กรงเล็บสยบนิ่งปะทะฝ่ามือเก้าเงา
"พี่หญิงใหญ่มู่ พวกเขาสมกับเป็นลูกศิษย์ที่ได้รับการสั่งสอนจากท่านจริง ๆ ข้าเทียบกับทางท่านแล้ว ผลลัพธ์ของลูกศิษย์ข้าไม่น่าพอใจเท่าใดนัก"
ครูฝึกมู่ยิ้มจาง ๆ "หลินเยวี่ย เจ้าใจอ่อนเกินไปแล้ว ไม่เช่นนั้นระดับพลังของลูกศิษย์เจ้าอย่างน้อยก็ต้องสูงกว่านี้หนึ่งระดับ"
หานหลินและคนอื่น ๆ ลอบหัวเราะ ในสายตาของพวกเขา ตอนครูฝึกหลินสอนนั้นเข้มงวดเป็นอย่างมาก ผลที่ได้คือครูฝึกมู่ผู้นี้กลับกล่าวว่าครูฝึกหลินสอนได้ใจอ่อนเกินไป
ครูฝึกมู่ผู้นั้นเข้มงวดเพียงใดกัน?
"หานหลิน ทางนี้"
จู่ ๆ หานกังก็กวักมือเรียก
หานโหรวที่อยู่อีกฝั่งก็ค่อย ๆ เดินไปหาหานกัง
คนอื่น ๆ เริ่มจับกลุ่มกลุ่มละสองสามคนกับคนที่พวกเขารู้จัก
ครูฝึกหลินกับครูฝึกโม่ก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้เช่นกัน ล้วนแต่เป็นคนตระกูลหานเช่นเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องใส่ใจกฎเกณฑ์อันใดมากมายเพียงนั้น
หานหลินหันไปมองหานเฟิง "หานเฟิง พวกเราไปด้วยกันเถอะ"
หานเฟิงส่ายหน้าเล็กน้อย "เจ้าไปเถอะ หากข้าไป หานกังคงไม่พอใจนัก"
หานหลินคิดจะกล่าวบางอย่าง สุดท้ายจึงทำได้เพียงถอนหายใจ "หานเฟิง ข้าเชื่อว่าท้ายที่สุดพวกเขาจะยอมรับเจ้า ตอนนี้พวกเขาเพียงแค่อิจฉาเจ้า รอเจ้าแสดงพลังที่พวกเขาไม่อาจเทียบได้ออกมา พวกเขาก็จะไม่เป็นเช่นนี้แล้ว"
หานเฟิงรู้สึกสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว "เจ้าเชื่อใจข้าเพียงนี้หรือ? "
หานหลินกลอกตาไปมา "ภายในเวลาเพียงเดือนครึ่ง กำลังภายในของเจ้าก็ตามข้าทันแล้ว ทั้งพลังในการต่อสู้โดยรวมของเจ้ายังข้ามผ่านข้าไปแล้ว ข้ายังมีอันใดให้ไม่เชื่ออีก?ถึงแม้พรุ่งนี้จู่ ๆ เจ้าจะบอกข้าว่าเจ้าอยู่ในขั้นมนุษย์ระดับปลายแล้ว ข้าก็จะยอมรับอย่างสงบนิ่ง"
หานเฟิงเอ่ยอย่างจนใจ "พอได้แล้ว เจ้ารีบไปเถอะ"
หลังจากหานหลินไปแล้ว หานหรงกลับเดินเข้ามา ทั้งยังพ่วงหานเจิ้งมาด้วยกันกับเขา
หานหรงกับหานเจิ้งมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เรื่องที่หานเฟิงช่วยหานหรงเอาไว้ หานเจิ้งก็ซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อพวกเขาเห็นหานเฟิงอยู่เพียงลำพัง ทั้งสองคนจึงมาอยู่ข้าง ๆ หานเฟิง หานเฟิงแย้มยิ้มน้อย ๆ แล้วเริ่มพูดคุยกับพวกเขาทั้งสองคน
เมื่อหานหลินมาถึงแล้ว หานโหรวก็ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ "ก่อนหน้านี้เจ้าก็ไม่ชอบหานเฟิงเช่นกันไม่ใช่หรือ เหตุใดตอนนี้เจ้าพูดคุยหัวเราะกับเขาแล้วเล่า"
หานหลินยกมือขึ้นลูบหัวตน "พี่หญิงโหรว ท่านจะต้องไม่ชอบหานเฟิงมากมายเพียงนั้นเชียวหรือ?ตอนนี้เขาไม่ใช่คนไร้ประโยชน์แล้ว"
หานหรงแค่นเสียงเย็น "หากไม่ใช่เพราะบิดาเขา ตระกูลหานเราตอนนี้ไม่แน่ว่าอาจเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองเหรินจงแล้ว ชีวิตของเราก็คงไม่ย่ำแย่เพียงนี้"
หานเฟิงยิ้มขื่น "ไม่มีทาง ถึงแม้เรื่องของท่านอาสี่ไม่เกิดขึ้น ตระกูลหานเราก็ไม่มีทางเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองเหรินจง"
"เพราะเหตุใด? " หานโหรวขมวดคิ้วมุ่น ไม่เชื่อเรื่องนี้เป็นอันขาด
หานหลินปิดปากเงียบไม่ยอมเอ่ย จนถึงตอนนี้มีเพียงพวกเขากับบรรดาผู้อาวุโสของตระกูลหานเท่านั้นที่รู้เรื่องตระกูลฉาง ยังไม่ถึงเวลาที่จะให้ข่าวเล็ดลอดออกไป
เมื่อเห็นว่าหานหลินอย่างไรก็ไม่ยอมตอบคำถาม นางก็โมโหขึ้นมา แล้วกล่าวด้วยความเดือดดาล "ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าหานเฟิงทำอันใด เจ้าถึงกับปกป้องเขาเพียงนี้"
หานเกิงพลันกระอักกระอ่วนขึ้นมา เขากระซิบเบา ๆ "น้องหญิง คำพูดประโยคนี้ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์นี้"
สีหน้าของหานหลินมืดครึ้มขึ้นมา เขาโพล่งขึ้น "พี่หญิงโหรว ความคิดของท่านไม่ถูกต้อง"
หานโหรวเบ้ปาก "หรือว่าไม่ใช่เพราะพวกเจ้าสองคนมีความลับที่บอกผู้ใดไม่ได้? "
สิ้นคำ หานโหรวก็ปรายตาไปทางหานหลิน "กล่าวไปแล้วหน้าตาเจ้าก็ไม่เลว"
หานหลินกัดฟันเอ่ย "พี่หญิงโหรว ข้าไม่ได้มีรสนิยมเช่นนั้น ข้าสนิทสนมกับหานเฟิง ก็เพราะหานเฟิงเคยช่วยชีวิตข้าบนเขายอดหยก ไม่เช่นนั้นตอนนี้พวกท่านก็ทำได้เพียงรอดูกระดูกข้าแล้ว"
ผู้อาวุโสตระกูลหานยังไม่ได้ประกาศเรื่องที่เกิดกับหานหลินให้รู้กันทั่ว มีเพียงหานหลินกับไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ หานกังกับหานโหรวก็ได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรกเช่นกัน
หานกังหน้าเปลี่ยนสีในทันที "เกิดอะไรขึ้นกันแน่?เจ้าตกอยู่ในอันตรายได้อย่างไร? "
หานหลินจนใจ ทำได้เพียงบอกเล่าเรื่องที่เกิดบนเขายอดหยกบางส่วน หานโหรวกำหมัดแน่น นางเอ่ยอย่างเคียดแค้น "คนตระกูลฉางชักจะมากไปแล้ว รองานประลองเริ่มก่อนเถอะ ข้าจะต้องสั่งสอนบทเรียนให้พวกเขาอย่างแน่นอน!"
ถึงแม้หานกังจะไม่สบอารมณ์เช่นกัน กลับยังอดเอ่ยเตือนไม่ได้ "น้องหญิง เจ้าเบาเสียงลงหน่อยเถอะ อย่าได้พูดจาถ้อยคำหยาบคายเช่นนี้ทั้งวัน เจ้าอยากให้คนตระกูลหานรู้จักนิสัยที่แท้จริงของเทพเซียนในใจพวกเขาหรือ? "
จากนั้นหานกังก็หันไปเอ่ยกับหานหลิน "ข้าอายุเกินแล้ว ไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมงานประลองระหว่างตระกูล ดังนั้นข้าไม่สามารถล้างแค้นให้เจ้า แต่เจ้าวางใจ หากภายหน้าข้าพบกับคนตระกูลฉางที่รุ่นราวคราวเดียวกับข้า ข้าจะต้องระบายโทสะให้เจ้าอย่างแน่นอน"
ครูฝึกหลินกับครูฝึกมู่ทักทายกันตามมารยาทเกือบจะเสร็จแล้ว ครูฝึกมู่มองเวลาแล้วจึงเอ่ยขึ้น "เกือบจะได้เวลาแล้ว พวกเราเริ่มกันเถอะ"
ครูฝึกหลินพยักหน้ารับ "กติกาเดิมหรือ? "
"ไม่ผิด" ครูฝึกมู่ตอบกลับ
เห็นดังนี้ ครูฝึกหลินจึงก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว "พวกเจ้าทั้งหมดมายืนให้เป็นระเบียบอยู่ที่นี่"
เมื่อทุกคนมาถึงแล้ว ครูฝึกหลินจึงกล่าวขึ้นอีกครั้ง "พวกเจ้ายี่สิบคนจะแบ่งออกเป็นสิบคู่ ฝ่ายผู้ชนะจะต้องรับคำท้าของฝ่ายผู้แพ้ และฝ่ายผู้แพ้สามารถแทนที่ฝ่ายผู้ชนะได้"
"ตอนนี้ ข้าขอประกาศผู้ที่ต้องแข่งขันกัน"
คู่แข่งขันเหล่านี้ ผ่านการหารือระหว่างครูฝึกหลินกับครูฝึกมู่แล้ว
ทั้งสองคนล้วนเข้าใจคนที่ตนฝึกมาเป็นอย่างดี และรู้ว่าคนเหล่านั้นผู้ใดมีโอกาสที่จะชนะ ผู้ใดมีโอกาสที่จะแพ้
ดังนั้นในบรรดาคู่ต่อสู้ทั้งสิบนี้ ผู้ชนะคือผู้ที่คาดว่าจะได้เข้าร่วมงานประลองระหว่างตระกูล ผลลัพธ์น้อยนักที่จะคลาดเคลื่อนจากการคาดคะเนของพวกเขา
ทว่าผู้เข้าแข่งขันทั้งยี่สิบคนกลับไม่รู้เรื่องนี้ ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับพลังทั่ว ๆ ไปยังหวังว่าพวกเขาจะโชคดี
ผู้ที่ทั้งสองคนมีความเห็นแตกต่างกันคือหานเฟิง
ครูฝึกหลินเชื่อว่าหานเฟิงมีความสามารถเหลือเฟือพอที่จะเข้าเป็นหนึ่งในสิบคนได้ แต่ครูฝึกมู่ไม่เคยเห็นความสามารถของหานเฟิง คำบรรยายของครูฝึกหลินไม่อาจสร้างความประทับใจให้แก่ครูฝึกมู่ได้
คู่ต่อสู้ที่ครูฝึกมู่เลือกให้หานเฟิงนั้นแข็งแกร่งกว่าหานหลินเล็กน้อย
นางเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่เปิดเส้นลมปราณที่ห้าแล้ว อีกทั้งยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ขอบเขตพลังเสถียรแล้ว
ครูฝึกมู่เอ่ย "ข้าได้ยินว่าหานเฟิงสามารถต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ที่เปิดเส้นลมปราณที่สี่ได้โดยอาศัยเพียงพลังเส้นลมปราณที่สามของเขา ระดับพลังของเขาก้าวหน้าค่อนข้างเร็ว ตอนนี้เขาอาจทะลวงเข้าสู่เส้นลมปราณที่สี่แล้ว หากข้าไม่เลือกคู่ต่อสู้ที่เก่งกว่าเล็กน้อยให้เขา นั่นถือว่าข้าดูถูกเขาแล้ว"
ครูฝึกหลินรู้ว่า ครูฝึกมู่ยังไม่เชื่อในความแข็งแกร่งของหานเฟิง สุดท้ายครูฝึกหลินจึงได้แต่ยอมแพ้
โดยไม่รู้สึกตัว หานเฟิงภายในใจของครูฝึกหลินนับวันยิ่งลึกลับขึ้นเรื่อย ๆ ระดับพลังและความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของหานเฟิงมักจะทำให้ทุกคนประหลาดใจ ครูฝึกหลินเองยังไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด เขาถึงได้รู้สึกว่าหานเฟิงไม่มีทางแพ้
"การประลองครั้งที่หนึ่ง หานโหรวกับหานเจิ้ง!"
หานโหรวก้าวออกมาด้วยสีหน้านิ่งสงบ ทว่าหานเจิ้งกลับรู้สึกสับสนแล้ว
ทางด้านหนึ่ง นี่เป็นโอกาสที่ดีที่เขาจะได้ใกล้ชิดกับเทพธิดาในใจเขา ทว่าอีกทางหนึ่ง หากเขาต่อสู้กับหานโหรว เช่นนั้นเดิมทีเขาก็ไม่มีโอกาสชนะแม้แต่น้อย
"เริ่มการประลองได้!" ครูฝึกหลินตะโกนเสียงก้อง หานเจิ้งระแวดระวังขึ้นมาทันที ขณะที่เขากำลังจะเปิดปากนั้นเอง หานโหรวก็เขยื้อนกายไปตรงหน้าหานเจิ้งอย่างรวดเร็ว ทันทีที่นางลงมือโจมตีหานเจิ้ง หานเจิ้งก็ลอยละลิ่วออกไป
ฝ่ามือเก้าเงาเป็นวิทยายุทธพื้นฐานที่ครูฝึกมู่สอนให้กับหานโร่วและเด็กสาวคนอื่น ๆ
เมื่อฝึกฝ่ามือเก้าเงาถึงขั้นสมบูรณ์สูงสุดก็จะสามารถสร้างเงาลวงทั้งเก้าออกมาได้
ท่ามกลางเงาลวงทั้งเก้านี้ มีเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นการโจมตีที่แท้จริง หากคนผู้หนึ่งไม่สามารถหาข้อบกพร่องของฝ่ามือเก้าเงาได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ผลลัพธ์ก็จะเป็นเหมือนกับหานเจิ้ง