"คุณหนูท่านไปไหนมา ข้าตามหาท่านตั้งนาน แล้วทำไมท่านใส่ชุดบุรุษได้ละเ้าคะ"เสี่ยวผิงบ่นจางซูเหยา ขณะที่ในมือก็ถือร่มอยู่อันหนึ่ง
"เอาไว้กลับถึงจวนแล้วข้าจะเล่าให้ฟัง"จางซูเหยากับเสี่ยวผิงเดินทางกลับจวนท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ในที่สุดก็มาถึงหน้าจวน
"เสี่ยวผิงเ้าเข้าไปดูต้นทางให้ข้าก่อนนะ หากเ้าเจอท่านแม่ให้ถ่วงเวลาไว้สักเค่อจนกว่าข้าจะไปถึงห้องเข้าใจมั้ย" จางซูเหยาเล่าแผนการของตนให้เสี่ยวผิงฟัง
"เข้าใจเ้าค่ะแต่ทำไมเราต้องทำเช่นนี้ด้วยละเ้าคะ"เสี่ยวผิงยังทำหน้าสงสัยกับแผนการผู้เป็นาย
"เ้านี่โง่จริงๆ ก็ดูข้าซิขื่นใส่ชุดนี้เข้าไปมีหวังโดนท่านแม่บ่นหูชาแน่"เสี่ยวผิงถึงกับร้องอ๋อ ก่อนจะทำตามแผนที่วางไว้ เสี่ยวผิงเดินเข้าไปสำรวจทางที่จะไปยังห้องจางซูเหยาเมื่อเห็นว่าทางสะดวกก็รีบวิ่งมาบอกผู้เป็นายโดยที่ตอนนี้เว่ยหนิงฟางกำลังจะเดินผ่านทางนั้นพอดี
"นั่นเสี่ยวผิงนี่ทำไมนางดูลุกลี้ลุกลนหรือว่าจะเกี่ยวกับเหยาเอ๋อร์"เว่ยหนิงฟางรีบตามไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับบุตรีของตนหรือไม่จนเมื่อไปถึงหน้าจวนก็เห็นจางซูเหยาแอบย่องเข้ามาจากประตูหน้าจวน
"อ่ะแฮ่ม! เหยาเอ๋อร์ เ้าทำอะไรน่ะ" เว่ยหนิงฟางส่งเสียงทักบุตรสาวของตนที่ทำลับๆ ล่อๆย่องเข้าจวนตนเอง จางซูเหยาถึงกับหยุดชะงักทันที
"อุ๊ย! ท่านแม่ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน"จางซูเหยาพูดพลางวิ่งเข้าไปกอดผู้เป็แม่
"ไม่ต้องมาทำเป็อ้อนเลยเ้าไปทำอะไรมากันแน่เหตุใดถึงได้ใส่ชุดบุรุษเช่นนี้ หรือว่าเ้า..."เว่ยหนิงฟางถามเค้นเอาคำตอบจากบุตรสาวของตน
"ท่านแม่ไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดนะก็วันนี้ฝนตกเสื้อผ้าข้าก็เลยเปียกระวังทางเจอสหายเข้าแล้วเขาก็เลยให้ยืมชุดเปลี่ยนเพราะคงกลัวว่าข้าจะเจ็บป่วยไม่สบายขึ้นมาอีก"จางซูเหยารีบพูดชี้แจงเื่จริงบ้างไม่จริงบ้างด้วยกลัวว่าผู้เป็แม่จับได้ว่าไปพบปะพูดคุยกับบุรุษเช่นนี้คงจะได้อธิบายกันสามวันเจ็ดวัน
"เช่นนั้นก็แล้วไป แล้วเื่ไปดูที่เป็อย่างไรได้ที่หรือไม่" เว่ยหนิงฟางกับจางซูเหยาเดินไปคุยกันไป
"ลูกเจอที่ถูกใจแล้วเป็บ้านสองชั้นไม่เล็กไม่ใหญ่ไปอยู่ตรงมุมตลาดคนไม่พลุกพล่านข้าชอบมากแต่ว่าต้องรอให้คนดูแลบ้านไปแจ้งกับเ้าก่อนแล้วจะติดต่อมาคาดว่าหน้าจะไม่เกินสามวันแล้วท่านแม่ได้จัดการเื่คนงานให้หรือยังเ้าคะ"
"แม่ให้คนไปบอกนายช่างที่เคยทำบ้านให้แก่เหล่าขุนนางมาหลายคนแล้วรับรองได้ว่าฝีมือดีแน่นอน"
"ต้องลำบากท่านแม่แล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะเ้าคะ"จางซูเหยาเดินตรงไปทางห้องของตนเองโดยที่เสี่ยวผิงเดินตามหลังไปด้วยจนถึงห้องทั้งสองต่างสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะพ่นออกมาอย่างโล่งอก
"คุณหนูนะ ทีหลังอย่าเล่นอะไรแบบนี้อีกนะเ้าคะข้าหัวใจจะวาย" เสี่ยวผิงบ่นพึมพำ
"เอาน๊า...ใช่ว่าข้าอยากจะทำซะหน่อยเหตุสุดวิสัยจริงๆ เ้าไปเตรียมน้ำอุ่นให้ข้าหน่อยข้าจะแช่ซักหน่อย หนาวเหลือเกินวันนี้"จางซูเหยาพูดปลอบใจเสี่ยวผิงพร้อมกับเอามือจับที่ไหลนางเบาๆวันนี้จางซูเหยาเหนื่อยมากหลังจากแช่น้ำเสร็จก็ไม่ลืมที่จะสั่งให้คนเอาเสื้อที่ยืมโจวหยางิไปซักให้เรียบร้อยจากนั้นก็กินข้าวแล้วเข้านอนเร็วกว่าทุกวัน
ทางด้านมู่หรงอี้หรือท่านยมบาล่นี้ยุ่งวุ่นวายกับงานราชสำนักที่ยังไม่คุ้นเคยต้องให้หลิวจื่อรั่วค่อยให้คำแนะนำอยู่บ่อยครั้งบางวันทำงานจนดึกดื่นติดต่อกันหลายคืน แม้ตอนนี้งานเริ่มเบาบางขึ้นมาแล้วแต่ก็ยังอยู่ดึกเช่นเดิม จนหลิวจื่อรั่วต้องเตือนเื่ของสุขภาพใช่ว่าเขาเองจะอยากนอนดึกเพียงแต่ร่างกายเคยชินแล้วจึงเกิดอาการนอนไม่หลับขึ้นวันนี้ก็เช่นเดียวกันยมบาลยังคงนั่งอ่านตำราอยู่โดยหวังว่าการอ่านจะทำให้หลับง่าย
"ท่านอ๋องดึกแล้วยังไม่นอนอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ"หลิวจื่อรั่วที่เดินตรวจตราในจวนผ่านมาทางห้องตำราเห็นมู่หรงอี้ยังไม่นอนเลยแวะเข้ามาถาม
"ใช่ ก็ข้านอนไม่หลับข้าจึงต้องมานั่งอ่านตำราอยู่นี่ไง"ด้วยความหวังดีหลิวจื่อรั่วจึงเสนอความคิดของตนเองกับมู่หรงอี้
"ท่านอ๋องข้ามีวิธีที่จะช่วยให้ท่านนอนหลับสบายท่านสนใจหรือไม่" ยมบาลทำหน้าสนใจขึ้นมาทันทีหากทำให้นอนหลับได้ก็จะดียิ่งกว่าต้องมานั่งอ่านตำรา
"แล้ววิธีที่เ้าว่าคืออะไร"
"วิธีแรกคือการฝึกยุทธทำให้ได้ออกแรงเมื่อร่างกายเหนื่อยล้าก็จะหลับสบาย" ยมบาลคิดตามแต่หากยมบาลตนนี้ชอบความแข็งแรงฝึกยุทธ์หนักเท่าไรก็คงไม่เหนื่อยแน่พลังบำเพ็ญก็เริ่มฟื้นมาบางแล้วต่อให้ฝึกทั้งคืนก็คงไม่เหนื่อยง่ายๆวิธีนี้ใช้ไม่ได้แน่นอน
"วิธีที่สองล่ะ ต้องทำยังไง"
"วิธีที่สองคือการร่ำสุราพ่ะย่ะค่ะยิ่งสุราแรงเท่าไรยิ่งหลับดีนักพ่ะย่ะค่ะ"
"วิธีนี้น่าสนใจ งั้นเ้าไปหาสุราแรงๆมาข้าจะไปรอที่ศาลาด้านนอก" หลิวจื่อรั่วรีบไปเอาสุราที่ตนเองได้หมักไว้มาสองไหแล้วรีบตรงไปที่ศาลาขณะนี้เป็เข้า่ยามห้าย(21.00-22.59น.) มู่หรงอี้กับหลิวจื่อรั่วนั่งร่ำสุรากันอย่างคึกครื้นเวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยามเท่านั้นหลิวจื่อรั่วก็เมาหลับไปเสียแล้ว
"เ้าหลิวจื่อรั่วตื่นๆๆเหตุใดเ้ามาชิงหลับก่อนข้า ถ้าเ้าไม่ตื่นข้าจะสั่งโบยเ้าแล้วนะ ตื่นนนไม่ได้เื่วิธีนี้ต้องหาวิธีใหม่ งั้นไปถามจางซูเหยาดีกว่านางต้องมีวิธีแน่ๆ"ตอนนี้หลิวจื่อรั่วเมาหลับคาโต๊ะไปเรียบร้อยแล้วเหลือแต่ท่านยมบาลที่ไม่เคยดื่มสุราแต่ทำไมช่างคอแข็งจริงๆ อย่างไรเสียมีอาการเมาสุราอยู่ไม่น้อยท่านยมบาลคงเป็ประเภทเมาแล้วก่อเื่ ซึ่งตอนนี้ใช้วิชาตัวเบาเดินทางไปหาจางซูเหยา
"จางซูเหยา จางซูเหยาออกมาเดี๋ยวนี้นะ" ยมบาลยืนเกาะอยู่บน
กิ่งไม้ข้างหน้าต่างห้องของจางซูเหยาเมื่อจางซูเหยาได้ยินเสียงะโชื่อของตนเองก็รีบลุกจากเตียงเดินไปตามเสียงที่ได้ยินมาทางหน้า เธอเปิดหน้าต่างออกก็เห็นเป็ยมบาลยืนเกาะกิ่งไม้เซไปเซมาคล้ายกับคนเมาเหล้าเธอใมากจึงรีบเอ่ยถาม ด้วยกลัวว่าจะมีคนในจวนมาเจอเข้า
"ท่านยมบาลมาทำไมมีเื่อะไรกังวลใจไยถึงได้ดื่มจนเมามายเช่นนี้"
"ข้ามี...มีเื่อยากให้เ้าช่วย"
"ท่านมีเื่อะไรก็รีบบอกมาเถอะเดี๋ยวจะมีคนมาเห็นเข้า" จางซูเหยาสีหน้าเป็กังวลด้วยอาการเมามายของท่านยมบาล
"ข้า...ข้านอนไม่หลับ..." ยังไม่ทันได้ถามวิธีทำให้หลับตอนนี้ยมบาลก็เซล่วงลงจากกิ่งดังตุ้บจางซูเหยาถึงกับอ้าปากค้างอย่างใ เธอรีบวิ่งลงไปดูอาการของท่านยมบาล
"นี่ท่านยมบาลเป็อะไรมากหรือเปล่าท่านาเ็ตรงไหนบ้าง" จางซูเหยารีบประคองยมบาลขึ้นมานั่งก่อนสำรวจด้วยสายตาเพียงคร่าวๆ ก็เห็นว่ามีเืซึมออกมาที่ต้นแขวนข้างซ้ายส่วนตรงอื่นไม่สามารถเห็นได้เพราะใส่เสื้อผ้าอยู่มีทางเดียวคือต้องถอดเสื้อผ้าออกถึงจะเห็นได้
"จางซูเหยาข้าเจ็บั้แ่เกิดมาข้าไม่เคยเจ็บขนาดนี้เลย" ยมบาลร้องโวยวายเสียงดังแม้ว่าคนในจวนจะนอนหลับกันหมดแล้วแต่เธอก็กลัวว่าอาจมีคนตื่นมาพบได้จึงรีบประคองร่างยมบาลขึ้นไปในห้องของเธอ