ตอนที่ 44: เตรียมฝ่าด่าน
ณ.ส่วนลึกในแดนปีศาจ
ในถ้ำลาวา องครักษ์ปีศาจกำลังรายงาน
“ตอนนี้ด่านเหนือมีความเคลื่อนไหว เหมือนพวกมนุษย์หาอะไรบางอย่างอยู่”
องครักษ์ก้มหัวรอฟังรับสั่ง
าาปีศาจ นั่งอยู่บัลลังก์หินลาวา กำลังใช้ความคิด
เผ่าปีศาจซุมเป็เผ่าปีศาจดึกดำบรรพ์มีผิวกายสีแดงก่ำ มีเขาสองเขาบนหัว ร่างกายแข็งแกร่ง มีกรงเล็บแหลมคม มีสติปัญญาเป็เลิศที่สุดในสามเผ่าเป็ฝ่ายปกครองของพวกปีศาจ ครองแดนอเวจีที่ใกล้กับแดนเหนือฝั่งมนุษย์
“หรือพวกมันกำลังหาประตูหิมะเพลิง ร่วมสองพันปีที่ผ่านมา มนุษย์ไม่เคยสนใจ เพราะพวกมันไม่รู้เื่นี้ ั้แ่ที่แดนโลกันตร์ล้มเหลวในการหาประตูมิติ แถมสูญเสียกำลังและพ่ายแพ้ให้กับมนุษย์ ั้แ่นั้นก็เหมือนว่าพวกมันรู้เื่ประตูมิติทางเข้า”
าากล่าวเสร็จมองไปทางองครักษ์
“จะสั่งให้ไปสืบเพิ่มพ่ะย่ะค่ะ”
เขาก้าวถอยหลังออกไป
ณ.ป่าหิมะเพลิง
เสียงาากระหึ่มสะท้อนในท้องพระโรงในลานกว้างใหญ่
“ทางออกจากแดนนี้ อยู่ในป่าอีกฟากหนึ่ง!”
าาชำเลืองตามองเด็กหนุ่มทั้งสี่ที่ยืนเรียงกันอยู่ ฤทธา, ดอนนี่, ชีต้าร์, และนิลๆ ใบหน้าแต่ละคนต่างมุ่งมั่น
“ก่อนจะเข้าไปในป่า เ้าทั้งสี่ ต้องฝึกกับคารุทของข้า!”
“จะไม่มีการจับกลุ่ม ทุกคนจะแยกฝึกเดี่ยว”
เสียงประกาศของาา ทำให้หัวใจแต่ละคนเต้นระรัว
ชีต้าร์กลืนน้ำลาย
“เวรล่ะ…ข้าเกลียดการฝึก ข้าแค่รอพลังฟื้นคืน” ชีต้าร์สลดใจ สมัยร่วมทางกับไห่หวัง เจิ้งไห่ ชีต้าร์ฝึกหนักมาตลอดเพื่อร่วมสู้เคียงข้างกับเ้านาย จนได้เป็องครักษ์
แยกฝึก และฝึกกันในป่า นอนในป่า ตลอดสองเดือนที่ถูกแยกฝึกกับคารุท ฤทธาต้องต่อสู้ตัวต่อตัวกับเหยี่ยวร่างั์ที่ถาโถมมาไม่หยุด
ดอนนี่ก็ต้องรับมือกับการลอบโจมตีที่เร็ว และการลอบสังหารในแบบต่างๆ
ชีต้าร์ต้องเผชิญกับการไล่ล่าในทุ่งกว้างโดยไม่มีที่หลบซ่อน นิลๆ ถูกจับไปฝึกอีกที่ พวกฤทธาไม่รู้ว่านิลๆ ไปฝึกที่ไหน ดอนนี่เองก็ไม่รู้เช่นกัน
จากที่ฤทธาสังเกตดอนนี่ตอนประลองตอนนั้น ถ้าดอนนี่เอาจริง เขาคงแพ้ แต่ในทุกค่ำคืน พวกเขาจะได้มารวมตัวกันรอบกองไฟกลางค่ายพัก
เล่าเื่การฝึกแต่ละวัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหัวเราะเยาะความล้มเหลวของกันและกัน
ดอนนี่ที่เคยเงียบขรึม ค่อย ๆ เปิดใจ เขาหัวเราะไปกับมุกตลกฝืด ๆ ของชีต้าร์
ฤทธาช่วยชีต้าร์รักษาาแด้วยพลังแสง และเริ่มรับฟังคำแนะนำของหัวหน้าหน่วยคารุทอย่างจริงจัง
ใจฤทธานั้นอยากออกไปให้เร็วที่สุด แต่ต้องออกไปอย่างมีชีวิต และทางเดียวที่จะออกไปได้คือ ต้องแข็งแกร่งขึ้น
ไม่นาน หลังจากกินนอนอยู่ในเต็นท์เดียวกัน ในกององครักษ์ของเผ่าคารุท ความสัมพันธ์ก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็ความเชื่อใจ
ฤทธาซึมซับการฝึกอย่างเต็มที่ ป่าหิมะเพลิงฝั่งนี้นั้นเต็มไปด้วยพลังิญญา
ตอนกลางคืนนั่งบ่มเพาะแล้วเข้าไปฝึกกับเจดีย์ในทะเลจิติญญา
ตันเถียนของเขาไม่เพียงแต่ขยายตัวเท่านั้น หากแต่มีความหนาแน่นของพลังิญญาอย่างน่าเหลือเชื่อ
แต่เวลาที่เนิ่นนานในแดนนี้ เริ่มกัดกินหัวใจของเขา
'พวกนั้น... จะเป็ยังไงบ้างนะ'
ฤทธาคิดถึงเรโซ่,ซูคิมและจิมมี่และคนอื่นที่ยังอยู่ด้านนอก เขารู้ดี หากปล่อยให้เวลาผ่านไปนานกว่านี้ คนอื่นๆ คงวุ่นวายกับการตามหาเขาแน่ๆ
ฤทธานั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ วางศิลาิญญาไว้หมื่นก้อนข้างกาย มือข้างหนึ่งถือโอสถจิตปรมัตถ์ ที่เขาเก็บงำไว้มานาน
สายตาแน่วแน่ ไม่มีความลังเลอีกต่อไป เขากลืนโอสถลงไปในคราเดียว
พลังมหาศาลปะทุขึ้นจากภายในร่างกาย ทะลวงผ่านเส้นชีพจริญญาทั้งหมดหนึ่งร้อยสามสิบห้าเส้นทั่วร่าง
แสงเรืองรองแผ่กว้างครอบคลุมผืนป่าเล็ก ๆ รอบตัว แก่นตันเถียนเริ่มดูดพลังปราณ จากรอบตัวและจากศิลาิญญา
ในที่สุด ฤทธาก็เลื่อนขั้นนักิญญา ระดับราชันย์ิญญา ไอสีทองะเิเป็ละอองรอบกายฤทธา
ส่วนระดับปราณยุทธ์จากระดับหกขั้นเจ็ด... สู่ระดับหกขั้นที่แปดชั้นฟ้าอย่างสมบูรณ์!
จากการรายงานของหน่วยองครักษ์คารุท ว่าทีมฤทธาพร้อมแล้ว
แม้ฤทธาจะไม่ถึงระดับเจ็ดของปราณยุทธ์ ระดับมรรคาตระหนักรู้ แต่ระดับของนักิญญา ฤทธาถึงระดับ ราชันย์ิญญาแล้ว พลังการต่อสู้นั้นสูงกว่าระดับเจ็ดไปแล้ว ทางองค์ชายก็เพิ่มระดับแล้วเช่นกัน
าาจึงเรียกทุกคนมา แล้วให้ฤทธาเลือกของในพระคลังได้หนึ่งอย่าง
ที่ผ่านมาหลายคนเลือกอาวุธวิเศษหรือตำราโบราณ
แต่ฤทธากลับเลือก "สายคาดเอวหนังเรียบ ๆ" เส้นหนึ่ง
“มันคือสมบัติมิติ ขนาดสิบตารางเมตรต่อช่อง มีถึงสิบสองช่อง
และยังรักษาสภาพสิ่งของที่เก็บด้านในได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันคือสมบัติ์ ดีกว่าพวกของิญญาพวกนั้นหลายเท่า”
ชีต้าร์บอกสรรพคุณ แม้ชีต้าร์ไม่บอกฤทธาก็มองรู้ ด้วยเนตรพินิจ
'ข้าจะต้องเดินทางอีกไกล...'
'ของเช่นนี้ สำคัญกว่าดาบสักสิบเล่มเสียอีก'
สายคาดเอวถูกคาดไว้บนเอว ดูเรียบง่าย ไม่หรูหราเกินไป
เหมาะกับการลุยในแดนปีศาจที่สุด
ฤทธาคิดแค่ว่าถ้ามีเครื่องมือช่วยเก็บของ เก็บต้นสมุนไพร เก็บอุปกรณ์หรือพวกเสบียงเพิ่มขึ้น ทีมของเขาก็จะมีโอกาสรอดมากขึ้นในา และสิ่งที่เขาถูกใจที่สุดคือ สามารถรักษาสภาพของที่เก็บได้ นั่นหมายถึงพวกเสบียง พวกเนื้อสด หรือของร้อนต่าง ๆ สามารถรักษาสภาพได้อย่างสมบูรณ์
ต้องขอบคุณจมูกของชีต้าร์ที่แนะนำและชี้ทาง ถึงฤทธาจะมีเนตรพินิจ แต่คงมองดูสมบัติทุกชิ้นไม่ไหว
ชีต้าร์ได้ขอแหวนมิติจากาาอันหนึ่ง เขาเอามาใส่เป็กำไร ข้างในแหวนมีชุดเกราะของสัตว์ิญญาขนาดเล็กอยู่ นั่นคือสิ่งที่เขาเล็งไว้
พวกเขาได้พักสองวันก่อนออกเดินทาง
ดอนนี่พาพวกฤทธาเที่ยวดูในป่าหิมะเพลิง คารุทฟูเซิง อาจารย์ของดอนนี่พานิลๆ มา นิลๆ ดูตัวโตขึ้นมาก
“นิลๆ”
ฤทธาเรียกอย่างดีใจ แล้ววิ่งเข้าไปกอด
“เ้าโตขึ้นมาก ไปทำอะไรมา”
“กรู๊วว”
“เ้านี่มีไอพลังของภูติไพร ข้าเลยไปขอใช้ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ของพวกนั้น ในถ้ำนั้นเวลาเร็วกว่าภายนอกห้าเท่า เ้านี่้าเวลาเพื่อเติบโต ถ้าพ้น่เด็กไปจะแข็งแกร่งขึ้นมาก ถ้าเทียบเวลา นี่ก็เกือบปีแล้วที่เข้าไป”
ฟูเซิงอธิบาย
ฤทธาลูบหัวนิลๆ
“ลำบากเ้าแล้ว”
“กรู้วว ข้าอยากโตไวๆ จะได้ช่วยพี่ได้มากขึ้น”
นิลๆ สื่อจิตบอกฤทธา ฤทธาขอให้ดอนนี่พาไปดูสวนสมุนไพรก่อนเลยอันดับแรก
ที่สวนสมุนไพรนั้น มีพวกภูติไพรดูแล ไค่หยงรู้สึกดีใจที่ได้เห็นเผ่าพันธุ์ตัวเองอีกครั้ง
“ไค่หยงคงรู้สึกดีใจสินะ แม้เป็เสี้ยวิญญาที่คุยได้แค่กับเ้า ส่วนตัวข้าก็ว่าเขาต้องดีใจแน่ๆ”
ชีต้าร์บอกฤทธา
“เป็เช่นนั้น”
ฤทธารู้สึกได้จากจิตััในทะเลจิติญญา
ดอนนี่เองก็มีเพื่อนเป็ภูติไพรชาย-หญิงอยู่สองตนที่ชอบดูแลต้นไม้ และชอบผจญภัย
ฤทธาได้ขอสมุนไพรหลายต้นจากาา เพื่อไปปลูกในสวนของเขา
เขาพาาาและดอนนี่เข้าไปดูสวนของเขาในกำไล
าาช่วยให้พวกภูติไพรที่ดูแลสวน และคารุทช่วยย้ายสมุนไพรต่างๆ ไปในกำไลของฤทธา
ฟ่งเถี้ยนกับเจี้ยนหนิวสองภูติไพรที่เป็เพื่อนของดอนนี่อยากตามไปด้วย
าาก็อนุญาต ถ้าฤทธาไม่ติดอะไร
ฤทธาเป็ห่วงว่าโลกภายนอกจะอันตราย
“ข้ากลัวจะเกิดเหตุการณ์ถูกตามล่า แบบในอดีต” ฤทธาคุยกับเพื่อนๆ
“ถ้าอยู่แค่ในกำไลก็ไม่เป็ไร ดอนนี่ก็จะได้มีเพื่อนด้วย แต่ทั้งหมดก็แล้วแต่เ้า”
ชีต้าร์ได้แค่แนะแนว
หัวหน้าเผ่าภูติไพรได้ตรวจดูกำไลของฤทธา
“อุปกรณ์นี่สามารถปกปิดกลิ่นอายของเผ่าข้าได้ และยังดูดซับพลังิญญาไพรพฤกษ์จากที่นี่ไปมากโดยข้าเองก็ยังไม่รู้ ถือว่าเป็สมบัติ์”
เขากราบทูลาา
จากนั้นฤทธาตัดสินใจพาเพื่อนดอนนี่ไปด้วย
“ฤทธา ขอหัวหน้าเผ่าทำพิธีชำระิญญาที่ต้นไพรพฤกซะ แล้วเขาจะเข้าใจ”
เสียงไค่หยงดังขึ้นในใจของฤทธา
“เอ่อ…ท่านหัวหน้าเผ่าขอรับ ข่ะข้าขอทำพิธีชำระิญญาที่ต้นไพรพฤกได้มั้ยขอรับ”
คำพูดของฤทธาทำเอาทั้งหมดใ ไท่หยงเองก็ใ เพราะพิธีนี้เป็พิธีภายในเฉพาะเผ่าภูติไพร เมื่ออายุครบพันปีจะมีพิธีชำระิญญาเพื่อมอบองค์ความรู้ต่างๆ ที่สืบทอดกันมาของชาวภูติไพร
ไท่หยงบินมาหาฤทธาใกล้ๆ แล้วใช้หน้าผากแตะหน้าผากฤทธา มีละอองแสงสีแดงแผ่ออกมาเล็กน้อยระหว่างหน้าผากของทั้งสอง
“เข้าใจแล้ว ในดวงจิตเ้า มีเผ่าข้าอยู่ด้วย เป็คนของตระกูลไค่ ที่เติบโตจากโลกภายนอก่าแดนเทพ มาสิข้าจะพาไปทำพิธี”
หลังจากไท่หยงอธิบายแล้วทุกคนก็เข้าใจ
หลังจากทำพิธีองค์ความรู้มากมายจากต้นไพรพฤกไหลเข้าหัวฤทธา แล้วเข้าไปในตัวของไค่หยง
เสร็จพิธีฤทธาให้ฟ่งเถี้ยนกับเจี้ยนหนิวภูติไพรสองตนไปร่ำลาเผ่าของตน
ฤทธาเพิ่งรู้ว่าทั้งสามคนที่เป็เพื่อนกันนั้นชอบอ่านหนังสือผจญภัยเกี่ยวกับโลกภายนอก แถมดอนนี่ชอบศาสตราวุธ แต่ชีต้าร์บอกว่า นึกไม่ออกว่าดอนนี่จะใช้ยังไงในร่างสิงโต
รุ่งอรุณของวันออกเดินทาง
ฤทธา, ดอนนี่, ชีต้าร์, และนิลๆ ยืนเคียงข้างกัน หน้าเขตแดนที่กั้นป่าสองฝั่ง
ดอนนี่เอ่ยเบา ๆ
“ตอนแรกข้าไม่คิดว่าข้าจะเข้าเ้าพวกหรอกนะ”
นิลๆ หัวเราะเสียงดัง “กรู๊วววว”
ชีต้าร์ยิ้มแฉ่ง เตรียมถุงมือกรงเล็บพร้อม
ฤทธาแค่พยักหน้านิ่ง ๆ แต่ใจเขาอบอุ่นอย่างประหลาด
หลังลาาาและขอบคุณกลุ่มคารุทที่ช่วยฝึกสอน
ดอนนี่ร่ำลาเสด็จพ่อ และคารุทฟูเซิงอาจารย์ของเขา ฤทธาก้าวเท้าเข้าสู่ป่าอีกฟากหนึ่งเป็คนแรก
เสียงใบไม้ดังกรอบแกรบ ใต้เงาหมอกบาง
ดินแดนที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรและปีศาจ รอพวกเขาอยู่เบื้องหน้า
จบตอน.