เมื่อกุญแจรถตกลงไปบนโต๊ะ ก่อให้เกิดเสียงอันไพเราะ สัญลักษณ์ตรีศูลของกุญแจรถมาเซราติส่องประกายสว่างแสบตา!
เสี้ยวเผิงเฟย คิดอยากจะเยาะเย้ยคำพูดไร้สาระเมื่อครู่ของ เซียวเฉิน แต่เมื่อสายตาของเขาตกไปอยู่บนตรีศูล มันแทบจะกลืนคำพูดกลับไปไม่ทัน มาเซราติงั้นเหรอ?
เมื่อ เซียวเฉิน เห็นสีหน้าตระหนกของเสี้ยวเผิงเฟย ในใจจึงลอบขำอย่างเสียไม่ได้ เด็กน้อยคิดจะอวดรวยต่อหน้าฉันงั้นเหรอ คิดจะโอ้อวดว่าตัวเองมีเงินเหรอ? เหอะ นายมีกุญแจรถนี้ไหมล่ะ? ช่างโง่เง่าเหลือเกิน? คงไม่นึกฝันใช่ไหมล่ะ?
“นี่ โลโก้นี้ฉันเคยเห็นมาก่อน มันคือ มาเซ ใช่ไหม?”
คุณนายถงที่อยู่ด้านข้างอุทานออกมาอย่างตะลึง แม้ว่าเธอจะเรียกชื่อของมันไม่ถูก แต่ก็รู้ว่ามันเป็รถหรู ยิ่งกว่านั้นยังเป็รถหรูที่มีราคาหลักล้าน!
“แม่ มันเรียกว่า มาเซราติ”
ถงเหยียน เอ่ยชื่อนี้ออกมา ด้วยท่าทางประหลาดใจ คนอื่นไม่รู้ แต่เธอรู้? ว่ารถคันนี้ไม่ได้เป็ของ เซียวเฉิน แต่เป็ของประธานซู่!
“ใช่ ๆ มาเซราติ...คันนี้ ราคาหลายล้านเลยใช่มั้ย?”
“ประมาณ 2 ล้านกว่า”
แม้ว่า ถงเหยียน จะไม่ค่อยรู้เื่รถ แต่เธอเคยได้ยินเพื่อนร่วมงานพูดคุยกันในบริษัทว่ารถของประธานซู่เป็รุ่นท็อป มีราคาเกือบ 3 ล้าน!
“นี่มันรถหรูของจริง!” คุณนายถงเอ่ยประโยคนี้ออกมาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อได้ยินคุณนายถงพูดประโยคนี้ ใบหน้าของ เสี้ยวเผิงเฟย กลายเป็ร้อนผ่าว โดยเฉพาะเมื่อเขานึกไปถึงคำพูดที่ตัวเองเพิ่งจะพูดกับ เซียวเฉิน ไปว่า ความฝันอันกว้างใหญ่ เป็คนต้องมีความฝัน… ช่างเป็คำพูดที่ไร้สาระเสียจริง หากสามารถตรีศูลนี้ได้ จะต้องไปวาดฝันอะไรอีก… แค่มาเซราติคันเดียวก็เพียงพอที่จะซื้อ BMW ได้หลายคันเลยทีเดียว!
“รถหรูอะไรกัน มันก็แค่พาหนะอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง” เซียวเฉิน พูดขึ้นอย่างไม่สนใจ
“........”
เสี้ยวเผิงเฟย ได้ยินคำพูดนี้แล้วปากกระตุก กลายเป็แข็งค้างไป นี่เรียกว่าโอ้อวดต่อหน้าคนจริง! เ้านี่บอกว่ารถราคา 2 ล้านกว่า เป็แค่ยานพาหนะคันหนึ่งเท่านั้น...
แน่นอนว่าเมื่อคุณนายถงได้ยินคำพูดนี้ แววตาของเธอก็เปล่งประกาย ทัศนคติของเธอที่มีต่อ เซียวเฉิน พลิกกลับ 180 องศา ใบหน้ายกยิ้มขึ้นมา “ใช่ๆๆๆๆ ในสายตาของคนร่ำรวยเช่นเธอ แค่ไม่กี่ล้านก็ไม่นับว่าเป็อะไร...”
“.......”
เมื่อ ถงเหยียน มองเห็นท่าทางของแม่ตัวเอง เธอก็รู้สึกอับอายขายขี้หน้าเกินที่จะรับไหว!
“ฮ่าๆๆๆ คุณน้า ผมเป็คนมีเงินอะไรกัน… ต่อให้มีรถราคาหลักล้านหรือสิบล้านในหลงไห่ก็มีมากมายไม่นับเป็อะไรได้ มันเทียบไม่ได้กับเสื้อผ้าและอาหารอร่อย ๆ เลยสักนิด”
ในขณะที่ เซียวเฉิน พูดคำนี้ออกมาก็ยังกวาดสายตาไปมอง เสี้ยวเผิงเฟย ความหมายของเขาค่อนข้างชัดเจน ร่ำรวยแล้วยังไง สุดท้ายมันก็เป็เพียงเครื่องประดับเท่านั้น แกมีคุณสมบัติพอมั้ย? เหอะ!
“หัวหน้าเซียว...ไม่สิ นี่มันเป็ชื่อเรียกที่เป็ทางการเกินไป ในเมื่อเธอเป็เพื่อนร่วมงานกัน เป็เพื่อนสนิทกัน งั้นแม่จะเรียกเธอว่า เซียวเฉิน ได้ไหม?” คุณนายถงเริ่มแสดงความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น เธอถึงขนาดรินน้ำชาให้กับ เซียวเฉิน “มาๆ ดื่มชาสักหน่อยๆ”
“ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณครับคุณน้า”
“ขอบคุณอะไรกัน แม่จะบอกอะไรเธอให้ แต่ไหนแต่ไรมาเ้าเด็กคนนี้ไม่เคยพาผู้ชายที่ไหนกลับมาบ้านสักครั้งเลยนะเนี่ย...”
เมื่อคุณนายถงพูดจบ ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นว่าใบหน้าของ เสี้ยวเผิงเฟย ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม จากนั้นเธอก็ปั้นหน้าแล้วกล่าวขึ้น “อะไรกัน เผิงเฟย นั่งลงดื่มชาก่อนเถอะ!”
“คุณน้า คุณอย่าเพิ่งถูกมันหลอกสิ ตอนนี้มีคนมากมายคิดอยากจะอวดรวย โดยการไปซื้อกุญแจปลอมขึ้น...” เสี้ยวเผิงเฟย พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า
“โอ้ว? ของปลอมอย่างงั้นเหรอ?” สีหน้าของคุณนายถงเปลี่ยนไปอีกครั้ง และหันกลับไปมองที่ เซียวเฉิน ใหม่อีกรอบ มองดูเสื้อผ้าหน้าผมของ เซียวเฉิน แล้วก็คิดว่าเขาไม่น่าจะเป็คนที่ร่ำรวยถึงขนาดนั้น!
“ฮ่าๆ” เซียวเฉิน ยิ้มขึ้น มองไปที่นาฬิกาข้อมือ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนพร้อมพูดว่า “คุณน้าครับ ผมยังมีธุระต่อ ผมขอตัวไปก่อน ไว้วันหลังผมจะมาเยี่ยมใหม่นะครับ”
“จะไปแล้วงั้นเหรอ? เดี๋ยวแม่ไปส่งเอง” คุณนายถงลุกขึ้นยืน เธออยากจะรู้ว่ากุญแจรถนี้เป็ของจริงหรือของปลอมกันแน่!
หากว่า มาเซราติเป็ของจริง เธอก็จะไปไตร่ตรองว่าลูกสาวของเธอควรจะแต่งกับใครดี...แน่นอนว่าความจริงแล้วไม่มีสิ่งใดให้ต้องคิด ในสายตาของเธอ ใครที่มีเงินมากก็ให้ไปแต่งงานกับคนนั้น!
“พอดีผมก็มีธุระเหมือนกัน งั้นผมขอตัวด้วยครับ” เสี้ยวเผิงเฟย ลุกยืนขึ้น เขาก็อยากจะรู้ว่าหมอนี่ขับรถมาเซราติจริง ๆ รึเปล่า!
เซียวเฉิน รู้ความคิดของทั้ง 2 คนนี้ดี แต่เขาก็ไม่เอ่ยขัดและเดินออกไปข้างนอก
พวกเขาเดินออกมาอยู่นอกประตูบ้าน และหลังจากที่คุณนายถงมองเห็นมาเซราติที่อยู่ตรงหน้าประตูบ้าน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย ก็ยิ้มออกราวกับดอกเบญจมาศที่เบ่งบาน คนผู้นี้ช่างร่ำรวยจริง ๆ !
เสี้ยวเผิงเฟย สูดลมหายใจเฮือก ใบหน้าแข็งค้าง นี่เป็มาเซราติจริงๆ ยิ่งกว่านั้นยังเป็รุ่นท็อปอีกด้วย
“คุณน้า ถงเหยียน ผมขอตัวก่อนนะครับ...ส่วนนาย เอาไว้ถ้ามีเวลาพวกเราค่อยมาพูดคุยเื่ความฝันกันใหม่ก็แล้วกัน!”
“จ๊ะ เสี่ยวเฉิน เธอจะต้องมาหาน้าใหม่นะจ๊ะ!” ตอนนี้ คุณนายถงหมดข้อสงสัย และมองดู เซียวเฉิน ด้วยใบหน้าและสายตาที่อ่อนโยน!
“ครับๆ!” เซียวเฉิน ตอบกลับไป จากนั้นก็พยักหน้าให้กับ ถงเหยียน เขาเข้าไปนั่งในรถจากนั้นก็ค่อย ๆ เหยียบคันเร่ง ขับรถจากไป
“รถหรูราคาหลายล้าน ชาตินี้ฉันยังไม่เคยนั่งเลยสักครั้ง รอสักวันหนึ่งฉันจะต้องขึ้นไปััมันดูสักครั้ง! ไม่ ฉันอยากนั่ง ก็ต้องนั่งมันให้ได้ ลูกจะต้องจับเขาให้อยู่หมัดนะ!” คุณนายถงมองตามหลังรถหรู แล้วหันไปพูดกับ ถงเหยียน
ถงเหยียน ยืนงง “จับอะไรคะ”
“แน่นอนว่าจะต้องจับเ้าหนุ่มคนนี้นะสิ! แล้วพวกเธอทั้ง 2 คนไปถึงขั้นไหนกันแล้ว? จูบกันหรือยัง? หรือว่าขึ้นเตียงไปแล้ว?”
“แม่ แม่พูดอะไรเนี่ย! หนูบอกไปแล้ว พวกเราเป็แค่เพื่อนร่วมงานธรรมดาๆเท่านั้นเอง...”
“จริงเหรอ?”
“จริงสิแม่!”
“งั้นลูกต้องรีบหน่อยแล้ว เปลี่ยนจากการเป็เพื่อนร่วมงานธรรมดาให้กลายเป็ความสัมพันธ์แบบคู่รักสามีภรรยา!”
“......”
ถงเหยียน ค่อนข้างสับสน นี่มันเื่อะไรกันเนี่ย?!
ใบหน้าของ เสี้ยวเผิงเฟย ที่อยู่ด้านข้างกลายเป็เขียวคล้ำ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกับว่าถูกสวมเขายังไงก็ไม่รู้!
“พอแล้ว คุณทำเหมือนกับว่าผมไม่มีตัวตนได้ยังไง?”
เมื่อคุณนายถงได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของ เสี้ยวเผิงเฟย จึงหันกลับไปมองแล้วพูดขึ้นว่า “แล้วจะทำไม”
เสี้ยวเผิงเฟย กลายเป็โกรธยิ่งกว่าเดิม พร้อมจ้องเขม็งไปที่คุณนายถง “ก่อนหน้านี้คุณพูดว่าอะไร? ไม่ใช่ว่าจะให้ ถงเหยียน แต่งงานอยู่ด้วยกันกับผมงั้นเหรอ?”
“ใช่ ตอนแรกฉันก็คิดจะให้ลูกสาวของฉันอยู่กับแกเหมือนกัน แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า เสี่ยวเฉิน มีความเหมาะสมกับลูกของฉันมากกว่า...”
“คุณใช้ตาที่ไหนมองพวกเขาเหมาะสมกันห๊ะ?!”
“เพราะว่า เสี่ยวเฉิน มีเงินมากกว่าแกยังไงละ!” คุณนายถง พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูมีเหตุผล
“..........”
เมื่อ เสี้ยวเผิงเฟย ได้ยินคำพูดนี้ก็ทำให้เขาควันแทบออกหู แค่ขับรถมาเซราติก็มีเงินมากกว่าฉันอย่างงั้นเหรอ? ใครจะไปรู้ รถคันนั้นอาจจะไม่ใช่ของเขาก็ได้
“เสี่ยวเสี้ยวเอ้ย ถ้าเธอบิดแตงโมแรงเกินไประวังมันจะไม่หวานนะ เธอลองดูลูกสาวของฉันกับ เซียวเฉินสิ...ไอ้หยา มันช่างเหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยก เหมาะสมที่จะใช้แซ่เซียวเหลือกัน! ในเมื่อลูกสาวของฉันกับ เสี่ยวเฉิน มีความรู้สึกอันล้ำลึกต่อกัน ในฐานะที่เป็แม่ ฉันย่อมต้องเคารพการตัดสินใจของลูกสาว ถูกไหม?”
เมื่อ เสี้ยวเผิงเฟย ไม่อาจจะทนฟังได้อีกต่อไป หญิงชราคนนี้ช่าง...ช่างไร้ยางอายเกินไปแล้ว!
“ดี!”
เสี้ยวเผิงเฟย ส่งเสียงะโ และเปิดประตูรถ BMW จากนั้นเหยียบคันเร่ง ขับรถออกไปจากบ้านนี้ในทันที!
“หน็อย อะไรกัน แค่ขับรถ BMW ก็คิดจะนอนกับลูกสาวฉันอย่างงั้นเรอะ? ไม่ประมาณตนเอาซะเลย!”
คุณนายถงมองตามรถ BMW จากนั้นก็ถุยน้ำลาย แล้วดึง ถงเหยียน มาพูด “ไป เข้าบ้าน แล้วบอกแม่เกี่ยวกับเื่ของ เสี่ยวเฉิน ซะ บอกมาว่าที่บ้านของเขามีเงินเท่าไหร่... ”
................
ที่ทางประตูทางเข้า ซู่เสี่ยวิ กำลังก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์อยู่ บางครั้งเธอเงยหน้าขึ้นมาเพื่อดูเวลา “ให้ตายเถอะ ทำไมยังไม่มาอีกนะ!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น รถหรูคันหนึ่งมาจอดอยู่ที่ด้านหน้าของเธอ
รถ BMWM5 คันหนึ่งลดกระจกลงมา แล้วยื่นหัวออกมาพูดกับเธอ “เสี่ยวิ คืนนี้พวกเรามาเล่นสนุกด้วยกันหน่อยเป็ไง?”
“ไสหัวไปซะ ฉันไม่มีเวลาว่างหรอกนะ” ซู่เสี่ยวิ มองBMW M5 คันนั้นแล้วพูดขึ้นพร้อมขมวดคิ้ว
“ไม่ว่างงั้นเหรอ? ฮ่าๆๆๆๆๆ อยากจะกลับบ้านอย่างนั้นเหรอจ๊ะที่รัก?” ชายหนุ่มที่อยู่ภายในรถ BMW M5 เอ่ยหยอกเย้า
“ที่รักบ้านแกสิ ฉันไม่เคยคิดอยากจะเล่นสนุกกับพวกแกเลยสักนิด!”
“เสี่ยวิ อย่าลืมสิ ตอนนี้ฉันเป็แฟนของเธอนะ!”
“แกพูดอะไรกัน ใครบอกว่าฉันจะเป็แฟนแก!”
“โอ้ว อะไรกัน ไม่คิดจะยอมรับอย่างนั้นเหรอ? หากว่าฉันพูดเื่นี้ออกไป ว่า ซู่เสี่ยวิ ไม่ยอมรับว่าตัวเองแพ้พนัน แล้วเธอจะอยู่โรงเรียนนี้ต่อไปได้มั้ยนะ?”
“แก...”
ใบหน้าของ ซู่เสี่ยวิ เปลี่ยนไป เธอไม่รู้ว่าควรจะโต้ตอบกลับไปยังไง แต่ฉับพลันก็มีเงาร่างหนึ่งมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของเธอ ในเวลาเดียวกันนั้ก็เอ่ยปากออกมา “เสี่ยวิ ฉันขอโทษที่มาสายนะ...”