เทพสงครามมังกรเทวะ

    ความโกรธเกรี้ยวของตระกูลจื่อ

    ณ ทวีปศักดิ์สิทธิ์เขตเหนือในเมืองพยัคฆ์ขาวซึ่งเป็นที่อยู่ของตระกูลพยัคฆ์ขาวหรือตระกูลไป๋ บริเวณเขตใต้ของเมืองนั้นยังมีอีกหนึ่งตระกูลที่มีชื่อเสียงมานานเคียงข้างตระกูลไป๋มาเลยก็ว่าได้ และตระกูลนั้นก็ไม่ใช่ตระกูลใดนอกจากตระกูลจื่อนั่นเอง

     

    "ท่านประมุขขอรับ!! นายหญิงขอรับ!! แย่แล้ว!!"ในเวลานี้เอง ณ โถงใหญ่ของตระกูลจื่อเหล่าผู้อาวุโสและผู้นำตระกูลกำลังหารือเกี่ยวดับเรื่องราวๆทั่วๆไป ทันใดนั้นชายวัยกลางคนๆหนึ่งพลันวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่นนอกมองดีๆใบหน้าของมันผู้นี้คล้ายกับคนที่เซียนปิงเอ๋อฆ่าไปอยู่หลายส่วน

     

    "มีอะไรก็ว่ามา!"เสียงอันไพเราะและเย็นชาดังขึ้นพร้อมกับหญิงสาวนางหนึ่งที่ใบหน้าคล้ายกับเสี่ยวเซียนอยู่หลายส่วนที่หันมามองชายคนนั้นอย่างเรียบเฉย

     

    "จะ จื่อเสียง! น้องข้าตายแล้วขอรับ!"น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อดังขึ้นมาจากชายคนนั้น จื่อเสียงที่มันหมายถึงนั่นคือจักรพรรดิเทวะของเซียนปิงเอ๋อฆ่าตายไปนั่นเอง

     

    "อะไรนะ!!"น้ำเสียงแปลกใจดังขึ้นมาจากเหล่าผู้อาวุโส ผู้นำตระกูล รวมไปถึงจื่อเหยียนด้วย จื่องเสียงคือคนที่ผู้นำตระกูลจื่อหยวนและจื่อเหยียนให้ไปสังเกตุการณ์เรื่องเสี่ยวเซียนที่ทวีประดับต่ำ จะเป็นไปได้อย่างไรที่มันจะตายตกได้ ที่ทวีประดับต่ำเช่นนั้นไม่ควรจะมีผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งนั้น นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิด

     

    แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน เนื่องจากในตระกูลจื่อรวมไปถึงขุมกำลังอื่นๆนั้น ผู้อาวุโสระดับจักรพรรดิเทวะรวมไปถึงคนสำคัญของตระกูลจะต้องนำเศษเสี้ยววิญญานของตัวเองไปใส่ไว้ในผนึกวิญญานและให้ไว้กับครอบครัวและถ้าหากเจ้าของเสี้ยววิญญานนั้นตายตกแสงในผลึกก็จะหม่นลงและในที่สุดมันก็จะแตก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พวกเขาเชื่อคำพูดของพี่ชายของจื่อเสียงสุดใจนั่นเพราะชายหนุ่มได้กำเอาผลึกวิญญานของผู้เป็นน้องชายมาด้วยนั่นเอง

     

    "บัดซบ!!มันเป็นใครกันถึงได้กล้าหาญถึงขนาดฆ่าผู้อาวุโสของตระกูลจื่อเรา ท่านประมุขเรื่องนี้ยอมไม่ได้นะขอรับ จะต้องจัดการให้สิ้นซาก!!"ผู้อาวุโสคุมกฏนาม จื่อฉิง กล่าวอย่างเดือดดาลการกระทำครั้งนี้เหมือนตบหน้าตระกูลจื่ออย่างจังเลยก็ว่าได้ อีกทั้งเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายก็มีท่าทางเห็นด้วยกับผู้อาวุโสคุมกฏเสียด้วย

     

    ในเวลานี้เองจื่อเหยียนได้แต่กุมขมับอย่างช่วยไม่ได้นางพยายามที่จะใช้วิธีที่อ่อนโยนที่สุดแล้วเพื่อให้ได้ลูกมาแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมง่ายๆ แถมในตอนนี้เหตุการณ์ก็เริ่มบานปลาย รอเพียงคำตัดสินใจของประมุขหรือบิดาของนางเท่านั้นตัวนางมิอาจจะเเทรกแซงได้อีกแล้ว

     

    "เช่นนั้นก็เตรียมตัวให้พร้อม เราจะไปทวีประดับต่ำกัน!! ถึงขนาดกล้าฆ่าผู้อาวุโสของตระกูลจื่อพวกมันจะต้องชดใช้!"จื่อหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ในใจมีความโกรธเกรี้ยวไม่ใช่น้อย ในเมื่อไปเจรจาดีๆไม่ชอบก็ต้องใช้กำลังกันบ้าง

     

    "อะแฮ่ม ท่านลุงกำลังจะไปไหนกันงั้นหรือ??"ขณะที่ตระกูลจื่อกำลังเตรียมตัวจะยกทัพอยู่นั้น ชายหนุ่มหน้าตาดุดันสองคนที่มาพร้อมกับผู้ติดตามเดินมาในห้องโถงพอดี จื่อเหยียนที่เห็นอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าและเดินหนีไป นั่นไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากนายน้อยแห่งตระกูลไป๋ ไป๋เฉิน และบุตรของเขาไป๋ซิงยู

     

    "นึกว่าใครหลานไป๋นี่เอง พวกเรากำลังจะไปทวีประดับต่ำน่ะ หลานมาหาเหยียนเอ๋อหรือ"จื่อหยวนกล่าวด้วยท่าทีเป็นมิตร ไป๋เฉินคนนี้เปรียบเสมือนหลานรักอีกคนของเขาเลยก็ว่าได้ อีกทั้งเขายังรู้อีกว่าชายหนุ่มกำลังตามเกี้ยวจื่อเหยียนบุตรสาวของเขาอยู่ด้วย แล้วจะไม่ให้เขาต้อนรับอย่างเป็นมิตรได้อย่างไร เดิมทีตระกูลไป๋และตระกูลจื่อก็เกี้ยวดองกันอยู่แล้ว จึงไม่แปลกแต่อย่างใดหากทั้งสองฝ่ายจะสนับสนุนให้ทั้งคู่ได้ครองคู่กัน

     

    "ขอรับหลานมาหาเหยียนเอ๋อ แต่ดูเหมือนนางจะไม่อยู่รอข้าเสียแล้ว"

     

    "ฮ่าๆๆจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร มาๆระหว่างรอเดินทางมาดื่มชากับลุงเสียหน่อยเป็นอย่างไร เหลนด้วยนะซิงยูมาๆนั่งก่อน"ทั้งสองคนนั่งดื่มชาตามคำเชิญชวน ก่อนที่จะกล่าวถามออกไปด้วยความสงสัย "ท่านลุงท่านกำลังไปทวีประดับต่ำด้วยเหตุอันใดขอรับ ทำไมถึงต้องยกเหล่าผู้อาวุโสไปมากมายถึงเพียงนี้"

     

    "ก็ผู้อาวุโสของของลุงคนหนึ่งถูกฆ่าตายที่นั่นน่ะสิ เหตุผลหลานที่เข้านอกออกในที่นี่บ่อยๆย่อมรู้ดีอยู่แล้ว"จื่อหยวนถอนหายใจ

     

    "เรื่องลูกสาวของเหยียนเอ๋อตอนความจำเสื่อมน่ะหรือขอรับ!!"ไป๋เฉินกล่าว น้ำเสียงไม่ได้มีท่าทีแปลกใจอะไรแม้แต่น้อย เนื่องจากตัวเขารับรู้ถึงเรื่องนี้ดี แต่ด้วยความงดงามของจื่อเหยียนแล้วเขาจะยอมปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร แม้จะมีลูกแล้วอย่างไรสำหรับไป๋เฉินขอเพียงงดงามก็พอ

     

    "ใช่! เจ้าพวกนั้นฆ่าผู้อาวุโสของตระกูลข้าพวกมันจะต้องชดใช้!!"ยิ่งคิดจื่อหยวนก็ยิ่งเดือดดาลในใจ ผู้อาวุโสระดับจักรพรรดิเทวะหนึ่งคนนั้นต้องใช้ทรัพยากรณ์ของตระกูลไม่น้อยถึงจะสร้างมาได้ การที่เสียงไปในทวีประดับต่ำเช่นนี้เขาจะยอมได้อย่างไร

     

    "หากเป็นเช่นนั้น หลานขอไปด้วยนะขอรับ หลานเองก็อยากจะรุ้เช่นกันว่าใครที่หาญกล้าถึงขนาดฆ่าคนของตระกูลจื่อได้!"ไป๋เฉินกล่าวขึ้น แต่ในใจกลับไม่คิดเช่นนั้น การที่เขาขอไปด้วยนั้นแน่นอนว่าจะไปอาละวาดต่างหาก อีกทั้งยังอยากที่จะไปฉีกร่างของชายที่ได้เฉยชมหญิงที่ตัวมันหมายปองเอาไว้ด้วย

     

    ส่วนทางด้านจื่อนหยวนเมื่อได้ยินดังนั้นก็พลันยกยิ้มอย่างยินดี หลานชายคนนี้มีตบะถึงจักรพรรดิเทวะขั้นกลางเทียบเท่ากับจื่อเหยียนผู้เป็นบุตรสาวของเขา อีกทั้งด้วยยกกำลังไปมากมายเช่นนี้ เขามั่นใจได้เลยว่าย่อมไม่มีปัญหาอะไรอย่างแน่นอน

     

    ในเวลาไม่นานจื่อฉิงผู้อาวุโสคุมกฏก็เข้ามาตามและพวกเขาก็พากันเดินขึ้นนาวาบรรพกาลลำใหญ่ไปในทันที ในเวลานี้พวกมันดูหึกเหิมยิ่งนัก ระดับเทวะห้าสิบคน ราชันทวะยี่สิบคน และสุดท้ายคือจักรพรรดิเทวะสิบคน นี่เป็นกองทัพที่เกรียงไกรอย่างหาที่สุดมิได้ของตระกูลระดับสูง หรืออาจจะเรียกได้ว่าเทียบเท่ากับตระกูลสัตว์เทพสี่ทิศเลยก็ว่าได้ หากใครได้พบเห็นจำนวนผู้ฝึกฝนระดับสูงมากมายเช่นนี้เกรงว่าจะต้องหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูกเป็นแน่แท้

     

    ตัดกลับมาที่ทวีประดับต่ำพวกเขาไม่ได้ตระหนักเลยแม้แต่น้อยว่าในเวลานี้มีคนต้องการที่จะกวาดล้างพวกเขาให้สิ้นซาก พวกเขายังดำเนินกิจกรรมต่างๆตามปกติสุขทั่วไป ส่วนทางด้านภายในราชวังตอนนี้สามสาวกำลังนั่งสมาธิฟื้นฟูพลังอยู่ ส่วนทางด้านเฟยหรงและคนอื่นๆนั้นกำลังนั่งพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านพ้นไป

     

    "พวกมันไม่หยุดแค่นี้แน่ๆ ท่านพ่อตาหากพวกมันมา ท่านเพียงอยู่แต่ในพระราชวังเฉยๆนะขอรับ เดี๋ยวข้าจัดการเอง"

     

    "เจ้าหนู เจ้าคิดว่าพวกเรากลัวพวกมันหรืออย่างไร เจ้ากำลังดูถูกพวกเราหรือ"

     

    "ไม่ใช่เช่นนั้นขอรับ แต่ความต่างของพลังนั้นมีมากเกินไป หากพวกท่านออกไปรั้งแต่จะเป็นอันตรายเสียเปล่าๆ"

     

    "แต่ว่า!!"

     

    "พี่หยาง!! เชื่อที่ลูกเขยพูดเถอะ ท่านก็เห็นแล้วนี่ว่าก่อนหน้านี้พวกเราหน้าสมเพชเพียงใด แม้แต่ขยับตัวก็ยังไม่ได้หากดื้อดึงออกไปเกรงว่าจะเอาชีวิตไปทิ้งก็เท่านั้น พี่หยางทั้งท่านและข้าต่างก็มีบุตรสาว ดังนั้นท่านคงไม่อยากให้นางเสียใจกระมัง"เสี่ยวเฟิงช่วยพูดเพื่อแก้สถานการณ์ให้กับเฟยหรงในทันที แต่ทว่าตัวเองกลับกำหมัดแน่นจนเลือดไหล ในใจอดไม่ได้ที่จะน้อยเนื้อต่ำใจที่ตนเองไร้ประโยชน์ถึงเพียงนี้

     

    ถ้าหากว่าตายไปโดยที่ลูกสาวของเขาไม่เสียใจละก็เสี่ยวเฟิงเองก็อยากที่จะออกไปสู่เช่นกัน แต่ช่างน่าเสียดายที่ในเวลานี้เขาไม่มีกำลังมากพอแม้แต่จะปกป้องตัวเองด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องคิดถึงปกป้องเสี่ยวเซียนผู้เป็นบุตรสาวเลยความเป็นไปได้นั้นแทบไม่มีให้เห็น

     

    โชคยังดีที่สวรรค์ยังมีตาให้เสี่ยวเซียนเลือกสามีถูกคน ในเวลานี้เขาจึงมีที่พึงพาและหวังว่าลูกเขยคนนี้จะนำพาเขาและภรรยาของคนผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ ดังนั้นหากเฟยหรงกล่าวอะไรเสี่ยวเฟิงพร้อมที่จะทำตามโดยไม่ลังเล

     

    หลังจากที่เฟยหรงนั่งพูดคุยกับทุกคนอยู่นาน เสี่ยวเซียน เซียนปิงเอ๋อ และจ้าวหลานก็เดินออกมาพร้อมกับใบหน้าที่ดีขึ้นมากเลยทีเดียว เนื่องจากเฟยหรงให้เม็ดยาฟื้นฟูปราณระดับเจ็ดกับพวกนางไป ทำให้ในเวลานี้พลังปราณของพวกนางกลับมาแล้วถึงเจ็ดส่วนด้วยกัน

     

    เฟยหรงลุกขึ้นโดยพลันรีบเดินเข้าไปดูอาการของพวกนางอย่างละเอียดในทันที แสดงให้เห็นว่าแม้เขาจะอยากให้พวกนางฝึกฝนแต่ในทางกลับกันชายหนุ่มก็ยังคงห่วงใยพวกนางเอามากๆและไม่อยากให้นางได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

     

    เฟยหรงใช้เวลาที่เหลือดูแลพวกนางอย่างใกล้ชิดอีกทั้งยังเล่นกับเจ้าตัวน้อยทั้งสองของเขาอย่างมีความสุขไม่มีวี่แววของความกังวลอยู่ในสายตา

     

    จนในที่สุดเวลาก็ผ่านไปห้าวัน ชายหนุ่มหันหน้าไปบนท้องฟ้าพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นในใจ เสียวเซียน เซียนปิงเอ๋อ จ้าวหลาน เฟิงเสวีย ปิงเหยา ฮั่วหลิงหลิง หมิงเย่ รวมไปถึงเหล่ยอิง และเมิ่งฉีพยักหน้าให้กันด้วยความเข้าใจก่อนที่พวกนางจะหายไปจากพระราชวังและลอยเด่นอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า เรียกได้ว่านอกจากเสวียเหม่ยหญิงสาวทุกคนล้วนแต่ออกไปสู้กันหมดเลยก็ว่าได้ ส่วนเสวียเหม่ยนั้นนางก็ไม่ได้อยู่เฉยๆแต่อย่างใดแต่คอยรักษาความปลอดภัยให้กับเหล่าหญิงสาวนั่นเอง

     

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน