USAGICHAN -------------------------------------- ✩
ทันทีที่เดินออกนอกตัวบ้าน แสงแดดจากดวงอาทิตย์แผดเผาไปทั่วทั้งร่างกายของคนอ่อนแอ เขายกมือขึ้นบังดวงตาจากแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้าในยามเช้า
แค่เขายืนอยู่ตรงหน้าบ้านโดนแสงอาทิตย์ไม่ถึงครู่เดียว เขาก็รู้สึกคล้ายจะเป็ลมล้มพับไปกับพื้นแล้ว แบบนี้จะไหวจริงหรอ
"พวกเราจะไปไหนกัน?" ลินด์ถามอย่างไม่สบายใจ เขาหวังว่าจะไม่ต้องเดินไปไกลมากนะ
"พวกเราจะเดินไปที่สวนสาธารณะเพนกวิน"
"อะไรนะ สวนสาธารณะเพนกวินมันอยู่ไกลมากเลยนะ"
"ไม่ไกลหรอกครับ เดินแค่ยี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว" สำหรับริวคินแล้ว ระยะทางแค่นั้นยังไม่ทำให้เขาได้อบอุ่นร่างกายเลยด้วยซ้ำ
ริวคินยิ้ม "การเดินเป็การออกกำลังกายเบาๆ ที่เหมาะกับคุณ ที่ตอนนี้ร่างกายยังอ่อนแอมากที่สุด"
ลินด์ยอมรับชะตากรรม ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องทำตามคำสั่งของผู้ชายตรงหน้าอยู่ดี คิดอย่างปลงๆ ก่อนขยับเท้าเดิน
ริวคินเดินเคียงข้างเขาไปอย่างช้าๆ ร่างสูงใหญ่ช่วยบางแสนแดดบางส่วนที่สาดส่องมากระทบตัวเขา ทำให้เขาไม่ได้โดนแดดโดยตรงทั้งหมด
ร่างสูงค่อยๆ เดินตามความเร็วของเขาเป็หลัก แต่ถึงเขาจะเดินช้าแค่ไหนร่างกายที่อ่อนแอนี้ ก็ยังไม่เคยออกมาทำอะไรแบบนี้มาก่อน ทำให้ต่อจากนั้นไม่กี่นาที ร่างบางเริ่มหอบเม็ดเหงื่อไหลออกมาตามขลับเล็ก ใบหน้าที่ปกติสีขาวซีดค่อยๆ มีสีแดงระเรื่อบนใบหน้า ร่างกายรู้สึกร้อนไปหมดทั้งตัวคอแห้งผาก ร่างกายของเขากำลังขาดน้ำ
ริวคินเตรียมพร้อมมาอย่างดี เขายื่นขวดน้ำเปล่าขวดนึงให้
"เอ้า ค่อยๆ ดื่มนะ อย่าดื่มเร็วเกินไประวังสำลักด้วย"
"ไม่มีน้ำเย็นเหรอ?"
"ไม่มี เพราะนับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป คุณจะดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ไม่ได้ และงดอาหารบางอย่างที่ทำให้ที่ทำให้ร่างกายของคุณแย่ลงกว่าเดิมด้วย"
"ผมจะแนะนำอาหารที่ช่วยในการฟื้นฟูสุขภาพของคุณและไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณด้วย"
ลินด์ยกน้ำดื่มอึกๆ ตอนนี้เขาไม่มีแรงที่จะโต้ตอบอะไรคนตรงหน้าแล้ว
คำสั่งห้ามกินของเย็น น้ำเย็น ของกินบางประเภท เป็สิ่งที่หมอกับแม่บอกเขาไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังหาวิธีกินมันได้อยู่ดี
"อ้ออ แล้วก็อีกอย่างพวกอาหารขยะ ก็ไม่ได้ พวกขนมถุงขนมขบเคี้ยวก็จะเป็อาหารต้องห้ามเช่นกัน"
ลินด์ครางในลำคอ ทำไมถึงได้เผด็จการแบบนี้ เอาขนมของเขาคืนมานะ!
น่าหงุดหงิดเป็ที่สุด ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย แถมต้องมาโดนคนตรงหน้าบงการชีวิตประจำวันอีก จะบ้าตาย
คนอ่อนแอทำหน้างอ สะบัดตัวเดินต่อไปตามทางแต่กลับเสียหลักล้มลงเพราะขยับตัวเร็วเกินไปเท้าดันไปสะดุดกับพื้นที่ไม่เรียบจนทำให้เสียหลักล้มลงไป
ลินด์หลับตาปี๋ เขามั่นใจว่าต้องล้มหน้าทิ่มไปกับพื้นฟุตบาทแน่ๆ แต่มีวงแขนแข็งแกร่งคว้าตัวเขาเอาไว้ทัน ทำให้คนที่เสียหลักล้มรอดพ้นจากการเอาหน้าไปปะทะกับพื้น
ไม่เพียงแค่ช่วยให้เขาไม่ล้มลงไปกับพื้น กลายเป็ว่าร่างสูงที่ช่วยเขานั้น อุ้มเขามานั่งบนแขนแกร่งของเขาเพียงข้างเดียวได้อย่างง่ายดาย ส่วนมือข้างที่ว่างคอยประคองตัวเขาตรงส่วนเอวไว้อย่างเบามือ เหมือนกับว่าตัวเขานั้นไม่มีน้ำหนัก
ลินด์ใจนแทบร้องเสียงหลง แขนบางตวัดกอดรอบคอหนาอย่างรวดเร็ว ใครจะไปคิดว่าจะโดนอุ้มขึ้นอย่างง่ายดาย ตอนนี้เขาอยู่ไหนอ้อมแขนของหนุ่มฮอตของเมืองนี้
"ระวังหน่อยสิครับ ลินด์ตัวน้อย" คนตัวใหญ่ที่อุ้มเขาอยู่นั้น หันมากระซิบแ่เบา สายตามองไปทั่วร่างกายเขาไล่ดูว่าคนตัวเล็กที่เกือบล้มลงไปเมื่อกี้มีาแอะไรรึเปล่า
เพราะทั้งสองคนอยู่ใกล้กันเกินไป ลินด์ได้ยินเสียงกระซิบของเขาดูแหบพร่าเป็พิเศษ จนคนฟังขนลุกซู่ พอได้สติรีบดันตัวเองออกห่างจากแผงอกหนาบึกบึน แต่เพราะนั่งอยู่บนแขนจึงขยับตัวห่างได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
"..ปะ ..ปล่อยผมลงนะ! " เขาประหม่าไปหมดแล้ว อุณหภูมิร่างกายของคนตรงหน้าทำให้อุณหภูมิของเขาพุ่งขึ้นสูงอย่างไม่ทราบสาเหตุ
"ครับๆ" ริวคินตอบรับ เขาได้กลิ่นกายของลินด์แบบชัดเจนอีกครั้ง มันเป็กลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนกลิ่นแป้งเด็ก เขาค่อยๆ วางร่างเล็กที่มีน้ำหนักพอๆ กับกระสอบข้าวลงยืนบนพื้นฟุทบาทอย่างเบามือ
'อุ้มนานกว่านี้แย่แน่ๆ'
พอเท้าถึงพื้น ลินด์ขยับตัวออกห่างอย่างรวดเร็ว ดวงหน้าเล็กแดงระเรื่อไปถึงหู เป็อาการที่ไม่ได้เกิดจากการมาเดินออกกำลังกายแน่ๆ
ตอนนี้เขาไม่อยากเดินไปสวนสาธารณะแล้ว เขาอยากกลับบ้าน กลับเข้าไปในห้องนอนที่เป็พื้นที่ปลอดภัยที่สุดของเขา
'อันตราย สัญญาณเตือนในหัวร้องลั่น เขาไม่ควรอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้มากเกินไป'
"ขอบคุณครับ" ลินด์พูดเสียงเบา พยามหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อลดความเร็วของอัตราเต้นของหัวใจ
"ไม่เป็ไร เดินระวังด้วยละ"
เกิดความเงียบระหว่างทั้งสองคน ลินด์ขยับตัวก่อน เขาเดินไปตามทางเท้า แถมยังเดินเร็วขึ้นเล็กน้อย เพื่อเว้นระยะห่างกับอีกคน แต่คนตัวสูงขายาวเดินตามไม่กี่ก้าวก็เดินตามเขาทันแล้ว
ตลอดการเดินทางที่เหลือ พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ลินด์สนใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือเขาต้องเดินไปถึงจุดมุ่งหมายให้เร็วที่สุด
ระหว่างทางก็เจอคุณย่าแบตตี้เข้ามาทักทายริวคินเพื่อขอบคุณที่ให้การช่วยเหลือ ช่วยพาไปโรงพยาบาลก่อนหน้านี้ คุณย่ามองไปมาที่พวกเขาด้วยสายตาแปลกๆ แถมก่อนแยกกันอย่างอวยพรด้วยประโยคแปลกๆ อีกด้วย
ไม่กี่นาทีต่อมา ในที่สุดก็ถึงสักที รินคิดอย่างเบิกบานใจ
พวกเขามาถึงสวนสาธารณะเพนกวินโดยใช้เวลามากกว่าปกติไปถึง 20 นาที จากปกติอีก 20 นาที กลายเป็ว่าบวกเพิ่มอีกกลายเป็ 40 นาที
"วันนี้พอแค่นี้เถอะครับ ผมจอดรถทิ้งไว้ที่สวนสาธารณะ เดี๋ยวเราจะนั่งรถกลับกัน" ดูจากสภาพคนอ่อนแอไม่น่าเดินกลับไหว แถมพวกเขาใช้เวลามากเกินไป จากแดดอ่อนๆ ในตอนนี้ ตอนนี้แดดแรงเกินไปที่คนป่วยจะรับไหว ไม่งั้นคงได้เป็ลมล้มพับไปจริงๆ แน่
ลินด์ได้ยินถึงกับะโโลดเต้นอยู่ในใจ แต่สภาพภายนอกของเขาคือไม่ไหวแล้ว ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย เหม็นเหงื่อไปหมด ร่างกายแขนขาเหมือนแยกเป็เสี่ยงๆ ทั้งที่แค่เดินช้าๆ มาที่สวนสาธารณะเท่านั้นเอง
ทำให้เขาตระหนักได้ถึงความอ่อนแอของตัวเขาอย่างชัดเจนก็วันนี้แหละ
"ไหวไหมครับ
ลินด์ไม่กล้าหันไปสบตาคนข้างๆ เพราะมีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทำให้เขาเบนสายตาไปทางอื่น ก่อนพูดตอบรับคำคอเบาๆ
"ไม่ไหวอยากกลับบ้านแล้ว"
"ครับๆ วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน" ริวคินเดินนำเขาไปขึ้นรถที่จอดรอไว้
USAGICHAN 9/12/2023 ------------------------- ✩