ตอนที่ 34:กลางสมรภูมิ
ฤทธากำลังนั่งบ่มเพาะอยู่ในห้อง เขาได้ยินเสียงเอะอะจากด้านนอก เขาจึงเดินออกจากห้องมาที่โถงด้านในเรือ เสียงโวยวายก็ชัดเจนขึ้น
!ตู้มมม!!
ทันใดนั้นเรือก็ะเิแตกกระจาย ทุกอย่างเป็ภาพช้า ฤทธาเห็นหลังคาส่วนบนแตกกระจาย เขาเห็นท้องฟ้าและกำลังลอยอยู่ในอากาศ รอบข้างเห็นคนและสิ่งของกระจัดกระจาย อาจารย์เกาแบกเรโซ่ไว้บนบ่า หลบะุเวทที่ยิงจากด้านล่าง
ในมุมมองเรโซ่ เขาเห็นฤทธาร่วงห่างออกไปจากตัวเขามาก อาจารย์เกาก็กำลังบินหลบการโจมตีจากด้านล่าง เรโซ่ใช้ทักษะเวลาช่วยให้อาจารย์เห็นภาพช้าลง
“ดีมาก” อาจารย์เกากล่าวชม
แล้วตอนนี้ฤทธากำลังร่วงอย่างรวดเร็ว นิลๆ ออกมาจากกำไล ใช้หลังรับฤทธาไว้และพยายามบิน เรืออีกลำโดนโจมตีอีกครั้ง
ไฟและเศษเรือต่างๆ กระจายเต็มท้องฟ้า
“นิลๆ” ฤทธาเรียกชื่อ ขณะเห็นนิลๆ กำลังพยายามบินอย่างสุดกำลัง แต่นิลๆ ยังเด็ก ปีกยังไม่ใหญ่พอ
สายลมยามค่ำพัดเอากลิ่นเืและควันไฟลอยตลบอบอวลอยู่ทั่วท้องฟ้า เสียงะเิยังคงกึกก้องเป็ระยะ จากแนวปะทะทางเหนือของเมืองหน้าด่าน แสงสีของเวทมนตร์ และการปะทะของปราณยุทธ์ มีแสงวูบวาบในความมืดราวกลุ่มดอกไม้ไฟสาดแสงระยิบระยับบนท้องฟ้า แต่ด้านล่างเป็แดนนรก
หลังการโจมตีของกลุ่มปีศาจ ที่ทำลายขบวนเรือเหาะของสำนักเย่วจี เรือสองลำด้านหลังที่เปิดเกราะป้องกันชุดสองไม่ทัน โดนเข้าเต็มๆ
ฤทธาและกลุ่มของเขากระจัดกระจายไปทั่ว พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยซากของเรือที่ตกกระจาย ต้นไม้โค่นล้ม บางแห่งลุกไหม้ เศษโลหะและแผ่นไม้หลุดกระเด็นไปทั่ว
นิลๆ ช่วยฤทธา แต่ตัวเองยังบินได้ไม่แข็งเพราะอายุแค่ขวบกว่าๆ ทำให้ตกมาได้รับาเ็ ฤทธาเจ็บเล็กน้อย เขาหยิบขวดยาขึ้นมากิน
“นิลๆ เจ็บมากหรือไม่ เดี๋ยวให้ชีต้าร์มาช่วยดูนะ” ฤทธารักษาเบื้องต้น
ฤทธาเห็นสถานการณ์ไม่ดี จึงเรียกชีต้าร์มา แล้วให้พานิลๆ ไปรักษาในกำไลก่อน
"ฤทธา เก็บซากเรือไว้ในกำไลเถอะ! กระดูกเรือยังใช้ได้ เรือพวกนี้ใช้กระดูกของเรือของนายเก่าข้าสร้างขึ้น มีบางอย่างที่ควรเก็บรักษา!"
เสียงของชีต้าร์เตือนอย่างรีบร้อน
ฤทธาจึงรีบยกมือค่ายกลดูดกลืน เก็บซากโครงเรือเข้าสู่กำไลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหลบเข้าเงาไม้และซ่อนตัว
“ดูอาการเบื้องต้นให้นิลๆ ก่อน” ฤทธาร้อนใจเป็ห่วงนิลๆ
“ไม่เป็อะไรมาก าเ็แค่เล็กน้อย” ชีต้าร์บอกพร้อมออกมาจากกำไล
จากจุดที่เขาอยู่ พลังจิตของฤทธาในระดับห้า สามารถสำรวจได้รัศมีห้าร้อยตารางเมตรรอบตัว เขาใช้มันตรวจสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว หวังจะหาทางกลับไปยังแนวป้องกันหลักของมนุษย์ และสมทบกับกลุ่มของอาจารย์เกาให้เร็วที่สุด
ทิศทางไปทางเมืองด่าน มีการต่อสู้สิบกว่าคน คงเป็พวกอาจารย์เกา แต่แล้ว เขาก็สะดุดกับบางสิ่ง...
กลุ่มพลังระดับสูง ระดับหก กับระดับเจ็ด รวมกันถึงแปดจุด เคลื่อนไหวเงียบเชียบอยู่ไม่ไกลนัก บางตัวเคลื่อนผ่านซากเรือเหาะอีกลำที่ตกอยู่ มีสองตัวดูเหมือนจะสอดแนมลึกเข้าไปทางทิศใต้ แต่ที่น่าใกว่านั้นคือ เขาเห็นร่างของเรโซ่ กำลังมุ่งหน้าเข้าหากลุ่มพวกนั้น!
ฤทธารีบใช้โทรจิตส่งข้อความไปยังเรโซ่ทันที
“อ้อมไปทางตะวันออก ข้างหน้ามีพวกปีศาจ!”
ทันทีที่ข้อความถูกส่งออกไป กลุ่มพลังปีศาจในบริเวณใกล้เคียงหยุดชะงักทันที และเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ฤทธาเบิกตากว้าง
“ไม่นะ พวกมันรู้ตัว!”
เขารีบหมุนเข็มกลัดบนเสื้อคลุมของไห่หลง หมุนสองครั้งเพื่อซ่อนลมปราณและพรางตัว ทั้งร่างพลันเลือนหายกลืนไปกับพื้นดินและพืชพรรณโดยรอบ
เสียงสนทนาดังขึ้นจากกลุ่มปีศาจที่เคลื่อนเข้ามาใกล้
“เมื่อกี้มีคลื่นพลังจิตแปลกๆ อยู่ตรงนี้… แค่่เสี้ยวเดียว แต่ข้ารู้สึกได้”
“ไม่มีอะไรหรอกมั้ง ถ้ามีพวกเราต้องรู้สึกได้แล้ว เมื่อกี้คงเป็พวกสัตว์เล็กๆ แหละ” ปีศาจอีกตนตอบ
ฤทธานิ่งสงัด หัวใจเต้นแรง พอเห็นเขาก็รู้ว่าปีศาจพวกนี้ไม่ธรรมดา…
พวกมันเป็เผ่าจิ้งจอกหิมะ ปีศาจโบราณที่มีสติปัญญาสูง ว่องไว และไวต่อพลังทุกประเภท โดยเฉพาะพลังจิต ฤทธานึกถึงข้อมูลที่เคยอ่านเจอในหอสมุด
ขณะที่ซ่อนตัวอยู่ ฤทธาได้ยินบทสนทนาของพวกมันอย่างชัดเจน
“หาต่อเถอะ กลุ่มนั้นเบนความสนใจให้แล้ว พวกเรารีบสำรวจแถวนี้ให้เสร็จ จะได้ส่งคนไปรายงาน” ปีศาจตนหนึ่งกล่าว
“พวกที่โจมตีจากด้านล่าง คงมีการปะทะกับพวกที่ตกลงมา พวกเราต้องรีบออกห่างจากตัวเมือง เผื่อพวกนั้นมีกำลังมาเสริม”
หัวหน้ากลุ่มปีศาจบอก พลางพาพวกปีศาจเร่งเดินทาง
ฤทธาขมวดคิ้วทันที ‘กลุ่มนั้น’ หมายถึง ต้องเป็กลุ่มที่โจมตีขบวนเรือเหาะแน่ พวกมันโจมตีเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากการสืบหาอะไรบางอย่างในพื้นที่นี้!
เขาประเมินว่าพวกปีศาจมีแปดตน ระดับ 6 เจ็ดตน และระดับ 7 หนึ่งตน
หากสู้ตรงๆ ไม่มีทางรอด “ระดับหกตัวเดียวก็ว่ายากแล้ว” ฤทธาคิดในใจ พวกนั้นกำลังหาอะไร ถึงมีการโจมตีเมืองนี้ จัดเตรียมบางพวกมาหา จัดกลุ่มซุ่มโจมตี ต้องเป็อะไรที่สำคัญมากๆ
ถ้าเขาแอบตามไป จนรู้ว่าพวกมันกำลังหาอะไรอยู่ บางทีอาจรู้ถึงแผนการของศัตรู และช่วยมนุษย์เตรียมรับมือได้ทัน
ฤทธากัดฟันแน่น ตัดสินใจแล้ว
“…ต้องตามไป!”
กลุ่มปีศาจเคลื่อนตัวผ่านป่าทึบ เข้าใกล้เทือกเขาเล็กๆ ที่มีแนวป่าลึกเบื้องหน้า
ฤทธาใช้ทักษะสายฟ้าเคลื่อนกาย ของก้าวพันลี้ผสานกับการพรางตัว คอยหลบตามต้นไม้และซอกหินโดยรอบ แทบไม่ปล่อยพลังใดๆ ออกมา
แต่ถึงกระนั้น กลุ่มจิ้งจอกหิมะก็ยังหยุดเป็ระยะ เหมือนจะรู้สึกอะไรบางอย่างอยู่เสมอ
มีอยู่ครั้งหนึ่ง หัวหน้าปีศาจหยุดเดินแล้วมองกลับมาทางที่ฤทธาซ่อนอยู่ แววตาคมปลาบสีเงินสว่างวาบในความมืด
“เงียบผิดปกติ…” มันกล่าวด้วยเสียงเรียบเย็น ก่อนจะควักลูกแก้วสีฟ้าออกมา
“ประตูอยู่แถวนี้หรือท่านหัวหน้า” ปีศาจตนหนึ่งสงสัย
“ไม่ใช่…ข้าแค่อยากตรวจอะไรบางอย่าง” หัวหน้ากลุ่มปีศาจบอก
ลูกแก้วนั้นแผ่พลังแปลกประหลาดออก มาเหมือนคลื่นน้ำซัดกระเพื่อม กระจายไปทั่วบริเวณ
ฤทธารู้ทันทีว่าเป็เครื่องตรวจจับพลังงาน!
เขากัดฟันแน่น “ผ้าคลุม อยู่ที่เ้าแล้วนะ” ฤทธาภาวนาใจใน หัวใจเต้นระส่ำ
คลื่นจากลูกแก้วแผ่ออกครอบคลุมบริเวณรอบสองร้อยเมตร ก่อนจะค่อยๆ หายไป
“…ไม่มีอะไร” หัวหน้าปีศาจเก็บลูกแก้วกลับไป
มีลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามาถาม
“ลูกพี่เคยเจอประตูมิติบ้างหรือเปล่า ตอนออกสำรวจปีก่อนๆ”
หัวหน้ากลุ่มเก็บลูกแก้วเสร็จก็เงยหน้าขึ้นตอบ
“กลุ่มที่ข้าอยู่ไม่เคยเจอ แต่มีกลุ่มอื่นเคยเจอเมื่อหลายปีก่อน” เขาเล่าให้ลูกน้องฟัง
ฤทธาโล่งใจจนเหงื่อไหลเต็มแผ่นหลัง เขารู้สึกได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่การสอดแนมธรรมดา แต่เป็ภารกิจ ที่อีกฝ่ายให้ความสำคัญมากพอ ที่จะระดมปีศาจระดับสูงถึงสองกลุ่ม
และเขาเพิ่งรอดชีวิตจากกลุ่มนี้…พวกนั้นหาอะไรกันแน่
จบตอนที่34.