ยี่สิบนาทีก่อนหน้านั้น
กำลังพลของหมู่ตึกวสันต์กำลังเคลื่อนตัวผ่านป่าลึกเพื่อไปสมทบกับสมาชิกที่เหลือ "ลูคัสนายว่าสงครามนี้จะจบลงยังไง พวกเราจะตายกันหมดไหม" ไบรอัน เกรหันมาถามเด็กชายขณะเงยหน้ามองธงสีดำในมือตัวเอง
"นายไม่ต้องกังวลไปหรอกไบรอัน นี่เป็นเพียงสถานการณ์จำลอง" ลูคัสปลอบใจพร้อมเอามือตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ
ไม่ใช่ไบรอันคนเดียวที่หลงลืมไปแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่โลกแห่งความเป็นจริง
"แต่ความเจ็บปวดเป็นของจริงนะ ใครก็ไม่อยากถูกฆ่าหรอกจริงมั้ย" ไบรอันเริ่มวิตกสีหน้าดูซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
"งั้นเอาแบบนี้ส่งธงในมือของนายมา"เด็กชายให้เหตุผลว่าถ้าไม่มีธงในมือก็มีโอกาสน้อยที่คนอื่นจะพุ่งเป้ามาที่ตัวไบรอัน
ในที่สุดทุกคนก็เดินทางมาถึงบริเวณตีนเขาหลังจากคนที่เหลือของหมู่ตึกวสันต์มารวมตัวกันก็พบว่าจำนวนสมาชิกทั้งหมดมีราวสองร้อยคน
อาร์โนลด์ดีน กำลังวิ่งพล่านท้าทายชาวบ้านไปทั่วราวกับหมาบ้า
"ปล่อยให้เขาบ้าไป" เซเวียร์ พูดสั้นๆ
"สมบัติจะออกมาในอีกสี่สิบนาทีรอบนี้เป็นผลึกปราณระดับสูงหนึ่งร้อยชิ้น"
ประกาศจากสถานศึกษาดังขึ้นเมื่อทราบว่าผลึกปราณระดับสูงจะออกมาทุกคนจึงรอคอยด้วยความหวัง
"สมบัติพวกนี้เราจะเข้าไปแย่งชิงหรือเปล่าครับรุ่นพี่"ลูคัสถามด้วยความสงสัย
"ตามสบายเลยตอนนี้ไม่ต้องสนใจเรื่องการแข่งขันเพียงมุ่งเป้าไปที่สมบัติแต่อย่าทำร้ายพวกเดียวกันก็พอ"
เมื่อเวลาไหลผ่านไป
"ต่อให้พวกลูกเจี๊ยบทุกหมู่ตึกเข้ามาพร้อมกันพี่คนนี้ยังไม่หวั่นเลยขอบอก"
"หากไม่มีใครส่งตัวแทนมาสู้อีกพี่ชายคนนี้ก็จะไม่ให้ใครได้สมหวัง"
ประโยคนี้ทำให้เซเวียร์ขมวดคิ้วทันทีด้วยหนทางแห่งจอมเวทการบ่มเพาะของเธอจึงต้องมุ่งเน้นไปที่ตันเถียนซึ่งยากเป็นอย่างยิ่งที่จะเกิดการเติบโตผลึกปราณเหล่านี้จึงเป็นหนึ่งในความหวังที่จะช่วยให้เธอพัฒนาขึ้น
"นายมั่นใจในตัวเองมากเกินไปแล้วอาร์โนลด์จะบอกให้รู้ไว้คนที่ถือธงสีดำในหมู่ตึกของดิชั้นก็สามารถสังหารนายได้ง่ายๆไม่ต่างจากฆ่าหมู่"
เธอจึงคิดอุบายนี้ขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจอาร์โนลด์ออกจากสมบัติแล้วค่อยตอบแทนลูคัสในภายหลัง
เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในฝูงชนทุกสายตาล้วนตกอยู่ที่ "ลูคัส เรน"ผู้โชคร้ายธงสีดำผืนใหญ่ในมือเขาโบกสะบัดไปตามลม
"น้องชายดาบใหญ่แข็งแกร่งใช่ไหม ออกมาสู้กันให้ตายกันไปข้างหนึ่งเถอะหากชนะก็เอาธงไป" เห็นชัดว่าอาร์โนลด์ ดีนไม่ได้สนใจผลของสงครามครั้งนี้สักเท่าไหร่
"พี่ชาย หากเราสู้กันเฉยๆ มันจะไม่ดูน่าเบื่อไปหน่อยเหรอจะสู้กันทั้งทีมันต้องมีของเดิมพันสิ"
เด็กชายก้าวออกมาด้านหน้าประโยคนี้ทำให้อาร์โนลด์ครุ่นคิดเขาไม่ถนัดเรื่องใช้สมองสักเท่าไหร่
ลูคัสก็เดินไปรอบๆพร้อมประกาศว่า
“ผมรู้ว่าทุกคนอยากให้เหตุการณ์กลับมาเป็นปกติสุข”เด็กชายกล่าวออกเป็นนัยก่อนชูหนึ่งนิ้ว
"ผลึกปราณระดับสูงจากหมู่ตึกละหนึ่งชิ้นเป็นค่าตอบแทนทุกคนเห็นอย่างไรบ้าง"
“ได้!รับข้อเสนอ” เซเวียร์วูดส์รู้จุดประสงค์ของเด็กชายดีผลึกหนึ่งชิ้นเป็นค่าเหนื่อยที่เขาสมควรได้รับ
“ตกลงหากทางเราชิงมาได้จะแบ่งให้”ฟารีน ตอบรับเช่นกัน
เมื่อถูกบีบมาแบบนี้อีกสองหมู่ตึกก็ต้องยอมลงให้ลูคัสเพียงเท่านี้เขาก็จะได้รับผลึกปราณระดับสูงสี่ก้อนเป็นที่แน่นอน
ลูคัสหันกลับไปพูดกับอาร์โนลด์ที่ยังเงียบอยู่
"รุ่นพี่กล้าเดิมพันด้วยกำไลนั่นมั้ยครับ แต่หากกลัวแพ้ก็..."
เด็กชายชี้ไปที่กำไลสีเงินของอาร์โนลด์
"ใครกลัวแพ้กันเล่ากำไลเงินนี้เป็นอุปกรณ์เสริมพลังระดับกลางแล้วถ้าหากน้องชายเป็นฝ่ายแพ้ล่ะ"
ลูคัสหยิบตำราเล่มสีขาวขึ้นมา"นี่คือทักษะดาบระดับสูง"
เกิดเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้งไม่สำคัญว่าจะเป็นทักษะอาวุธประเภทใดขอเพียงเป็นระดับสูงล้วนประเมินค่าไม่ได้แม้แต่
อาร์โนลด์เองที่ฉลาดน้อยยังเข้าใจถึงความพิเศษของทักษะระดับสูง
“เอาตามนั้นเราจะสู้กันได้หรือยัง” อาร์โนลด์เริ่มคันมือเสียแล้ว
“เริ่มกันเลยแต่พี่ชายอย่าผิดคำพูดล่ะ...” ลูคัสก้าวออกมาตรงกลางอย่างเชื่องช้า
โฮก! ปราณที่อัดแน่นเป็นร่างของสิงโตพุ่งเข้าใส่ลูคัสทันที"หมัดราชสีห์"
เด็กชายใช้ก้าวพริบตาหลบออกด้านข้างพร้อมทั้งยิงดรรชนีกัมปนาทที่มีพลัง8 ดาวสวนกลับไปเพื่อหยั่งเชิงฝ่ายอีก
ทุกคนล้วนจับจ้องการต่อสู้ในครั้งนี้อย่างไม่กะพริบตาตามคาดอาร์โนลด์ใช้ทักษะหมัดทำลายลำแสงของดรรชนีกัมปนาทได้อย่างง่ายดาย
เด็กชายตกตะลึงเล็กน้อยเขาไม่คิดว่าจะมีนักรบที่ใช้ทักษะวรยุทธในสถานศึกษาแห่งนี้
ขณะที่อาร์โนลด์พยายามเข้าจะประชิดตัวเด็กชายก็มักจะใช้ก้าวพริบตาถอยออกมาเสมอก่อนยิงดรรชนีกัมปนาทใส่อย่างต่อเนื่อง
หลังจากต่อสู้กันมาหลายสิบนาที
“น้องชายหากแน่จริงก็มาสู้กันซึ่งๆหน้าไม่ใช่ลอบกัดแบบนี้”
นอกจากความว่องไวของอีกฝ่าย ทุกดรรชนีที่ยิงออกมายังทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นขณะนี้อาร์โนลด์กำลังตกที่นั่งลำบาก เขาจึงพยายามยั่วยุให้อีกฝ่ายเปลี่ยนมาต่อสู้ระยะประชิด
“มีกติกาแบบนั้นด้วยเหรอครับรุ่นพี่”ลูคัสยังคงหลบไปเรื่อยๆ พลางยิงดรรชนีกัมปนาทเข้าใส่อีกฝ่าย
ในความคิดของอาร์โนลด์ขอเพียงต่อยเด็กชายจังๆให้ได้สักครั้งชัยชนะก็จะตกเป็นของเขาทันทีดังนั้นเขาจึงพยายามกัดฟันไล่ตามอย่างอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละแต่หารู้ไม่ว่าตนกำลังตกสู่หลุมพรางที่อีกฝ่ายวางไว้
หากพูดกันตามตรงอาร์โนลด์ ดีนคือเบอร์หนึ่งของทั้งสองชั้นปีอย่างไม่ต้องสงสัยกระทั่งต่อกรกับรุ่นพี่ปีสามได้อย่างไม่เสียเปรียบอีกด้วย
เด็กชายจึงเลือกถ่วงเวลาให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ปราณจนหมดลงไปเอง
แต่อยู่ๆลูคัสก็สัมผัสได้ถึงอันตรายตู้ม! หลุมใหญ่ปรากฏตรงจุดที่ลูคัสเคยยืนอยู่
โชคดีที่ท่า"เหยียบเงา"ถูกใช้ทันเวลามิเช่นนั้นดูจากความรุนแรงของทักษะ 20 ดาวตัวเขาคงต้องบาดเจ็บเป็นแน่
ฉากนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับเหล่าผู้ชมไม่มีใครคาดคิดว่าอาร์โนลด์ดีนจะมีทักษะที่น่ากลัวเช่นนี้ ขณะนี้ลูคัสเรนยืนอยู่บนท้องฟ้าทำให้ผู้คนโดยรอบตกตะลึงกันอีกครั้ง
“ยืนอยู่บนท้อง...ไม่สิเขากำลังเหินบิน”
“สถานศึกษามีทักษะแบบนั้นด้วยหรือ”
เหล่านักเรียนเริ่มถกเถียงกันไม่หยุด
"ไม่เบาจริงๆ แอบซ่อนทักษะร้ายกาจเอาไว้" เซเวียร์ กล่าวออกมาไม่รู้ว่าเธอหมายถึงใคร
“เกือบแย่ซะแล้ว”ลูคัสพึมพำแม้แต่ตัวเขาเองก็เห็นไม่ชัดว่าอีกฝ่ายใช้ทักษะแบบใดแต่เมื่อกระบวนท่ามวยแปดทิศถูกใช้ออกอยู่ตลอดเวลาทำให้เห็นความผันผวนของปราณที่ไม่ปกติเด็กชายจึงตัดสินใจหลบตามสัญชาตญาณ
"ไม่จริง"คนที่ตกตะลึงยิ่งกว่านั้นคืออาร์โนลด์ทักษะหมัดที่เขาใช้เมื่อครู่เป็นทักษะระดับกลางประจำตระกูลดีนมีชื่อว่า
"หมัดทลายฟ้า"
เมื่อฝึกถึงขั้นแก่นแท้จะสามารถดึงปราณทั่วร่างพร้อมกับปลดปล่อยหมัดอันทรงพลังออกมาในเสี้ยววินาทีผลลัพธ์คล้ายการเคลื่อนย้ายพริบตาแต่จะเป็นการเข้าจู่โจมใส่ศัตรูแทน
"พอหรือยังครับรุ่นพี่" เด็กชายเป็นฝ่ายถามขณะทอดสายตาลงมา
ขณะนี้ปราณทั่วร่างของอาร์โนลด์ถูกใช้ออกจนแทบไม่เหลือแล้ว
"ยอมแพ้"
“ครั้งหน้าเรามาสู้กันใหม่นะน้องชาย”อาร์โนลด์กล่าวก่อนถอดกำไลสีเงินโยนให้กับอีกฝ่ายอย่างไม่บิดพลิ้ว
"ได้ครับไว้เรามาเดิมพันกันใหม่" ลูคัสแอบนับถือในความซื่อตรงของอีกฝ่ายอยู่เหมือนกัน
หลังจากที่ทุกคนได้ยินประโยคนั้นก็อดแสดงสีหน้าเหยเกออกมาไม่ได้
ที่พวกเขาเห็นตั้งแต่เริ่มลูคัสเป็นฝ่ายยุยงปั่นประสาทแถมโจมตีใส่หมาบ้าอาร์โนลด์อย่างหนักหน่วงโดยที่อีกฝ่ายแตะไม่ได้แม้แต่ชายเสื้อของเขาด้วยซ้ำแล้วแบบนี้จะเรียกว่าเป็นการประลองได้อย่างไร
ตอนนี้ภายในใจลูคัสกำลังเบิกบานอย่างยิ่งในขณะที่เขาถูกมัดมือชกให้ออกไปต่อสู้นั้นในใจก็คิดแผนการรับมือออกมาอย่างรวดเร็วอาร์โนลด์มีพลังการบ่มเพาะระดับไนท์ขั้นสอง พลังโจมตีเต็มที่ก็คงมีไม่เกิน 10 ดาว ต่อให้ใช้ทักษะก็น่าจะเพิ่มได้ไม่เกิน 13 ดาว
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือกำไลสีเงินที่ส่องประกายแวววาวชิ้นนี้เมื่อลูคัสทดลองใส่ดูก็พบว่านี่เป็นอุปกรณ์เสริมพลังระดับกลางที่เสริมการโจมตี 20% ถาวรขณะสวมใส่นั่นจึงเป็นเหตุผลที่รุ่นพี่บ้าพลังคนนั้นกล้ากร่างไปทั่วเพราะเขามีคุณสมบัติที่จะทำแบบนั้นได้
อุปกรณ์เสริมพลังชิ้นนี้ราคาของมันสูงกว่าศาสตราวิญญาณระดับกลางถึงสองเท่าตัวตั้งแต่เข้าไปทำภารกิจในถ้ำสังหารเขาใช้ดาบมารดูดซับปราณจากคู่ต่อสู้มาไม่น้อยร่วมกับการได้บ่มเพาะอีกหลายชั่วโมงทำให้เขาตัดผ่านจากรวมปราณขั้นเก้าการหลอมกายสามชั้นฟ้ามาอยู่ในระดับสี่ชั้นฟ้าได้ความแข็งแกร่งรวมจึงมีถึง 18 ดาวไม่ว่าจะมองมุมไหนเขาก็ชนะได้แน่นอนเด็กชายจึงตัดสินใจรับคำท้าสู้ในครั้งนี้
.