สุดยอดนักผจญภัย

    เมืองไวท์บาเบล

    ยามเช้าวันถัดมา

    พื้นที่รอบๆทะเลสาบก็ปรากฏหมอกหนาจนบดบังวิสัยทัศน์ 

    ไลท์ที่เป็นคนตื่นเช้าก็เดินเล่นมาเรื่อยๆจนกระทั้งมาถึงด้านข้างทะเลสาบและเขาก็พบว่าตรงกลางทะเลสาบมีเกาะๆหนึ่งโผล่ขึ้นมา

    เกาะที่โผล่ขึ้นมามีขนาดไม่ใหญ่มากมีขนาดแค่สองถึงสามร้อยตารางเมตรเท่านั้น และด้านบนเกาะก็มีเหมือนกับถ้ำขนาดไม่ใหญ่มากตั้งอยู่ 

    ถ้ำที่อยู่บนเกาะมีปากถ้ำที่กว้างถึงยี่สิบเมตรและสูงกว่าสิบเมตร

    ไลท์มองไปที่เกาะแห่งนั้นด้วยความสงสัย

    ‘ น่าแปลกที่รอบๆทะเลสาบมีหมอกหนาแต่ตรงทะเลสาบกับไม่มีหมอกแม้แต่นิดเดียว แล้วเราจะไปตามพวกนั้นหรือจะเข้าไปสำรวจที่ถ้ำก่อนดีนะ? ’ ไลท์ครุ่นคิดก่อนที่จะตัดสินใจที่จะเข้าไปสำรวจที่เกาะแห่งนั้นด้วยตัวคนเดียว

    ไลท์บินไปที่เกาะทันที 

    ไม่กี่วินาทีไลท์ก็มาถึงเกาะแล้วแต่ทว่าไลท์ก็ยังไม่ได้ลงไปเหยียบบนเกาะ เพราะเขากลัวว่าอาจจะเป็นกับดักบางอย่าง ไลท์จึงนำซากสัตว์เวทย์ขนาดเล็กโยนลงไปก่อน 

    ไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

    แต่ไลท์ก็ยังไม่หยุดแค่นั้นเขาลองโยนไปรอบๆเกาะก่อนที่จะพบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนกัน 

    เพียงแต่ในขณะที่ไลท์กำลังจะบินลงไปที่เกาะ จู่ๆก็มีเสียงคำรามบางอย่างดังมาจากด้านในถ้ำ แม้ว่าเสียงของมันจะไม่ได้ดังมากแต่สำหรับไลท์แล้วเขาได้ยินอย่างชัดเจน ก่อนที่จะเป็นจรเข้ตัวสีเขียวขนาดใหญ่เดินออกมา

    ไลท์มองดูจรเข้ยักษ์ที่เดินออกมากินซากสัตว์เวทย์ที่เขาโยนลงไปเมื่อกี้

    “ โชคดีแล้วที่เราไม่ได้ลงไปข้างล่าง ” ไลท์ถอนหายใจ 

    เพราะขนาดของจรเข้ตัวนี้มีความยาวถึงห้าสิบเมตร และมีลำตัวที่กว้างถึงแปดเมตร ถ้าหากอยู่ในโลกเก่าของเขาล่ะก็เจ้านี้น่าจะเป็นบรรพบุรุษของจรเข้เลยทีเดียว หรือไม่ก็เป็นไดโนเสาร์ชนิดหนึ่งเลยก็ว่าได้ 

    นอกจากนี้ออร่าที่จรเข้ปล่อยออกมานั้นอยู่ในระดับA+อีกด้วย

    “ ไม่รู้ว่าเกาะนี้โผล่มาได้ยังไงและไม่รู้ว่าจะมีเหยื่อที่น่าสงสารถูกกินไปแล้วกี่คนกัน ” ไลท์ถอนหายใจ เพราะถ้าหากเกาะบ้านี้โผล่มาทุกเช้าและมีจรเข้ขนาดยักษ์โผล่ออกมาล่ะก็เกรงว่าน่าจะมีเหยื่อที่น่าสงสารหลายรายแน่ๆ

    เนื่องจากความสวยงามของทะเลสาบและบรรยากาศที่เย็นสบาย จึงทำให้น่าจะมีกลุ่มนักผจญภัยหรือกลุ่มพ่อค้าแวะเวียนมาที่นี้แน่ๆ แต่เขาก็แปลกใจถ้าหากมันสร้างความเสียหายให้กับคนจำนวนมากแต่ทำไมถึงไม่มีคนมาจัดการมัน?

    ทันใดนั้นไลท์ก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้น

    ถ้าหากมันฆ่าคนไปเป็นจำนวนมากอย่างนั้นมันก็น่าจะมีสมบัติบางอย่างที่อยู่ด้านในถ้ำแน่ๆ

    ไลท์ไม่รอช้าเขารีบสร้างดาบสีทองหลายร้อยเล่มและใช้มันโจมตีใส่จรเข้ยักษ์ที่น่าสงสารทันที

    ดาบสีทองนับร้อยปักตามร่างกายของจรเข้ยักษ์และระเบิดอย่างรุนแรงจนทำให้ร่างของมันกลายเป็นละอองเลือดทันที

    เสียงระเบิดทำให้สมาชิกกลุ่มเดธปาร์ตี้พากันตกใจและรีบวิ่งออกมา

    พวกเขาก็พบกับหมอกหนาจึงรีบใช้จิตสัมผัสดู ก็พบว่าหมอกมันจะหนาบริเวณรอบๆทะเลสาบแต่ตรงทะเลสาบไม่มีหมอกแม้แต่นิดเดียว

    “ ลูกพี่เกิดอะไรขึ้น? ” ไลก็าถามขึ้นด้วยความสงสัย ส่วนคนอื่นๆเองก็สงสัยเหมือนกัน

    ไลท์จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้กับทุกๆคนฟัง

    เมื่อทุกๆคนได้ยินก็พากันแสดงสีหน้าหวาดกลัวและร่างกายสั่นเทา

    ถ้าหากไลท์ไม่ตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วพบกับถ้ำแห่งนี้ ไม่รู้ว่าพวกเราจะถูกเจ้าจรเข้นี้โจมตีหรือไม่และยิ่งมันมาตอนที่กำลังหลับอยู่ล่ะก็ต่อให้เป็นตัวตนระดับSSก็อาจจะถูกกินเป็นอาหารได้ 

    “ โชคดีที่นายเจอมันและสังหารมันก่อนไม่งั้นพวกเราอาจจะซวยก็ได้ ” เบเรียลพูดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจ

    คนอื่นๆก็ต่างเห็นด้วย 

    “ งั้นเดี๋ยวฉันจะเข้าไปสำรวจภายในถ้ำดู ทุกคนก็เฝ้าอยู่ข้างนอกแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้น

    “ ฉันจะไปกับนายด้วย ” เบเรียลพูดขึ้นทันทีที่ไลท์พูดจบ

    ไลท์ครุ่คิดเล็กน้อยก่อนที่จะตอบตกลง 

    ไลท์และเบเรียลเข้าไปในถ้ำทันทีคอลรุยและไลก้าเฝ้าอยู่ที่หน้าปากถ้ำ ส่วนเดซี่และเวโรนิก้าเฝ้าอยู่ที่กริมรีปเปอร์

    ภายในถ้ำไลท์ได้สร้างดาบสีทองและใช้ออร่าสีทองทำให้มองเห็นทางเดิน

    ไลท์และเบเรียลใช้เวลากว่าสิบนาทีก็มาถึงด้านในสุดของถ้ำ 

    ตลอดทางทั้งสองพบโครงกระดูกจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นโครงกระดูกของมนุษย์หรือของสัตว์ต่างๆ

    ที่ด้านในสุดของถ้ำก็มีสมบัติจำนวนมากอย่างที่ไลท์คิด ไม่ว่าจะเป็นทองคำ อัญมณี หรือแร่เหล็กต่างๆ 

    “ ให้ตายเถอะเจ้าจรเข้นี้เป็นพวกสะสมสมบัติงั้นหรอ?  ”ไลท์หัวเราะขึ้นเบาๆ 

    “ ดูเหมือนว่ามันจะต้องฆ่าคนมาเยอะแน่ๆไม่งั้นจะมีสมบัติมากมายขนาดนี้ได้ยังไง ” เบเรียลถอนหายใจ

    “ งั้นก็ลงมือเก็บสมบัติกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้น

    ทันใดนั้นทั่วทั้งเกาะก็สั่นสะเทือน ภายในถ้ำก็สั่นอย่างรุนแรง 

    ไลท์และเบเรียลมองหน้ากันก่อนที่ทั้งสองจะรีบโกยสมบัติทั้งหมดเข้าไปในแหวนมิติทันทีก่อนที่จะรีบหนีออกมาด้านนอก

    ที่ด้านนอกถ้ำ ไลก้าและคอลรุยก็รีบบินขึ้นท้องฟ้า

    “ เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ” คอลรุยพึมพำออกมา

    “ ฉันคิดว่าถ้ำนี้น่าจะถึงเวลาหล่นลงไปใต้ทะเลสาบแล้ว ” ไลก้าที่เงียบไปครู่หนึ่งก็ตอบออกมา

    “ มีความเป็นไปได้ ” คอลรุยเห็นด้วย

    ไม่นานไลท์และเบเรียลก็บินออกมาจากด้านในถ้ำและมาอยู่ด้านข้างไลก้าและคอลรุย

    ไม่ถึงสามนาทีเกาะก็ค่อยๆจมลงไปที่ใต้ทะเลสาบอย่างช้าๆ 

    ผ่านไปหลายนาที ไลท์จึงพาทุกคนกลับไปที่กริมรีปเปอร์

    เมื่อมาถึงกริมรีปเปอร์แล้วไลท์ก็นำสมบัติทั้งหมดมาตรวจสอบก่อนที่จะเก็บเข้าเป็นของส่วนกลางทันที 

    “ ลูกพี่เราจะเดินทางต่อเลยไหมหรือจะอยู่ที่นี้ต่อ ” ไลก้าถามขึ้น

    “ เอาเป็นว่าอยู่ที่นี้อีกหนึ่งวันแล้วกัน ไหนๆก็จัดการกับเจ้าถิ่นไปแล้ว ” ไลท์ตอบ

    จากนั้นทุกๆคนก็มานั่งพูดคุยอยู่ที่ข้างทะเลสาบ โดยที่มีเวโรนิก้า เบเรียลและเดซี่ที่กำลังทำอาหารเช้า

    ผ่านไปครึ่งชั่วโมงอาหารเช้าแบบง่ายๆก็เสร็จเรียบร้อย

    ไลท์และคนอื่นๆต่างก็นั่งกินอาหารเช้าพร้อมกับดื่มกาแฟไปด้วย 

    ผ่านไปสองชั่วโมง จู่ๆก็มีเรือยนต์จำนวนสองลำมุ่งหน้ามาทางที่ไลท์อยู่ 

    พวกนั้นขับผ่านกริมรีปเปอร์และมุ่งหน้ามาด้านข้างทะเลสาบก่อนที่จะค่อยๆหยุดเรือยนต์

    ไลท์และคนอื่นๆพากันขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เนื่องจากการมาของเรือยนต์ทั้งสองลำทำให้ปลาตกใจและว่ายหนีไป

    ไม่นานคนจำนวนกว่าหนึ่งร้อยคนก็ลงมาจากเรือยนต์ทั้งสองลำ 

    ทุกคนต่างก็ถืออาวุธไว้ในมือพร้อมกับท่าทีที่ดุดัน 

    จากนั้นทั้งหมดก็เดินมาที่ทะเลสาบพร้อมกับมีคนประมาณห้าคนเดินมาหาพวกไลท์ 

    ซึ่งทั้งห้าคนนี้ต่างก็อยู่ในระดับAทั้งหมด

    “ สวัสดี พวกเราเป็นนักผจญภัยของเมืองโรสแมรี่ พวกเราได้รับภารกิจมาล่าสัตว์เวทย์ที่เป็นจรเข้ขนาดใหญ่ พวกทราบว่าพวกคุณเห็นมันบ้างไหม? ” นักผจญภัยที่อายุประมาณสี่สิบปีใบหน้าดูสุขุมถามขึ้น

    ไลท์และคนอื่นๆมองหน้ากันก่อนที่จะรู้ได้ทันว่านักผจญภัยเหล่านี้จะต้องมาล่าจรเข้ยักษ์ที่ไลท์ได้ฆ่าทิ้งไปแน่ๆ 

    “ เห็นสิ ” ไลท์พูดขึ้น

    แววตาของทุกๆคนเต็มไปด้วยความดีใจ

    “ แล้วนายเห็นที่ไหน! มันไปทางไหนแล้วรีบบอกมาเร็วเข้า ” เป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ในชุดเกาะอัศวินถามด้วยน้ำเสียงรีบร้อน

    “ แต่พวกนายไม่สามารถเจอมันได้อีกแล้วล่ะเพราะฉันได้ฆ่ามันไปแล้ว ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    ทันใดนั้นทุกๆคนก็พากันแสดงสีหน้าตกใจ

    “ ไอหนูอย่ามาโกหกไปหน่อยเลย เจ้าจรเข้นั้นเป็นถึงสัตว์เวทย์ที่แข็งแกร่งในระดับA+เลยนะ พวกแกมีไม่กี่คนจะสามารถเอาชนะมันได้ยังไง!! ” ชายในชุดเกาะอัศวินถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    “ ทำไม? นายเอาชนะไม่ได้แล้วคิดว่าคนอื่นจะทำไม่ได้เหมือนกับนายหรือยังไง? ” ไลก้าตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน 

    “ คิดว่าแกเก่งนักใช่ไหมไอเด็กเวรงั้นมาสู้กับฉันสิ ” ชายในชุดเเกาะอัศวินตะโกนด้วยความเดือดดาล

    “ พอได้แล้วฟาติ ” นักผจญภัยที่ดูเหมือนว่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา 

    “ แกจะหยุดฉันทำไมแมคนิว ” ฟาติไม่พอใจ

    “ ฉันหยุดเพื่อตัวแกเองนะเว้ย แต่ถ้าหากว่าแกอยากตายขนาดนั้นฉันก็จะไม่ห้ามแกหรอกนะ ”  แมคนิวบ่นออกมา

    “ หมายความว่ายังไงแมคนิว? ” ฟาติหรี่ตาลงด้วยความสงสัย

    “ ถ้าหากฉันเดาไม่ผิดด้านหน้าของแกคือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้แล้วแกคิดว่าจะชนะได้งั้นหรอ? ”  แมคนิวพูดขึ้น

    “ เดธปาร์ตี้? ” ฟาติครุ่นคิดขึ้นมาก่อนที่จะดวงตาเบิกกว้าง

    “ เดธปาร์ตี้ ยมฑูตสีทองไลท์ ธิดาดาบบุปผาเดซี่ จอมทำลายล้างเวโรนิก้า หอกมังกรสายฟ้าไลก้า เทพธิดาเหมันต์เบเรียล มือปืนไร้เสียงคอลรุย ” ฟาติค่อยๆพูดชื่อแต่ละชื่อพร้อมกับมองใบหน้าของทุกๆคนที่อยู่ด้านหน้า จากนั้นก็กลืนน้ำลายดังอึก

    ฟาติหันไปหาแมคนิวและถามขึ้นว่า “ จริงใช่ไหม? ” 

    “ จริงแท้แน่นอน ” แมคนิวพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง

    “ ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาจะเอาชนะจรเข้ยักษ์นั้นได้ ” ฟาติพึมพำออกมาด้วยความหวาดกลัว

    กลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ถูกนับว่าเป็นกลุ่มนักผจญภัยที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของโลก ซึ่งสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มแข็งแกร่งในระดับA+ และไลท์ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มคือนักผจญภัยระดับSS

    “ ท่านไลท์และสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกท่าน ผมเป็นตัวแทนของนักผจญภัยเมืองโรสแมรี่ต้องขอโทษที่เพื่อนของผมทำตัวเสียมารยาทกับพวกคุณ ” แมคนิวพูดพร้อมกับใบหน้าที่แสดงถึงความรู้สึกผิด

    จากนั้นฟาติก็รีบขอโทษทันที

    ไลท์และคนอื่นๆเองก็ไม่ได้โกรธอะไรแต่ก็แค่ไม่พอใจที่มาทำให้ปลาที่พวกเขากำลังตกต้องแตกตื่นเท่านั้น 

    ไลท์และคนอื่นๆยกโทษให้กับนักผจญภัยเหล่านี้เพราะพวกเขารู้ว่านักผจญภัยเหล่านี้ต้องรีบมากำจัดจรเข้ยักษ์ ไม่งั้นอาจจะเกิดเหตุร้ายขึ้นได้ 

    หลังจากที่ขอโทษกันเสร็จแล้วกลุ่มนักผจญภัยเมืองแมรี่โรสก็รีบวิ่งขึ้นเรือยนต์และหนีกลับไปอย่างรวดเร็ว

    ไลท์และคนอื่นๆที่เห็นท่าทีของพวกนักผจญภัยเมืองแมรี่โรสวิ่งหนีกลับด้วยความกลัวก็พากันหัวเราะขึ้นมา 

    “ เอาล่ะๆมาตกปลากันต่อเถอะ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มเบาๆ

    เช้าตรู่วันถัดมา

    ไลท์ตื่นขึ้นมาสูดอากาศยามเช้า ซึ่งวันนี้ไม่ใช่แค่ไลท์ที่ตื่นเช้าแต่เดธปาร์ตี้ทั้งหมดที่ตื่นเช้า

    เนื่องจากพวกเขากลัวว่าจะมีจรเข้ยักษ์แบบเมื่อวานโผล่มา 

    วันนี้หมอกเองก็ลงหนามาก แต่ที่กลางทะเลสาบก็ยังไม่มีหมอกเหมือนเดิม กลางทะเลสาบก็มีเกาะปรากฏให้เห็นอีกครั้ง แต่วันนี้มันไม่มีจรเข้ยักษ์ออกมาแล้ว

    ผ่านไปกว่าสองชั่วโมงเกาะก็ค่อยๆจมลงสู่ก้นทะเลสาบอีกครั้ง

    “ นึกไม่ถึงเลยว่าที่นี้จะมีอะไรแบบนี้ด้วย ” เดซี่ยิ้มออกมา

    “ ไปกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้น

    หลายวันผ่านไป 

    ในขณะที่ไลท์กำลังฝึกให้กับเบเรียลอยู่ จู่ๆไลก้าก็ตะโกนขึ้นมาว่า “ ลูกพี่ๆ เจ้าแคสเตอร์บอกมาว่าที่อาณาจักรไวท์บาเบลกำลังจัดงานประมูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบสิบปี เจ้าหมอนั้นบอกว่ามีกระดูกมังกรด้วยนะ เห็นว่าเป็นกระดูกของมังกรวายุอีกด้วย และยังมีของล้ำค่าอีกมากมายนับไม่ถ้วนเลยครับ ” ไลก้าพูดขึ้น

    “ แคสเตอร์? ” ไลท์สงสัยเล็กน้อยก่อนที่ต่อมาจะจำได้ทันทีว่าเป็นใคร

    แคสเตอร์บุตรชายของไวเคาน์เชสเตอร์แห่งอาณาจักรไวท์บาเบล ซึ่งเจอกันครั้งแรกที่เมืองทะเลสาบและยังเป็นแคสเตอร์ที่ไล่เขาออกจากร้านอาหาร

    “ งานประมูลงั้นหรอแถมยังมีกระดูกมังกรด้วย ” แววตาของไลท์กลายเป็นตื่นเต้น 

    มังกรสิ่งมีชีวิตในโลกนิยายที่ทรงพลังและแข็งแกร่ง ครั้งหนึ่งเคยเป็นความฝันวัยเด็กของเขาว่าถ้าหากเขาได้มังกรเป็นสัตว์เลี้ยงของเขาและเขาจะขี่มันบนท้องฟ้าและบินไปทั่วโลก

    “ แล้วงานเริ่มวันไหน? ” ไลท์ถามเพราะถ้าหากจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันก็อาจจะไปไม่ทัน แต่ถ้าหากเป็นเดือนๆก็น่าจะเดินทางทันอยู่ 

    “ อีกสองเดือนข้างหน้าครับ ” ไลก้าตอบ 

    “ เวโรนิก้าพวกเราจะไปที่เมืองไวท์บาเบลต้องใช้เวลากี่วัน? ”ไลท์หันมาถามเวโรนิก้า

    เวโรนิก้าดูแผนที่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบว่า “ ประมาณหนึ่งเดือนครึ่งก็น่าจะถึงเมืองไวท์บาเบล ” 

    “ ก็น่าจะทันอยู่งั้นพวกเราไปที่เมืองไวท์บาเบลกันเลย ไลก้าบอกแคสเตอร์ไปว่าพวกเราจะไปงานประมูลด้วย ” ไลท์พูด

    “ ครับลูกพี่ ” ไลก้ายิ้มและหยิบเครื่องมือสื่อสารและโทรออกทันที

    เมื่อได้จุดหมายใหม่แล้ว กริมรีปเปอร์ก็หันหัวเรือไปยังทิศทางที่ตั้งของเมืองไวท์บาเบลทันที

    การเดินทางของเดธปาร์ตี้ไม่มีปัญหาอะไรเลย แม้ว่าจะเจอกับกลุ่มโจรที่ดักปล้นกลางทางสองครั้งแต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรสำหรับพวกไลท์

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือนนิดๆพวกเขาก็มาถึงเมืองไวท์บาเบลแล้ว

    เมืองไวท์บาเบลเป็นเมืองใหญ่มีประชากรอยู่ราวๆห้าล้านคน รอบๆเมืองมีกำแพงสูงกว่าสิบเมตร บนกำแพงเมืองก็มีทหารเดินลาดตระเวน 

    ที่สถานที่จอดเรือยนต์ก็เต็มไปด้วยเรือยนต์จำนวนมาก 

    หลังจากที่ได้ที่จอดกริมรีปเปอร์แล้ว พวกไลท์ก็มุ่งหน้าไปที่ภัตตาคารโกลด์บาเบล ซึ่งเป็นภัตตาคารที่พวกไลท์นัดเจอกับแคสเตอร์