ผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล

    EP-47 รุ่นพี่เฟยมาถึงงานแล้ว

    “ป๋ายอวี่ ที่เธอพูดเมื่อกี้เป็นเรื่องจริงเหรอ...”

    เพื่อนหลายคนมองเธอเป็นสายตาเดียวกัน ราวกับกำลังคาดเค้นเอาคำตอบจากปาก

    หากเป็นเมื่อก่อนสมัยยังเรียนอยู่ในมหาลัยชุนเหลียนป๋ายอวี่ก็คงจะลนลานและตอบไปแบบนอบน้อม แต่ตอนนี้หลังจากเรียนจบจนทำงาน เธอไม่ได้มองเพื่อนกลุ่มนี้อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ

    “เรื่องจริงสิ ฉันจะโกหกไปทำไม เสื้อผ้ารองเท้านาฬิกาของทั้งคู่เป็นของแบรนด์เนม และจากที่ฉันลองตีราคาดู...ก็มากกว่าหนึ่งล้านหยวน” ป๋ายอวี้ยิ้มกล่าว อดไม่ได้ต้องชำเลืองมองลู่ซินหยีอีกครั้ง

    ไม่น่าเชื่อเลยว่าผ่านไปไม่กี่ปี หล่อนจะมีแฟนร่ำรวยแถมยังเปย์ไม่อั้น

    อิจฉาชะมัด

    “มากกว่าหนึ่งล้านหยวน! โอ้พระเจ้า ทำไมถึงได้กล้าใส่ของแพงๆ แบบนี้”

    “ลู่ซินหยีเธอนี่โชคดีจริงๆ ที่มีแฟนรวย อิจฉาจัง ฉันเองก็อยากได้แบบนี้บ้าง”

    “เฮ้อ ก่อนหน้านี้ไม่น่าเชื่อจางอี้ชิงเลย ขอโทษนะลู่ซินหยี แล้วก็ขอโทษแฟนของเธอด้วย”

    “ขอโทษนะลู่ซินหยี”

    ลู่ซินหยีเชิดหน้าพลางเบะปาก “ฉันจะรับคำขอโทษนั้นไว้ก็ได้ ส่วนเธอจางอี้ชิง ตอนนี้กำลังทำงานอะไรอยู่เหรอ เวย์ปั๋วไม่ค่อยเคลื่อนไหวเหมือนเมื่อก่อนเลยนี่นา หรือว่ากำลังตกงาน?”

    จางอี้ชิงสะดุ้งตกใจ การโต้กลับของลู่ซินหยีทำให้เธอหน้าร้อนผ่าว ดวงตาของเธอจ้องมองลู่ซินหยีด้วยการโกรธ

    “ทำไมไม่พูดอะไรสักหน่อยล่ะ หรือว่าตอนนี้เธอกำลังตกงานอยู่” ลู่ซินหยีถามย้ำ

    เพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มเริ่มพูดคุยถึงจางอี้ชิง คล้ายกับสนับสนุนคำพูดของลู่ซินหยี

    “จางอี้ชิงเธอตกงานเหรอ”

    “ทำไมไม่บอกกันล่ะ ฉันจะได้ฝากงานให้ นี่นี่เป็นลูกน้องฉันก็ดีนะ เงินเดือน 5000 หยวน มีวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เอาไหมล่ะ”

    ภายนอกอาจดูเหมือนเป็นความหวังดี แต่สำหรับจางอี้ชิงหล่อนไม่คิดแบบนั้น

    “อีเวร! ลู่ซินหยีแกนะแก” จางอี้ชิงขบฟันแน่น หล่อนอยากจะอาละวาดให้การรวมตัวศิษย์เก่าครั้งนี้พัง จะได้ไม่ต้องทนฟังเรื่องราวขายหน้าเกี่ยวกับตัวเธอเอง แต่ระหว่างนั้นมีใครคนหนึ่งเข้ามา

    “พี่เฟยมาแล้วนี่นา พี่เฟยทางนี้ค่ะ”

    จางอี้ชิงโบกไม้โบกมือให้กับชายหนุ่ม เขาอยู่ในชุดสูทสีดำ ใบหน้าหล่อเหลา ท่วงท่าการเดินดูจะหยิ่งผยอง

    สาวๆ ในกลุ่มพากันหันไปมอง แต่สำหรับป๋ายอวี่หล่อนเพียงนั่งเงียบๆ มองเพียงชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายเพื่อนสมัยเรียนอย่างลู่ซินหยีเท่านั้น

    “พี่ไม่ได้มาช้าเกินไปใช่ไหม” เฟยหวงกล่าว ก่อนจะสำรวจรอบโต๊ะอาหาร

    ทันทีที่เขาเห็นร่างกายของลู่ซินหยีดวงตาก็เบิกโพลง

    ผู้หญิงคนนี้มีรูปร่างที่ดีนอกจากนั้นยังสวมใส่ของราคาแพง นอกจากเธอแล้วคนที่หน้าตาดีในกลุ่มก็คงจะเป็นป๋ายอวี่ ส่วนผู้หญิงคนอื่นน่าเบื่อ โดยเฉพาะจางอี้ชิงที่ชอบแหกปาก

    “ไม่ช้าค่ะ พวกเราเองก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน” จางอี้ชิงยิ้มตอบ รีบลุกขึ้นยืนเลื่อนเก้าอี้ให้เขานั่ง

    “ช้ามากๆ เลยต่างหาก นี่ก็หนึ่งทุ่มแล้วแต่ยังไม่ได้กินอะไรเลย เพราะรอนายคนเดียว นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงได้กล้าให้ฉันต้องมานั่งรอ”

    เฟยหวงที่พกรอยยิ้มมาเต็มหน้าต้องชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงตำหนิ เขาอดไม่ได้ต้องมองชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาธรรมดาที่นั่งข้างลู่ซินหยี เห็นแล้วรู้สึกขัดหูขัดตาเหลือเกิน

    ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนโต๊ะยิ้มเจื่อน

    ไม่มีใครกล้าไปวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับหลินอู๋เฉิน

    จากคำพูดก่อนหน้าของป๋ายอวี่ ทั้งตัวคือแบรนด์เนมราคามากกว่า 1 ล้านหยวน ตัวตนระดับนี้มีความหยิ่งในศักดิ์ศรี ดังนั้นก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่พอใจเฟยหวง

    “ขอโทษก็แล้วกัน พอดีที่บริษัทเกิดปัญหาวุ่นๆ เกี่ยวกับผู้บริหารคนใหม่นิดหน่อย ทำให้การทำงานวันนี้ล่าช้า เอาเป็นว่าวันนี้พี่จะเลี้ยงทุกคนเอง ดีไหมครับ” เฟยหวงนั่งลงบนเก้าอี้ แสดงความใจป๋าเลี้ยงสาวๆ บนโต๊ะอาหาร แน่นอนว่ามันได้ผลดี โดยเฉพาะกับผู้หญิงอย่างจางอี้ชิง

    “ดีค่ะ พี่เฟยมาแล้วก็สั่งอาหารกันเถอะ” จางอี้ชิงยิ้มหน้าบาน จากนั้นบริกรก็เข้ามาจดเมนูอาหาร

    หลินอู๋เฉินไม่เข้าไปรบกวนหรือหยิบบัตรอาหารออกมาใช้ ในเมื่อคนมาใหม่อยากโชว์ว่ากระเป๋าหนัก งั้นก็ให้เฟยหวงโชว์ไป ส่วนตัวเขาแค่นั่งกินของฟรีแบบล้างผลาญ

    “พี่เฟยเจอกันไม่กี่ปี แต่ทำไมฉันรู้สึกว่าพี่หล่อขึ้นกว่าเดิมเยอะมากเลยคะ” จางอี้ชิงชม พลางขยับเข้าไป ก้มศีรษะให้ต่ำ หน้าอกจะได้ส่ายไปมาต่อหน้าเขา

    เฟยหวงตอบสนองด้วยรอยยิ้ม “แค่นอนให้เยอะ กินอาหารครบห้าหมู่ ดื่มน้ำแร่ธรรมชาติทุกวัน บางทีอาจเพราะแบบนี้ละมั้งที่ทำให้พี่ดูดี”

    “คงไม่ใช่แค่นั้นละมั้ง ได้ข่าวว่าพี่มีตำแหน่งเป็นถึงรองผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลนี่นา เงินเดือนคงจะไม่ใช่น้อยๆ”

    “โห...เป็นถึงรองผู้จัดการ เงินเดือนคงสูงน่าดู พี่เฟยสุดยอดเกินไปแล้ว”

    เฟยหวงพยักหน้ารับ “ไม่เท่าไหร่หรอก แค่หมื่นหยวนเท่านั้นเอง รอให้พี่กลายเป็นผู้จัดการเสียก่อน เงินเดือนจะเพิ่มขึ้นอีกมาก”

    พูดถึงเงินหมื่นหยวนใช่ว่าจะเป็นจำนวนน้อยๆ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีนักศึกษาจบใหม่มากกว่าล้านคนในแต่ละปี อัตราการว่างงานจึงค่อนข้างเยอะ และแนวโน้มในอนาคตจากที่คาดเดาบางทีตัวเลขอาจสูงขึ้น

    ไม่นานอาหารถูกยกมาเสิร์ฟ สำหรับคนที่ไม่เคยมาทานข้าวที่การ์เด้นกรีนคงจะตาลุกวาว โดยเฉพาะจางอี้ชิง

    “อาหารที่นี่อร่อยมาก พี่เคยมาทานครั้งนึงตอนคุยธุรกิจกับลูกค้าและผู้จัดการ แต่ละเมนูถูกปรุงขึ้นโดยเชฟมีความสามารถ” เฟยหวงผายมือไปที่อาหารราวกับผู้รอบรู้ที่เจนจัดในอาหารราคาแพง

    “พี่เฟยสุดยอดไปเลย สมแล้วที่เป็นพี่เฟย”

    “อิจฉาจังที่พี่เฟยได้มากินอาหารที่นี่ ฉันน่ะได้ยินเจ้านายคุยกันว่าอร่อยมาก ก็เพิ่งจะได้กินนี่แหละ อร่อยจนวางตะเกียบไม่ลงเลย”

    “งั้นก็ทานให้เยอะๆ กันนะครับ” เฟยหวงขมวดคิ้วเป็นปม เมื่อเห็นพวกเธอกินอย่างกับตายอดตายอยาก แทบไม่เหลือไว้ให้เขากิน

    สำหรับเฟยหวงถูกมองเป็นชายหนุ่มรูปงามตั้งแต่สมัยเรียน ดังนั้นการห้ามพวกเธอด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย ดูจะเป็นการขายหน้าตัวเอง

    ผู้หญิงพวกนี้เทียบไม่ได้กับลู่ซินหยีหรือป๋ายอวี่ที่กินแบบรักษามารยาทของผู้ดีบนโต๊ะอาหาร

    สำหรับป๋ายอวี่นั้นใช่ว่าไม่อยากกินแบบเพื่อนเก่าไร้มารยาท เพียงเพราะการมีอยู่ของหลินอู๋เฉิน หล่อนเลยค่อนข้างระมัดระวังตัว

    ส่วนลู่ซินหยีมองว่าอาหารตรงหน้าธรรมดาเกินไป หากเทียบกับครั้งก่อนที่มาทานกับหลินอู๋เฉินโต๊ะนี้ไม่มีอะไรน่าทาน

    “พี่เฟย รถคันนี้เป็นของพี่เหรอ” หลังจากมื้ออาหารจบ จางอี้ชิงเหลือบไปเห็นกุญแจรถของเขาที่วางอยู่ข้างๆ ชามข้าว

    “อ๋อ...นี่เหรอ แค่รถ BMW 320D เท่านั้นเอง ไม่ใช่รถหรูอะไรหรอก” เฟยหวงแสร้งทำเป็นตกใจเมื่อถูกพบ แต่ก็ยังหยิบกุญแจขึ้นมาโชว์

    “ไม่หรูอะไรกันล่ะ รถคันนี้ราคาในตลาด 5 แสนหยวนเชียวนะ"

    “นั่นสิพี่เฟย รถแพงขนาดนี้ถ่อมตัวเกินไปแล้ว”

    เฟยหวงรู้สึกภูมิใจ นี่คือรถคันแรกที่เขาซื้อด้วยเงินตัวเอง

    ถึงแม้จะเป็นเงินดาวน์ที่ต้องผ่อนก็เถอะ แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า โดยเฉพาะตอนนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าสาวๆ

    “ป๋ายอวี่ได้ข่าวว่าทำงานเป็นเลขานี่นา ที่นั่นให้เงินดีหรือเปล่า ถ้าหากให้น้อยมาทำกับพี่ก็ได้นะ เดี๋ยวฝากงานให้” เฟยหวงเชื้อเชิญอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มและถ้อยคำสุภาพ

    “ป๋ายอวี่เธอมีงานทำแล้ว ทำไมพี่เฟยถึงไม่ชวนฉันละคะ”

    เฟยหวงคิ้วกระตุก เมื่อเห็นว่าคนที่แทรกเป็นจางอี้ชิง ผู้หญิงแต่งหน้าหนาปากแดง เห็นแล้วไม่ชอบเลย

    “จางอี้ชิง เมื่อกี้เธอยังดูถูกฉันกับคุณหลินอยู่เลย แต่ไหงเธอกลับไม่ได้ทำงาน กำลังตกงานอยู่งั้นเหรอ ให้ฉันช่วยเอาไหม” ลู่ซินหยีได้ที มองเพื่อนเก่าด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

    จางอี้ชิงกัดฟันแน่น เธอเห็นนะว่าเพื่อนหลายคนกำลังแอบยิ้มมุมปาก

    คงสนุกกันละสิที่เห็นเธออับอายขายหน้า

    อีพวกบ้า!

    “มีเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ จางอี้ชิงเธอไปดูถูกอะไรพวกเขา?” เฟยหวงถาม เขาดูเหมือนกับเทพบุตรพิทักษ์สาวงาม แต่ในความจริงแค่อยากจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับชายหนุ่มที่นั่งข้างลู่ซินหยี

    จางอี้ชิงไม่ได้ตอบแต่เป็นเพื่อนที่นั่งข้างๆ

    เฟยหวงค่อนข้างไม่พอใจ สรุปชายหนุ่มตรงนี้คือคนรวย ทั้งตัวเป็นแบรนด์เนม ราคาแพงกว่ารถที่เขาขับมาวันนี้ด้วยซ้ำ

    “ปรากฏว่าน้องชายเป็นคนร่ำรวย แต่การโอ้อวดด้วยการใช้เงินพ่อแม่มันไม่ดีเลยนะ คนเราต้องเรียนจบไปหางานทำเอง จะได้เข้าใจโลกที่มันกว้างใหญ่ ไม่ใช่แบมือขอเงินพ่อแม่ไปวันๆ” เฟยหวงราวกับพี่ใหญ่ที่กำลังสอนน้องชายที่กำลังออกลู่ออกทาง และมันก็ให้ผลดี โดยเฉพาะผู้หญิงโง่ๆ ที่ชอบฟังคนหล่อหลอก

    “คุณหลิน!” ชายในชุดสูทเดินเข้ามาพร้อมกับกล่าวทักทาย “มาที่นี่ทำไมถึงไม่บอกผมละครับ แล้วนี่กำลังทานอะไรกันอยู่ ทำไมถึงไม่มีเมนูซิกเนเจอร์ที่ผมแนะนำล่ะ”

    ผู้จัดหม่าค่อนข้างกังวลเมื่อเห็นหลินอู๋เฉินเข้ามาทานอาหาร และทุกครั้งที่เขารู้ข่าว มักจะเข้าไปในครัวเพื่อคุยกับเชฟด้วยตัวเอง

    อาหารจานนั้นจะต้องพิถีพิถันที่สุด!

    “ผู้จัดการหม่า...” เฟยหวงเคยมาทานข้าวที่โรงแรมการ์เด้นกรีน จึงรู้จักผู้จัดการหม่า

    ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างประหลาดใจว่าเพราะอะไรผู้จัดการมากความสามารถรายนี้ถึงเดินเข้ามาที่โต๊ะ อีกทั้งยังดูสนิทสนมกับหลินอู๋เฉิน

    คล้ายกับเรื่องผมเป็นสมาชิกเว็บเทพบรรพกาล ที่คุณอ่าน