เื่ ฉันนั้นหรือ คือ ฮีโร่
กุ๊งกิ๊ง
ผู้แต่ง Cydrag
---------------------
ด้วยความรู้สึกเลื่อนลอยคล้ายกับเพ้อฝัน เมื่อได้ยินเสียงชายหนุ่มคนนั้นพูดบอกมอบของสิ่งนั้นให้แก่เธอเธอจึงยื่นมือออกไปรับ ในที่สุด สิ่งที่เธอตามหาบนชายหาดเช้านี้ได้ปรากฏอยู่บนฝ่ามือเธอแล้ว วัตถุบางอย่างที่มีแสงสว่างสีม่วงใส เปล่งแสงเรืองรองและเจิดจ้า
"รุ้ง!มากินข้าวเช้าได้แล้วหลาน!"
เสียงคุณตาะโดังมาแต่ไกลตอนนี้คุณตาของเธอได้ออกมายืนรอตรงทางขึ้นบันไดหินเล็กๆ หลังบ้านที่ติดกับหาดทรายขาวแล้วหันหน้าส่งเสียงะโมาทางรุ้ง
ทันทีที่รุ้งได้ยินเสียงคุณตาเธอจึงรีบหันหลังกลับไปทางทิศที่คุณตายืนอยู่ พร้ะโกนกลับเสียงใส
"จ้ะตา!"
แต่เมื่อรุ้งหันหน้ากลับมาหาหนุ่มคนนั้นอีกครั้งเธอกลับพบเพียงแค่พระอาทิตย์ยามเช้าที่กำลังทำหน้าที่เคลื่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า
"หายไปไหนแล้ว!"
รุ้งใมากถึงมากที่สุดใจเธอเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เธอรีบเบิกตาและลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนทันที
'นี่อะไรกัน? ฝันไปหรือนี่?'
เธออุทานในใจเสียงดังหัวใจยังคงเต้นรัวด้วยความรู้สึกใ ประหลาดใจ หวาดกลัว งงงวย สับสน และสงสัยอย่างที่สุดเธอมองหานาฬิกาที่วางอยู่บนโต๊ะ เพื่อดูเวลาอีกครั้ง
'ยังไม่เจ็ดโมงเช้า!นี่เพิ่งจะหกโมงครึ่ง? อะไรนะ? ทำไมเวลา...เวลาย้อนกลับงั้นหรือ?'
เธอยังคงได้แต่พูดในใจกับตัวเอง ไม่กล้าส่งเสียงออกมาจากปากด้วยความรู้สึกหวาดกลัวยิ่งนัก
"เป็ไปได้ยังไง? เมื่อกี้เรายืนอยู่บนชายหาดแท้ๆ!ต้องไม่ใช่ฝันแน่! ต้องไม่ใช่ความฝัน! เอ๊ะ! หรือว่าจะเป็แค่ความฝัน?!"
แต่ด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นใจเต็มทนในที่สุดเธอเปล่งเสียงออกมาขณะที่ตัวเธอยังคงสับสนปะปนกับความรู้สึกอื่นอีกมากมายอยู่นั้น เธอรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ในมือของเธอ เธอได้กำวัตถุอะไรบางอย่างเอาไว้ในมือจริงๆทำให้หัวใจของเธอยิ่งเต้นแรงขึ้นอีก
'มีอะไรอยู่ในมือเราจริงๆ ด้วย!'
รุ้งพูดกับตัวเองในใจอย่างตื่นเต้นก่อนสูดลมหายใจลึกๆเข้าปอด แล้วค่อยๆ แบมือออกช้าๆ ตาจ้องเขม็งไปบนฝ่ามือและเมื่อมองเห็นวัตถุสิ่งนั้นชัดเจน ดวงตาเธอเบิกโพลงขึ้นทันทีเมื่อได้เห็นวัตถุบางอย่างที่อยู่บนมือ ตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่าเธอได้รับสิ่งนั้นไว้แล้วจริงๆ นี่ต้องไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอน
'ก้อนหินขนาดเล็ก สีขาวใสไม่ใช่ซิ! เหมือนวัตถุที่ทำจากแก้ว โปร่งใส มองทะลุได้ รูปทรงคล้ายกับคริสทัล 6 เหลี่ยมทรงยาว ปลายแหลมทั้งสองด้าน ขนาดของวัตถุยาวประมาณหนึ่งข้อนิ้วก้อยของเรา และความกว้างประมาณเกือบหนึ่งเิเ'
รุ้งพลิกดูไปมาพูดกับตัวเองในใจ พยายามพินิจพิเคราะห์ว่าวัตถุในมือเธอนั้นคือสิ่งใด
แต่...เอ๊ะ!
"เอ๊ะ!ทำไมไม่เห็นมีแสงสีม่วงแล้วล่ะ? ตอนที่เรารับมากับมือยังส่องแสงสว่างอยู่เลย"
แม้ขณะนี้หัวใจของเธอเริ่มกลับมาทำงานตามปกติไม่ได้เต้นแรงจริงจังเหมือนเมื่อครู่แล้ว แต่ความรู้สึกสงสัยกับความรู้สึกต่างๆยังคงอยู่
"นี่คืออะไรกันนะ?"
เธอพูดออกมาด้วยความสงสัยกับคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน
แล้วอยู่ๆ...
อยู่ๆเธอรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเย็นๆ ัับนหน้าของเธอทั้งที่รอบข้างกายของเธอไม่เห็นมีสิ่งใด ครั้งนี้ทำให้เธอใอย่างสุดขีดเบิกตาโพลงขึ้นอัตโนมัติทันที แม้ยังคงนอนอยู่บนเตียงนอนใจเธอกลับมาเต้นแรงและรัวอีกครั้ง
ที่แท้คือฝีมือของกุ๊งกิ๊งหมาน้อยนี่เอง ที่เลียแก้มของเธอเพื่อหวังปลุกเธอให้ตื่นจากความฝัน
"ฝันถึงเื่นั้นอีกแล้วเราเฮ้อ..."
รุ้งนอนเปล่งเสียงอุทานเบาๆคล้ายคนสิ้นหวัง อยู่บนที่นอนอันแสนคุ้นเคย เธอมักฝันซ้ำๆถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อน ตอนที่ได้รับหินปริศนามาจนทำให้เธอรู้สึกคิดไม่ออก บอกไม่ถูก บอกใครไม่ได้และเพิ่มความมืดมนในใจมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเธอทำใจได้แล้วจึงลุกขึ้นนั่ง หันหน้าไปทางนาฬิกาเพื่อดูเวลาอีกครั้ง เพราะตอนนี้ยังมืดอยู่ยังไม่ใช่เวลาเช้า
"ตีสี่แล้วหรือ?!"
"วันนี้เป็วันเกิดของเรานี่นา...ทำไมช่างตื่นได้ตรงกับเวลาเกิดเลยนะเก่งจริงๆ เลยเรา!"
เธอพูดกับตัวเองเบาๆเธอนึกขึ้นได้ว่า่เวลาตีสี่ของวันนี้ คือ่เวลาที่เธอเกิดนั่นเอง
เธอจับคริสทัลของเธอขึ้นมาดู ตอนนี้คริสทัลนั้นได้ถูกนำมาทำเป็จี้ห้อยคอแขวนติดกับสร้อยแล้วคุณตาของเธอได้ทำสร้อยคอผูกเชือกสีดำให้กับเธออย่างนี้จะทำให้คริสทัลอยู่ติดกับตัวเธอตลอดเวลา ถึงแม้เธอจะสงสัยมาตลอดว่าคริสทัลแก้วสีขาวใสนี้คืออะไรแต่เธอได้ทำตามที่หนุ่มคนนั้นได้บอกเธอไว้ก่อนหายตัว เธอยังคงก้มมองพลิกดูจี้คริสทัลในความมืดไปมา
โดยที่เธอไม่ทันได้สังเกตว่ากุ๊งกิ๊งที่เมื่อครู่เลียแก้มเธอเพื่อปลุกเธอให้ตื่นนั้น ไม่ได้ส่งเสียงเห่าใดเลยแต่กลับนั่งนิ่ง เงียบอยู่ทางด้านซ้ายของตัวเธอ
แล้วเื่ประหลาดไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น...
ดวงตาของกุ๊งกิ๊งค่อยๆเปลี่ยนเป็สีฟ้า เปล่งแสงสีฟ้าขึ้นเรื่อยๆ แล้วทันใดนั้นลำแสงสีฟ้าสว่างที่พุ่งด้วยความเร็วสูง จากดวงตาของหมาน้อยได้พุ่งตรงมายังคริสทัลของรุ้ง ทำให้คริสทัลที่รุ้งกำลังจับอยู่ได้ลอยขึ้นหลุดจากมือเธอ พร้อมกับสร้อยคอลอยตาม แล้วตัวของรุ้งเองได้ลอยยืนขึ้นลอยสูงขึ้นเหนืออากาศ กลางเตียงนอน แขนซ้ายขวาของเธอค่อยๆกางเหยียดออกด้านข้างโดยอัตโนมัติ เธอบังคับหรือขยับตัวเองไม่ได้แล้วจี้คริสทัลบนสร้อยคอของเธอเกิดแสงสว่างสีม่วงใสขึ้น เจิดจ้าขึ้น เรืองรองขึ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เธอนึกได้ทันที นี่คือแสงสีม่วงใสที่เธอเคยเห็นและตามหาเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนี้แสงสว่างสีม่วงใสนี้ได้กำลังแผ่ขยายรัศมีความสว่างเจิดจ้า จนห่อหุ้มล้อมรอบร่างกายของเธอ ความรู้สึกใเหมือนเมื่อ2 ปีก่อนได้กลับมาอีกครั้งเธอหวาดกลัวอย่างที่สุด แต่ทำอะไรไม่ได้ ขยับตัวไม่ได้ แม้จะขยับปากพูดก็ไม่ได้
ขณะนี้ดวงตากลมแป๋วของกุ๊งกิ๊งได้หยุดปล่อยลำแสงสีฟ้า กลับคืนเป็ดวงตาปกติแล้วแต่ตอนนี้แสงสีม่วงใสที่เกิดจากคริสทัลของเธอเอง ยังคงห่อหุ้มร่างกายของเธอแสงสีม่วงนั้นยังคงแผ่ขยายแสงรัศมีกว้างออกไปเรื่อยๆ จนกลายเป็วงกลมสีม่วงใสสว่าง ขนาดใหญ่ โดยมีรุ้งยืนกางแขนอยู่ภายใน ณ จุดศูนย์กลางของวงกลม ทันใดนั้นเธอรู้สึกถึงพลังบางอย่างได้ค่อยๆ แทรกซึม ค่อยๆ แทรกซึม เข้าไปในผิวกายของเธอ
'หอม... กลิ่นหอมอ่อนๆ...คล้ายกับอะไรนะ... หรือกลิ่นดอกไม้? ดอกอะไร? ทำไมได้กลิ่นแล้ว...รู้สึกสดชื่นจัง!สูดหายใจเข้าไปแล้ว...เหมือนอิ่มไปถึงปอดเลย ไม่ใช่กลิ่นดอกไม้มั้ง กลิ่นแบบเย็นๆขนาดอากาศที่หายใจเข้าไป...ยังรู้สึกถึงความเย็นได้เลย...'
แสงสีม่วงจากพลังผลึกคริสทัลเพอร์เพิลควบคุมร่างกายของรุ้งเธอจึงไม่สามารถขยับตัวได้ แต่ประสาทััต่างๆรวมทั้งความรู้สึกนึกคิดของเธอยังทำงานได้อยู่เธอจึงได้แต่มองดูและสังเกตสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเธอภายในใจ
'อ๊ะ! ใช่แล้ว! นึกออกแล้ว!กลิ่นอากาศแบบนี้เหมือนกับวันนั้น! วันที่เราพบกับพี่ชายคนนั้น!'
รุ้งนึกขึ้นได้ถึงเหตุการณ์ในวันนั้นเมื่อสองปีก่อน ก่อนถึงวันเกิดปีนั้นของเธอวันที่เธอตามหาต้นกำเนิดของแสงที่เธอไม่เคยพบเห็นมาก่อน จนเธอได้พบกับชายคนหนึ่ง แล้วเขาได้มอบวัตถุที่เป็ต้นกำเนิดของแสงมหัศจรรย์นี้ให้กับเธอ
...
ใช้เวลาชั่วครู่กว่าลำแสงสีม่วงนี้จะค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในกายเธอจนหมดแล้วตัวเธอจึงค่อยๆ เลื่อนลดต่ำลง ลดต่ำลงช้าๆ จนเท้าสามารถแตะถึงฟูกที่นอนได้เธอยืนนิ่ง จังงัง ด้วยความใ งงงวย มึนงง และแน่นอน พูดอะไรไม่ออกบอกอะไรไม่ถูก เพราะความรู้สึกหลากหลายระดมเข้ามาในเวลาเดียวกัน
"ตอนนี้ท่านรู้สึกเป็อย่างไรบ้างมีตรงไหนรู้สึกไม่สบายหรือไม่?"
เสียงชายหนุ่มอายุยี่สิบปีนิดๆดังขึ้นในความมืด ภายในห้องนอนของเธอ
"นั่นใครพูด!? ใครพูด!?"
รุ้งยิ่งใเพิ่มขึ้นอีกในความมืดที่มองไม่เห็นอะไร ห้องนอนในความมืด เธอยังไม่ทันได้เดินไปเปิดไฟห้องนอนอยู่ๆ มีเสียงคนพูดดังขึ้นมา
"ข้าเอง!"
เสียงชายหนุ่มคนนั้นดังขึ้นอีกครั้ง
"ข้าไหน? ใคร? อยู่ที่ไหน? ไม่เห็นมีใครเลย!"
รุ้งใกลัวสุดๆเหงื่อเริ่มออกตามตัว มือเท้าเย็นซีด พยายามกวาดสายตาชำเลืองมองซ้ายทีขวาทีเอียงคอหันมองรอบห้อง แต่ยังคงไม่พบเห็นผู้ใด
"ข้าเอง! กุ๊งกิ๊ง!"
หมาน้อยกุ๊งกิ๊งส่งเสียงตอบกลับพร้อมเดินเข้ามาหารุ้งที่กำลังยืนตะลึงอยู่บนเตียง กุ๊งกิ๊งยืนขึ้นสองขาทำท่ามือกอดอก เงยหน้ามองรุ้ง
"อะไรนะ!?"
รุ้งก้มหน้าลงตาเพ่งมองกุ๊งกิ๊งที่เดินเข้ามาหาเธอ แถมยังยืนขึ้นสองขาและทำท่ามือกอดอกได้อีกด้วย ทำให้ความรู้สึกใและความหวาดกลัวยิ่งเพิ่มทวีคูณขาของเธออ่อนแรงในทันที ทรุดตัวลงนั่งบนที่นอน หัวใจเต้นแรงมากขึ้น
"เมื่อกี้คือเสียงกุ๊งกิ๊งพูดหรือ? พูดภาษาคนได้ยังไง!"
เธอรู้สึกทั้งหวาดกลัวใ และสับสน รีบถอยหลังจนชิดขอบหัวเตียง ในโลกนี้จะมีสัตว์ที่ไหนพูดภาษาคนได้เป็ไปไม่ได้สักนิด อาจจะเป็ไปได้บ้างก็พวกนกแก้วนกขุนทองที่เคยเห็นฝึกแสดงโชว์ในสวนสัตว์เท่านั้น
"ใช่แล้ว! ข้าพูดเอง!"
กุ๊งกิ๊งยังคงยืนสองขาเชิดหน้า และทำท่ามือกอดอก ขยับปากพูดภาษาไทยอย่างภูมิใจ
"ห๊า!กุ๊งกิ๊งพูดเสียงคนได้จริงด้วย! อ๊า!... อย่าเข้ามานะ!"
เสียงอุทานยาวดังขึ้น
เวลานี้เธอใกลัวอย่างมากสุดขีดจนถึงระดับสูงสุดแล้ว พยายามจะถอยหลังอีก แต่ถอยไม่ได้เพราะชิดสุดหัวเตียงแล้ว อยากจะก้าวเท้าหนีออกจากห้อง แต่เท้าไม่ยอมทำตามเธอทำได้เพียงแค่ขดตัว งอเข่าเข้าชิดอกแขนทั้งสองกอดเข่าไว้แน่น หลังพิงชิดขอบหัวเตียง
"ท่านอย่าใไปเลยท่านตอบข้ามาก่อน ว่าตอนนี้ท่านรู้สึกว่าร่างกายของท่านเป็อย่างไรบ้าง!?"
กุ๊งกิ๊งหมาน้อยพยายามเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเพื่อไม่ให้รุ้งต้องรู้สึกใกลัวไปมากกว่านี้ และเขา้าทราบจริงๆ ว่าตอนนี้ลำแสงสีม่วงที่เข้าไปในร่างกายของเธอได้ทำปฏิกิริยาอะไรหรือมีผลข้างเคียงอะไรต่อเธอบ้างหรือไม่
"ก็...ไม่เห็นมีอะไรเลย ปกติดีนะแต่เมื่อกี้นี้อะไรหรือ น่ากลัวมากเลย ทำไมรุ้งลอยได้?"
เหมือนคำถามนี้จะได้ผล รุ้งก้มหน้า หันซ้ายหันขวาก้มดูแขนขาร่างกายตนเองรุ้งหยุดสนใจและหยุดใกลัวเื่ที่กุ๊งกิ๊งหมาน้อยพูดได้แต่เธอหันมาสนใจเื่ลำแสงสีม่วงที่ซึมเข้าภายในร่างกายของเธอแทนรวมทั้งเื่ที่เมื่อครู่ ตัวเธอลอยขึ้นเหนืออากาศได้
"แสงสีม่วงที่ห่อหุ้มกายท่านและแทรกซึมเข้ากายท่านเมื่อครู่นี้คือพลังจากผลึกคริสทัลเพอร์เพิล หรือก็คือคริสทัลที่อยู่บนสร้อยคอของท่านที่ท่านได้รับมาเมื่อสองปีก่อน"
กุ๊งกิ๊งยังคงยืนสองขาทำท่ามือกอดอก ขณะพูดภาษาไทยเพื่ออธิบายความเป็มาให้รุ้งฟัง
"ในวันที่ท่านอายุครบสิบสองขวบท่านจึงจะได้รับอนุญาตให้เปิดพลังจากผลึกคริสทัลเพอร์เพิล ซึ่งก็คือ่เวลาตีสี่ของวันนี้หรือก็คือ่เวลาที่ท่านถือกำเนิดขึ้น"
กุ๊งกิ๊งยังคงยืนสองขาพูดอธิบายต่อไป
"เดี๋ยวก่อนนะ! นี่คือผลึกอะไรนะ? แล้วทำไมต้องมอบผลึกนี้ให้รุ้งด้วยแล้วทำไมต้องรอให้อายุครบสิบสองด้วย ทำไมไม่เปิดพลังอะไรนี่ ั้แ่เช้าวันนั้นวันแรกที่ได้รับ!"
รุ้งปล่อยคำถามออกมามากมายรวมทั้งความรู้สึกที่เก็บอัดอั้นตันใจมาเป็เวลาสองปี โดยที่ไม่ได้รู้อะไรเลย
"่เวลานั้นท่านเพิ่งจะอายุย่างเข้าสิบขวบ หากเปิดพลังผลึกในเวลานั้นจะเป็อันตรายต่อตัวท่านได้ เพราะวัยที่น้อยนัก ยังไม่สามารถควบคุมและฝึกพลังได้อีกทั้งหากเปิดพลังแล้ว ศัตรูของท่านจะสามารถจับคลื่นพลังของท่านได้ง่ายขึ้นและจะเป็อันตรายต่อท่านมากขึ้น!"
กุ๊งกิ๊งตั้งใจพูดตอบคำถามเธออย่างเป็หลักการ
"พลังอะไร? แล้วศัตรูที่ไหนกัน? กุ๊งกิ๊งอย่าพูดเป็เหมือนเื่การ์ตูนไปหน่อยเลย!"
แต่ดูเหมือนข้อมูลที่กุ๊งกิ๊งพยายามพูดอธิบายออกมานั้นจะไม่สามารถทำให้รุ้งเกิดความเข้าใจได้ แถมยังพูดเื่ศัตรูอะไรยิ่งทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัว
"ท่านได้สังเกตหรือไม่ว่าใน่สองปีมานี้ นับั้แ่ที่ท่านได้รับคริสทัลแล้ว ผิวกายของท่านได้ค่อยๆเปลี่ยนเป็ผิวขาวใสขึ้น ไม่คล้ำเข้มเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว!"
เมื่อสังเกตเห็นว่ารุ้งน่าจะไม่เชื่อที่เขาพูดกุ๊งกิ๊งจึงเปลี่ยนเป็การพูดเพื่อหาหลักฐานยืนยันให้เธอเชื่อแทน
"รุ้งขอไปเปิดไฟหน่อยได้ไหม?"
ถึงแม้เื่ที่กุ๊งกิ๊งพูดมาอาจยังไม่สามารถทำให้รุ้งเชื่อถือได้ แต่รุ้งเชื่อในตัวกุ๊งกิ๊งเสมอเพราะเขาคือเพื่อนสนิทที่สุดของเธอคนเดียว ถึงแม้เดิมทีเธอจะรู้จักเขาในนามของหมาน้อยกุ๊งกิ๊งเท่านั้น เมื่อกุ๊งกิ๊งถามเื่สีผิวเธอจึงอยากเดินไปเปิดไฟ เพื่อจะได้สังเกตสีผิวของตนเองได้อย่างชัดเจน
"เดี๋ยวข้าเปิดให้เอง!"
กุ๊งกิ๊งเพียงแค่กะพริบตาหนึ่งครั้งโดยที่ไม่ได้ก้าวเท้าเดินแต่อย่างใด ไฟในห้องนอนได้สว่างขึ้นทันทีกุ๊งกิ๊งเดินสองขาเข้ามานั่งใกล้รุ้งมากขึ้นอีกแถมยังส่งรอยยิ้มที่แสดงถึงความภูมิใจให้กับเธออีกด้วย
ตอนนี้รุ้งสามารถเห็นกุ๊งกิ๊งเดินสองขาและนั่งลงข้างเธอได้อย่างชัดเจนแล้ว ความรู้สึกใกลัวเมื่อครู่ ค่อยๆเปลี่ยนเป็ตื่นเต้นที่ได้เพื่อนเป็หมาน้อยพูดภาษาคนได้
"กุ๊งกิ๊งเดินสองขาได้ด้วยพูดภาษาคนได้ด้วย เท่มากเลย...!"
รุ้งจับมือของกุ๊งกิ๊งทั้งสองข้างแกว่งไปแกว่งมา ทำเหมือนเขาเป็ตุ๊กตาขนยาวขาวปุยตัวหนึ่ง จริงๆ แล้วเหมือนทุกครั้ง เวลาที่เธอชอบหยอกเล่นกับกุ๊งกิ๊ง
"โอย...อย่าเขย่า ข้าเวียนหัวไปหมดแล้ว!"
กุ๊งกิ๊งหมาน้อยนั่งตัวโอนเอนไปมาเพราะถูกรุ้งจับมือสองข้างแกว่งแล้วแกว่งอีก เริ่มเวียนหัว แต่เขานึกดีใจ ในที่สุดเขาสามารถพูดภาษาคนบอกให้รุ้งฟังเข้าใจได้ ว่า...เวียนหัวนะแต่เขาชอบเวลาที่โดนรุ้งจับตัวเขาเขย่าหรือแกว่งไปมาเสมอ เพราะรุ้งคือคนที่เขาสนิทมากที่สุดเช่นกัน
"ก็ได้ ก็ได้ แต่ว่านะ...ทำไมต้องเรียกแทนตัวเองว่า 'ข้า' ด้วยล่ะ เรียกแทนตัวเองว่า 'กุ๊งกิ๊ง' ไม่ได้หรือ แล้วทำไมต้องเรียกรุ้งว่า 'ท่าน' ด้วย?"
รุ้งหยุดแกว่งกุ๊งกิ๊งแล้วเริ่มสงสัย คำว่า 'ข้า' กับ คำว่า 'ท่าน' ที่กุ๊งกิ๊งใช้พูดตลอด
"งั้นข้าเรียกแทนตัวเองว่า 'กุ๊งกิ๊ง' ก็ได้..."
กุ๊งกิ๊งเปลี่ยนคำเรียกตนเองให้ตามที่รุ้ง้าแม้เขาจะไม่ชินก็ตาม เพราะจากสถานที่ที่เขามานั้น ล้วนใช้คำสรรพนามเหล่านี้
"ที่ข้าเรียก 'ท่าน' ว่า 'ท่าน' เพราะว่า 'ท่าน' มีศักดิ์สูงกว่าข้า เอ๊ย...สูงกว่ากุ๊งกิ๊งจึงต้องเรียกว่า 'ท่าน' งั้นกุ๊งกิ๊งควรเรียกท่านอย่างไรดี?"
กุ๊งกิ๊งมีท่าทางเขินหน่อยๆที่เรียกชื่อตัวเองแบบนี้ แล้วพูดต่อไป
"เรียกว่า 'พี่รุ้ง' ก็โอเคแล้วจ้ะ! หรือจะเรียกว่า 'รุ้ง' ก็ได้!"
รุ้งเอียงคอพูดส่งยิ้มให้กุ๊งกิ๊งอย่างอบอุ่น เพราะเขาเปรียบเสมือนทั้งเพื่อนและน้องชายของเธอ
"งั้น... กุ๊งกิ๊งขอเรียกท่านว่า 'รุ้ง' นะ! เพราะจริงๆแล้วกุ๊งกิ๊งอายุมากกว่ารุ้งตั้งเยอะ!"
กุ๊งกิ๊งทำท่ามือกอดอกเม้มปาก ตามองเพดาน ครุ่นคิดชั่วครู่ แต่สุดท้ายคือเขาขอเปลี่ยนเป็เรียกชื่อของเธอแทน ตามที่เขาพูดมานั้นถูกต้อง หากนับตามถิ่นกำเนิดของเขาแล้วเขามีอายุมากกว่าเธอหลายร้อยปี
"จริงหรือ!? งั้น...คงต้องเรียกว่า 'ปู่กุ๊งกิ๊ง' แล้วมั้ง ว่าแต่ว่า...ที่ว่าอายุเยอะน่ะอายุเท่าไรหรือ?"
รุ้งยื่นนิ้วชี้มือขวาของเธอถูๆ ดั้งจมูกกลมๆ สั้นๆ ของกุ๊งกิ๊งพลางทำหน้าตาทะเล้น เธอเริ่มถามกวนๆ ใส่หมาน้อย เมื่อหมาน้อยเห็นท่าทางกวนๆของรุ้งแล้ว จึงอดไม่ได้ะโวิ่งไล่รุ้งบนที่นอน รุ้งคลานหนีแกล้งหยอกล้อกันไปมาบนเตียงนอนอยู่ชั่วครู่ เหมือนที่พวกเขาเคยเล่นกันประจำแล้วกุ๊งกิ๊งนึกขึ้นได้ว่า
"ตอนนี้ท่านอย่าเพิ่งรู้เลยอีกหน่อยกุ๊งกิ๊งจะอธิบายให้ท่านเข้าใจเอง!"
หมาน้อยรู้สึกว่าเื่หลักที่จำเป็ต้องคุยกันเริ่มถูกเบี่ยงเบนไปเป็คุยเื่อื่นแล้ว จึงรีบตัดบท เพื่อนำเข้าสู่เื่สำคัญซึ่งสำคัญมากต่อชีวิตของรุ้ง และต่ออนาคตของถิ่นกำเนิดของพวกเขาด้วยเขาจะต้องเร่งอธิบายข้อมูลจำเป็ทั้งหมดให้เธอทราบ ภายใน่เวลาที่จำกัด คือก่อนถึงเจ็ดโมงเช้าของวันนี้ หมายความว่า ตอนนี้มีเวลาเหลือเพียงแค่สองชั่วโมงนิดๆแล้วเท่านั้น
"ก็ได้ ก็ได้"
รุ้งเห็นท่าทางนั่งลงและทำมือกอดอกจริงจังของกุ๊งกิ๊งจึงพูดตกลงตามที่กุ๊งกิ๊งขอ และเธอเอง้ารู้ว่ากุ๊งกิ๊งจะพูดอะไรต่อไป
"แล้วนี่ลืมเลย...เมื่อกี้ถามอะไรค้างไว้ ท่านได้สังเกตหรือไม่ ว่าสองปีมานี้ผิวกายของท่านขาวขึ้นเรื่อยๆ?"
หมาน้อยกุ๊งกิ๊งพูดย้อนกลับไปที่คำถามเดิมที่ถามรุ้งค้างไว้
"อืม... ก็ใช่นะเพื่อนที่โรงเรียนไม่มีใครเรียกว่า 'รุ้งดำ' หยอกล้อเหมือนสมัยก่อนแล้วมีบางคนยังทักรุ้งว่า ผิวขาวขึ้นเร็วจัง ไปทำอะไรมาด้วย รุ้งก็แปลกใจอยู่นะแต่คิดว่าคงเพราะเข้าไปตากแอร์ที่ห้องสมุดโรงเรียนทุกวัน เลยผิวขาวขึ้นเองกุ๊งกิ๊งถามทำไมหรือ มีอะไรหรือ!?"
รุ้งนั่งลงบนที่นอนก้มหน้ามองดูผิวกายตนเอง และนึกถึงการถูกกลั่นแกล้ง หยอกล้อพูดแซวเธอแบบเสียหายเกี่ยวกับผิวคล้ำเข้มของเธอจากเพื่อนๆ ที่โรงเรียนเมื่อปีก่อนๆจนเมื่อเทอมที่ผ่านมา ตอนเข้าเรียนมัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง เทอมหนึ่ง เธอเริ่มสังเกตได้ว่าสีผิว่ตอนต้นเทอมกับปลายเทอมต่างกัน
"ที่ผิวของรุ้งขาวขึ้นเร็วมากไม่ใช่เพราะตากแอร์ห้องสมุดหรอก แต่เป็เพราะพลังของ 'เปลือก'ผลึกคริสทัลเพอร์เพิลบนสร้อยคอของท่าน!"
กุ๊งกิ๊งพยักหน้าอมยิ้มดีใจ ที่รุ้งสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสีผิวของเธอนับว่าเธอยังมีความฉลาดอยู่บ้าง
"เพราะอะไรนะ!? 'เปลือก' ผลึกคริสทัลนี้หรือ!?"
เธอเริ่มออกอาการงงอีกครั้งเปลือกอะไร คริสทัลมีเปลือกด้วยหรือ เธอสงสัยจนคิ้วบนหน้าขมวดเข้าหากัน