"เอ่อ....นี่คืออาวุธที่ท่านถนัดที่สุดอย่างนั้นหรือ" เมื่อเห็นไป๋หมิงเลือกขวานยักษ์ที่ดูใหญ่เกินตัว ไป๋ฉีก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
"ฮ่าๆๆใช่แล้ว เพราะมันดูยิ่งใหญ่อลังการดี ข้าเลยเลือกมันเป็นอาวุธคู่กาย" คำตอบของลูกพี่ลูกน้องคนนี้ทำเอาไป๋ฉีถึงกับกุมขมับ เขาไม่เคยเห็นคนเลือกอาวุธด้วยเห็นผลเช่นนี้เสียเท่าไรนัก
หลังจากที่สนทนากันพอควรทั้งสองคนก็พลันเข้าประจำตำแหน่งของตนเองและตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการประลองที่กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า
พ่อบ้านหานซึ่งเป็นกรรมการเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนพร้อมแล้วก็ประกาศเริ่มประลองในทันที
สิ้นเสียงประกาศนั้น เป็นไป๋หมิงที่ลงมือก่อน ขวานไม้ขนาดใหญ่ในมือถูกควงด้วยท่วงท่าที่ทั้งดูสง่างามและแข็งกร้าวการเคลื่อนไหวของเขาก็พริวไหวราวกับว่าขนาดของขวานนั้นไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด
ส่วนทางด้านของไป๋ฉีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเคลื่อนกายเข้ามาใกล้พร้อมกับขวานขนาดใหญ่ที่ฟาดฟันเข้ามา เขาก็เบี่ยงตัวหลบการโจมตีนั้นและฟาดฟันดาบกลับไป แต่ทว่าอีกฝ่ายก็ใช้ด้ามของขวานรับไว้ทัน
"ปฏิกิริยาตอบสนองสุดยอดจริงๆ ถึงกับหลบขวานของข้าแล้วยังโจมตีสวนกลับมาได้"
ไป๋หมิงยกยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาปัดป้องดาบของไป๋ฉีออกไปแล้วควงขวานไม้ยักษ์ของตนเองพุ่งเข้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง
แต่ช่างเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มากที่ไป๋ฉีหลบขวานของไป๋หมิงได้ทุกครั้งทั้งยังโต้กลับได้อย่างยอดเยี่ยม จนถึงขาดที่พ่อบ้านหานก็ยังต้องประหลาดใจ
"ทักษะ พลัง ความเร็วของนายน้อยไป๋หมิงถือว่าอยู่ในระดับหัวกะทิของรุ่นเยาว์ ทว่านายน้อยไป๋ฉีกลับทำให้คนแก่อย่างข้าประหลาดใจเสียจริง การเคลื่อนไหวของเขาแม้จะดูเรียบง่ายแต่ไม่ศูนย์เปล่าเลยสักนิด นายน้อยไป๋เฉินท่านสั่งสอนเขาได้ดีจริงๆ"พ่อบ้านหานกล่าวชมเชยจากใจ
"ท่านปู่หานอย่าชมข้าเลย ข้าแทบจะไม่ได้สอนอะไรเขาด้วยซ้ำ นี่เกิดขึ้นจากความพยายามฝึกฝนอย่างไม่หยุดหย่อนของเขาเองทั้งนั้น"ไป๋เฉินที่ยืนอยู่ข้างๆกล่าวตามความจริง
"โอ้ ถ้าเป็นเช่นนั้น นายน้อยไป๋ฉีก็คงเป็นอัจฉริยะที่มีทั้งพรสวรรค์และความพยายามสินะ ในอนาคตไม่แน่ตระกูลไป๋ของเราอาจจะมีเทพแห่งดาบเกิดขึ้นมาก็เป็นได้"
ไป๋เฉินที่ได้ยินพ่อบ้านหานชื่นชมลูกชายของตนเองก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ เทพแห่งดาบอย่างนั้นหรือ ฉายานี้คือฉายาที่มอบให้แด่นักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดสิบคนเท่านั้น หากไป๋ฉียังคงพัฒนาต่อไปเรื่อยๆเช่นนี้มันก็อาจจะมีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกันที่จะได้ถือครองฉายา เทพแห่งดาบ
ตัดภาพมายังการประลองระหว่างไป๋ฉีกับไป๋หมิง ในตอนนี้ทั้งสองกำลังปะทะกันอยู่ดุเดือดไม่มีใครยอมใคร ดาบและขวานเข้าปะทะกันหลายครั้งหลายคราแต่กลับทำได้เพียงเสมอกันเท่านั้น
'เป็นไปได้อย่างไรกัน เขาพึ่งระดับสิบขั้นปลายเท่านั้น แต่กลับรับการโจมตีของข้าที่มีพลังถึงระดับจ้าวพิภพขั้นกลางได้ตั้งหลายครั้งหลายครา แถมยังไม่แสดงท่าทียากลำบากออกมาเลย'ไป๋หมิงตั้งคำถามในใจ แต่ทว่าใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยิ่งที่ได้พบเจอคู่ประลองที่แข็งแกร่งเช่นนี้
ไป๋หมิงกระชับด้ามขวานจนมั่นพุ่งเข้าโจมตีไป๋ฉีอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการต่อสู้นี้อย่างเต็มที่ ขวานยักษ์ของเขาแม้จะทำมาจากไม้ก็ตาม แต่ด้วยพลังกายอันมากล้นของไป๋หมิงการโจมตีของเขาก็พลันทำให้พื้นที่ลานกว้างแห่งนี้เกิดหลุมขนาดใหญ่จำนวนมาก ถึงขนาดที่พ่อบ้านหานต้องกุมขมับตัวเองในทันที ให้ตายสิ นายน้อยสองคนนี้จริงจังกับการประลองมากเกินไปหรือไม่
ตัดกลับมาทางด้านไป๋ฉีหลังจากที่หลบการโจมตีและโต้กลับมานาน ในที่สุดเขาก็คร้านจะใช้วิธีเช่นนี้อีกต่อไป ชายหนุ่มเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ของตัวเอง ฟาดฟันดาบเข้าปะทะกับขวานขนาดใหญ่อีกครั้งและถอยร่นไปไกล
ไป๋ฉีตั้งหลักกระชับดาบจนมั่นจากนั้นพุ่งทะยานเข้าใส่อีกฝ่าย ไป๋หมิงที่สัมผัสก็ฟาดฟันขวานของตนดักทางของไป๋ฉีโดยพลัน ทว่าไป๋ฉีกลับหมุนตัวหลบขวานนั้นกลางอากาศดาบในมือฟาดฟันเข้าใส่อีกฝ่ายไม่ยั้ง
"แย่แล้ว!"
ไป๋หมิงอุทานเขายกด้ามขวานขึ้นมาป้องกัน ทว่าด้วยพลังของไป๋ฉีก็ทำให้ไป๋หมิงถึงกับเซถอยหลังไปสามก้าวใหญ่ๆ
ไป๋ฉีไม่รอช้าเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพลาดพลั้งเขาจึงโหมกระหน่ำโจมตีต่อไป ภาพการประลองจากเดิมที่คล้ายจะสูสีอยู่ดีๆก็กลายเป็นไป๋ฉีที่ได้เปรียบไปเสียอย่างนั้น
ทักษะดาบของเขาเฉียบคมขึ้นทุกขณะที่ฟาดฟัน ไป๋หมิงที่จากเดิมใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นก็กลายเป็นจริงจังขึ้นมาในทันที เขาเองก็อยากจะโจมตีสวนกลับบ้างแต่ทว่ามันก็ไม่ง่าย เนื่องจากไป๋ฉีไม่เปิดช่องว่างและโอกาสให้เขาเลย ดังนั้นจึงจำใจต้องตั้งรับเช่นนี้
"เปรี้ยง!"
'อึก ดาบของเขามันหนักขึ้นหรือเปล่านะ'ไป๋หมิงอุทานในขณะที่ตั้งรับ
ในขณะเดียวกัน ไป๋ฉีเองก็ยังฟาดฟันดาบไม้ของตนเองต่อไป ประดุจพายุแห่งดาบที่โหมกระหน่ำใส่คู่ต่อสู้อย่างไม่หยุดยั้ง
'อย่างที่คิดการใช้ทักษะดาบประกายแสงโดยไม่ใช้ลมปราณจักรวาลและพลังธาตุเข้าช่วยมันกินกำลังกายจริงๆ ถ้าเป็นฉันเมื่อก่อนคงจะเหนื่อยหอบหายใจแทบไม่ทัน แต่หลังจากที่บรรลุขั้นจิตดาบทุกอย่างก็เปลี่ยนไป การเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็นก็ถูกขจัดออกไปจนหมดสิ้น!!'
"เปรี้ยง!"
เสียงการปะทะกันของดาบและขวานครั้งสุดท้ายดังขึ้น หลังจากนั้นไป๋ฉีก็กระโดดถอยหลังไปใบหน้าประดับไว้ซึ่งรอยยิ้มบาง
"พี่ชายท่านแพ้แล้ว ยังจะสู้ต่ออีกหรือไม่"
ไป๋หมิงยิ้มอย่างข่มขื่น "เห้อ ไม่ล่ะ พี่ชายคนนี้ยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี"
กล่าวจบไป๋หมิงก็นอนลงกับพื้นพร้อมกับหอบหายใจออกมาถี่กระชั้น ข้างกายของเขาตอนนี้มีขวานไม้ขนาดใหญที่อยู่ในสภาพถูกตัดขาดเป็นสองท่อน แน่นอนว่ามันเกิดจากดาบของไป๋ฉีอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อได้รับชัยชนะไป๋ฉีก็เก็บดาบไม้นั้นในทันใด ก่อนที่ตัวเขาจะเดินไปหาไป๋หมิงที่นอนอยู่ไม่ไกลนักจากนั้นเขาก็นั่งลงข้างๆอีกฝ่าย
"พี่ชายท่านสุดยอดมากจริงๆที่กวัดแกว่งขวานขนาดใหญ่ได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น การต่อสู้วันนี้สนุกมากเลยทีเดียว ข้าจะรอการต่อสู้กับท่านในรอบต่อไป"
ไป๋หมิงทำหน้ามุ่ยแล้วตอบว่า "เจ้าเก่งปานนี้แล้วยังคิดจะมาตอกย้ำความพ่ายแพ้ให้กับข้าอีกหรือไง"
ไป๋ฉีหัวเราะร่า "ฮ่าๆๆ แล้วท่านจะประลองกับข้าอีกหรือไม่ล่ะ"
"ข้าก็แค่บ่นไปอย่างนั้น เพราะถึงเจ้าไม่ท้าข้า ข้าก็จะท้าประลองจนกว่าจะชนะเจ้าได้"ไป๋หมิงกล่าวใบหน้าของเขาก็กลับมายิ้มได้
ทั้งสองมองหน้ากันจากนั้นก็หัวเราะร่าออกมาในทันใด ภาพนี้ทำให้พ่อบ้านหานและไป๋เฉินอดยิ้มไม่ได้จริงๆ
"นายน้อยไป๋เฉิน ท่านไม่คิดหรือว่าภาพนี้ช่างคล้ายท่านกับคุณชายใหญ่ในวัยเยาว์เป็นอย่างมาก" ไป๋เฉินหัวเราะออกมาเบาๆ ให้กับคำพูดของพ่อบ้านหาน
ในเวลาต่อมาไม่เพียงไม่นาน ขณะที่ไป๋ฉีกำลังพูดคุยอย่างสนุกสนากับไป๋หมิงอยู่นั้น บนท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ใหญ่ก็มียานอวกาศสีขาวลำหนึ่งปรากฏขึ้นมา ทำให้ทั้งไป๋ฉีและไป๋หมิงตั้งหันไปมองอย่างช่วยไม่ได้
"ดูเหมือนพวกท่านแม่กับท่านย่าจะกลับมาแล้ว น้องชายพวกเราไปทำให้พวกท่านตกใจเล่นๆกันดีหรือไม่"ไป๋หมิงลุกขึ้นแล้วเสนอความคิดแปลกๆออกมา
ไป๋ฉีเองก็มีท่าทางลังเลอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะถามเพื่อความแน่ใจว่า "เอ่อ......มันจะดีหรือขอรับ?"
"ดีสิ พวกท่านย่าจะต้องประหลาดใจมากแน่ๆที่เห็นเจ้า เดี๋ยวเราไปบอกให้ท่านอาไป๋เฉินเข้าไปช้าหน่อยก็พอแล้ว"ไป๋หมิงยังคงกล่าวโน้มน้าว
ไป๋ฉีที่ได้ยินแม้จะรู้สึกประหม่าอยู่มากแต่ก็เดินตามไป๋หมิงไปแต่โดยดี จากนั้นไป๋หมิงก็ทำตามแผนของตัวเองโดยการที่ไปบอกให้ไป๋เฉินเข้าไปด้านในคฤหาสน์ช้าหน่อยเพราะเขาต้องการสร้างความประหลาดใจให้แก่พวกท่านย่า ทางด้านไป๋เฉินเองก็บ้าจี้เล่นด้วยเสียอย่างนั้น
หลังจากที่ตกลงกับไป๋เฉินจนเสร็จสิ้น ไป๋หมิงก็พาไป๋ฉีเดินเข้าไปในคฤหาสน์ ใบหน้าของเขาประดับไปด้วยความตื่นเต้นยิ่ง ผิดกับไป๋ฉีที่ตอนนี้มีแต่ความประหม่าอยู่ในใจ