บทที่40
ทุกอย่างที่ผิดแปลก
ณภายในงานพิธี
เหล่าขุนนางมากมายนั่งอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ยังคงดื่มกินอย่างมีความสุขโดยที่พวกมันไม่รู้เลยว่าตอนนี้พูดเป็นนายของพวกมันกำลังโดนลอบสังหารอยู่ภายในป่า
โดยในตอนนี้ชายาของท่านอ๋องที่นั่งอยู่เริ่มแสดงใบหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนักนางเอยใบหน้าของตนเองขึ้นไปมองด้านบนท้องฟ้ามองสิ่งที่มันปรากฏให้เห็นบริเวณด้านบนตำแหน่งของดวงอาทิตย์เคลื่อนผ่านไปมากพอสมควร
แน่นอนว่าภายในใจของนางเริ่มรู้สึกไม่ดีนักเป็นเพราะว่าทั้งบุตรชายและก็สามีของตนเองหายเข้าไปภายในป่าเป็นเวลานานมากพอสมควรแล้ว
หายไปนานขนาดนี้ไม่แปลกที่นางนั้นจะรู้สึกกังวลใจภายในงานแห่งนี้คงจะมีเพียงแค่นางผู้เดียวเท่านั้นที่รู้สึกเช่นนั้น
ภายในผู้คนจำนวนมากที่กำลังนั่งดื่มกินอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้พวกสำนักคุ้มภัยดูจะลืมกินอย่างมีความสุขมากที่สุด
โดยเฉพาะเหล่าพวกผู้อาวุโสของสำนักพวกเหล่าอาวุโสของสำนักคุ้มภัยในตอนนี้พวกมันกำลังดื่มกินและก็กำลังแสดงรอยยิ้ม
เป็นเพราะว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีเพียงแค่พวกมันเท่านั้นที่รู้มีแค่พวกมันที่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตัวของพวกมันนั้นรู้ดีว่าภายในป่ามันเกิดอะไรขึ้น
ความสำเร็จของพวกมันพวกมันกำลังเฝ้ารอกำลังจะมาถึงแล้วมันคือสิ่งที่พวกมันคิดเป็นเพราะว่าแผนการที่พวกมันวางเอาไว้ความสำเร็จคงจะเดินทางมาถึงอย่างแน่นอน
ในตอนนี้สำนักคุ้มภัยเป็นสำนักขนาดใหญ่ภายในเมืองแน่นอนว่าความใหญ่โตของสำนักมันเป็นสำนักที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมากภายในเมืองล่องนภา
ทว่าอิทธิพลเหล่านั้นมันเองก็ถูกจำกัดเอาไว้ด้วยเช่นเดียวกันโดยสิ่งที่เป็นข้อจำกัดของพวกมันมันก็คืออ๋องจ้าวเจิน
หลังจากที่พวกมันตีสนิทอ๋องน้อยพวกมันเองก็ได้ผลประโยชน์มากมายเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
แต่ว่าผลประโยชน์มากมายเหล่านั้นก็มีข้อจำกัดหลายอย่างที่พวกมันไม่สามารถทำได้มีข้อจำกัดมากมายเหล่านั้นที่พวกมันไม่สามารถทำได้พวกเรื่องเหล่านั้นก็เป็นเพราะว่าท่านอ๋อง
อ๋องจ้าวเจินเป็นคนที่มีคุณธรรมเพราะแบบนั้นพวกมันเลยไม่สามารถชักจูงท่านอ๋องให้มาเข้าร่วมกับพวกมันได้
ในเมื่อพวกมันไม่สามารถชักจูงมาเข้าร่วมกับพวกมันได้สิ่งที่พวกมันทำได้ในตอนนี้ก็คือสังหารสามารถสังหารอ๋องจ้าวเจินได้พวกมันจะได้รับตอบกลับมามันก็คือเมืองแห่งนี้จะถูกควบคุมโดยสำนักคุ้มภัยอย่างสมบูรณ์
อ๋องน้อยอย่างไรเสียก็ยังคงเป็นเด็กพระชายาก็เป็นสตรีพวกมันสามารถควบคุมเรื่องเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย
ในขณะที่พวกผู้นำของสำนักคุ้มภัยพวกมันกำลังคิดเช่นนั้นอยู่สิ่งที่ดับฝันพวกมันก็ได้ปรากฏขึ้น
เสียงฝีเท้าของม้าจำนวนมากกำลังมุ่งตรงกับมาพร้อมกับมีเสียงของอาหารที่เฝ้าอยู่บริเวณรอบนอกต่างพากันตะโกนขึ้น “ท่านอ๋องและท่านอ๋องน้อยกลับมาแล้ว!!!! ”
ได้ยินเสียงของทหารที่อยู่บริเวณด้านนอกตะโกนเข้ามาด้านในเช่นนั้นดวงตาของพวกผู้อาวุโสของสำนักและก็เจ้าสำนักคุ้มภัยต่างพากันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
พวกมันทั้งหมดหันใบหน้าของตัวเองไปหาทางต้นเสียงที่มันดังขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ
ภายในใจของพวกมันไม่อยากจะเชื่อแต่ในตอนนี้ภาพที่มันปรากฏให้เห็นอยู่บริเวณด้านหน้าก็ชัดเจนแล้ว
อ๋องจ้าวเจินกดกายออกมาโดยนั่งอยู่บนหลังม้าควบมุ่งตรงมาพร้อมกับมีทหารด้านหลังถือกวางป่ากับมาด้วย
ในขณะเดียวกันบริเวณด้านหลังอ๋องน้อยก็ติดตามกลับมาเช่นเดียวกันแต่สิ่งที่ไม่พบเห็นก็คือเหล่าผู้ติดตามของท่านอ๋องน้อยที่ติดตามไปด้วยตอนนี้ไม่เหลือเลยแม้แต่เพียงคนเดียว
พระชายาที่กำลังนั่งอยู่ด้วยความวิตกเมื่อได้ยินเช่นนั้นภายในใจก็รู้สึกโล่งใจใบหน้าของนางปรากฏความยินดีขึ้นมาในทันที
ฝากทั้งสองข้างปรากฏรอยยิ้มลุกขึ้นแล้วก็วิ่งเข้าไปหาทั้งสองอย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีตอนนี้สถานการณ์ทุกอย่างมันดูเป็นปกติเป็นอย่างมาก
เหมือนกับว่าทั้งสองเข้าไปล่าสัตว์ภายในป่าแล้วก็กลับออกมาสถานการณ์ที่ดูเป็ดปกติแล้วธรรมดาทำให้พวกสำนักคุ้มภัยต่างพากันตกตะลึง
เจ้าสำนักกำลังนั่งอยู่คิ้วทั้งสองข้างของมันขมวดเข้าหากันแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
มันคิดภายในใจของตนเองอย่างรวดเร็ว“ ได้อย่างไรกันเหตุใดถึงไม่อยู่ตรงนี้? ”
“ ได้อย่างไรไม่น่าจะเป็นไปได้เหตุใดทั้งสองถึงออกมาจากป่าได้ถ้าออกมาได้ก็ควรจะมีแต่อ๋องน้อยสิ”
“ แต่ว่าเหตุใดท่านอ๋องได้ออกมาจากภายในป่าได้แถมบนร่างกายยังไม่มีบาดแผลอันใดอีก?”
“ แล้วจะพวกมือสังหารพวกนั้นล่ะหายไปไหน? ” เจ้าสำนักคุ้มภัยใช้ดวงตาของตนเองกวาดไปมองบริเวณรอบๆ
เมื่อได้ใช้ดวงตาของตนเองกวาดมองดูแล้วพบเห็นว่าภายในสถานที่แห่งนี้ไม่มีพวกมือสังหารที่ส่งติดตามไปเลย
ภายในใจยิ่งรู้สึกสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นคำถามปรากฏขึ้นมาภายในหัวมากมาย
“ หรือว่ามือสังหารพวกนั้นจะโดนสังหารใหม่สิไม่น่าจะเป็นไปได้พวกมันเป็นถึงผู้ฝึกฝนวรยุทธที่มีลมปราณอยู่ในระดับก่อจิตพวกมันไม่โดนสังหารตายอย่างแน่นอนถ้าเป็นผู้ที่มีกลยุทธ์อยู่ในระดับนั้นแม้ว่าจะเป็นข้าไม่ว่าจะเป็นข้าก็… ”
เจ้าสำนักคุ้มภัยในใจของมันกำลังคุ้มคลั่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยสิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไรกันแน่
ท่ามกลางความสับสนมากมายเจ้าสำนักผู้นี้ไม่รีรอจะได้คำตอบมันลุกขึ้นอย่างรวดเร็วมุ่งตรงเข้าไปหาอ๋องน้อยที่กำลังยืนอยู่
“ ท่านอ๋องน้อยขอรับแล้วผู้ติดตามของค่าที่ส่งเข้าไปด้วยแล้วขอรับ? ”มันเอ่ยถามออกไปอย่างรวดเร็ว
เอ่ยถามออกไปเช่นนั้นผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าก็ตอบกลับมาในทันที
อ๋องน้อยเบนสายตาหลงไปเล็กน้อยไม่สู้สายตาของอีกฝ่ายก่อนที่จะตอบกลับ“ คนพวกนั้นหลงภายในป่าแยกตัวออกไปจากข้าแล้วข้าก็ไม่พบเห็นพวกเขาแล้วขอรับ~”
ขนาดที่ตอบกลับกลับหลบสายตาแทนที่จะสนทนากันอย่างตรงๆหนังเองก็เป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าสำนักที่อยู่บริเวณด้านหน้าสามารถสังเกตถึงความผิดปกติได้
คิ้วทั้งสองข้างของมันถึงกับขมวดเข้าหากันสังเกตถึงความผิดปกติได้ในทันทีแต่มันก็ไม่พูดอะไรออกมาได้แต่พยักหน้าตอบรับ
จากนั้นสำนักคุ้มภัยก็ได้เดินกลับไปที่นั่งของตนเองภายในงานมันได้ดำเนินต่อไปโดยพิธีล่าสัตว์ในครั้งนี้ถูกดำเนินไปตามพิธีการ
อย่างราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเรื่องราวทุกอย่างยังดูธรรมดาแต่เมื่อมองเห็นว่าสถานการณ์ในตอนนี้ทุกอย่างมันดูธรรมดานั่นแหละ
สถานการณ์ธรรมดาภายในสถานที่แห่งนี้มันเลยทำให้เจ้าสำนักคุ้มภัยรู้สึกอึดอัดกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ตลอดทั้งงานใบหน้าของมันไม่ดีนักบนใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
งานพิธีผ่านพ้นไปด้วยดีผู้คนภายในเมืองต่างพากันปีติยินดีที่ความอุดมสมบูรณ์ของภายในสถานที่แห่งนี้ยังคงเป็นเช่นเดิม
…
หลังจากที่งานพิธีได้จบลง
ณสำนักคุ้มภัย
ภายในห้องโถงขนาดใหญ่เจ้าสำนักคุ้มภัยเดินกลับเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้เอาของมันเหยียบลงไปที่พื้นอย่างหนักแน่นแสดงถึงความรู้สึกที่อึดอัดภายในใจ
กลับเข้ามาภายในห้องสิ่งแรกที่มันทำคือใช้มือของตนเองทุบลงไปที่โต๊ะไม้ด้านหน้า
“ ปั้ง!!!!! ” เสียงที่ดังกังวานโต๊ะไม้ที่โดนฝ่ามือของผู้ที่ฝึกฝนลมปราณอยู่ในระดับก่อจิตทุบลงไปแหลกละเอียดในครั้งเดียว
ใบหน้าของเจ้าสำนักคุ้มภัยแดงก่ำมันทำการตะโกนออกมาด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นว่า“ บัดซบ!!! หมายถึงเป็นเช่นนี้!!! ”
“ มันไม่ควรจะเป็นเช่นนี้สิเหตุใดท่านอ๋องถึงรอดมาได้แล้วไอ้พวกผู้ติดตามพวกนั้นที่เป็นมือสังหารที่ส่งไปแล้วหายไปที่ใด!!!”
“ ถ้าเป็นเช่นนี้ความรุ่งโรจน์ของสำนักพวกเราจะทำอย่างไร!!! ”ตะโกนเสียงดังลั่นอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดแปรเปลี่ยนออกมาเป็นน้ำเสียงที่หนักแน่น
เมื่อมันพูดออกมาเช่นนั้นบริเวณด้านหลังเหล่าผู้อาวุโสที่กำลังยืนอยู่ก็กำลังคิดหนัก
พวกมันแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหนักใจก่อนที่จะเอ่ยถามเจ้าสำนักออกมา“ แล้วถ้าเช่นนี้จะทำอย่างไรดีขอรับ? ”
เจ้าสำนักคุ้มภัยกำลังเงียบนิ่งใบหน้าของมันที่เต็มไปด้วยความโกรธตอนนี้ความคิดที่อยู่ภายในหัวก็ไม่ได้สามารถปะติดปะต่อเป็นชิ้นเป็นอันได้
ทุกอย่างมันแตกซ่านราวกับว่าเป็นส่วนละเอียดเล็กๆน้อยๆเมื่อปล่อยให้ความโกรธขึ้นมาเหนือนำความคิดทุกอย่างก็จะเป็นเช่นนี้
ในตอนนี้ภายในหัวของมันไม่สามารถรวบรวมความคิดของตนเองกลับมาด้วยซ้ำในขณะที่ความคิดแตกซ่านทุกๆอย่างไม่สามารถคิดออกมาได้
เสียงฝีเท้าหนึ่งดังมาจากบริเวณด้านหลังร่างของหนึ่งในศิษย์สำนักคุ้มภัยก้าวเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็วมันได้พูดขึ้นในทันทีด้วยน้ำเสียงที่แตกตื่น “ แย่แล้วขอรับท่านเจ้าสำนักตอนนี้สำนักเทพปฐพีส่งจดหมายมาว่าจะไม่ทำตามพวกเราแถมพวกมันยังบอกอีกว่าจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งท่านอ๋อง ”
“ ว่าอย่างไรนะ!!!! ”หน้าของมันเต็มไปด้วยความโกรธคนพูดนี้ภายในใจตอนแรกก็หลุดดั่งเปลวเพลิงที่กำลังปะทุอยู่แล้ว
เมื่อได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนั้นพูดขึ้นมาอีกภายในใจของมันก็ยิ่งร้อนรุ่มหนังเปลวเพลิงตอนนี้เป็นเพลิงที่ลุกไหม้อยู่ภายในใจแผดเผาทั่วทั้งจิตวิญญาณ
ในขณะที่ความคิดไม่สามารถติดต่อได้สิ่งที่เหนือนำความคิดนั่นคือความโกรธมันตะโกนออกไปอย่างสุดเสียง“ เตรียมคนข้าจะบุกไปที่สำนักเทพปฐพีในวันนี้ในเมื่อพวกมันไม่ทำตามข้าจะทำลายมันซะ!!!”
“ อย่างไรเสียสำนักคุ้มภัยก็ต้องเป็นสำนักที่ใหญ่ที่สุดภายในเมืองแห่งนี้มันต้องใหญ่ที่สุดภายในอาณาแห่งนี้ด้วย”
หลังจากนั้นบนถนนก็เต็มไปด้วยเหล่าคนของสำนักคุ้มภัยที่กำลังมุ่งตรงไปยังบริเวณด้านหลังเมือง
จบบท