เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 40 ตระกูลเซี่ยทุกข์ ตระกูลหลิวสุข

            “พี่สะใภ้?!”

            เซี่ยต้าจวินตกใจมาก เขาผิดหวังในตัวเซี่ยเสี่ยวหลานก็จริง แต่ไม่เคยต้องการให้เซี่ยเสี่ยวหลานเข้าคุกกินข้าวแดง จางชุ่ยเป็นคนน่าเชื่อถือมากที่สุดมาโดยตลอด พูดจาเช่นนี้มิใช่ต้องการให้เซี่ยเสี่ยวหลานถูกดึงเข้าไปพัวพันด้วยหรือ?

            จางชุ่ยดีใจจนลืมตัว

            เธอรู้สึกขายหน้าอยู่นิดหน่อย “ฉันเพียงร้อนรนเกินไป กลัวจางเสเพลจะพูดพล่อยๆ เสี่ยวหลานกับเจ้าคนไม่เอาไหนนั่นไม่เกี่ยวข้องกันแม้แต่เงินครึ่งเหมา”

            คนจากหมู่บ้านสือพัวจื่อกลับไม่เชื่อ ใครจะไม่รู้ว่าคนตระกูลเซี่ยนั้นไร้น้ำยาที่สุด คนธรรมดาต่อให้ลูกสาวถูกคนชั่วอย่างจางเสเพลข่มเหง ก็ต้องตามหาตัวคนมาคิดบัญชีสิ แต่ตระกูลเซี่ยนี่ช่างดีเหลือเกิน ทั้งๆ ที่สามพี่น้องล้วนแข็งแรงกำยำ แต่ดันปล่อยให้จางเสเพลแผลงฤทธิ์ได้ แล้วกลับไปกดดันลูกสาวที่บ้านเสียจนต้องพุ่งชนผนังฆ่าตัวตาย... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันนี่

            คนผู้นี้อยากดูมุกตลก [1] ของพวกเซี่ยต้าจวิน จึงจงใจหัวเราะคิกคัก

            “จางเสเพลถูกจับเพราะว่าบุกรุกลักขโมย เมื่อวานมีขบวนปราบปรามในตัวเมือง บนตัวมันมีป้ายอันโตเขียนข้อหาเอาไว้ ไอ้เลวนี่ต้องโดนโทษหนักแน่นอน คนในหมู่บ้านเขาเกลียดมันกันหมด ตอนนี้ก็ถือว่าเรื่องร้ายได้คลี่คลายแล้ว”

            แค่จางเสเพลไม่เตร็ดเตร่อยู่ในหมู่บ้าน เวลาผ่านไปนานเข้าใครจะยังจำข่าวลือพวกนั้นได้อีก นี่ถึงจะเป็นการช่วยชีวิตหญิงสาวแห่งตระกูลเซี่ยโดยแท้จริง

            รอจนเรื่องราวซาไปค่อยแต่งงานเข้าบ้านสามีที่อยู่ห่างไกลออกไปสักหน่อย เรื่องนี้ก็ผ่านไปเองมิใช่หรือ?

            หากมองด้วยสถานะคนนอก เซี่ยต้าจวินผู้เป็นบิดานี่ช่างไม่เข้าใจเคล็ดลับการแก้ปัญหาเอาเสียเลย ทว่าจางเสเพลถูกจับแล้วเขาต้องยินดีอย่างแน่นอน

            ป้าสะใภ้จางชุ่ยยิ้มแย้มด้วยความกล้ำกลืนเหลือทน อาสะใภ้สามหวังจินกุ้ยก็สีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดอะไรกันอยู่

            นี่คือตระกูลเซี่ยผู้เลี้ยงดูนักศึกษามหาวิทยาลัยหญิงมาหรือ?

            คนจากหมู่บ้านสือพัวจื่อได้แต่ส่ายศีรษะกับตัวเอง

            เซี่ยต้าจวินไม่ใส่ใจ “พวกเสี่ยวหลานยังไม่รู้ ฉันต้องไปบอกข่าวนี้กับพวกเขา”

            เดินไปสองก้าวถึงนึกขึ้นมาได้ เขากับหลิวเฟินเพิ่งหย่าร้างกัน สองแม่ลูกเห็นเขาถูกคนของหมู่บ้านชีจิ่งทำร้าย ทว่ากลับเฉยเมยเหลือเกิน ความยินดีของเซี่ยต้าจวินหายวับไปในบัดดล

            เขาลากฝีเท้าหนักๆ กลับตระกูลเซี่ย

            จางชุ่ยคิดคำพูดไว้มากมาย หวังจินกุ้ยก็เหมือนมีความคิดบางอย่างเช่นกัน

            แม่เฒ่าเซี่ยเห็นว่ามีเพียงสามคนที่กลับมาก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ คงไม่ได้พาคนกลับมาด้วยเป็นแน่ รองเท้าผุพังเซี่ยเสี่ยวหลานนั่นอารมณ์ร้อนจะตายไป

            “ทำไมกัน พวกหล่อนแม่ลูกยังสำคัญตัว รอให้ฉันไปเชิญด้วยตัวเองหรือ?”

            เซี่ยต้าจวินส่ายหัว

            หวังจินกุ้ยโพล่งออกมาตรงๆ “คุณแม่ พี่สะใภ้รองกับพี่รองหย่ากันแล้ว หลิวหย่งตามคนหมู่บ้านชีจิ่งกลุ่มหนึ่งมาทำร้ายพี่รอง ทั้งยังบังคับให้เขาพิมพ์ลายนิ้วมือเขียนสัญญาอะไรด้วย”

            คนตระกูลเซี่ยล้วนไม่อยากเชื่อ

            แต่ร่างกายของเซี่ยต้าจวินมีร่องรอยของบาดแผล ทั้งสามคนก็คงไม่พูดโกหกในเรื่องแบบนี้

            หญิงชราเซี่ยร้องคร่ำครวญตายแล้วขึ้นมาทันทีทันใด ด่าทอสาปแช่งเซี่ยเสี่ยวหลานและมารดาด้วยเสียงดังสนั่น หากเซี่ยเสี่ยวหลานคือหญิงสำส่อน หลิวเฟินก็คือคนชั้นต่ำ

            “น้องสะใภ้จะพูดเรื่องหย่าได้อย่างไร? ต้องถูกตระกูลหลิวบังคับแน่”

            เซี่ยฉางเจิงตั้งใจกู้หน้ากลับมาเสียหน่อย หวังจินกุ้ยกลับค้านอย่างโง่เขลา “โอ๊ย เป็นหลิวเฟินที่พูดด้วยตัวเองเลย หน้าตาเฉยชาตั้งแต่ต้นจนจบ อย่างกับตระกูลเซี่ยติดหนี้เธอแล้วไม่คืน!”

            หวังจินกุ้ยไม่เข้าใจการกระทำของหลิวเฟิน เธอคาดหวังให้มีคนมาขจัดความสงสัยให้

            หญิงชราเซี่ยรู้สึกเหมือนหัวจะระเบิด ตั้งแต่เซี่ยจื่ออวี้สอบติดมหาวิทยาลัย หญิงชราเซี่ยก็รู้สึกว่าสถานะของตระกูลเซี่ยสูงส่งกว่าคนอื่นหนึ่งระดับ เธอเกลียดที่หลิวเฟินมีลูกชายไม่ได้ จะกวาดพวกหลิวเฟินออกจากบ้านไปให้หมดก็ย่อมได้ ทว่าการกดขี่พวกเธอสองแม่ลูกนั่นเป็นสิ่งที่แสดงถึงอำนาจของตระกูลเซี่ยน่ะสิ!

            หลิวเฟินคนชั้นต่ำนั่น กล้าพูดเรื่องหย่าได้อย่างไร?

            แม่เฒ่าเซี่ยหายใจแรงจนหลอดลมใหญ่โต ด่าทอจนครึ่งหมู่บ้านยังได้ยิน ช่างเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก ภรรยาของเซี่ยต้าจวินหนีกลับบ้านแม่ไปสิบกว่าวัน ตอนเช้าฟ้ายังไม่ทันสางเซี่ยต้าจวินก็ตามไปรับ นอกจากคนไม่กลับมาแล้วหลิวเฟินยังหย่ากับเขาด้วย?!

            เรื่องขำขันของตระกูลเซี่ยในปีนี้คุยกันหนึ่งปีก็ยังไม่จบ

            เซี่ยต้าจวินสับสนงุนงง ความรู้สึกนับถือในตนเองของชายชาตรีถูกทำลายลงอย่างรุนแรง ในใจจึงตั้งมั่นเอาไว้ หากวันไหนหลิวเฟินเสียใจแล้วอยากกลับมาที่บ้านนี้ อย่าสนใจว่าผู้หญิงคนนั้นร้องไห้น่าสงสารเพียงใด เขาจะไม่ใจอ่อนแน่นอน!

            ข่าวคราวเรื่องหลิวเฟินพูดถึงการหย่าปะทุออกไปจนตระกูลเซี่ยเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ หมู่บ้านต้าเหอพากันแสดงความคิดเห็นกันต่างๆ นานา

            เซี่ยฉางเจิงปลอบใจเซี่ยต้าจวินที่เหี่ยวเฉาไม่กี่ประโยค แล้วให้จางชุ่ยเล่าสถานการณ์ตอนนั้นให้เป็นการส่วนตัว

            “หย่าจริงหรือ?”

            “จะหลอกได้ที่ไหน เขียนสัญญาเหมือนกันไว้สามฉบับ ต้าจวินกับหลิวเฟินพิมพ์ลายนิ้วมือแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านชีจิ่งนั่นยังบอกอีกว่าจะนำหนังสือสัญญาไปส่งสถานีพลเมือง”

            จางชุ่ยกังวลใจมากเล่าต่อว่า “ระหว่างเดินทางกลับมาฉันได้ยินว่าจางเสเพลโดนจับแล้ว บอกว่าเขาบุกรุกลักขโมยต้องรับโทษหนัก คุณว่าพวกเราควรส่งโทรเลขให้จื่ออวี้หรือไม่?”

            จางเสเพลถูกจับแล้ว แต่ไม่ใช่เพราะมีความสัมพันธ์ชู้สาวที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรม

            เซี่ยเสี่ยวหลานไม่โดนหางเลขแน่นอน ข้อกล่าวหานี้จึงไร้ประโยชน์ ก่อนเซี่ยจื่ออวี้ไปปักกิ่งได้กำชับไว้ให้พวกเขาจับตามองเซี่ยเสี่ยวหลานเอาไว้ ทั้งครอบครัวไม่คาดคิดว่าหลิวเฟินจะหย่ากับเซี่ยต้าจวิน ต่อไปยังจะให้จับตาดูเซี่ยเสี่ยวหลานอีกได้อย่างไร? พวกเธอไม่มีทางกลับตระกูลเซี่ยด้วยซ้ำ!

            เซี่ยเสี่ยวหลานหลุดพ้นจากการควบคุมไปแล้ว

            พึ่งความสามารถของจางชุ่ยแก้ไขไม่ไหว เซี่ยฉางเจิงก็ไม่มีความคิดเห็น

            “พรุ่งนี้ฉันหาข้ออ้างเข้าตัวเมืองเสียหน่อย ส่งโทรเลขให้จื่ออวี้แล้วค่อยสืบเสาะเรื่องของจางเสเพล”

            ตระกูลเซี่ยตกอยู่ในความวุ่นวาย

             

            *************

             

            ณ บ้านหลิวในหมู่บ้านชีจิ่ง หลี่เฟิ่งเหมยตระเตรียมอาหารเลี้ยงแขกสามโต๊ะด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนบ้าน เชิญผู้คนใจกว้างผู้ช่วยเหลือเรื่องวันนี้มารับประทานอาหารและดื่มสุรา เลี้ยงอาหารไม่เพียงแต่เชิญผู้ชายเท่านั้น ภรรยาที่บ้านก็ต้องพามาด้วยเช่นกัน ทุกคนรู้กันดีว่าไม่ต้องนำลูกเด็กเล็กแดงมา นโยบายวางแผนการมีบุตรเพิ่งดำเนินการได้ไม่ถึงสองปี ลูกคนเดียวจึงมีน้อยมาก หากเรียกเด็กๆ ในบ้านมาด้วยจริง สามโต๊ะต้องนั่งไม่พอแน่นอน

            โถงกลางบ้านจัดไว้หนึ่งโต๊ะ เฉินวั่งต๋านั่งที่นั่งกิตติมศักดิ์[2]

            เฉินวั่งต๋าพาคนมาจำนวนหนึ่ง นอกจากภรรยาก็มีแค่หลานชายอย่างเฉินชิ่ง

            แขกผู้มารับประทานอาหารไม่คาดฝันว่าอาหารจะหรูหราถึงเพียงนี้ มันฝรั่งผัดซี่โครง กุยช่ายผัดไข่ ปลาหมูทอดแห้ง ซุปเต้าหู้ปลาไน ต้นหอมผัดตับ และยังมีผักเขียวผัดกระเทียมอีกด้วย ตรงกลางโต๊ะจัดบะหมี่เนื้อแพะชามโตไว้เป็นอาหารหลัก... หลิวหย่งซื้อเนื้อดีๆ ไม่ได้จึงได้นำเนื้อแพะกลับมานิดหน่อย

            บะหมี่เนื้อแพะกองเป็นพะเนินสูง เนื้อแพะแต่ละแผ่นไม่ได้ทำอย่างขอไปทีเลยแม้แต่น้อย

            ขนาดฉลองตรุษจีนยังไม่รับประทานอาหารหรูหราถึงเพียงนี้

            หลิวหย่งไม่ลืมวางบุหรี่และสุราไว้บนโต๊ะทุกตัว ชาวบ้านที่ถูกเชิญมาล้วนชมเชยเขาไม่หยุด

            “พี่หย่ง วันนี้พี่ใจป้ำเกินไปแล้ว!”

            “อาหารมื้อนี้ช่างดีจนพูดไม่ออก!”

            เฉินวั่งต๋าก็ไม่ผิดหวัง ยิ้มแย้มพลางหยอกว่าหลิวหย่งหาเงินเท่าไรก็ใช้ฟุ่มเฟือยเสียได้

            หลิวหย่งยกจอเหล้าขึ้นมา “ลุงต๋า วันนี้ผมดีใจมาก! อาเฟินไม่เหมือนกับน้องสาวคนเล็กที่เอาแต่ใจ เธอโอนอ่อนผ่อนตามจนเป็นนิสัย ต้องโทษที่ตอนผมยังหนุ่มทำตัวอวดดีไม่มีความรับผิดชอบ ตัวเองไร้ความสามารถ ไม่สามารถช่วยเหลือน้องสาวได้... ลุงรู้ดี พ่อแม่ผมจากไปเร็ว น้องสาวสองคนออกเรือนไปก็มีชีวิตที่ไม่สู้ดี ผมช่างน่าละอายยิ่งนัก!”

            แม้ยังไม่ทันดื่มสุรา หลิวหย่งก็เริ่มเปิดงานประชุมตำหนิติเตียนตนเองเสียแล้ว

            สิ่งที่เขาพูดไม่ใช่เรื่องโกหก เฉินวั่งต๋าจึงพยักหน้าเห็นด้วย

            “ตอนเธอยังหนุ่มน่ะเหลวไหลอยู่ทีเดียว ดีที่หลังจากมีครอบครัวก็รู้จักรับผิดชอบ ภรรยาเธอเคยกังวลใจไม่น้อยนะ”

            หลี่เฟิ่งเหมยไม่ทันได้ถอดผ้ากันเปื้อนที่อยู่บนตัว ได้ยินการยอมรับของหัวหน้าหมู่บ้านเฉินเข้าเธอเลยรู้สึกขัดเขินเล็กน้อย ก่อนเธอจะแต่งงานกับหลิวหย่งเคยออกเรือนมาแล้วครั้งหนึ่ง ครอบครัวสามีเกลียดเธอเพราะแต่งงานเป็นสิบปีแต่ไม่มีลูก จากนั้นได้ไล่เธอออกจากบ้าน ต่อมาได้แต่งเข้าครอบครัวหลิวผ่านการแนะนำของแม่สื่อจับคู่ ขณะนั้นหลิวหย่งอายุสามสิบกว่าแต่ยังไม่มีความคิดสร้างเนื้อสร้างตัว หลี่เฟิ่งเหมยหลบใต้ผ้าห่มร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง

            โชคดีที่การมีลูกชายทำให้หลิวหย่งมีใจรับผิดชอบ สองปีมานี้ชีวิตในครอบครัวถึงเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

            หลิวหย่งเอาใจใส่เธอขึ้นมากเช่นกัน

            หลิวหย่งรีบขอบคุณภรรยาที่คอยดูแลครอบครัวเสมอมา

            หลี่เฟิ่งเหมยดีต่อน้องสาวและหลานสาวของเขา ในใจหลิวหย่งมีความรู้สึกขอบคุณอยู่เสมอ

            เฉินวั่งต๋าพูดถึงเรื่องทะเบียนบ้านของเซี่ยเสี่ยวหลานและมารดาอีกครั้ง “ในอีกสองสามวันนี้ เดี๋ยวฉันไปกับเธอเอง ไปย้ายทะเบียนบ้านให้พวกเธอสองแม่ลูกกลับมาที่หมู่บ้านเรา เรื่องนี้ยิ่งจัดการไวเท่าไหร่ยิ่งดี”

            หลิวเฟินอิหลักอิเหลื่อ ทว่าเซี่ยเสี่ยวหลานรินเหล้าให้เธอหนึ่งจอก เธอจึงจิบไปเล็กน้อย

            ผู้คนที่มารับประทานอาหารมิได้ดูสถานการณ์ไม่ออกขนาดนั้น ในใจคิดอย่างไรก็เก็บไว้ก่อน ล้วนออกปากกล่าวกับหลิวเฟินว่าความขมขื่นสิ้นสุดลงและความหวานกำลังจะมา ชีวิตที่ดีก็อยู่ตรงหน้านี่เอง

            เซี่ยเสี่ยวหลานนั่งอยู่กับมารดา อีกด้านหนึ่งเป็นเฉินชิ่งพอดิบพอดี

            เซี่ยเสี่ยวหลานคิดอะไรในใจขึ้นมาได้ “พี่เฉินชิ่ง อีกสักครู่ฉันมีเรื่องอยากปรึกษากับพี่เสียหน่อย”

            เฉินชิ่งถือตะเกียบไว้ไม่กล้าแม้แต่จะคีบอาหารต่อ มิใช่ว่าเขาไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กสาวอายุพอๆ กันมาก่อน เพื่อนนักเรียนหญิงในโรงเรียนก็อายุไม่ต่างกับเซี่ยเสี่ยวหลาน ทว่าพวกเธอเหล่านั้นไม่มีใครรูปโฉมแบบเซี่ยเสี่ยวหลานนี่... เฉินชิ่งกับเซี่ยเสี่ยวหลานแค่นั่งด้วยกัน ใบหน้าเขาก็แดงเสียแล้ว โชคดีว่าทำงานในไร่นาจนคล้ำแดดจึงดูไม่ค่อยออก

            พอนึกได้ว่าเซี่ยเสี่ยวหลานมีเรื่องจะถามไถ่เขา เขาลุกลี้ลุกลนตอบไปเพียง “ได้” เสียงดังกว่ายุงไม่มากเท่าไรนัก

            “เสี่ยวหลาน มาคุยกับผู้ใหญ่ คุณลุงคุณอาทุกท่านหน่อย!”

            หลิวหย่งเรียกเธอ เซี่ยเสี่ยวหลานวิ่งไปอย่างสดชื่นแจ่มใส เฉินชิ่งมองตามแผ่นหลังของเธอ รู้สึกว่าหัวใจของตนเต้นจนแทบหลุดออกมา

             

             

            เชิงอรรถ

            [1]看笑话 ดูมุกตลก หมายถึง นำเรื่องที่เสียเกียรติของผู้อื่นมาเป็นมุกตลก

            [2]上座 ที่นั่งกิตติมศักดิ์ คือ ที่นั่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้อาวุโสเวลามีงานเลี้ยง โดยมักจะเป็นเก้าอี้ที่หันหน้าออกทางประตู

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199