เพียงชายารักพึงใจล้วนดีงาม(อ่านฟรี)

    บทที่ แปดสิบ มาเยี่ยมทุกวัน

     

    บทที่ แปดสิบ

     

    วันนี้เป็นวันที่ครบสัปดาห์หลังจากอาการบาดเจ็บของนางเริ่มทุเลานางลุกจากที่นอนได้แล้วแต่ยังไม่เต็มที่ แม้จะสามารถเดินเหินไปมาได้บ้าง ทว่ายังมีร่องรอยช้ำบางบริเวณที่แสดงถึงความอาการบาดเจ็บยามนี้นางพิงเบาๆ กับพนักเตียงชั้นใน สวมอาภรณ์ไหมเนื้อนิ่มสีไข่ไก่ โดยบ่าวในตำหนักเกรงจะทำให้ผู้เป็นนายรำคาญใจรบกวนการพักผ่อนนางกำนัลทั้งหลายต่างพูดกันเบาๆ ริมประตู มิกล้าส่งเสียงดัง

    อิงหลานเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าเรียบสงบนางค้อมกายเล็กน้อยก่อนกล่าวเสียงแผ่วเกรงจะทำพระสนมตกใจ “หลี่ผิน ถึงเวลาทานยาแล้วเจ้าค่ะ”

    หลิวชิงเซียงลืมตาขึ้นแล้วรับถ้วยยามาถือไว้ในมือแต่อีกมือยังคงลูบผ่านลายของผ้าห่มไหมที่ปักลายกระเรียนคู่กลางผืนนิ้วเรียวเกลี่ยเบาๆ อย่างเหม่อลอย ยกถ้วยขึ้นแตะริมฝีปากดื่มรวดเดียวจนหมดก่อนจะวางลงบนถาดเช่นเดิม

    “เมื่อครู่พวกเจ้าเล่ากันเรื่องใดอยู่หรือ?” นางเอ่ยขึ้นเสียงเรียบดวงตาเรียวหรี่ลงจับสังเกตท่าทีของนางกำนัล

    ฟ่านหรูกับอิงหลานสบตากันเล็กน้อยก่อนที่ฟ่านหรูจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน“เรียนหลี่ผิน..หม่อมฉันกับอิงหลานคุยถึงข่าวที่เพิ่งได้ยินจากพวกนางในตำหนักอื่นมาเพคะว่าอีกสองวันข้างหน้าจะมีพิธีจัดขบวนเดินทางกลับวัดซานป๋อของฮองไทเฮาเจ้าค่ะ”

    “อีกสองวัน?” หลิวชิงเซียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแววตาเผยความแปลกใจออกมา “เร็วเช่นนี้หรือเหตุใดจึงเร่งนัก?”

    “หม่อมฉันเองก็ตกใจเจ้าค่ะ” อิงหลานว่าพลางค้อมตัวลงวางถาดยาบนโต๊ะข้างเตียง“ได้ยินว่าพระนางโปรดการจำศีลวัดซานป๋อมากแต่การรีบร้อยเช่นนี้ก็นับว่าแปลกในที แต่ไม่มีคนทราบสาเหตุเลยเพคะ”

    “อือ..วัดซานป๋อ” หลิวชิงเซียงทวนคำดวงตาทอดผ่านแสงแดดที่แตะกระเบื้องมุมห้องก่อนเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว “ฮองไทเฮาเดิมมาจากสกุลใด?”

    นางกำนัลทั้งสองต่างชะงักไปเพียงครู่ก่อนจะสบตากันฟ่านหรูเป็นฝ่ายตอบเสียงเบา “สกุลว่านเจ้าค่ะ”

    หลิวชิงเซียงพยักหน้ารับช้าๆดวงหน้ามิได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ทว่าภายในกลับเริ่มต่อเส้นโยงความคิดทีละส่วน

    อิงหลานเสริมต่อ“สกุลว่านนั้นเป็นตระกูลใหญ่ของแคว้นมาตั้งแต่สมัยพระองค์ก่อนเจ้าค่ะเป็นฝ่ายสนับสนุนฮ่องเต้กวงเหิงจนขึ้นครองราชย์ จนมาถึงปัจจุบันก็ให้การสนับสนุน แม้ว่าเทียนหลงฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์จะเติบโตมากับฮองเฮาที่วัดซานป๋อไม่เหมือนองค์ชายอื่นๆแล้วก็เป็นฮองไทเฮานี่แหละเจ้าค่ะที่ส่งพระองค์กลับเข้าเมืองหลวงหลังพระบิดากวงเหิงฮ่องเต้สิ้นพระชนม์ถึงได้ขึ้นครองราชย์ราบรื่น”

    ฟ่านหรูพยักหน้ารับ“ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสกุลว่านก็กลายเป็นผู้สนับสนุนสำคัญของเทียนหลงฮ่องเต้เจ้าค่ะ”

    หลิวชิงเซียงเงียบไปครู่หนึ่งสายตามองผ่านยอดไม้ไผ่ที่ทอดเงาสลัวอยู่หน้าบานหน้าต่าง ชวนให้นิ่งคิดมังกรไม่มีหางจะหาญบินขึ้นฟ้าไม่ได้สกุลว่านเป็นหนึ่งในเบื้องหลังของเทียนหลงฮ่องเต้

    “แล้วเรื่องการไต่สวนคราวนี้ล่ะ..ที่เกี่ยวพันมีสกุลว่านหรือไม่?” นางเอ่ยถามต่อด้วยการรอคอยและคาดหวัง

    ฟ่านหรูกับอิงหลานต่างมีสีหน้าผิดแปลกอิงหลานยื่นหน้าเข้ามาเล็กน้อยกระซิบตอบเสียงต่ำ “มีเจ้าค่ะ ได้ยินมาว่า..หนึ่งในผู้ต้องสงสัยถูกควบคุมตัวอยู่ในศาลกลางเป็นนายท่านสามแห่งสกุลว่านเจ้าค่ะ เป็นบุตรสายรอง..ของพี่ชายในสายเลือดเดียวกับฮองไทเฮาเพคะ”

    “ผู้เดียวหรือ?” หลิวชิงเซียงกดเสียงต่ำลง

    “ใช่เจ้าค่ะ มีเพียงเขาผู้เดียวได้ยินว่าตอนนี้ถูกขังเพื่อรอไต่สวนเพิ่ม ยังไม่มีประกาศโทษใดๆและทางสกุลว่านเองก็ยังไม่ได้ออกมาปกป้องเต็มที่ แต่คนว่าคงเป็นความเข้าใจผิดอีกไม่นานน่าจะปล่อยตัว”

    หลิวชิงเซียงยิ้มบางแต่ไม่ถึงแววตาพลันเอ่ยเสียงเย็น “ผู้คนบอกว่าสกุลว่านพักดีต่อบัลลังก์มาตลอดข้าก็เชื่อเช่นนั้น..”แต่นางสงสัยนักว่าพวกเขาพักดีต่อฮ่องเต้จริงและไม่เกี่ยวกับการวางระเบิด แต่ต่อสนมของผู้ครองบัลลังก์ล่ะ สกุลว่านคิดต่างได้หรือไม่?

    นางหลับตาลงเพียงชั่วครู่ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างครุ่นคิด ความเย็นไหลผ่านแผ่นหลังยิ่งกว่าลมในฤดูสารท

    ‘เขาทำอย่างไรกันนะ..’ หลิวชิงเซียงนั่งนิ่งมือที่กำลังวางอยู่บนตักกำแน่นโดยไม่รู้ตัวเมื่อคลายออกจึงเห็นเล็บจิกฝ่ามือจนเป็นรอย หากการหาตัวผู้ที่ประสงค์ร้ายต่อนางกระทบกับผู้มีอำนาจใหญ่จริงๆ

    ภายในตำหนักฟู่ตงในยามราตรีแสงไฟจากโคมกระจกฝังลายมุกห้อยประดับเหนือขื่อกระทบผิวไม้บนโต๊ะกลางห้องอาหารเล็กประจำตำหนักอาหารเรียบง่ายวางเรียงอย่างประณีต กลิ่นน้ำแกงปลาร้อนระอุคลุ้งขึ้นพร้อมไอจางๆจานเคียงเป็นผักผัดและไก่ตุ๋นรากบัวปรุงรสกลมกล่อม ไม่มากเกินเหตุ แต่เน้นคุณค่าที่จะดูแลร่างกายผู้บาดเจ็บให้ฟื้นตัวเร็ววัน

    หลิวชิงเซียงนั่งพิงกับพนักเก้าอี้เงาในดวงตายังคล้ายอ่อนล้า แต่ใบหน้าผ่องใสดีขึ้นกว่าเมื่อหลายวันก่อนข้างกายคือตำแหน่งของบุรุษผู้สูงศักดิ์ ผู้ซึ่งในยามนี้ถอดอาภรณ์ลายมังกรทองออกสวมชุดในผ้าไหมสีมรกตลวดลายแบบเรียบง่าย นั่งด้วยท่วงท่าผ่อนคลายแต่ยังทรงอำนาจ

    โม่เหวินหานมิได้เอ่ยสิ่งใดมากนักเพียงคอยเอื้อมเติมน้ำแกงหรือวางถ้วยให้อีกฝ่ายเป็นครั้งคราวหลังอาหารมื้อนั้นผ่านไปโดยสงบ เขาจึงหันไปเอ่ยกับนางกำนัลเบื้องหลัง “พาหลี่ผินไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมพักผ่อนเถิด”

    เสียงรับคำของฟ่านหรูกับอิงหลานดังขึ้นเบาๆก่อนทั้งสองจะตรงเข้าประคองผู้เป็นนายอย่างระมัดระวังร่างหลิวชิงเซียงที่บาดเจ็บทั้งหัวไหล่และต้นขาไม่อาจเคลื่อนไหวได้ตามปกติมือเรียวข้างหนึ่งของอิงหลานสอดประคองหลัง ส่วนอีกคนก้าวนำหน้าไปยังห้องอาบน้ำส่วนตัวที่อยู่ถัดไปจากห้องนอนเพียงคืบ

    ห้องอาบน้ำยามนี้มีกลิ่นหอมของน้ำสมุนไพรลอยคลุ้งควันไอร้อนระเหยบางๆ อยู่เหนืออ่างไม้หอมฟ่านหรูกำลังลูบผ้าเช็ดตัวชุบน้ำอุ่นบิดหมาด เตรียมเช็ดต้นแขนที่มีแผลอย่างเบามือส่วนอิงหลานคลี่ชุดนอนเตรียมเปลี่ยน

    “พวกเจ้า..” หลิวชิงเซียงเอ่ยเรียกสีหน้าคล้ายลังเลแต่ดวงตาเต็มไปด้วยแววใคร่รู้ “คิดว่า..ฝ่าบาทจะประทับที่ตำหนักคืนนี้หรือไม่?”

    อิงหลานชะงักมือที่กำลังหยิบเสื้อในถาดขึ้นมาเล็กน้อยก่อนตอบด้วยน้ำเสียงนุ่ม“น่าจะเพคะ ปกติฝ่าบาทก็มาเยี่ยมตลอดอยู่แล้ววันนี้เห็นหลี่ผินอาการดีขึ้นมาก จึงคงวางพระทัยได้ว่าจะประทับด้วยได้เจ้าค่ะ”

    “เขามาตลอด?” หลิวชิงเซียงทวนคำอย่างไม่แน่ใจเสียงของนางแฝงความฉงน “หมายความว่าอย่างไร..วันนี้ก็เพียงแวะมาครั้งที่สามไม่ใช่หรือจะเรียกว่ามาตลอดได้อย่างไร?”

    ฟ่านหรูกับอิงหลานต่างเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะรีบหันมามองหน้ากัน สองดวงหน้าเผยสีหน้าตกใจพร้อมกันก่อนฟ่านหรูจะเอ่ยอย่างลังเล “หลี่ผิน..มิทราบหรือเพคะ? ฝ่าบาทเสด็จมาทุกวันจริงๆนับตั้งแต่วันที่ท่านถูกพากลับมา”

    อิงหลานรับบทต่อ“เจ้าค่ะ แต่ว่าหลี่ผินมักจะหลับอยู่แทบทุกครั้งเพราะฤทธิ์โอสถรักษา จะทรงไม่ทราบก็ไม่แปลก”

    “ข้า..คิดว่าเจ้าบอกหลี่ผินไปแล้วเสียอีก” ฟ่านหรูหันไปทางอิงหลานสีหน้ารู้สึกผิดอย่างชัดเจน

    “ข้าก็คิดว่าเจ้านั่นแหละบอกแล้ว..”

    หลิวชิงเซียงนิ่งงันไปชั่วครู่ดวงตาเรียวยาวจ้องมองไปยังม่านผ้าทางด้านข้างเหมือนปล่อยใจล่องลอยนิ้วมือที่เคยวางนิ่งอยู่ขยับมาจับชายเสื้อตนเองแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวหัวใจอบอุ่นขึ้นคล้ายมีแสงตะวันฉายผ่านแม้ยามราตรีน้ำเสียงของนางเอ่ยเบาเหมือนพูดกับตัวเอง “เขามาทุกวัน..”ริมฝีปากอ่อนละมุนของนางค่อยๆคลี่ยิ้มบาง

    หลังจากเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วนางกำนัลทั้งสองจึงประคองนางกลับไปยังห้องบรรทมกลิ่นหอมของธูปหอมจากดอกชิงฮวายังคลุ้งอยู่ทั่วห้องประตูไม้ถูกผลักเปิดอย่างนุ่มนวล

    บุรุษในชุดคลุมไหมสีเข้มยืนอยู่ข้างเตียงแล้วก่อนที่หลิวชิงเซียงจะทันกล่าวสิ่งใด โม่เหวินหานก็หันมาโบกมืออย่างเรียบเฉยสั่งให้เหล่านางกำนัลออกไปอิงหลานและฟ่านหรูค้อมตัวถอยไปทางประตูพลางปิดประตูไม้ลงอย่างเบามือ ทิ้งไว้เพียงสองคนภายในห้อง

    โม่เหวินหานเดินกลับมานั่งลงข้างเตียงมือประคองเบาะเล็กมาหนุนหลังให้นางอย่างคล่องแคล่ว ดวงตาคมลึกของเขาจับจ้องใบหน้าของสตรีตรงหน้าที่เวลานี้มีสีเลือดฝาดบนแก้มแดงเรื่อ

    หลิวชิงเซียงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถามอย่างตรงไปตรงมา“มีเรื่องคืบหน้าหรือเพคะ?” นางคิดว่าชายตรงหน้าคงมิได้มาที่นี่เพียงเพื่อดูแลยามราตรีหากแต่ย่อมมีเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับการไต่สวน

    โม่เหวินหานพยักหน้าเงียบๆก่อนจะยื่นมือไปแตะที่มือของนางที่วางอยู่บนผ้าห่มดวงตาเรียบนิ่งแต่ซ่อนความเหนื่อยล้าอยู่ลึกๆและในชั่ววินาทีนั้นหลิวชิงเซียงพลันเข้าใจขึ้นมาว่าเขาเองก็แบกรับสิ่งใดไว้มากเพียงไร

    โคมทรงกลมแขวนอยู่เหนือศีรษะเปลวไฟภายในล้อแสงกับเศษแก้วสีอำพันจนทอเงาไหววูบตามฝาผนังไม้โม่เหวินหานแตะมือของหลิวชิงเซียงเบาๆ พิงแนบลงบนผ้าห่มหนาเนื้อดีเอ่ยถ้อยคำทุ้มต่ำ “เจ้าน่าจะพอรู้แล้วว่าใครเป็นผู้บงการ..ใช่หรือไม่?” เขาหยุดเว้นช่วงไปชั่วครู่ดวงตาคู่นั้นนิ่งขรึม “ให้อภัยเราที่ตัดสินเช่นนี้ด้วย”

    หลิวชิงเซียงนั่งพิงกับหมอนซ้อนสูงมือบางวางอยู่บนตัก ละอองไอน้ำอุ่นยังจับอยู่ปลายไรผมพาดลงบนหัวไหล่

    นางเงยหน้ามองชายหนุ่มข้างตัวแววตานิ่งเรียบแต่ในความคิดกลับคร่ำเคร่งวิเคราะห์ทุกคำพูด ‘เป็นอย่างที่นางคิดไว้ ฮองไทเฮาจริงๆใช่หรือนี่..’

    นางพ่นลมเบาออกพร้อมลมหายใจยาวๆ“เพคะ” หากแต่น้ำเสียงนั้นมั่นคงและชัดเจน “หม่อมฉันคิดไม่ออกแล้วเหตุใดต้องเลือกกลับวัดซานป๋อในช่วงที่ราชสำนักกำลังระส่ำเช่นนี้” นางก้มหน้าลงสี่หน้าแน่นิ่งแต่คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยพลางคิด‘นอกจากมีคนบีบบังคับนางกลับ..แล้วคนที่บังคับได้นอกจากฝ่าบาทจะมีผู้ใดอีก’

    โม่เหวินหานสบตากับหญิงตรงหน้าคล้ายรับคำไปในที“แต่เราสัญญาจะไม่ให้เจ้าต้องขาดทุนแน่นอน”

    หลิวชิงเซียงนิ่งแต่ดวงตาคู่นั้นกะพริบช้าๆก่อนที่สายตาจะอ่อนลง คนผู้นี้ถึงขั้นนี้แล้ว ยังนึกถึงสิ่งที่นาง ‘ต้องจ่าย’ ในการถูกกลั่นแกล้งอย่างไม่เป็นธรรมนางมิได้ขอให้เขาทำอะไรเพื่อตนขนาดนี้แต่ว่าเขากลับทำไปไกลเกินกว่าที่นางเคยคาดคิดไม่รู้ว่า ‘ไม่ขาดทุน’คำนี้จะได้อะไรกลับมา

    โม่เหวินหานหรี่ตาเล็กน้อยในใจกลับหวนคิดไปถึงถ้อยคำที่สั่งลงไปเพียงไม่กี่วันก่อนตอนมีบัญชาส่งฮองไทเฮากลับวัดซานป๋อเป็นบัญชาที่รัดกุมดั่งเชือกห่วงคล้องไว้รอบขอบผา ‘เมื่อส่งนางกลับแล้วหากไม่มีคำอนุญาตจากเราโดยตรงห้ามมิให้ออกพ้นกำแพงวัดแม้เพียงก้าวเดียวและข้ารับใช้ติดตามเปลี่ยนเป็นคนใหม่ทั้งหมด ห้ามนางติดต่อใดๆ กับภายนอก’ เขากล่าวถ้อยคำนี้อย่างแน่วแน่ต่อหน้าราชเลขาแห่งวังหลัง

    พร้อมคำสั่งประกาศกำกับให้จำกัดจำนวนผู้ติดตามรวมถึงห้ามผู้ใดเข้าเยี่ยมโดยมิได้รับอนุญาตเพื่อป้องกันมิให้มีการวางแผนหรือเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะสร้างความปั่นป่วนอีกไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม

    “ส่วนว่านหรุ่ยจ้าว..” ดวงหน้าคมคายของโม่เหวินหานคล้ายเย็นลง“หลังฮองไทเฮาออกเดินทางไปแล้วเราสั่งให้เนรเทศเดินเท้าไปยังอาณาเขตพานชิงพันแปดร้อยลี้ฐานะครอบครัวทั้งหมดถูกปลดลงสู่ระดับสามัญชน ลูกหลานของเขาห้ามเข้ารับราชการอีกห้าชั่วอายุคน”

    หลิวชิงเซียงฟังพลางขมวดคิ้วแน่นนางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษตรงหน้าอีกครั้ง แววตาใสสะท้อนตะเกียงเหนือเพดานคนผู้นี้ไม่เพียงออกหน้าแทนนาง รู้ดีว่าการแตะต้องสกุลเดิมของฮองไทเฮานั้นเท่ากับต้องเผชิญไฟใต้พรมแต่เขากลับเดินย่ำเข้าไปเพื่อปกป้องนาง แม้อาจจะต้องถูกสกุลว่านโต้กลับในอนาคต

    แม้ความรู้สึกซาบซึ้งอาบซ่านในใจจนมิอาจกล่าวออกมาเป็นคำ นางก็ยังมีคำถามที่ไม่เคยเลือนหาย..นับแต่วันแรกที่ก้าวเข้าวังมา

    “ฝ่าบาท..” นางเรียกเขาด้วยเสียงที่แผ่วลงทั้งดวงตาเปี่ยมความสงสัย “..พระองค์มองเห็นอะไรในตัวหม่อมฉันถึงได้ทำเพื่อหม่อมฉันถึงเพียงนี้” นางอดที่จะถามไม่ได้

    โม่เหวินหานยกยิ้มช้าๆมุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อย เขาไม่ตอบแต่กลับเอื้อมมือแตะเบาๆ ที่ปลายผมนางแล้วลูบไล้เส้นไหมดำขลับที่นุ่มลื่นราวกับหิมะละลายผ่านปลายนิ้วดวงตาคมหลุบลงมองนางด้วยแววที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย

    เขาไม่พูด..เขาเพียงมอง..มองนานดั่งจะสลักใบหน้านี้ไว้ในดวงใจ

    จนในที่สุดถึงยอมเอ่ยวาจาออกมาช้าๆ“เราได้รับพรยิ่งใหญ่มา จึงรู้ว่าเจ้า..คืออดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเรา” ประโยคนั้นดุจสายสายน้ำใสไหลหลั่งสู่ใจกลางทะเลทรายยากจะลืมเลือน

    หลิวชิงเซียงเบิกตาขึ้นเล็กน้อยแม้จะฟังแล้วหวานล้ำ แต่สีหน้านางสะท้อนความฉงนที่ไม่อาจปิดบังได้ “อดีต ปัจจุบัน และอนาคต” นางทวนคำเบาๆ คิ้วเรียวขมวดขึ้นริมฝีปากขยับเล็กน้อย “ฝ่าบาทหมายถึงพลังเหนือธรรมชาติหรือ?”

    น้ำเสียงนางแม้จะไม่ถึงกับเคลือบแฝงความลบหลู่แต่ก็เต็มไปด้วยความสงสัยอย่างแท้จริง ชีวิตที่เติบโตมาท่ามกลางทรายและเหล็กกล้าไม่เคยมีที่ว่างให้ ‘สิ่งเหนือธรรมชาติ’ มาก่อน

    โม่เหวินหานหัวเราะในลำคอแผ่วๆเสียงหัวเราะที่ไม่ได้เยาะหยัน แต่เต็มไปด้วยความเอ็นดู “เราก็อยากให้เจ้าเข้าใจเช่นกัน..” เขาเอ่ย เสียงของเขาอ่อนลงอย่างไม่เคยมีมาก่อน“แต่รออีกหน่อยเถิด เจ้าจะเข้าใจ”

    หลิวชิงเซียงมองใบหน้าเขาอย่างนิ่งเงียบชั่วขณะหนึ่งนางรู้สึกว่าตนเองกำลังจมอยู่ในสายตาคู่นั้นดั่งลุ่มน้ำอันลึกที่แสนอุ่น มีเพียงเงาใจของนางสะท้อนกลับมา

     

     

    คล้ายกับเรื่องเพียงชายารักพึงใจล้วนดีงาม(อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810