ดวงตาของแอเรียสตอนนี้เต็มไปด้วยความเย็นชา เขาสำรวจไปที่ร่างไร้ศีรษะของสองนักเวทที่เขาพึ่งลงมือสังหารไป สิ่งที่เขาสงสัยคือในเมื่อผู้ที่คิดทรยศเป็นผู้คนในตระกูลแล้วพวกมันจะแยกแยะได้เช่นไรว่าผู้ใดคือพวกเดียวกันหรือว่ามันจะใช้การจดจำใบหน้า แต่ผู้คนในตระกูลสการ์เชียก็มีอยู่นับร้อยคงเป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะ ทันใดนั้นแอเรียสก็มองเห็นที่หลังมือของพวกมันทั้งสองขีดเอาไว้ด้วยสัญลักษณ์รูปดวงตาสีดำ ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าพวกมันแยกแยะกันด้วยสิ่งใด
แอเรียสถอดแหวนมิติในมือของพวกมันออกมา บางทีภายในอาจจะมีเบาะแสบางอย่าง ทันใดนั้นแอเรียสก็เงยหน้าขึ้น เสียงปะทะและแรงสั่นสะเทือนดังออกมาจากบริเวณห้องโถงใหญ่ภายในตระกูล แอเรียสสัมผัสได้ว่าส่วนหนึ่งเป็นพลังของฟาร์ฮาน ส่วนอีกหนึ่งเป็นกระแสพลังที่เขาไม่คุ้นเคย พลังนั้นอย่างต่ำก็คงระดับอัศวิน ซึ่งนั่นไม่ใช่พลังของเมอร์สันอย่างแน่นอน แม้จะรับรู้ถึงสถานการณ์อันร้ายแรงของตระกูลแต่แอเรียสก็ยังเบาใจได้บางส่วน อย่างน้อยหากมีฟาร์ฮานอยู่มาเรียและอัลเบิร์ตคงยังปลอดภัย
เมื่อหันกลับไปมองร่างไร้ศีรษะของนักเวททั้งสอง แอเรียสรู้สึกว่าเขาคิดถูกแล้วที่สั่งให้โอลิเวียไปหลบอยู่ที่ชายป่าบริเวณตระกูล หากนางที่พึ่งจากดินแดนภูตสวรรค์อันงดงามมาแล้วต้องมาพบเจอภาพอันสยดสยองเช่นนี้คงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ ภายในใจเขาก็รู้สึกผิดกับนางไม่น้อยแต่พานางพลัดพรากมาจากพ่อแม่หนำซ้ำยังต้องมาพบเจอเรื่องวุ่นวายแบบนี้อีกด้วย แต่ใครจะไปรู้กันว่าเพียงแค่เขาหายไปไม่กี่วันเมืองเบอเนียร์ก็เกิดเรื่องมากมายถึงเพียงนี้
แต่ไม่มีเวลาให้ครุ่นคิดมากนัก แอเรียสมุ่งหน้าไปยังจุดที่เกิดการต่อสู้ในทันที แต่ยังไม่ทันจะไปถึงไหนเขาก็พบเจอกับหญิงสาวคนหนึ่ง เขาจดจำได้ว่านางคือหนึ่งในสาวใช้ที่มีหน้าที่คอยตระเตรียมอาหารเช้าอยู่เป็นประจำ หากจำไม่ผิดนางชื่อว่าเนล อายุของนางไม่ห่างจากแอเรียสมากเท่าไรนัก ระดับของนางก็เป็นเพียงระดับนักเวทฝึกหัดเท่านั้น ที่ใกล้ๆกับเนลเป็นชายหน้าบากที่แอเรียสไม่คุ้นเคยใบหน้าของมันเลยแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่ามันเป็นคนนอกตระกูล
ดวงตาของเนลเต็มไปด้วยความกลัว นางกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดหวั่น ใบหน้าเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่ไหลมาราวกับลำธาร สองมือของนางถูกรวบเอาไว้เหนือศีรษะด้วยมืออันหยาบกระด้างของชายหน้าบาก มือของชายหน้าบากทำหน้าที่ราวกับคีมเหล็กชั้นดี ไม่ว่าเนลจะดิ้นหนีเท่าใดก็ไม่อาจหลุดรอดไปได้ เสื้อผ้าของเนลเต็มไปด้วยร่องรอยฉีกขาดจนแทบจะมองเห็นถึงของสงวนที่หญิงสาวควรจะปกปิด
“ ร้องไปเลย!! ข้าชอบ..ข้าชอบเสียงกรีดร้องของเจ้า มันช่างสร้างความสำราญให้แก่ข้าผู้นี้เสียจริงฮ่าๆๆๆ “
ชายหน้าบากหัวเราะออกมาอย่างกักขฬะ ดวงตาของมันไม่ได้ปกปิดความหยาบคายและความหื่นกระหายเอาไว้เลยแม้แต่น้อย ลิ้นของมันเลียไปที่ริมฝีปากอย่างเคยชิน มันมองไปยังใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังสะอื้นไห้โดยไม่มีความสงสารใดๆ สำหรับมันแล้วเสียงกรีดร้องของเหยื่อช่างเป็นสิ่งที่กระตุ้นอารมณ์ของมันเป็นอย่างดี
“ ได้โปรดได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ ! “
เนลพูดวิงวอนออกมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ นางเป็นเพียงระดับนักเวทฝึกหัดเท่านั้นไม่มีแม้แต่พลังใดๆจะไปต่อกรกับเจ้าเดนมนุษย์ที่เป็นระดับผู้ใช้มนตราแม้แต่น้อย ในที่สุดนางก็รับรู้ว่าต่อให้ขอร้องมากเพียงใดเจ้าเดนมนุษย์ผู้นี้ก็ไม่มีทางปล่อยนางไป หากให้นางเสียความบริสุทธิ์ให้กับคนหยาบช้าแบบมันสู้ให้นางตายไปเสียยังดีกว่า ฟันของนางกัดไปที่ลิ้นจนโลหิตเริ่มไหลรินออกมา นางไม่คิดเลยว่ามันจะเจ็บมากถึงเพียงนี้ นางกลั้นใจก่อนจะใช้ฟันของนางกดลงไปยังลิ้นอันอ่อนนุ่มอีกครั้ง กลิ่นคาวเลือดและความเค็มของหยดเลือดเริ่มคละคลุ้งในปาก นางตั้งใจจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาดเพื่อปลิดชีพของตัวเอง อย่างน้อยก็ไม่ต้องทนความเจ็บปวดกับการถูกขืนใจจากมัน
“ ข้าก็ชอบฟังเสียงกรีดร้องของเดรัจฉานแบบเจ้าเช่นกัน“
เสียงอันแผ่วเบาแต่กลับเต็มไปด้วยความเย็นชา เสียงอันแผ่วเบาที่ดังขึ้นด้านหลังของชายหน้าบากราวกับเสียงกระซิบจากยมทูต มันไม่ทันแม้แต่จะรู้สึกตัวว่ามีใครลอบเข้ามาจากด้านหลังของมัน มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนผู้นี้คือใคร แต่สิ่งที่มันรับรู้คือรสชาติของโลหะอันเย็นเยียบที่เสียบทะลุจากด้านหลังของมันจนมาถึงด้านหน้า ลำไส้และอวัยวะภายในของมันถูกตัดขาดเป็นสองท่อน หนังท้องของมันเปิดออกพร้อมกับโลหิตกองใหญ่ที่ไหลออกมาพร้อมกับลำไส้ของมัน กลิ่นคาวเลือดอันน่าสะอิดสะเอียนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“ อ๊ากกกก… ข้าจะฆ่าเจ้า !!“
แม้จะเจ็บปวดจนแทบขาดใจแต่สติของมันยังคงไม่ขาดไป มันกรีดร้องออกมาเจ็บปวดและความแค้น ความเจ็บปวดนี้เป็นสิ่งที่มันไม่เคยได้รับมาก่อนเลยในชีวิต มันเคยคิดว่าบาดแผลที่ใบหน้าคือสิ่งที่เจ็บปวดในชีวิตของมันแต่วันนี้มันรู้แล้วว่ามันคิดผิด มันพยายามก้าวเดินไปด้านหน้าเพื่อถอนใบดาบออก แต่ร่างกายของมันกลับไม่ฟังคำสั่งของสมอง แม้จะโกรธแค้นแต่ขามันกลับสั่นพับๆราวกับลูกสุนัขที่ตากฝน หมอกแห่งความกลัวเริ่มครอบงำจิตใจของมันอย่างช้าๆ
“ เจ้าชอบฟังเสียงกรีดร้องไม่ใช่รึยังไง ร้องออกมาสิเจ้าเดรัจฉาน “
เสียงของแอเรียสเต็มไปด้วยความเย็นชา การขืนใจหญิงสาวคือหนึ่งสิ่งที่เขาเกลียดชัง โดยเฉพาะการกระทำของเจ้าเดนมนุษย์ผู้นี้ คมดาบอสูรมายาที่ตวัดอีกครั้งหั่นร่างของชายหน้าบากจนแยกออกเป็นสองส่วน ไม่มีความปราณีแม้แต่เศษเสี้ยวสำหรับมัน ดวงตาของชายหน้าบากเบิกกว้าง มันทำได้เพียงกรีดร้องออกมาไม่เต็มไปเสียงก่อนที่ร่างของมันจะถูกแยกออกเป็นสองส่วน
แต่ไม่มีเพียงเสียงของชายหน้าบากเท่านั้น เนลเอามือปิดไปที่ปากของตัวเองพลางกรี๊ดร้องออกมา ภาพเช่นนี้สำหรับสตรีเช่นนางช่างดูสยดสยองนัก แม้จะรู้สึกโล่งใจที่มีผู้สังหารเจ้าเดนมนุษย์นั่นไปแต่ดวงตาของนางปิดแน่นอย่างหวาดกลัว นางไม่รู้ว่าผู้ที่ลงมือด้วยความโหดเหี้ยมนี้คือผู้ใด เพราะยามที่แอเรียสแทงดาบเข้ามาจากด้านหลังนั้นเขาถูกชายหน้าบากที่มีส่วนสูงกว่าสองเมตรบดบังจนเกือบหมด
ผ้าคลุมผืนหนึ่งถูกโยนมายังร่างของเนล นางสะดุ้งด้วยความตกใจราวกับมีผู้จะพรากเอาชีวิตนาง แต่เมื่อได้สตินางก็รู้ว่านี่เป็นเพียงผืนผ้าคลุมอันอ่อนนุ่มเท่านั้น นางรีบใช้ผ้าคลุมปกปิดส่วนของเสื้อผ้าที่ฉีกขาดอย่างรวดเร็ว
“ เจ้าชื่อเนลใช่ไหม..เนลรีบไปหาที่ปลอดภัยซ่อนตัวซะ หรือไม่ก็จงรีบออกไปจากที่นี่ “
น้ำเสียงแม้จะดูมีความเย็นชา แต่น้ำเสียงอันคุ้นเคยนี้กลับให้ความรู้สึกอันอบอุ่น เนลเงยหน้าขึ้นก็พบว่าชายที่ช่วยเหลือนางคือผู้ที่ลือกันว่าตายไปแล้ว ราวกับนางเห็นวิญญาณในตอนกลางวัน แม้ใจจะมีนับล้านขอบคุณอยากจะเอ่ยกับชายหนุ่มผู้ช่วยชีวิต แต่นางก็ทำได้เพียงอ้าปากค้างเท่านั้น รู้ตัวอีกทีแอเรียสก็หายตัวไปเสียแล้ว
แอเรียสราวกับมัจจุราชอันดำมืด ยิ่งเห็นการทรยศของผู้คนในตระกูลมากเพียงใดรังสีฆ่าฟันของเขายิ่งเพิ่มมากขึ้น การทรยศเหล่านี้มันพาให้นึกถึงครั้งที่เขาถูกเรนเดลทรยศหักหลัง ราวกับบาดแผลภายในใจของเขามันถูกขยี้ซ้ำ ไม่มีการไถ่ถามหรือพูดคุยใดๆ เพียงแค่เห็นสัญลักษณ์รูปดวงตาสีดำที่ฝ่ามือดาบอสูรมายาในมือของแอเรียสก็ฟาดฟันลงบนร่างของพวกมันทันที กว่าจะรู้ตัวเขาก็เข่นฆ่าไปเก้าคนแล้ว และในจำนวนผู้คนที่เขาฆ่าไป มีหกคนที่ไม่ใช่คนของตระกูลสการ์เชีย นี่ทำให้แอเรียสรับรู้ได้ว่าการทรยศครั้งนี้ต้องมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังเมอร์สันเป็นแน่ เพราะลำเพียงแค่นักเวทระดับนักรบแบบมันคงไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้ได้แน่
ในที่สุดแอเรียสก็มาถึงห้องโถงใหญ่ของตระกูล แต่บัดนี้สภาพของมันเปลี่ยนไปจนแทบจะจดจำเค้าโครงเดิมไม่ได้ ข้าวของถูกพังทำลายอย่างไม่มีชิ้นดี โต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่เคยวางไว้บริเวณห้องโถงบัดนี้มันกลายเป็นเศษไม้หักๆกับก้อนถ่านสีดำ รูปวาดอันงดงามที่เคยถูกแขวนเอาไว้มันกลายเป็นเพียงเศษกระดาษเท่านั้น และห้องโถงใหญ่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะกว้างกว่าเดิมหลายเท่าเมื่อผนังสามด้านของมันถูกทำลายจนแทบจะไม่มีชิ้นดี
ภายในห้องโถงแอเรียสเห็นผู้คนจำนวนมากมีทั้งคนที่เขาคุ้นตาและคนที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน แอเรียสกวาดสายตาไปสำรวจเหล่าผู้คน แอเรียสถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อพบว่าสามคนที่เขาเป็นห่วงยังคงปลอดภัยดี แม้จะตกอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ก็ตาม
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด สองฝั่งถูกแยกจากกันอย่างชัดเจน ด้านหนึ่งมีฟาร์ฮานเป็นแกนนำหลักในการปะทะ ที่ด้านข้างของฟาร์ฮานคือคานล์พ่อบ้านประจำตระกูล ดูเหมือนแขนข้างหนึ่งของคานล์จะหักแต่เขากลับไม่แสดงร่องรอยความเจ็บปวดออกมาเลยแม้แต่น้อย แอเรียสไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคานล์นั้นเป็นถึงระดับนักรบขั้นที่เก้าที่พลังเกือบจะเข้าสู่ระดับอัศวิน พลังระดับนี้เหตุใดจึงมาเป็นเพียงพ่อบ้านในตระกูลแอเรียสเองก็ไม่อาจจะทราบคำตอบ ด้านหลังฟาร์ฮานมีอัลเบิร์ตที่กำลังร่ายเวทพสุธาออกมาคุ้มกัน มาเรียกำลังรักษาทหารของตระกูลผู้หนึ่งที่กำลังได้รับบาดเจ็บ
อีกฝากฝั่งเป็นบุคคลที่แอเรียสไม่ได้แปลกใจเลยแม้แต่น้อย เมอร์สันกับลูกชายทั้งสองของมันที่กำลังหดหัวอยู่หลังบิดา แต่ที่แอเรียสแปลกใจมากที่สุดคือนักเวทระดับอัศวินขั้นสองที่กำลังปะทะกับฟาร์ฮาน นักเวทผู้นี้คลุมเอาไว้ด้วยผ้าคลุมดูลึกลับแต่รูปร่างของนางก็ทำให้เข้าใจได้ว่าคือผู้หญิง และรอบกายนางยังมีนักเวทระดับนักรบอีกสี่คนยืนอยู่ด้วย แม้พลังของฟาร์ฮานจะเหนือกว่าหญิงสาวลึกลับผู้นั้นแต่มันก็เป็นเพียงแค่ขั้นเดียวเท่านั้น แต่เมื่อวัดด้วยจำนวนคนกับพลังแปลกๆของหญิงสาวแล้วมันจึงทำให้โอกาสชนะในการต่อสู้เอนเอียงไปทางฝั่งของหญิงสาวเสียมากกว่า