นาชาญชะเง้อมองไปข้างหลังเอวาซึ่งเบื้องล่างคือโขดหินที่น้ำตกไหลกระทบผิวน้ำไม่ขาดสายจุดที่พวกเขายืนอยู่ไกลจากฝั่งมากจึงคาดเดาได้ว่าเป็จุดที่ลึกมากของบึงน้ำตกเขาเริ่มรู้สึกว่าเื่ของพญานาคอันตรายเกินกว่าที่จะปล่อยเอาไว้นานได้จึงอุ้มร่างของเธอยืนขึ้นก่อนพาเดินกลับไปขึ้นรถ
ครั้งนี้เอวาฝันว่าตัวเองอยู่ในชุดแขนยาวทรงกระบอกนุ่งผ้าซิ่นกำลังเดินมายังศาลาหินริมน้ำศาลานี้สร้างเป็รูปทรงสี่เหลี่ยมหลังคาสูงเป็ยอดสามเหลี่ยมประดับขอบด้วยรูปปั้นพญานาคขนาดเล็กรอบข้างเปิดโล่งมีเพียงเสาสี่ต้นปล่อยให้ลมเย็นพัดผ่านได้ตลอดเวลา จากจุดนี้ทางซ้ายมองเห็นซุ้มประตูไม้ที่เป็ทางเข้าหมู่บ้านซึ่งมีผู้คนเดินไปมาหลังซุ้มประตูส่วนทางขวาเป็ทางไปสู่พระราชวังสร้างจากหินทั้งหลังมีขนาดใหญ่ราวกับมองดูตึกคอนโดสูงสามสิบชั้นตั้งเรียงกันสี่หลังแต่ละอาคารสร้างเป็รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหลังคาคล้ายศาลาริมน้ำแต่มีการประดับเกล็ดแก้วซ้อนเป็ชั้นๆสะท้อนเงาระยิบระยับเมื่อต้องแสงอาทิตย์ แต่หน้าต่างบนอาคารไม่ได้เรียงถี่ๆเหมือนคอนโดหน้าต่างบานหนึ่งกว้างเท่ากับห้องคอนโดสองห้องติดกันเว้นระยะห่างกับบานอื่นๆค่อนข้างมาก อาคารที่ว่าอยู่เื้ักำแพงหินสีขาวยาวและหนาซึ่งมีประตูทางเข้าออกสูงราวสามเมตรเอวารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็คนควบคุมร่างกายแต่กลับมองเห็นทุกอย่างผ่านดวงตาของตนเอง
ไม่นานนักชายหนุ่มผมยาวปะบ่านุ่งผ้านุ่งปล่อยชายคาดเข็มขัดหัวมรกตท่อนบนไม่สวมเสื้อเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแขนและหน้าอกเป็มัดหน้าท้องมีซิกแพคดูล่ำสันประดับด้วยสร้อยทองขนาดใหญ่และกำไลรูปพญานาคที่รัดอยู่บริเวณต้นแขนและข้อมือทั้งสองข้างเขาเดินขึ้นบันไดศาลาตรงมาหาหญิงสาวซึ่งเอวามองเห็นผ่านดวงตาของเธอก่อนจะกล่าวน้ำเสียงทุ้มแต่ทรงพลัง
“บัวแก้ว รอนานหรือเปล่า”ท่าทางของเขาอ่อนโยนต่อหญิงสาวทำให้เอวานึกขำอยู่ในใจเหมือนกำลังดูละครย้อนยุคที่ตัวเองเล่นเป็ตัวเอกแล้วหญิงสาวที่ชื่อบัวแก้วก็ตอบกลับไป
“ไม่นานเ้าค่ะ วันนี้เหตุใดท่านจึงมาช้า”
“ข้ามีกิจจำเป็ เื่ทางทหารเ้าไม่ต้องรับรู้หรอก”
“เ้าค่ะ” หญิงสาวพยักหน้า“ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าท่านจะยอมรับหมู่บ้านมนุษย์ให้ลงมาอยู่ร่วมกับเมืองบาดาลของท่าน”
“เมืองบาดาลที่อยู่ใกล้ภพภูมิของมนุษย์เหลือแค่เมืองบาดาลของเราที่อ่อนแอลงทุกทีแตกต่างจากสมัยก่อนหลังากับพญาครุฑครั้งล่าสุดทำให้ฝ่ายพญานาคล้มตายลงเป็จำนวนมากพวกเ้าเมืองต่างๆของฝ่ายมนุษย์ก็ฉวยโอกาสร่วมมือกันทำากับเมืองบาดาลเพราะ้าสมบัติของพญานาคาธิบดีมีหมู่บ้านของมนุษย์ผู้บริสุทธิ์อีกหลายแห่งที่ได้รับผลกระทบจากาเราต้องช่วยผู้บริสุทธิ์พวกนั้น”
“งั้นหรือเ้าคะ”บัวแก้วตอบแต่เอวารู้สึกว่าน้ำเสียงแ่เบาของเธอไม่ตรงกับความคิดจิตใจของเธอสับสนยังไงบอกไม่ถูก เธอยังกล่าวต่อไป “พวกมนุษย์คงสู้พญานาคมิได้หรอกท่านขึ้นไปแค่สองตนนำทัพนาคไปแค่หลักสิบก็สามารถจัดการกองทัพมนุษย์เป็พันได้เกือบหมดแล้ว”
“นั่นก็ไม่แน่หรอกได้ยินมาว่ามีหมองูที่ได้เรียนมนตร์วิเศษจากพวกครุฑทำให้สามารถจัดการกับพวกนาคได้”คำพูดของชายหนุ่มทำให้บัวแก้วใจเต้นแรงมันไม่ได้เกิดจากความตื่นเต้นเพราะได้คุยกับคนรักหรือความกลัวว่าคนรักจะเป็อันตรายเอวาเริ่มไม่แน่ใจความรู้สึกของหญิงสาวที่ชื่อบัวแก้วคนนี้
“จัดการพวกนาคได้แต่ทำอะไรพญานาคไม่ได้ใช่หรือไม่พวกนาคเป็เพียงงูใหญ่ธรรมดาไม่เหมือนพวกท่านที่แข็งแกร่งกว่ามาก”
“แม้จะทำร้ายไม่ได้แต่ก็ประมาทไม่ได้เ้าก็น่าจะรู้ว่าพญานาคที่อยู่ในตำหนักหลวงเหลือเพียงไม่กี่ตนแล้ว” คำพูดของชายหนุ่มทำให้บัวแก้วคิดตามพลางมองไปทางพระราชวังหินซึ่งเป็ที่อยู่ของพญานาคเขาอธิบายต่อไป“เมืองบาดาลที่อยู่ลึกเข้าไปในอีกภพภูมิหนึ่งก็ตัดขาดไม่ยุ่งเกี่ยวกับเมืองของเราเพราะเรารับมนุษย์เข้ามาอยู่ด้วย”
“แล้วยามค่ำท่านต้องกลับไปเฝ้าหอสมบัติต่อหรือไม่หากไม่พักผ่อนเลยร่างกายจะทนไม่ไหวเอานะเ้าคะ”
“เ้าลืมแล้วหรือหน้าที่หลักของข้าคือเฝ้าหอสมบัติที่ต้องไปช่วยลาดตระเวนแถวทางเข้าเมืองก็เพราะเรามีคนไม่พอและยังอยู่ใน่า”
“ข้าทราบดี แต่ยังไงก็ต้องรักษาตัวให้ดีๆ ข้าไม่อยากให้ท่านเป็อะไรไป”ครั้งนี้เอวารู้สึกถึงความกังวลในจิตใจของบัวแก้วแต่ในความกังวลนั้นก็มีความร้อนรนอยู่ด้วย
“เอวา ตื่นได้แล้ว”เสียงของนาชาญดังแทรกขึ้นในขณะที่เอวายังติดใจกับความรู้สึกสุดท้ายของบัวแก้วทว่าเหมือนิญญาของเธอถูกดึงกระชากออกจากร่างของบัวแก้วให้กลับคืนสู่ภพภูมิมนุษย์เธอผุดลุกขึ้นนั่งบนฟูกที่นอนในที่พักใบหน้าแรกที่เห็นหลังเรียกสติกลับมาได้ก็คือนาชาญซึ่งนั่งย่นคิ้วมองดูเธออยู่ข้างเตียงก่อนถอนหายใจโล่งอก
“ฉันกลับมาที่นี่ได้ยังไง”
“เธออยากโดดน้ำตายแต่ทำไม่สำเร็จน่ะสิ”
“ฮะ” สีหน้าของเอวางุนงงไปต่อไม่ถูก“ฉันจะโดดน้ำตายเพื่ออะไร”
นาชาญนิ่งเงียบแล้วจึงช่วยให้เธอรื้อฟื้นความทรงจำ“พญานาคเรียกไม่ใช่หรือ”
เอวานึกถึงความทรงจำสุดท้ายคือตอนที่เดินกับนาชาญในลานจอดรถทันทีที่ได้ยินเสียงน้ำจากน้ำตกเธอก็จำอะไรไม่ได้อีก
“จริงด้วยคราวนี้ฉันฝันเห็นผู้หญิงกับผู้ชายคู่นึงด้วย อยู่ในเมืองบาดาลอย่างกับย้อนอดีตชาติ”
“ผู้ชายกับผู้หญิงงั้นหรือ”นาชาญถามย้ำอย่างใคร่รู้ “แล้วเธอคุ้นหน้ามั้ย”
“อันนี้แหละแปลกฉันกลายเป็ผู้หญิงที่ชื่อบัวแก้วส่วนผู้ชายน่าจะเป็พญานาคที่ทำหน้าที่เฝ้าสมบัติสองคนเหมือนจะเป็คนรักกันแต่ฉันไม่แน่ใจฝ่ายหญิงน่ะสิ”
“พวกเขาคุยกันเื่อะไร”
“าระหว่างเมืองมนุษย์กับเมืองบาดาลพวกมนุษย์อยากได้ทรัพย์สมบัติขององค์พญานาคาธิบดี”
“ทรัพย์สมบัติแบบไหน”
“ฉันจะไปรู้ได้ไงเคยได้ยินตำนานว่าพญานาคมีทรัพย์สินมากมายไม่ใช่หรือ พวกแก้วแหวนเงินทองล่ะมั้ง”นาชาญฟังแล้วนิ่งคิดในขณะที่เอวามองออกไปนอกหน้าต่างเห็นฟ้ามืดสนิทจึงยกนาฬิกาขึ้นดูบอกเวลาจะเที่ยงคืนแล้ว เธอโวยวายออกมา“นี่ฉันหลับไปั้แ่กลางวันเลยหรือ”
“ใช่ ตอนแรกคนของที่พักจะช่วยตามหมอแต่ฉันห้ามไว้เลยแค่ขอให้เขาเอาพวกยาดม วิตามินกับน้ำดื่มมาให้”นาชาญชี้ไปที่ของบนถาดซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ “เธอจะทานมั้ย หรือว่าไม่เป็ไร”
“ไม่เป็ไรฉันไม่ได้รู้สึกหน้ามืดนะแต่สลบไปไม่รู้ตัวต่างหาก”เอวากล่าวทั้งที่ยังไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเหมือนกัน “เออ แล้วเื่ปลายฟ้าล่ะ”
“คงต้องเป็คืนพรุ่งนี้่กลางวันจะเข้าไปเดินเที่ยวในหมู่บ้านก่อนก็ได้นะ”
สายตาของเอวาเป็ประกาย “เอาจริงดิ ได้ใช่มั้ย”
“ไหนๆ ก็มาแล้วนี่อีกอย่าง่กลางวันก็ทำอะไรไม่ได้มากนักด้วย” นาชาญลุกขึ้นยืน“ถ้าไม่เป็ไรแล้วฉันจะกลับไปพักผ่อนบ้าง เธอจะนอนต่อเลยก็ได้นะ”เอวาพยักหน้าพลางมองดูนาชาญเดินออกจากห้องไป