เทพปกรณัมแห่งแดนเหนือ ภาค กำเนิดมารอเวจี

    ตอนที่ 35 เก็บเกี่ยวผลกำไร


    ยี่สิบนาทีก่อนหน้านั้น

     


       กำลังพลของหมู่ตึกวสันต์กำลังเคลื่อนตัวผ่านป่าลึกเพื่อไปสมทบกับสมาชิกที่เหลือ
    "ลูคัสนายว่าสงครามนี้จะจบลงยังไง พวกเราจะตายกันหมดไหม" ไบรอัน เกรหันมาถามเด็กชายขณะเงยหน้ามองธงสีดำในมือตัวเอง

     

    "นายไม่ต้องกังวลไปหรอกไบรอัน นี่เป็นเพียงสถานการณ์จำลอง" ลูคัสปลอบใจพร้อมเอามือตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ
    ไม่ใช่ไบรอันคนเดียวที่หลงลืมไปแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่โลกแห่งความเป็นจริง

     

    "แต่ความเจ็บปวดเป็นของจริงนะ ใครก็ไม่อยากถูกฆ่าหรอกจริงมั้ย" ไบรอันเริ่มวิตกสีหน้าดูซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

     

    "งั้นเอาแบบนี้ส่งธงในมือของนายมา"เด็กชายให้เหตุผลว่าถ้าไม่มีธงในมือก็มีโอกาสน้อยที่คนอื่นจะพุ่งเป้ามาที่ตัวไบรอัน

     

       ในที่สุดทุกคนก็เดินทางมาถึงบริเวณตีนเขาหลังจากคนที่เหลือของหมู่ตึกวสันต์มารวมตัวกันก็พบว่าจำนวนสมาชิกทั้งหมดมีราวสองร้อยคน

     

    อาร์โนลด์ดีน กำลังวิ่งพล่านท้าทายชาวบ้านไปทั่วราวกับหมาบ้า

     

    "ปล่อยให้เขาบ้าไป" เซเวียร์ พูดสั้นๆ

     

    "สมบัติจะออกมาในอีกสี่สิบนาทีรอบนี้เป็นผลึกปราณระดับสูงหนึ่งร้อยชิ้น"

     

    ประกาศจากสถานศึกษาดังขึ้นเมื่อทราบว่าผลึกปราณระดับสูงจะออกมาทุกคนจึงรอคอยด้วยความหวัง

     

    "สมบัติพวกนี้เราจะเข้าไปแย่งชิงหรือเปล่าครับรุ่นพี่"ลูคัสถามด้วยความสงสัย

     

    "ตามสบายเลยตอนนี้ไม่ต้องสนใจเรื่องการแข่งขันเพียงมุ่งเป้าไปที่สมบัติแต่อย่าทำร้ายพวกเดียวกันก็พอ"

     

     

     

    เมื่อเวลาไหลผ่านไป

     

    "ต่อให้พวกลูกเจี๊ยบทุกหมู่ตึกเข้ามาพร้อมกันพี่คนนี้ยังไม่หวั่นเลยขอบอก"

     

    "หากไม่มีใครส่งตัวแทนมาสู้อีกพี่ชายคนนี้ก็จะไม่ให้ใครได้สมหวัง"

     

       ประโยคนี้ทำให้เซเวียร์ขมวดคิ้วทันทีด้วยหนทางแห่งจอมเวทการบ่มเพาะของเธอจึงต้องมุ่งเน้นไปที่ตันเถียนซึ่งยากเป็นอย่างยิ่งที่จะเกิดการเติบโตผลึกปราณเหล่านี้จึงเป็นหนึ่งในความหวังที่จะช่วยให้เธอพัฒนาขึ้น

     

    "นายมั่นใจในตัวเองมากเกินไปแล้วอาร์โนลด์จะบอกให้รู้ไว้คนที่ถือธงสีดำในหมู่ตึกของดิชั้นก็สามารถสังหารนายได้ง่ายๆไม่ต่างจากฆ่าหมู่"
    เธอจึงคิดอุบายนี้ขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจอาร์โนลด์ออกจากสมบัติแล้วค่อยตอบแทนลูคัสในภายหลัง

     

    เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในฝูงชนทุกสายตาล้วนตกอยู่ที่ "ลูคัส เรน"ผู้โชคร้ายธงสีดำผืนใหญ่ในมือเขาโบกสะบัดไปตามลม

     

    "น้องชายดาบใหญ่แข็งแกร่งใช่ไหม ออกมาสู้กันให้ตายกันไปข้างหนึ่งเถอะหากชนะก็เอาธงไป" เห็นชัดว่าอาร์โนลด์ ดีนไม่ได้สนใจผลของสงครามครั้งนี้สักเท่าไหร่

     

    "พี่ชาย หากเราสู้กันเฉยๆ มันจะไม่ดูน่าเบื่อไปหน่อยเหรอจะสู้กันทั้งทีมันต้องมีของเดิมพันสิ"
    เด็กชายก้าวออกมาด้านหน้าประโยคนี้ทำให้อาร์โนลด์ครุ่นคิดเขาไม่ถนัดเรื่องใช้สมองสักเท่าไหร่

     

    ลูคัสก็เดินไปรอบๆพร้อมประกาศว่า

     

    “ผมรู้ว่าทุกคนอยากให้เหตุการณ์กลับมาเป็นปกติสุข”เด็กชายกล่าวออกเป็นนัยก่อนชูหนึ่งนิ้ว

     

    "ผลึกปราณระดับสูงจากหมู่ตึกละหนึ่งชิ้นเป็นค่าตอบแทนทุกคนเห็นอย่างไรบ้าง"

     

    “ได้!รับข้อเสนอ” เซเวียร์วูดส์รู้จุดประสงค์ของเด็กชายดีผลึกหนึ่งชิ้นเป็นค่าเหนื่อยที่เขาสมควรได้รับ

     

    “ตกลงหากทางเราชิงมาได้จะแบ่งให้”ฟารีน ตอบรับเช่นกัน

     

    เมื่อถูกบีบมาแบบนี้อีกสองหมู่ตึกก็ต้องยอมลงให้ลูคัสเพียงเท่านี้เขาก็จะได้รับผลึกปราณระดับสูงสี่ก้อนเป็นที่แน่นอน

     

    ลูคัสหันกลับไปพูดกับอาร์โนลด์ที่ยังเงียบอยู่

     

    "รุ่นพี่กล้าเดิมพันด้วยกำไลนั่นมั้ยครับ แต่หากกลัวแพ้ก็..."

     

    เด็กชายชี้ไปที่กำไลสีเงินของอาร์โนลด์

     

    "ใครกลัวแพ้กันเล่ากำไลเงินนี้เป็นอุปกรณ์เสริมพลังระดับกลางแล้วถ้าหากน้องชายเป็นฝ่ายแพ้ล่ะ"

     

    ลูคัสหยิบตำราเล่มสีขาวขึ้นมา"นี่คือทักษะดาบระดับสูง"

     

    เกิดเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้งไม่สำคัญว่าจะเป็นทักษะอาวุธประเภทใดขอเพียงเป็นระดับสูงล้วนประเมินค่าไม่ได้แม้แต่
    อาร์โนลด์เองที่ฉลาดน้อยยังเข้าใจถึงความพิเศษของทักษะระดับสูง

     

    “เอาตามนั้นเราจะสู้กันได้หรือยัง” อาร์โนลด์เริ่มคันมือเสียแล้ว

     

    “เริ่มกันเลยแต่พี่ชายอย่าผิดคำพูดล่ะ...” ลูคัสก้าวออกมาตรงกลางอย่างเชื่องช้า

     

       โฮก! ปราณที่อัดแน่นเป็นร่างของสิงโตพุ่งเข้าใส่ลูคัสทันที"หมัดราชสีห์"

     

    เด็กชายใช้ก้าวพริบตาหลบออกด้านข้างพร้อมทั้งยิงดรรชนีกัมปนาทที่มีพลัง8 ดาวสวนกลับไปเพื่อหยั่งเชิงฝ่ายอีก

     

    ทุกคนล้วนจับจ้องการต่อสู้ในครั้งนี้อย่างไม่กะพริบตาตามคาดอาร์โนลด์ใช้ทักษะหมัดทำลายลำแสงของดรรชนีกัมปนาทได้อย่างง่ายดาย

     

    เด็กชายตกตะลึงเล็กน้อยเขาไม่คิดว่าจะมีนักรบที่ใช้ทักษะวรยุทธในสถานศึกษาแห่งนี้

     

    ขณะที่อาร์โนลด์พยายามเข้าจะประชิดตัวเด็กชายก็มักจะใช้ก้าวพริบตาถอยออกมาเสมอก่อนยิงดรรชนีกัมปนาทใส่อย่างต่อเนื่อง

     

     

     

    หลังจากต่อสู้กันมาหลายสิบนาที

     

    “น้องชายหากแน่จริงก็มาสู้กันซึ่งๆหน้าไม่ใช่ลอบกัดแบบนี้”

     

       นอกจากความว่องไวของอีกฝ่าย ทุกดรรชนีที่ยิงออกมายังทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นขณะนี้อาร์โนลด์กำลังตกที่นั่งลำบาก เขาจึงพยายามยั่วยุให้อีกฝ่ายเปลี่ยนมาต่อสู้ระยะประชิด

     

    “มีกติกาแบบนั้นด้วยเหรอครับรุ่นพี่”ลูคัสยังคงหลบไปเรื่อยๆ พลางยิงดรรชนีกัมปนาทเข้าใส่อีกฝ่าย

     

      ในความคิดของอาร์โนลด์ขอเพียงต่อยเด็กชายจังๆให้ได้สักครั้งชัยชนะก็จะตกเป็นของเขาทันทีดังนั้นเขาจึงพยายามกัดฟันไล่ตามอย่างอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละแต่หารู้ไม่ว่าตนกำลังตกสู่หลุมพรางที่อีกฝ่ายวางไว้

     

       หากพูดกันตามตรงอาร์โนลด์ ดีนคือเบอร์หนึ่งของทั้งสองชั้นปีอย่างไม่ต้องสงสัยกระทั่งต่อกรกับรุ่นพี่ปีสามได้อย่างไม่เสียเปรียบอีกด้วย
    เด็กชายจึงเลือกถ่วงเวลาให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ปราณจนหมดลงไปเอง

     

        แต่อยู่ๆลูคัสก็สัมผัสได้ถึงอันตรายตู้ม! หลุมใหญ่ปรากฏตรงจุดที่ลูคัสเคยยืนอยู่

     

     โชคดีที่ท่า"เหยียบเงา"ถูกใช้ทันเวลามิเช่นนั้นดูจากความรุนแรงของทักษะ 20 ดาวตัวเขาคงต้องบาดเจ็บเป็นแน่  

     

       ฉากนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับเหล่าผู้ชมไม่มีใครคาดคิดว่าอาร์โนลด์ดีนจะมีทักษะที่น่ากลัวเช่นนี้ ขณะนี้ลูคัสเรนยืนอยู่บนท้องฟ้าทำให้ผู้คนโดยรอบตกตะลึงกันอีกครั้ง

     

    “ยืนอยู่บนท้อง...ไม่สิเขากำลังเหินบิน”

     

    “สถานศึกษามีทักษะแบบนั้นด้วยหรือ”

     

    เหล่านักเรียนเริ่มถกเถียงกันไม่หยุด

     

    "ไม่เบาจริงๆ แอบซ่อนทักษะร้ายกาจเอาไว้" เซเวียร์ กล่าวออกมาไม่รู้ว่าเธอหมายถึงใคร

     

    “เกือบแย่ซะแล้ว”ลูคัสพึมพำแม้แต่ตัวเขาเองก็เห็นไม่ชัดว่าอีกฝ่ายใช้ทักษะแบบใดแต่เมื่อกระบวนท่ามวยแปดทิศถูกใช้ออกอยู่ตลอดเวลาทำให้เห็นความผันผวนของปราณที่ไม่ปกติเด็กชายจึงตัดสินใจหลบตามสัญชาตญาณ

     

    "ไม่จริง"คนที่ตกตะลึงยิ่งกว่านั้นคืออาร์โนลด์ทักษะหมัดที่เขาใช้เมื่อครู่เป็นทักษะระดับกลางประจำตระกูลดีนมีชื่อว่า
    "หมัดทลายฟ้า"
    เมื่อฝึกถึงขั้นแก่นแท้จะสามารถดึงปราณทั่วร่างพร้อมกับปลดปล่อยหมัดอันทรงพลังออกมาในเสี้ยววินาทีผลลัพธ์คล้ายการเคลื่อนย้ายพริบตาแต่จะเป็นการเข้าจู่โจมใส่ศัตรูแทน

     

    "พอหรือยังครับรุ่นพี่" เด็กชายเป็นฝ่ายถามขณะทอดสายตาลงมา

     

    ขณะนี้ปราณทั่วร่างของอาร์โนลด์ถูกใช้ออกจนแทบไม่เหลือแล้ว

     

    "ยอมแพ้"

     

    “ครั้งหน้าเรามาสู้กันใหม่นะน้องชาย”อาร์โนลด์กล่าวก่อนถอดกำไลสีเงินโยนให้กับอีกฝ่ายอย่างไม่บิดพลิ้ว

     

    "ได้ครับไว้เรามาเดิมพันกันใหม่" ลูคัสแอบนับถือในความซื่อตรงของอีกฝ่ายอยู่เหมือนกัน

     

    หลังจากที่ทุกคนได้ยินประโยคนั้นก็อดแสดงสีหน้าเหยเกออกมาไม่ได้

     

    ที่พวกเขาเห็นตั้งแต่เริ่มลูคัสเป็นฝ่ายยุยงปั่นประสาทแถมโจมตีใส่หมาบ้าอาร์โนลด์อย่างหนักหน่วงโดยที่อีกฝ่ายแตะไม่ได้แม้แต่ชายเสื้อของเขาด้วยซ้ำแล้วแบบนี้จะเรียกว่าเป็นการประลองได้อย่างไร

     

        ตอนนี้ภายในใจลูคัสกำลังเบิกบานอย่างยิ่งในขณะที่เขาถูกมัดมือชกให้ออกไปต่อสู้นั้นในใจก็คิดแผนการรับมือออกมาอย่างรวดเร็วอาร์โนลด์มีพลังการบ่มเพาะระดับไนท์ขั้นสอง พลังโจมตีเต็มที่ก็คงมีไม่เกิน 10 ดาว ต่อให้ใช้ทักษะก็น่าจะเพิ่มได้ไม่เกิน 13 ดาว

     

        แต่สิ่งที่น่าสนใจคือกำไลสีเงินที่ส่องประกายแวววาวชิ้นนี้เมื่อลูคัสทดลองใส่ดูก็พบว่านี่เป็นอุปกรณ์เสริมพลังระดับกลางที่เสริมการโจมตี 20% ถาวรขณะสวมใส่นั่นจึงเป็นเหตุผลที่รุ่นพี่บ้าพลังคนนั้นกล้ากร่างไปทั่วเพราะเขามีคุณสมบัติที่จะทำแบบนั้นได้

     

       อุปกรณ์เสริมพลังชิ้นนี้ราคาของมันสูงกว่าศาสตราวิญญาณระดับกลางถึงสองเท่าตัวตั้งแต่เข้าไปทำภารกิจในถ้ำสังหารเขาใช้ดาบมารดูดซับปราณจากคู่ต่อสู้มาไม่น้อยร่วมกับการได้บ่มเพาะอีกหลายชั่วโมงทำให้เขาตัดผ่านจากรวมปราณขั้นเก้าการหลอมกายสามชั้นฟ้ามาอยู่ในระดับสี่ชั้นฟ้าได้ความแข็งแกร่งรวมจึงมีถึง 18 ดาวไม่ว่าจะมองมุมไหนเขาก็ชนะได้แน่นอนเด็กชายจึงตัดสินใจรับคำท้าสู้ในครั้งนี้

    .

    คล้ายกับเรื่องเทพปกรณัมแห่งแดนเหนือ ภาค กำเนิดมารอเวจี ที่คุณอ่าน