ควรอยู่ให้ห่างกัน
“น้องรองพอเถอะนะ” เทียนซืออิ๋งที่ยืนนิ่งอยู่หลังเทียนหลิ่งเจียรีบเอ่ยเรียกสติน้องสาวต่างมารดาทันที
“เจ้าอย่ามายุ่ง”เทียนหลิ่งเจียหรือจะฟังพี่สาวผู้นี้ที่เป็นเพียงบุตรของฮูหยินรองที่พึ่งจะได้ออกมาข้างนอกได้ไม่นานถ้าไม่ใช่ว่าท่านพ่อนางยังเกรงใจตาของบุตรสาวคนโตอยู่บ้างหลังจากที่พวกเขาบุกมาจวนด้วยเรื่องที่ให้เทียนซืออิ๋งไปอยู่เรือนท้ายจวนอย่างลำบากและหลังจากนั้นเทียนซืออิ๋งก็ได้ย้ายกลับมาอยู่เรือนในจวนตามตำแหน่งคุณหนูปกติและยังมีคำสั่งของบิดาให้พานางออกงานด้วย ทำให้เทียนหลิ่งเจียยิ่งไม่ชอบหน้าพี่สาวเข้าไปใหญ่หลังจากที่อยู่ใครอยู่มันนางก็ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยว ทำไมจะต้องให้นางติดตามมาด้วยเช่นนี้กัน
“แต่ถ้าแม่ใหญ่รู้เข้า”เทียนซืออิ๋งได้รับหน้าที่ให้ดูแลน้องสาวถ้าน้องสาวเป็นอะไรไปคนที่เดือดร้อนต้องเป็นตัวนางอยู่แล้วแต่วาก่อนหน้านี้เทียนหลิ่งเจียนางก็เพียงทำนิสัยเอาแต่ใจเหมือนคุณหนูคนอื่นเท่านั้นไม่ค่อยจะอารมณ์ร้อนกว่าปกติขนาดนี้มาก่อน
“แล้วไงข้าไม่สนส่วนเจ้าชื่ออะไรน่ะ อ้อ ชิงเถาและพี่สาวลี่ถิงบ่าวรับใช้ของข้าหนิ ใช่ไหมข้านี่ก็ความจำดีจริง” เทียนหลิ่งเจียไม่สนใจคำเตือนเสียงเบาของพี่สาวนางจ้องสองพี่น้องอย่างไม่พอใจไม่รู้เป็นเพราะอะไรเพียงนางเห็นหน้าอีกฝ่ายก็รู้สึกไม่ชอบหน้า อยากเข้ามาพูดถากถางให้นางอายไปข้าง
“อดีตเท่านั้นหล่ะตอนนี้เราเปลี่ยนอาชีพแล้ว”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างไม่ทุกข์ร้อนที่อีกฝ่ายแกล้งทักให้อับอาย นางหรือจะอายนางหน้าหนากว่าคุณหนูพวกนี้มากอยู่นะ
“แต่อย่างไรพวกเจ้าก็มาจากชนชั้นต่ำไม่ควรที่จะมาร่วมงานของชนชั้นสูงเช่นนี้ ควรสำเหนียกตัวเองด้วยนะ”เทียนหลิ่งเจียเอ่ยออกมาเสียงดังให้ยินกันไปหลายคนยิ่งกับพวกของนางเองกลุ่มคุณหนูชนชั้นสูงที่นิยามขึ้นมาเองอย่างหยิ่งยโสพยักหน้าเห็นด้วยกับคำที่สหายพวกนางพูดอย่างนิ่ง
“มาได้ไม่ได้ควรถามเจ้าของงานนะเจ้าคะ ใช่หรือไม่คุณหนูถง” ชิงเถาไม่สนใจที่อีกฝ่ายพูดนางหันไปถามคุณหนูบุตรสาวเจ้าของจวนที่ยืนมองพวกนางอยู่ไม่ไกลคุณหนูถงนางถือว่าเป็นคุณหนูใหญ่อีกคนเพียงแต่ว่าไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกันกับเทียนหลิ่งเจยเท่านั้น
“เอ่อใช่แล้ว ท่านแม่ข้าเป็นคนเชิญฮูหยินเจี้ยนเฉิงมาเอง แล้วท่านแม่ยังบอกอีกว่าท่านเป็นคนแรกที่เชิญแล้วพวกนางยอมมาร่วมงาน”คุณหนูถงตอบออกมาตามตรง ซึ่งจริงๆเรื่องนี้ใครๆก็ต้องรู้อยู่แล้วตั้งแต่ตอนพวกชิงเถาเข้ามาร่วมงานเพียงแต่ว่ามีเพียงไม่กี่คนที่ยอมรับไม่ได้เท่านั้น
“จะอย่างไรก็เถอะอย่างไรก็ต้องรู้ตัวเองสิว่าควรจะมาไหม หรือว่าอยากทำให้ตัวเองดูสูงขึ้น”เทียนหลิ่งเจียนางยังไม่ยอม ยังคาดคั้นต่อตามอารมณ์
“พวกข้ารู้ตัวเองดีเจ้าค่ะที่มาวันนี้เพราะว่างจริงๆ แล้วอยากทำตัวให้สูงไหมข้าเป็นเด็กอย่างไรก็ต้องสูงกว่านี้อีกแน่นอน”
“นี่เจ้า”เทียนหลิ่งเจียที่ดุด่าบ่าวไพร่บ่อยยังเถียงไม่สู้อีกคนเลย
“ชิงเถาพอเถอะ”ลี่ถิงเอ่ยห้ามออกมา นางรู้สึกว่าเรื่องมันไม่เป็นเรื่องเกินไปแล้ว นางยังไม่เข้าใจเลยว่าทั้งสองจะประทะฝีปากด้วยเรื่องอะไรกันถ้าที่จับใจความได้ ถ้าเป็นเรื่องที่ฟังมามันต้องนำมาทะเลาะกันด้วยหรือ
“เอ่ยปากได้แล้วรึลี่ถิงไงไม่เจอกันนานเลยนะ” อีกคนหักเหความสนใจไปหาลี่ถิงแทนแล้ว
“เจ้าค่ะคุณหนูคงจะสบายดี” ลี่ถิงเอ่ยออกมาน้ำเสียงคงที่ไม่ได้ดูเกรงกลัวต่ออีกคนและก็ไม่ได้เดือดไปด้วยเช่นกันนางยังคงรักษากริยาได้ดีจึงได้รับคำชมจากสายตาของคุณหนูหลายคนที่นางสมกับได้รับตำแหน่งหญิงงามอันดับสองของเมืองหลวงจริงๆ
“อย่าทำมาเป็นเสแสร้งแกล้งพูดดีไปหน่อยเลย”เทียนหลิ่งเจียตวาดเสียงดังเพียงแค่ประโยคง่ายๆของอีกคน ชิงเถาที่สังเกตดูแล้วถึงแม้นางจะพูดยั่วโมโหอีกฝ่ายขนาดไหนนางก็ไม่ได้เป็นถึงขนาดนี้แต่เพียงกับลี่ถิงพี่สาวนางเพียงเอ่ยปากออกมาด้วยคำพูดทั่วไปไม่ได้ใส่อารมณ์ใดๆทั้งสิ้นแต่กลับทำให้คุณหนูผู้นี้โมโหขึ้นมาได้ นับถือจริงๆ
“ข้าไม่ได้”ลี่ถิงอยากจะปฏิเสธ
“ไม่หรอเจ้าแหละตัวดี ทำเป็นแสร้งทำตัวเรียบร้อยอ่อนหวานให้คนอื่นชื่นชมคำถามต่างๆอาจารย์ถามข้าแม้ข้าจะตอบไม่ได้เจ้าก็ไม่ได้มีหน้าที่สอดตอบคำถามทั้งสิ้น”เทียนหลิ่งเจียนางเริ่มขึ้นเสียงกับลี่ถิงถึงเรื่องเก่านางนั้นเป็นถึงคุณหนูตระกูลใหญ่ทำไมต้องมาแพ้ยัยบ่าวรับใช้ที่เพียงนั่งเฉยๆยังได้รับคำชมจากผู้เป็นอาจารย์ แล้วนางเล่าพวกอาจารย์เหล่านั้นถึงกับนำเรื่องนางไปพูดลับหลังเสียๆหายๆ
“ข้าข้าตอบแค่ที่อาจารย์ถามเท่านั้นนะเจ้าคะ” ลี่ถิงเอ่ยออกมาเสียงเบา
“ถึงอย่างนั้นก็ทำตัวโง่งมไปสิจะมาทำเป็นเก่งทำไมห่ะ” เทียนหลิ่งเจียยังไม่ยอมว่าออกมาอีกหลายความ ชิงเถาที่หยุดเงียบฟังทั้งสองสนทนากันคนที่คุณหนูเทียนหลิ่งเจียโกรธแค้นคือพี่สาวนาง ด้วยเรื่องใครเก่งกว่าเท่านั้นหรือแต่เรื่องราวกลับใหญ่โตจนพี่สาวนางถูกทำร้ายร่างกายบ่อยๆเมื่อครั้งแต่ก่อน
“นี่ท่านแค้นพี่สาวข้าด้วยเรื่องแค่นี้หรือ”ชิงเถาเมื่อตนจับใจความได้บ้างจึงถามออกมาเสียงดุดันขึ้น
“แค่นี้อะไรพี่สาวเจ้าแสร้งทำดีกับข้า ลับหลังก็คงจะหัวเราะข้าเหมือนคนอื่น ข้าถึงได้เกลียดนางยิ่งกว่าใครอย่างไรล่ะ”สำหรับเทียนหลิ่งเจียแล้วด้วยการกระทำของลี่ถิงมันยังเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับนางยิ่งอีกคนทำดีอ่อนหวานให้ตลอดนางยิ่งเกลียดเพราะเหมือนคนนั้นเสแสร้งแกล้งทำนั่นเอง
“ข้าไม่เคยหัวเราะลับหลังท่านเลยนะเจ้าคะ”ลี่ถิงรีบเอ่ยออกมาเพราะนางนั้นไม่เคยเลยที่จะพูดเรื่องของเทียนหลิ่งเจียให้ใครฟังถึงแม้เมื่อครู่พึ่งจะบอกมารดาว่าเจออริเก่าก็เถอะ
“เหอะแค่พูดใครก็พูดได้”สายตาของเทียนหลิ่งเจียที่จ้องเขม่งมายังลี่ถิงนั้นร้ายกาจใช่ย่อย
“น้องรองพอเถอะนะคนมองเยอะแล้ว” เทียนซืออิ๋งยังคงหาจังหวะเข้ามาห้ามปามน้องสาวอยู่ไม่ห่างถึงแม้ว่าตัวนางเองก็เป็นหนึ่งในคนที่เทียนหลิ่งเจียไม่ชอบหน้าก็เถอะ
“อย่ามายุ่ง”เทียนหลิ่งเจียตวาดพี่สาวเสียงดังเมื่อรู้สึกว่าอีกคนเริ่มทำให้นางรำคาญมากขึ้นกว่าเดิม
“ข้าว่าเรื่องนี้คงเกิดขึ้นเพราะความรู้สึกของเจ้าเองใช่ว่าพี่สาวข้าก็มีความผิดฐานทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ ข้าว่าอย่าให้เป็นเรื่องเลยนะนี่ก็อยู่ในจวนคนอื่นจะมาทะเลาะกันไม่จบไม่สิ้นก็ดูจะเกินไปหน่อย”ชิงเถาที่เห็นว่าเรื่องราวมันต้องยืดเยื้อแน่ด้วยปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกโดยตรงแบบนี้อย่างไรเสียก็คงจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ยาก เช่นนั้นก็ควรจะแก้ที่ปลายเหตุด้วยการอยู่ห่างๆกันเสียเพื่อที่เทียนหลิ่งเจียจะไม่ได้อารมณ์ขึ้นอีกเมื่อเห็นหน้าลี่ถิง
“ใช่แล้วนี่ก็ออกมานานแล้ว เรากลับเข้าไปหาแม่ใหญ่เถอะนะ”เทียนซืออิ๋งโน้มน้าวช่วยด้วยอีกคน ตัวนางที่อยู่อย่างสงบมาโดยตลอดนั้นรับมือยากมากนะในการจัดการเรื่องวุ่นวายแบบนี้
“ใช่แล้วพวกเราเข้าไปด้านในกันเถอะ พวกผู้ใหญ่คงหารือกันจบแล้ว”คุณหนูถงรีบเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นว่าปัญหาจะเริ่มสงบลงแล้วถ้าเกิดว่าพวกนางมีเรื่องขึ้นที่นี่มารดาจะต้องคาดโทษตัวนางอย่างแน่นอน
“ใช่ๆเข้าไปกันเถอะนะ”
“ใช่แล้วนี่คงใกล้ได้เวลากลับแล้วกระมัง”
พวกคุณหนูทั้งหลายร่วมด้วยช่วยกันชักชวนกันเข้าด้านในหาผู้ใหญ่เพราะถ้าเกิดปัญหาขึ้นมันจะต้องข้องเกี่ยวถึงตัวเองอย่างแน่นอนทุกคนจึงต้องปกป้องชื่อเสียงหน้าตาตัวเองไว้ก่อนถึงแม้ว่าไม่ใช่เรื่องของตนแต่ถ้าอยู่ในเหตุการณ์เช่นนี้ยิ่งไม่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วยก็ทำให้ตัวเองมัวหมองได้เช่นกัน
“เช่นนั้นเราก็เข้าด้านในเถอะเจ้าค่ะพี่ใหญ่พวกเจ้าก็ด้วยนะ ไปกันเถอะ” ชิงเถาชักชวนพี่สาวและสหายใหม่เข้าด้านในทันทีเพราะเรื่องราวเริ่มเย็นลงบ้างแล้วเมื่อมีเสียงคนอื่นร่วมด้วยเทียนหลิ่งเจียได้ยินเสียงผู้คนก็ทำให้ได้สติกลับมาบ้าง
“อืม”ลี่ถิงพยักหน้าเข้าใจแล้วเดินตามน้องสาวไปทันทีทิ้งไว้ให้เทียนหลิ่งเจียได้สงบจิตสงบใจตัวเองเงียบๆก่อนที่นางจะเดินเข้าไปด้วยท่าทางที่ดูสงบขึ้นอีกเล็กน้อย