ตอนนี้เย่เทียนกำลังคำนวณพลังโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาอยู่
พละกำลังทางกายภาพของเขาคือ10,000 ช้าง เมื่อใช้พลังปราณพลังโจมตีจะเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ช้าง บวกกับพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับช่วยเพิ่มพลังขึ้น40 เท่า และทักษะดาบสังหารสวรรค์อีก 12 เท่า
เมื่อคำนวณดูแล้ว พลังโจมตีของเขาจะสูงถึง9.6 ล้านช้าง หรือเทียบได้กับ 9.6 มังกร!
“เหลือเชื่อชะมัด! ฮ่าฮ่าฮ่า”
เย่เทียนหัวเราะด้วยความตื่นเต้น
ในที่สุดเขาก็สามารถทำลายสถิติการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดที่จักรพรรดิขวานสงครามทิ้งไว้ตอนอยู่ในระดับราชาได้แล้วตราบเท่าที่เขาไปที่หอคอยเทพสงครามเพื่อท้าทายสถิตินี้ เขาก็จะได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
“การหลอมรวมพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับในครั้งนี้ไม่แน่ว่ามันอาจจะสามารถทำลายสถิติการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดได้!”
เย่เทียนกล่าวด้วยความคาดหวัง
ดังนั้น
เขาจึงเริ่มหลอมรวมพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับที่เพิ่งคัดลอกมาจากฉินจ้านเทียนทันที
ตูม!!!!
กระบวนการหลอมรวมเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
สิบนาทีต่อมากระบวนการหลอมรวมก็สิ้นสุดลงพรสวรรค์ด้านการป้องกันของเย่เทียนก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
[พรสวรรค์ด้านการป้องกัน: ระดับลึกลับ ปลอม (70%)]
พรสวรรค์ด้านการป้องกันเปลี่ยนจาก60% เป็น 70% ความสามารถในการป้องกันของเขาตอนนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก
เย่เทียนทดสอบพลังป้องกันของเขาและพบว่ามันเพิ่มขึ้นเป็น60 เท่า การป้องกันทางร่างกายเพียงอย่างเดียวของเขาเพียงพอที่จะต้านทานพลัง 1.2 ล้านช้างหรือ1.2 พลังมังกรได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
หากรวมกับพรสวรรค์กระดูกเพชรระดับลึกลับเขาน่าจะต้านทานพลังโจมตี 1.8 มังกรได้โดยไม่เป็นอะไรมาก
“พรสวรรค์ด้านการป้องกันของเรายังขาดไปอีกเล็กน้อยกว่าจะถึงขั้นสมบูรณ์ก่อนอื่นเราต้องทำลายสถิติการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อได้รับคะแนนมาก่อน จากนั้นก็ค่อยไปยังหอคอยเทพสงครามและท้าทายชั้นที่6 ต่อ!”
เย่เทียนวางแผนไว้เช่นนี้
ดังนั้นวันนี้เย่เทียนจึงมายังหอคอยเทพสงครามอีกครั้ง
“ผมต้องการท้าทายหอคอยชั้นที่6!”
เย่เทียนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวออกมา
เมื่อได้ยินความต้องการของเย่เทียนจิตอาร์ติแฟกต์ก็พาเขาไปยังชั้นที่ 6 ของหอคอยเทพสงครามอีกครั้ง
เมื่อมาถึงชั้น 6 นักรบชุดดำที่เดิมที่มีความเร็วจนกระทั่งสายตาของเขามองตามไม่ทันตอนนี้อีกฝ่ายกลับเชื่องช้าลงอย่างมาก
“ตาย!”
เย่เทียนโจมตีออกไปเพียงกระบวนท่าเดียวก็สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ในพริบตา
ผ่านชั้นที่ 6 ได้รับ 32 คะแนน!
ที่ด้านนอกของหอคอยเทพสงคราม
ในขณะที่เย่เทียนผ่านชั้นที่6 อันดับของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนมาหยุดอยู่ที่อันดับ 33
เพราะมีคนเคยผ่านชั้นที่หกแล้วไปแล้ว32 คน บวกกับเย่เทียนตอนนี้ คนที่ผ่านชั้นที่ 6 ได้ทั้งหมดจึงมี 33 คน
“สวรรค์ เย่เทียนผ่านชั้นที่6 เลื่อนขั้นเป็นอันดับที่ 33 แล้ว! นี่มันเพิ่งผ่านไปไม่นานเองนะ!”
“ไม่น่าเชื่อ พรสวรรค์ของเย่เทียนต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกัน? เขาต้องเปิดจุดชีพจรได้ไม่มากนักแน่ๆในตอนแรก เพราะงั้นทุกครั้งที่สามารถเปิดจุดชีพจรได้ ความแข็งแกร่งของเขาก็เลยเพิ่มขึ้นอย่างมากนี่แสดงว่าครั้งนี้ระดับการบ่มเพาะของเขาต้องเพิ่มขึ้นอย่างมากแหง เขาถึงสามารถผ่านชั้นที่หกไปได้!”
“เขาทำได้อย่างไรกัน เขาเพิ่งทะลวงเข้าไปยังหอคอยเทพสงครามได้ไม่นานเองนะ?”
“ฉันเกรงว่าหมอนี่อาจจะเป็นสัตว์ประหลาดตัวจริง!”
“เขาจะสามารถผ่านชั้นที่7 ได้ไหมนะ? มีอัจฉริยะเพียงหกคนเท่านั้นที่เคยผ่านชั้น7 ได้ บางทีเขาอาจจะกลายเป็นคนที่ 7 ก็ได้!”
“ผ่านชั้นที่ 7? ล้อเล่นรึเปล่า? ไม่มีทาง!”
ขณะที่คนเหล่านี้กำลังโต้เถียงกันอยู่เย่เทียนก็มาถึงชั้นที่เจ็ด
ในชั้นที่เจ็ด
เย่เทียนตอนนี้กำลังต่อสู้กับนักรบชุดดำอย่างดุเดือด
ความเร็วของนักรบชุดดำในชั้นที่7 นั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเย่เทียนเลย แต่ความแข็งแกร่งของเขาด้อยกว่าเย่เทียนมาก พลังโจมตีของเย่เทียนสามารถทำลายสถิติของจักรพรรดิขวานสงครามได้แล้ว
แล้วใครจะมีพลังโจมตีมากกว่าเขาได้อีก?
ดังนั้นหลังจากปะทะกันได้ไม่นานนักรบชุดดำก็ถูกเย่เทียนฆ่าตาย
ผ่านชั้นที่ 7 ได้รับ 64 คะแนน!
ในตอนนี้ เย่เทียนกำลังลังเลว่าเขาควรจะไปยังชั้นที่8 ดีหรือไม่?
ด้วยการที่เขามีพรสวรรค์ด้านเวลาและพรสวรรค์ด้านมิติการจะผ่านชั้นที่ 8 ไปได้นั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่หากเป็นเช่นนั้น มันจะสร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งฐานจงไห่อย่างแน่นอน
“ช่างมันเถอะ ในตอนนี้เรายังไม่ควรที่จะเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงออกไปถ้าเรามีพื้นหลังที่แข็งแกร่งแล้วล่ะก็ เราคงจะไปยังชั้นที่ 8 แล้ว แต่เราไม่มี อีกอย่างเราก็ไม่จำเป็นต้องรีบผ่านชั้นที่8 ไวขนาดนี้ ถึงอย่างไรศิลาเทพสงครามสำหรับเราตอนนี้ก็ไม่ได้มีประโยชน์มากนัก ประโยชน์ของมันสำหรับเรามันก็เพียงแค่เป็นตัวช่วยในการทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบเท่านั้นแต่ตอนนี้เรายังไม่มีทักษะดาบระดับทอง ดังนั้นเราจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนฝึกฝนเจตจำนงดาบให้ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เย่เทียนจึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะบุกฝ่าไปยังชั้น8 ชั่วคราว
เย่เทียนเพิ่งออกจากโลกเสมือนจริงและมองไปที่คะแนนของเขาแต่แล้วเขาก็พบว่าคะแนนของเขามีมากถึง 198 คะแนน
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เราผ่านชั้นที่ 6 และ 7 เดิมเราควรจะได้รับคะแนนแค่98 คะแนนไม่ใช่เหรอ แล้วอีก 100 คะแนนมาจากไหน?” เย่เทียนสับสนเล็กน้อยเขาจึงเอ่ยถามจิตอาร์ติแฟกต์
“ทำไมคะแนนของผมถึงเป็น 198ล่ะ?”
จิตอาร์ติแฟกต์ตอบตามความจริง
“หอคอยเทพสงครามได้ตรวจพบว่าพลังโจมตีของเจ้าทำลายสถิติการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดเจ้าจึงได้รับคะแนนเพิ่มอีก 100 คะแนน”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!”
เย่เทียนตระหนักได้ในทันที
จากนั้นเขาก็เปิดบันทึกสถิติการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุด
[บันทึกการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดระดับราชา: 9.6 มังกร ผู้สร้าง : เย่เทียน]
เมื่อมองไปที่บันทึกนี้ เย่เทียนก็รู้สึกสบายใจมาก
อย่างไรก็ตามเนื่องจากเย่เทียนได้ผ่านชั้นที่เจ็ดไปได้ชื่อของเขาจึงเลื่อนขั้นเป็นอันดับที่เจ็ดของระดับราชา
ทันใดนั้นขุมกำลังใหญ่ๆ ก็ทราบผลการต่อสู้ของเย่เทียน
หลายกองกำลังต่างต้องการดึงเย่เทียนมาเข้าร่วมหรือแม้กระทั่งคิดจะบีบบังคับให้เย่เทียนเข้าร่วมกับพวกเขาแต่ในเวลาเดียวกันจักรพรรดิหลายคนของพันธมิตรพเนจรก็ได้เข้ามาแทรกแซงเรื่องนี้ ทำให้พวกเขาไม่สามารถทำได้
ล้อเล่นน่า ไม่ง่ายเลยที่จะมีอัจฉริยะระดับราชาเจ็ดดาราปรากฏตัวขึ้นในพันธมิตรพเนจรนอกจากนี้ความเร็วในการบ่มเพาะของเย่เทียนนั้นยังรวดเร็วเป็นอย่างมาก ไม่แน่ว่าเขาอาจจะมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราก็ได้
ราชาเจ็ดดาราคนแรกของพันธมิตรพเนจรมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราดังนั้นจึงยากสำหรับเขาที่จะเข้าสู่ระดับจักรพรรดิได้ ในความเป็นจริงแล้วมันไม่สามารถช่วยให้พันธมิตรพเนจรขยายอิทธิพลได้มากนักแต่กับเย่เทียนในอนาคตเขามีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นผู้นำของพันธมิตรพเนจร
หากเป็นเช่นนั้นพันธมิตรพเนจรจะสามารถขยายอิทธิพลเพิ่มขึ้นได้อย่างมาก
ดังนั้น
พวกเขาจึงต้องการเก็บเย่เทียนไว้เช่นนี้พวกเขาย่อมไม่ยอมให้กองกำลังอื่นๆ แย่งชิงเย่เทียนไปแน่
นิกายเทพจันทรา
นักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทรากำลังหยอกล้อกับหนูเงินห้วงเวลาอยู่แต่จู่ๆ ผู้ติดตามคนหนึ่งของเธอก็รีบเดินเข้ามา
“ท่านนักบุญหญิง เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
ผู้ติดตามคนนั้นรีบพูด
“เรื่องใหญ่อะไร?”
นักบุญหญิงขมวดคิ้ว
“ท่านนักบุญหญิง ท่านเห็นข่าวนี้หรือยัง?” ผู้ติดตามรีบส่งข้อมูลให้นักบุญหญิง
เมื่อนักบุญหญิงเห็นข้อมูลเธอก็ตกใจมาก
“เป็นไปไม่ได้ ฉันเพิ่งเจอเย่เทียนไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อนความแข็งแกร่งของเขายังด้อยกว่าฉันอยู่เลย ทำไมตอนนี้เขาถึงสามารถกลายเป็นราชา 7 ดาราได้? แม้แต่ฉันเองก็เพิ่งก้าวเข้าสู่ราชา6 ดาราด้วยซ้ำ!”
“ท่านนักบุญ ถ้าเกิดว่าเย่เทียนเขาซ่อนความแข็งแกร่งไว้ล่ะ? เขาอาจจะจงใจปล่อยให้หนูเงินห้วงเวลาทำร้ายเขาเพื่อเอาใจท่านก็เป็นได้!”ผู้ติดตามบุ้ยปาก
นักบุญหญิงขมวดคิ้ว เรื่องนี้เป็นไปได้จริงๆ
แต่ในวินาทีถัดมา เธอก็ยิ้มบางๆ“พวกเราไม่ได้สูญเสียอะไรนี่ อีกอย่างพวกเราเพิ่งมอบทักษะการบ่มเพาะระดับ 4 ให้แก่เขาไปเธอคิดว่าระดับราชา 7 ดาราจะมาสนใจทักษะการบ่มเพาะระดับ 4 หรือไง?”
ผู้ติดตามส่ายหัวทันที “ราชา7 ดาราเป็นอัจฉริยะระดับไหนกัน? พวกเขาจะฝึกฝนทักษะการบ่มเพาะระดับ 4 ได้อย่างไร? อัจฉริยะเหล่านั้นล้วนแต่บ่มเพาะด้วยทักษะการบ่มเพาะระดับ5!”
“ใช่แล้ว แต่เย่เทียนเป็นราชา7 ดาราที่แท้จริง ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงก็ตาม มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่ ต่อให้เขาปิดบังพลังไว้ก่อนหน้านี้แล้วอย่างไรการคบหาอัจฉริยะนั้นมีประโยชน์ต่อพวกเราอย่างมาก เธออย่าได้บ่นอีกเลย!” นักบุญหญิงกล่าว
“ท่านนักบุญหญิง ฉันเข้าใจแล้ว!”
ผู้ติดตามพยักหน้า
แต่สิ่งที่ผู้ติดตามไม่เห็นก็คือความอิจฉาในแววตาของนักบุญหญิง
นั่นคือราชา 7 ดารา!
แม้แต่นิกายเทพจันทราก็ไม่สามารถเลี้ยงดูเธอให้กลายเป็นราชา7 ดาราได้ การที่นิกายเทพจันทราสามารถเลี้ยงดูเธอให้อยู่ในระดับราชา 6 ดาราได้พวกเขาก็ใช้ทรัพยากรไปเป็นจำนวนมากแล้ว
“แต่ถึงอย่างไรภารกิจในครั้งนั้นก็ทำให้ฉันได้รับกำไรอย่างคาดไม่ถึงฉันไม่คิดว่าหนูตัวนี้จะมีพรสวรรค์ในตำนานถึง 2 ชนิด ทั้งพรสวรรค์ด้านเวลาและพรสวรรค์ด้านมิติตราบเท่าที่ฉันฝึกฝนมันให้ดี มันจะกลายเป็นตัวช่วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเราในอนาคต!”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ นักบุญหญิงก็ไม่อิจฉาเย่เทียนอีกต่อไป
แต่บางที ถ้าเธอรู้ว่าเย่เทียนเองก็มีพรสวรรค์เหล่านั้นเช่นกันบางทีเธออาจจะรู้สึกอิจฉาจนต้องกระอักเลือดออกมาก็เป็นได้