หานหมิงยืนอยู่กลางอากาศ เขาแหงนหน้ามองฟ้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยในใจ
“ระบบ ลดการปิดกั้นให้เหลือรัศมีหนึ่งกิโลเมตรพอ”
[รับทราบ]
ทันใดนั้น มิติพิเศษที่ปิดกั้นพื้นที่ก็เริ่มบิดเบี้ยว เปลี่ยนแปลงไปในชั่วพริบตา ซุยจื่อเมิ่งมองไปที่ด้านหน้าก่อนที่ดวงตาของนางจะเบิกกว้างขึ้น นางตระหนักได้ว่าพื้นที่ตรงหน้าของนาง... ไม่สามารถรู้สึกถึงได้แล้ว!
“ความลับเยอะจริงๆ” นางพึมพำกับตัวเอง
หลังจากเฝ้าสังเกตชายตรงหน้านี้มาสักพัก ซุยจื่อเมิ่งก็พอจะเข้าใจได้จากชุดที่เขาสวมใส่ มันเป็นชุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำอมตะ พร้อมตราสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเขาน่าจะเป็นเจ้าแห่งยอดเขาใดยอดเขาหนึ่ง แต่นางมั่นใจว่านั่นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเขาแน่นอน!
เพราะคนจากโลกเบื้องล่างไม่มีทางมีทรัพยากรมากมายถึงขนาดครอบครองหุ่นเชิดระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่นับหมื่น! ไม่เพียงเท่านั้น... หุ่นเชิดทุกตัวถืออาวุธจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ครบมือ!!
แต่สิ่งที่น่าตกใจ.. ไม่ใช่แค่หุ่นเชิดเหล่านั้น แต่มันคือการบ่มเพาะของชายคนนี้
ทั้งรากฐาน อวัยวะ พลังวิญญาณ ทุกสิ่งของเขาล้วนแข็งแกร่งเหนือกว่าผู้บ่มเพาะระดับเดียวกันราวฟ้ากับเหว! หากนำลูกชายหรือแม้แต่ลูกบุญธรรมของนางมาเทียบกับชายคนนี้ ต่อให้ระดับพลังบ่มเพาะเท่ากัน นางคิดว่าก็ไม่มีโอกาสชนะอยู่ดี
ซุยจื่อเมิ่งรู้สึกเสียดายต่อการสูญเสียของกองทัพพยัคฆ์ขาว แต่นางก็รู้ดีว่า หากใช้พลังที่แท้จริงของนางช่วยพวกเขา พลังของนางจะเล็ดลอดออกไป และแผนที่วางมานานหลายปีก็จะสูญเปล่าพร้อมกับข้อตกลงกับพระบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายน้ำในโลกวิญญาณที่แท้จริงจะหายไปด้วย
ขณะเดียวกัน ภายในพื้นที่ปิดกั้น หานหมิงยืนจ้องมองกวนจื่อซวนด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะพูดขึ้น
“ทำไมเจ้าถึงต้องช่วยนาง?”
กวนจื่อซวนเงยหน้ามองชายตรงหน้า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความซับซ้อน เขาเพิ่งเห็นกับตาว่าหานหมิงผ่าร่างจำแลงของจักรพรรดินีแห่งราชวงศ์อีกาทองคำออกเป็นสองซีก จากนั้นก็ทำลายกองทัพพยัคฆ์ขาวได้อย่างง่ายดาย ต่อให้กองทัพพยัคฆ์ขาวจะลดการบ่มเพาะของตัวเองลงมาเพื่อให้ลงมาที่โลกเบื้องล่างได้ก็ตาม
"ข้าก็แค่ทำในสิ่งที่ข้าควรทำ" กวนจื่อซวนตอบด้วยเสียงเบาๆ แห้งๆ
หานหมิงจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
"ถ้าข้าบอกให้เจ้าทิ้งนางล่ะ?" น้ำเสียงของเขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ แต่กลับแฝงไว้ด้วยพลังบางอย่างที่กดดันจิตใจของอีกฝ่าย
“ข้าจะช่วยชีวิตเจ้า ให้ทุกสิ่งที่เจ้าต้องการ แต่นับจากนี้ เจ้าต้องตัดขาดจากนาง”
กวนจื่อซวนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ขอบคุณท่านผู้อาวุโส... แต่ข้าทำไม่ได้"
ดวงตาของกวนจื่อซวนเต็มไปด้วยความแน่วแน่ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ
“ข้าให้สัญญากับตัวเองและพ่อแม่ของนางแล้วว่าข้าจะปกป้องนางไปตลอดชีวิตขอรับ”
หานหมิงยิ้มบางๆ เขามีพลังทำนายโชคชะตาโดยแลกกับอายุขัย และด้วยความช่วยเหลือจากระบบ เขาสามารถมองเห็นเส้นทางในอนาคตของบุตรแห่งโชคชะตาหรือตัวร้ายแห่งโชคชะตาได้ ถึงมันจะไม่ละเอียดมากแต่ก็พอคาดเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป
และสิ่งที่เขาเห็นเกี่ยวกับกวนจื่อซวนกับเย่ลี่อินก็คือ... พวกเขาจะกลายเป็นศัตรูกัน ในท้ายที่สุด กวนจื่อซวนจะถูกเย่ลี่อินใช้ดาบปักทะลุหัวใจ! และชนวนเหตุของเรื่องทั้งหมด... กำลังจะเริ่มต้นขึ้นต่อหลังจากนี้!
แต่หานหมิงคงไม่ได้ปล่อยให้มันเกิดขึ้น เพราะเขาต้องการทั้งสองคนนี้!
หานหมิงเผยรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขึ้น “งั้นเจ้าต้องการเป็นศิษย์ของข้าหรือไม่? .”
กวนจื่อซวนชะงักไป ดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าหานหมิงจะเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา จึงกำมือแน่น ก่อนจะตอบด้วยเสียงแผ่วเบา
“ขอบคุณท่านผู้อาวุโส... แต่ว่า ข้านั้นเป็นเพียงแค่คนพิการ” เขาหัวเราะเยาะตนเอง พร้อมดวงตาที่ค่อยๆ หม่นหมอง
“ข้าเคยเป็นผู้ใช้พลังปีศาจเลือดสวรรค์ ถูกไล่ล่าจากกองกำลังมากมาย และต่อให้ข้าเป็นศิษย์ของท่าน ข้าก็ไม่อาจละทิ้งนางได้ แถมตัวตนของนาง... เป็นที่ต้องการมากกว่าข้าเสียอีก นางเป็นลูกหลานสายเลือดของเทพพระเจ้าบรรพกาลที่เหลือรอดอยู่ สายเลือดเหล่านี้เป็นสิ่งที่โลกเบื้องบนรังเกียจที่สุดอีกด้วย”
หานหมิงฟังคำพูดของกวนจื่อซวนอย่างสงบนิ่ง ขณะที่ระบบซึ่งเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำกับตัวเอง
[โฮสต์ในอนาคตเด็กหนุ่มนิสัยดีเหมือนข้าคนนี้ต้องไปเจออะไรกันถึงได้เปลี่ยนไปเป็นตัวร้ายกัน...]
หานหมิงหัวเราะเบาๆ เขาไม่ได้ตอบคำถามของระบบแต่เขาพูดกับกวนจื่อซวน "เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องพวกนั้นข้ามีพลังพอที่จะปกป้องเจ้าได้ แต่ข้าจะไม่บังคับเจ้า ทว่าหากเจ้าอยากเปลี่ยนโชคชะตาและกุมมันเอาไว้ในมือของตัวเอง หรือว่าต้องการความแข็งแกร่งเพื่อปกป้องคนของเจ้า... จงเดินเข้าไปในนั้นซะ"
ทันใดนั้น ลวดลายสีทองสว่างไสวปรากฏขึ้นกลางอากาศ เปล่งประกายราวกับประตูแห่งการคืนชีพ กวนจื่อซวนกัดฟันแน่น ร่างของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะ หัวใจเต้นระรัว ความลังเลเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่สัญชาตญาณจะกระซิบเตือนเขา หากเขาเดินเข้าไปชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
...
...
...
...
เขาหลับตาแน่นใช้เวลาคิดอยู่สักพักใหญ่ ก่อนจะลืมขึ้นมาอีกครั้งอย่างแน่วแน่
"ท่านผู้อาวุโส ข้าขอฝากนางไว้กับท่านสักครู่ได้หรือไม่?"
หานหมิงสะบัดแขนเบาๆ ร่างของเย่ลี่อินลอยขึ้นอย่างนุ่มนวลโดยที่นางไม่รู้สึกตัว กวนจื่อซวนมองภาพนั้นด้วยสายตาหนักแน่น ก่อนจะคุกเข่าลง "ขอบคุณท่านผู้อาวุโส"
จากนั้น เขาก้าวเข้าสู่รูปแบบสีทองทันที เมื่อร่างของกวนจื่อซวนหายไปในแสงสีทอง หานหมิงจึงหันไปมองหญิงสาวที่ยังคงหลับใหลอยู่
"เจ้า... ตื่นได้แล้วละ"
เปลือกตาของเย่ลี่อินสั่นไหวก่อนจะค่อยๆ เปิดขึ้น นางกะพริบตาสองสามครั้งแล้วมองไปรอบๆ เมื่อเห็นหานหมิง นางก็รีบลุกขึ้นมาประสานมือคารวะ
"ขอบคุณท่านผู้อาวุโสสำหรับการช่วยเหลือข้าและพี่ชายกวนด้วย"
หานหมิงยิ้มบาง "เจ้าอยากเป็นศิษย์ของข้าหรือไม่?"
เย่ลี่อินเงียบไปครู่หนึ่ง ความจริงนางตื่นขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว และได้ยินทุกอย่างที่หานหมิงคุยกับกวนจื่อซวน ก่อนหน้านี้ และนางก็ได้เห็นฉากการต่อสู้ของหานหมิงที่ทรงพลังเกินกว่านางเคยเห็นใครที่ไหนจะมีได้
"นั่น... จะทำให้ท่านลำบากหรือไม่?" นางถามอย่างลังเล
หานหมิงส่ายหน้าเบาๆ
เย่ลี่อินมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "ขอบคุณท่านผู้อาวุโส"
เมื่อนางพูดจบ นางก็ก้าวเข้าสู่รูปแบบสีทองทันที ในรูปแบบสีทอง
เมื่อเย่ลี่อินก้าวเข้ามา นางต้องชะงักไป ภาพตรงหน้าของนางเปลี่ยนไปเป็นสถานที่ที่คุ้นเคย มันคือโลกเบื้องบน ท้องฟ้าเต็มไปด้วยพลังวิญญาณที่เข้มข้น
แต่ทันใดนั้นเอง... ออร่าปีศาจก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เย่ลี่อินหันไปมองก่อนดวงตาของนางจะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
ชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าของนาง ร่างกายของเขาถูกพลังแห่งโลหิตและปีศาจแผดเผา แต่นางรู้ดีว่าเขาเป็นใคร
"กวนจื่อซวน..."
แต่สิ่งที่ทำให้นางแทบหยุดหายใจคือ... ที่หัวใจของเขามีร่องรอยของการโดนดาบแทงอยู่ซึ่ง ณ ที่นั้นมีแค่นางเท่านั้นที่ถือดาบอยู่ นางมองไปที่ชายหนุ่มคนนั้นด้วยความสับสน
กวนจื่อซวนยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า รอยยิ้มที่ยังคงเหมือนวันแรกที่พวกเขาพบกัน แม้ในยามที่เขากำลังจะตาย ภาพนั้นเหมือนจะตรึงแน่นในหัวใจของนาง ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลงอีกครั้ง
ภายนอกรูปแบบ
หานหมิงนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ พร้อมนั่งดูการทดสอบของทั้ง 2 คน
หนึ่งในการทดสอบภายในรูปแบบสีทองนั้นคือพวกเขาจะได้เห็นอนาคตของตัวเองในเส้นเวลาที่หานหมิงไม่ได้รับพวกเขามาเป็นศิษย์ และอนาคตเหล่านั้น... ล้วนเลวร้าย
แม้แต่เย่ลี่อิน ผู้เป็นตัวเอกแห่งโชคชะตา จุดจบของนางก็ไม่ได้ดีนัก ถึงแม้นางจะไม่ตายอนาถเหมือนคนอื่นๆ
ผ่านไปไม่นาน กวนจื่อซวนก้าวออกมาจากรูปแบบสีทอง ใบหน้าของเขายังคงเคร่งขรึมและแววตาเต็มไปด้วยความคิด ก่อนที่เย่ลี่อินจะเดินตามออกมา นางเหลือบมองไปที่ร่างของกวนจื่อซวนเพียงชั่วครู่ ก่อนจะก้าวมายืนข้างกัน
กวนจื่อซวนหันไปมองหญิงสาวผมสีม่วงด้วยความมึนงง แต่ไม่นานนักเขาก็กลับมาตั้งสติ ก่อนจะคุกเข่าลงพร้อมกับกล่าวเสียงหนักแน่น
"คารวะท่านอาจารย์!"
เสียงหวานใสของเย่ลี่อินดังขึ้นตามติดมา "คารวะท่านอาจารย์"
กวนจื่อซวนชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ นางก็เป็นศิษย์ของท่านอาจารย์เช่นกันงั้นหรือ? ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นผ่านในใจ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแค่เหลือบตามองเย่ลี่อินอย่างเงียบๆ
ขณะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัวของหานหมิง
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับศิษย์คนที่หก! ได้รับกล่องของขวัญในการรับศิษย์ 1 กล่อง]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับศิษย์คนที่เจ็ด! ได้รับกล่องของขวัญในการรับศิษย์ 1 กล่อง]
หานหมิงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวเรียบๆ "เปิดกล่องของขวัญซะ"
ทันทีที่คำสั่งออกไป เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ โอสถระดับจักรพรรดิ โอสถเสียงสวรรค์ +1, อาวุธจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ขลุ่ยจักรพรรดิ +1, คัมภีร์จักรพรรดิ บทเพลงอมตะ +1]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ โอสถระดับจักรพรรดิ โอสถต้นกำเนิดแห่งความโกลาหล +1, อาวุธจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ง้าวแห่งความโกลาหล +1, คัมภีร์จักรพรรดิ มหาคัมภีร์ต้นกำเนิดทุกสรรพสิ่ง +1]
หานหมิงมองสิ่งของที่ได้รับพร้อมกับแสยะยิ้มบางๆ ของรางวัลครั้งนี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว เขาเหลือบมองกวนจื่อซวนกับเย่ลี่อิน ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ แล้วดึกสมบัติทั้ง 3 ชิ้นออกมามอบให้พวกเขาทั้ง 2 ทันที
"ตั้งแต่นี้ไป พวกเจ้าคือศิษย์คนที่ 6 และ 7 ของข้า และสมบัติเหล่านี้มันอาจจะไม่ได้มีระดับสูงมากแต่เมื่อเราไปที่โลกเบื้องบน ระดับของมันจะเพิ่มขึ้นไปเอง"
ระบบบ่นในใจ [……ข้าต้องเป็นคนทำ…ใช่ไหม]
ศิษย์ทั้งสองคนตรงหน้าต่างก้มศีรษะลงอย่างเคารพถึงแม้ว่าสมบัติเหล่านี้จะเป็นเพียงระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่มันก็ปล่อยออร่าที่ทรงพลังกว่าสมบัติปกติออกมามากและมันค่อนข้างเหมาะสมกับร่างกายของพวกเขาด้วย
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้ลงทุนในศิษย์ที่ไม่มีโชค ได้รับการตอบแทน 600 เท่า ได้รับ: โอสถระดับจักรพรรดิ +600 ชนิด, อาวุธจักรพรรดิ +600 ชิ้น, คัมภีร์ระดับจักรพรรดิ +600 เล่ม]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้ลงทุนในศิษย์ที่ไม่สามารถคำนวณโชคได้ชั่วคราว ได้รับการตอบแทน 10,000 เท่า ได้รับ: โอสถระดับอมตะ +1 ชนิด, อาวุธอมตะ +1 ชิ้น, คัมภีร์ระดับอมตะ +1 เล่ม]