมองไปที่ผู้หญิงคนนั้น ภายในใจของเขามีแต่ความสับสน
"นายชื่ออาร์เดลใช่ไหม ฉันรู้มาจากพรรคพวกของนายที่นอนตายอยู่ตรงนั้น... อยากรู้ใช่ไหมว่าโดนอะไรเข้าไป ฉันจะบอกให้ ที่ทำให้นายหมอบอยู่กับพื้นก็คือพลังของลูกน้องผู้แสนภักดีของฉัน ออสการ์"
"พวกแก้าอะไร ทำไมถึงทำแบบนี้" อาร์เดลเอ่ยพร้อมจ้องมองด้วยแววตาที่แข็งแกร้ว
"สิ่งที่้า คำถามนี้มีคนถามกับฉันบ่อยนะ และฉันจะตอบทุกๆ คนที่ถามคำถามนี้เหมือนๆ กัน ก่อนที่คนพวกนั้นจะกลายมาเป็ของเล่นของฉัน สิ่งที่้า...้าอะไรดีนะ... เอาเป็ว่าฉัน้าทุกๆ สิ่งทุกๆ อย่างละกัน"
อาร์เดลได้ยินเช่นนั้น เขาได้เอ่ยออกมาด้วยความโกรธ
"ทำไม ทำไมกัน เื่ไร้เหตุผลแบบนี้ พรรคพวกของฉัน..."
"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวนายก็ลืม ลืมเื่พวกนี้ไปจนหมด นายจะเป็เพียงตุ๊กตาที่ทำตามสิ่งที่ฉันปรารถนา"
เมื่อพูดจบอาเดียน่าก็ได้รวบรวมพลังของเธอเอาไว้ที่ฝ่ามือแล้วเตรียมใช้มันกับอาร์เดล
แต่อาร์เดลก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาดิ้นรนเป็ครั้งสุดท้ายโดยใช้พลังทั้งหมดที่มีและผลักดันมันไปเกินขีดจำกัด พลังของเขาเริ่มสลายทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวอย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งตราประทับของออสการ์ก็ยังถูกออร่าของอาร์เดลหลอมละลาย
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มที่จะไม่ดีออสการ์จึงรีบเข้ามาดึงตัวของอาเดียน่า แล้วพยายามวิ่งหนีออกไปอย่างสุดกำลัง
แต่เขาก็ยังเร็วไม่พอ อาร์เดลได้มาดักรออยู่ตรงหน้าของทั้งสองและเตรียมจะใช้พลังที่มีทั้งหมดบดขยี้ โดยจะสละชีวิตของตน อาร์เดลคิดแค่ว่าถ้าปล่อยให้คนพวกนี้รอดไปได้ เอเดน อเล็กเซียและชาวเมืองที่รอเขาอยู่อาจโดนพวกมันเล่นงาน เมื่อเป็เช่นนั้นเขาจึงไม่ลังเลกับการตัดสินใจครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย และเมื่อเตรียมใจเสร็จเขาก็ใช้พลังทั้งหมดที่มีโจมตีใส่
{Dead End} ...
ไม่ทันที่พลังของเขาจะได้แสดงผล
โรแวนได้ะโเข้าใส่และกอดตัวของอาร์เดลไว้จากทางด้านหลัง แต่ร่างกายของโรแวนไม่สามารถต้านทานพลังของอาร์เดลได้ ทำให้ตัวเขาโดนกัดกินอย่างรวดเร็ว
แต่ก่อนเขาจะสิ้นใจ โรแวนก็ได้เอ่ยออกมา
"ฉันบอกนายแล้ว นายจะเป็ตุ๊กตาตัวใหม่ของฉัน"
ตู้ม!!!
ตัวของโรแวนได้ะเิอย่างรุนแรง มันเป็เสียงที่ดังกึกก้อง พื้นดินที่พวกเขาเหยียบได้ยุบตัวลงกลายเป็หลุมขนาดใหญ่
(ความสามารถนี้เป็ไม้ตายสุดท้ายของโรแวน โดยใช้พลังชีวิตของตนทั้งหมดเปลี่ยนมันให้กลายเป็ะเิสังหาร อาเดียน่ารู้เื่นี้ดี จึงใช้เขาเป็เพียงหมากตัวหนึ่งอย่างไม่ลังเล)
ตอนนี้ตัวของอาร์เดลได้หมดสติไป เขายังไม่ตายแต่ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก อาเดียน่าไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ เธอเดินไปหาอาร์เดลทันทีแล้วใช้พลัง
"Mind Control"