สิบวันต่อมา
“ทำไมฉันรู้สึกว่าสมุนไพรหรือสัตว์อสูรมันหายไปหมด”
“นั้นนะสิก่อนที่ฉันจะมาเจอพวกแกฉันไม่เห็นเงาของสัตว์อสูรและสมุนไพรเลยแม้แต่ต้นเดียว”
“ฉันว่ามันผิดปกติเกินไปมันเหมือนกันว่ามีใครมาเก็บพวกมันไปจนหมดไม่เหลือเลย”
“จะบ้ารึไงจะมีใครสามารถเก็บสมบัติสมุนไพรได้ทั้งหมดไม่เหลือขนาดนี้ ถ้าทำได้จริงก็คงจะต้องใช้คนจำนวนมากขนาดไหนกัน”
เสียงพูดคุยกันของคนกลุ่มหนึ่งดังขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อพวกเขาไม่สามารถค้นหาอะไรได้เลยตลอดทางที่ผ่านมา
แต่พวกเขาไม่มีทางรู้เลยว่าตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดตอนนี้กำลังนั่งแบ่งสมบัติกันอยู่ในถ้ำขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งภายในมีซากศพของสัตว์อสูรเผ่าอสรพิษสองหางกระจายอยู่เต็มพื้น
“สมบัติพวกนี้เราจะแบ่งเท่า ๆ กัน เรามีสี่คนก็คนละยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์พอดี”ไผ่พูดพร้อมกับหยิบแหวนมิติออกมาสามวงยื่นให้ทั้งสามคน
“เจ้าเป็นผู้นำและออกแรงมากที่สุดก็ควรจะได้ส่วนแบ่งเยอะที่สุด”หลินเฟยเอยขึ้นเมื่อเห็นว่าไผ่จะแบ่งสมบัติเท่า ๆ กัน
“ถูกต้อง เจ้าต้องได้เยอะที่สุดเพราะถ้าไม่มีเจ้าพวกเราคงจะไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้มากมายขนาดนี้” โจวเทียนพูดขัดไผ่ขึ้นเช่นกัน
“นายเป็นหัวหน้า ทุกอย่างเริ่มที่นายฉันว่าเอาตามนี้แหละอย่าทำให้พวกเรต้องลำบากใจเลย”ราฟาเอลมองหน้าไผ่แล้วเอขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
“ก็ได้ตกลงตามนั้น”ไผ่ไม่คิดจะพูดให้มากความเมื่อเห็นความตั้งใจของทั้งสามคน
หลังจากตกลงกันได้จึงทำให้ไผ่รับไป55%คนเดียวส่วนทั้งสามคนรับไปเพียงแค่คนละ15%เท่านั้นจากสมบัติทั้งหมดที่ได้มา
“เราจะเอายังไงต่อตอนนี้เราก็ปล้นมามากกว่ายี่สิบเผ่าแล้ว”ราฟาเอลเอยถามขึ้น หลินเฟยและโจวเทียนก็หันไปมองไผ่เช่นกัน
ตลอดสิบวันที่ผ่านมาพวกเขาตระเวนไปยังอาณาเขตต่าง ๆ ของเผ่าสัตว์อสูรมากกว่ายี่สิบเผ่า ในยี่สิบเผ่านี้มีทั้งเผ่าที่หลังจากพูดคุยก็ตกลงกันได้
แต่ก็มีอีกหลายเผ่าที่ต้องเสียเลือดก่อนถึงจะยอมให้ความรวมมือ แต่ก็ยังมีเผ่าเกือบสิบเผ่าที่ถูกทั้งสี่คนฆ่าล้างไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียวอยู่เช่นกัน สาเหตุที่ต้องฆ่าล้างพวกมันเป็นเพราะว่าพวกมันเป็นเผ่าที่สติปัญญาต่ำและกระหายเลือด ทำให้ไม่สามารถพูดคุยด้วยได้จึงจำเป็นต้องกลวดล้างทั้งหมด
“ผมคิดว่าเราควรจะพักก่อนการเคลื่อนไหวของเราเริ่มดึงดูดเผ่าที่มีสายเลือดชั้นสูงแล้ว”ไผ่คิดเล็กน้อยแล้พูดขึ้น
“ตอนนี้เราได้รับสมบัติมากมายเราควรจะใช้เวลานี้ฝึกฝนสักระยะแล้วค่อยออกเดินทางไปยังส่วนลึกของดินแดนแห่งนี้ต่อ”ไผ่มองทุกคนแล้วพูดต่อ
“ตกลงตามนั้น ก่อนหน้านี้ข้าใกล้จะทะลวงระดับสูงสุดแล้วหลังจากการต่อสู้ที่ผ่านมาข้าคิดว่าคงจะสามารถทะลวงระดับเพชรขั้นสูงสุดได้”หลินเฟยพยักหน้าแล้วพูดขึ้น
“ข้าก็เหมือนกันคิดว่าจะใช้ช่วงเวลานี้ทะลวงระดับเช่นกัน”โจวเทียนพูดพร้อมกับหยิบเอาผลไม้วิญญาณอย่างผลองุ่นเสริมจิตโยนเข้าปาก
“ฉันด้วย”ราฟาเอลเอยสั้น ๆ
“งั้นตกลงตามนี้เราจะใช้ช่วงเวลานี้พักผ่อนสักหน่อยก็แล้วกัน”ไผ่เอยขึ้นพร้อมกับลุกไปยังมุมหนึ่งนั่งลงแล้วหยิบเอาผลไม้วิญญาณมากมายออกมากินแล้วก็โยนผลองุ่นเสริมจิตตามเข้าไป
ไผ่ที่พึ่งจะทะลวงระดับเพชรมาจึงยังไม่จำเป็นต้องเร่งรีบที่จะทะลวงระดับต่อไป ไผ่จึงเลือกที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะที่มีให้ลึกซึ่งมากยิ่งขึ้น
เพราะมีบ้างทักษะที่ต้องทำความเข้าใจให้ลึกซึ่งถึงจะสามารถดึงความสามารถของมันออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่อย่างเช่นทักษะความว่างเปล่าและปราการทมิฬซึ่งทั้งสองทักษะนี้มีความเหมือนกันคือต้องทำความเข้าใจให้ลึกซึ่งถึงจะสามารถดึงประสิทธิภาพออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่
ทักษะทั้งสองนี้ต่างมีความสามารถด้านการป้องกันที่แข็งแกร่งทั้งคู่แต่ทักษะความว่างเปล่านั้นมีความสามารถในการเสริมการโจมตีด้วย ไผ่จึงมีความคิดที่จะหลอมรวมทักษะทั้งสองอย่างนี้เข้าด้วยกันเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ไผ่ยังคาดหวังว่าถ้าเกิดสามารถหลอมรวมพวกมันเข้าด้วยกันได้จริงมันจะถูกพัฒนาขึ้นจนกลายเป็นทักษะระดับGหรือไม่
ไผ่รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะยังไม่เคยได้ยินว่าใครสามารถทำแบบนี้ได้แต่ไผ่กลับมีความรู้สึกว่ามันสามารถทำได้ในสักวันหนึ่ง
ไผ่กินผลไม้วิญญาณและผลองุ่นเสริมจิตไปมากมายเพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการทำความเข้าใจทักษะของเขา แต่ตลอดสิบวันที่ผ่านมาก็ไม่มีความคืบหน้าอะไรมากนัก
ในวันที่11 ไผ่ก็ลืมตาขึ้นก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาอย่างยินดี ภายในมุมหนึ่งของถ้ำแรงกดดันอันแข็งแกร่งระเบิดออกมาสามจุดพร้อม ๆ กัน
“ไม่คิดว่าพวกเขาจะทะลวงได้พร้อมกันแบบนี้ หึหึ”ไผ่พึมพำแล้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ยินดีด้วยอีกไม่นานก็จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งระดับทับทิมแล้ว”ไผ่เผยรอยยิ้มออกมาหลังจากที่เห็นทั้งสามคนเดินเข้ามาหา
“ถ้าไม่ได้ทรัพยากรที่เจ้าแบ่งมาให้และการต่อสู้ที่ผ่านมาข้าคงต้องรออีกนานกว่าจะทะลวงขั้นย่อยได้”หลินเฟยมองไผ่แล้วเอยขึ้น
“ตอนนี้พวกเราแข็งแกร่งขึ้นแล้ว เรามาประลองกันหน่อยไหมแต่แบบสามต่อหนึ่งนะ”อยู่ ๆ ราฟาเอลก็พูดขึ้นแววตาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
“ไม่!”หลินเฟยกับโจวเทียนตะโกนออกมาพร้อมกับด้วยความตกใจ
“อะไรกันอยากจะปรับสมดุลพลังก็ไม่บอก มาเดี๋ยวฉันจะช่วยเอง”ไผ่ได้ยินคำพูดของราฟาเอลก็พูดออกมาแล้วลุกขึ้นพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมา.