ของหาย
เกิดข่าวลือประหลาดขึ้นมีของหายไปจากเด็กๆส่วนใหญ่ล้วนเป็นอัญมณีหรือไม่ก็มีส่วนคล้ายอัญมณีความวุ่นวายโกลาหลมากขึ้นเมื่อมีคนปล่อยข่าวถึงหัวขโมยที่มาจากโลกมนุษย์และก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเนย่า
เช้านี้เธอนั่งเหม่อลอยคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาหลายสัปดาห์ก่อนหลายเรื่องที่เธอกำลังสงสัยและใช้ความคิดอย่างหนัก ถึงเรื่องฮาร์มคือมังกรของเธอและยังไม่สามารถบอกให้ใครรู้ได้แม้แต่รินรินอาวุธของเขาก็ครบสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว
เรื่องเซนดรินก็ยังไม่กระจ่างใจเพราะไม่มีโอกาสได้ถามหรือควรพิสูจน์อย่างไรดี หรือเธอควรจะโฟกัสที่ฮาร์มคนเดียว แล้วสร้อยนี่ล่ะทำไมถึงดูไม่มีปฏิกิริยาอะไรกับฮาร์มเลยมันคือาวุธของเขาจริงหรือเปล่าคิดว่าชูม่าคงไม่ได้มายุ่มยามในหัวเธอตอนนี้เพราะเขากำลังหลับเนื่องจากอ่อนเพลียที่ต้องลับฝีปากกับเพื่อนกินรีของเธอเมื่อคืนที่ผ่านมาคิดแล้วก็ตลกดี ที่สองคนนั่นดูเหมือนจะไม่ชอบหน้ากันแต่ก็แอบมีกระซิบกันอยู่บ่อย ๆโดยที่เธอไม่รู้ คงมีแผนจะไปป่วนใครเป็นแน่กระมัง
“เนย่าฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าข่าวลือที่ว่าเธอขโมยของจะเป็นเรื่องจริง” รินรินเข้ามานั่งข้าง ๆ เนย่าแล้วเอ่ยอย่างปลอบใจ
เด็กปีหนึ่งต่างจับกลุ่มกระซิบกระซาบถึงเรื่องที่เด็กหญิงเป็นขโมยและต่างปักใจเชื่อว่าเนย่าเป็นคนทำแม้ข่าวลือจะลอยมาเข้าหูเธอ แต่เนย่าก็ยังมีอาการเหม่อลอยเพราะเธอมีเรื่องต้องคิดมากกว่าที่ต้องรับรู้ว่าของคนอื่นหายไปเลยไม่สนใจเท่าไรจนรินรินเข้ามาบอก
“ขอบใจนะรินรินเธอทำให้ฉันสบายใจขึ้นเยอะเลยแล้วของเธอหายไปบ้างหรือเปล่าล่ะ” เนย่าตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอหันไปมองหน้าเพื่อนที่เจื่อนลงด้วยท่าทางเหมือนวิญญาณไม่อยู่กับตัว
“อืม… แต่ ๆฉันไม่คิดว่าเธอเป็นคนเอาลูกแก้วความทรงจำของฉันไปหรอกนะเพราะเธอก็มีของที่เซนดรินให้อยู่แล้วจะเอาไปอีกทำไมล่ะ” รินรินเองก็ของหายไปเช่นกันแต่กลัวเพื่อนจะเข้าใจผิดว่าเธอมีเจตนาคิดว่าเพื่อนรักจะเอาไปจึงรีบแก้ตัวพัลวัน
“ฉันอาจจะทำไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้” เนย่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอยใจเธอไม่อยากให้รินรินมารบกวนในตอนนี้เพราะเธอกำลังเป็นเป้าและรินรินอาจจะถูกหางเลขไปด้วย
“แต่ส่วนใหญ่ของที่หายจะเป็นอัญมณีหรือไม่ก็มีส่วนคล้ายอัญมณีนะเธอคงไม่ชอบหรอกใช่ไหม คุณบาร์รามน่ะให้เธอได้ตั้งเยอะถ้าเธอต้องการ” รินรินพยายามจะโน้มน้าวใจให้เพื่อนปฏิเสธแต่ดูเหมือนจะหนักกว่าเก่า
“ฉันอาจจะชอบของแวววาวโดยไม่รู้ตัวนะ” ชีน่ากับรีสต่างผงกหัวขึ้นมองเด็กหญิงทั้งสองขมวดคิ้วมุ่นแล้วมองกราดเด็ก ๆ ที่ซุบซิบกันถึงคำพูดเนย่าเมื่อครู่ แล้วแยกเขี้ยวใส่ทำให้เสียงนั้นเงียบไปได้เพียงชั่วอึดใจหนึ่ง
“เลิกโทษตัวเองซะทีเนย่าเธอก็รู้ตัวดีว่าไม่ได้ทำ” เซนดรินที่ฟุบหลับอยู่นานถึงกับทำเสียงดุอย่างขัดใจ
“แล้วนายจะมารู้ดีกว่าตัวฉันได้ยังไงล่ะ” เนย่าตบโต๊ะแล้วตะโกนกลับทำเอาทุกคนสะดุ้งหันมามองเป็นตาเดียวกันรีสและชีน่าก็ยืนขึ้นด้วย
เนย่าหันไปเผชิญหน้ากับคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เขาจ้องมองเธอนิ่งดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธกรุ่น อยู่ ๆ ก็มาพาลเป็นบ้าอะไรรึเปล่านะยายคนนี้
“นั่นสินะท่านเซนดรินคงไม่รู้อะไรเท่ากับใจเธอดีหรอกยายขี้ขโมย ออกมาห่าง ๆ เธอค่ะเดี๋ยวความโสมมจะติดตัวท่านไปด้วย” ลาร์เฟียเดินเข้ามาใกล้เซนดรินพลางรั้งแขนให้เขายืนขึ้นแต่สายตาของเขาก็ไม่ได้ล่ะไปจากคนตรงหน้าที่กำลังพาลโมโหเลย
“และที่ฉันลดตัวลงมาคุยกับเธอวันนี้ก็เพราะฉันอยากได้ของของฉันคืน” ลาร์เฟียปล่อยแขนเซนดริน แล้วเดินเข้าหาเนย่าเชิดหน้าท้าทายเด็กมุงต่างรุมล้อมทั้งหมดเป็นวงกลมและคงไม่มีใครพลาดเรื่องร้าวฉานของวันนี้แน่
“แล้วอะไรล่ะที่เป็นของเธอ” รินรินก้าวมาข้างหน้าแทนเนย่าเธอกอดอกเชิดหน้าถามอย่างท้าทายไม่แพ้กัน
“สร้อยคอรูปจันทร์เสี้ยวที่ยายนั่นใส่อยู่ไงล่ะ” ลาร์เฟียชี้ไปที่คอของเนย่าเด็กหญิงขมวดคิ้วมุ่นอย่างประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้แสดงทีท่าร้อนรนแต่อย่างใด
“นี่มันของเนย่าต่างหากเธอก็เห็นว่ามันมีมาตั้งแต่เนย่าเข้ามาเรียนที่นี่แล้วมันจะเป็นของเธอไปได้ยังไง” รินรินออกตัวแทนอีกครั้ง
“ตอนแรกฉันก็คิดว่าแค่ของทำเลียนแบบตั้งแต่ฉันเห็นแม่นี่ใส่ฉันก็ไปหาของฉันดูบ้างแต่มันก็ไม่มีฉันคอยอยู่นานเผื่อว่าเธอจะมีจิตสำนึกนำมาคืนฉันเอง แต่ก็เปล่าเธอยังคงครอบครองมันอย่างหน้าด้านทั้งที่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่ของเธอเธอขโมยมันไปจากฉัน” ลาร์เฟียยืนยัน
“ฉันไม่เคยขโมยของเธอมามีคนให้สร้อยเส้นนี้กับฉันมา” เนย่าดึงมือรินรินกลับแล้วมายืนแทนที่เพื่อเผชิญหน้ากับลาร์เฟีย
“เชอะ! ข้ออ้างของหัวขโมย ใคร ๆก็รู้ว่าเธอเคยเป็นขโมยมาก่อน ของมันเคย ๆ กันอยู่คงจะอดใจไม่ไหวล่ะสิของของคนอื่นถึงได้หายไปด้วยแบบนี้มันเปลี่ยนสีได้ใช่ไหมล่ะและมันจะเลียนสีนัยน์ตาของผู้สวมใส่” เนย่าถึงกับกลืนน้ำลายอย่างฝืดฝืนมันคือเรื่องจริงและเธอคิดว่าน่าจะมีแค่เธอที่รู้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เสียแล้วรวมถึงเรื่องที่เธอเคยเป็นหัวขโมยในโลกมนุษย์คงจะเป็นเพราะลาร์เฟียสนิทกับเซนดรินหมอนั่นคงจะบอกล่ะสิ
“ถ้าเธอคิดว่ามันเป็นของเธอเธอก็เข้ามาถอดไปจากคอฉันสิ” เนย่าท้าทาย
“มันแน่อยู่แล้ว” ลาร์เฟียก้าวเท้าเข้าหาเอื้อมมือจะคว้าทันที
“กรรส!!” รีสกับชีน่าเข้ามาขวางเพราะท่าทางของลาร์เฟียที่คงจะไม่ใช่แค่ถอดสร้อยแต่อาจจะลงมือทำร้ายเนย่าด้วย
“อย่ารีส ชีน่าถ้าสร้อยเส้นนี้ถอดออกได้ด้วยน้ำมือคนอื่น แสดงว่ามันไม่ใช่ของฉัน แต่ถ้าเธอถอดไม่ได้ก็เอาลูกแก้วสะท้อนความทรงจำของรินรินคืนไปซะด้วยนะ” ประโยคสุดท้ายเนย่ายืนหน้าเข้าไปใกล้ลาร์เฟียเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน
“เธอพูดบ้าอะไรน่ะ” ลาร์เฟียมีสีหน้าตื่นตะลึง
“ของมันเคย ๆ กันอยู่” เนย่ายกยิ้มที่มุมปากเธอเองก็แปลกใจที่สามารถมองเห็นลูกแก้วของรินรินที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของลาร์เฟียได้
“ฮึ่! ได้ถ้าเธอต้องการอย่างนั้น” ลาร์เฟียเอื้อมมือไปปลดตะขอสร้อยที่อยู่ด้านหลังคอของเนย่าทุกคนต่างจ้องมองอย่างลุ้นระทึก และ...มันถูกถอดออกอย่างง่ายดาย
“ไงล่ะ บอกแล้วว่ามันคือของฉัน” ลาร์เฟียยิ้มสาใจก่อนจะกระแทกไหล่เนย่าแล้วแทรกฝูงชนออกมาเพื่อนอีกสองคนของลาร์เฟียรีบเข้ามาขนาบข้างอย่างรู้งานแล้วรีบใส่สร้อยให้เธอทันที
เนย่าได้แต่ยืนนิ่งอึ้งกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นไปได้ยังไงนะ นั่นมันคืออาวุธของเธอ เธอสามารถใช้มันได้แต่ถูกคนอื่นยึดครองอย่างง่ายดายเชียวเหรอ เหมือนกับที่เซนดรินไม่ใช่มังกรของเธอใช่ไหมเนย่าหันกลับไปมองเซนดรินที่กำลังถอนหายใจอย่างใช้ความคิด ทุกคนต่างพุ่งเข้ามารุมล้อมเนย่าจนชีน่าและรีสเริ่มจะต้านไม่ไหว
“เอาของฉันคืนมานะยายหัวขโมย”
“ใช่ ๆ เอามา ๆ แล้วออกไปจากโลกนี้เลย ยายตัวเชื่อโรค”
“แค่นี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าเธอเอาของพวกเราไป” หลายเสียงเริ่มวิพากษ์วิจารณ์และหลายคนเหมือนจะเข้ามารุมทำร้ายรินรินเองก็ช่วยผลักทุกคนออกไปแต่ก็สู้จำนวนที่มากกว่าไม่ได้
“รีส ชีน่า พาเนย่าออกไปจากที่นี่ก่อน” เป็นฮาร์มที่ยื่นมือเข้าช่วยเขาอุ้มร่างของเด็กหญิงขึ้นไปบนหลังของรีสเพราะเนย่าดูเหมือนไม่ค่อยมีสติที่จะต่อกรกับใครในตอนนี้ได้วูฟวิงค์ทั้งสองพยักหน้าให้เขาก่อนจะทะยานขึ้นกลางอากาศและพุ่งทะลุกระจกสีสวยเหล่านั้นแล้วพาเนย่ากลับหอคอยสีน้ำเงินอย่างเร็วที่สุด
เมื่อเด็กหญิงหัวขโมยที่พวกเขาคิดหายไปแล้วเป้าหมายก็มาอยู่ที่เพื่อนของเธอ รินรินกำลังถูกจ้องมองราวกับจะสูบเลือด
แม้จะเหนื่อยหอบจากการปกป้องเพื่อนเมื่อครู่แต่ถ้าเข้ามาทำร้ายเธอล่ะก็ตายเป็นตายสิและจะเรียกว่าเสียงสวรรค์หรือเสียงสาปแช่งจากนรกดีล่ะ เมื่อโควอร์กเข้ามาตะโกนโวยวายถึงความไม่เป็นระเบียบของเหล่านักเรียนและกระจกสวยที่เขาแสนภูมิใจก็ได้แตกละเอียดลงไปอีกแล้ว
โถงทางเดินระหว่างห้องเรียน
“ลาร์เฟียหยุดนะ!” เสียงตะโกนอย่างกราดเกรี้ยวไล่หลังคนที่กำลังชื่นมื่นกับสิ่งที่ได้คืนทำให้ลาร์เฟียต้องหันกลับไปอย่างเสียอารมณ์
“มีอะไรหรือคะท่านเซนดริน” ลาร์เฟียทำเสียงหวานแล้วเดินกลับมาหาเขาเธอออกมาจากห้องปีหนึ่งและตั้งใจจะโดดเรียนวันนี้เพื่อกลับไปชื่นชมมันที่ห้อง
“คืนเนย่าไป มันไม่ใช่ของเธอ” เซนดรินพูดลอดไรฟันจ้องหน้าเธอนิ่ง
“ไม่ ในเมื่อมันเคยเป็นของฉันและท่านเคยให้ฉันไว้กับมือ” ลาร์เฟียหุบยิ้มหวาน และกดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจ
“แต่มันเป็นอาวุธของเนย่าและถ้าผู้ครอบครองไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริงมันเอาเธอตายแน่” เซนดรินเตือน
“ฮึ่! ไม่เห็นจะเป็นไรเลย นี่ไงฉันก็ใส่อยู่เมื่อก่อนมันก็อยู่กับฉันไม่เห็นจะเป็นไรเลยนี่” ลาร์เฟียลอยหน้าตอบ
“แต่เมื่อก่อนเธอไม่เคยใส่มันและเจ้าของที่แท้จริงปรากฏตัวแล้ว คืนมันซะ เธอเป็นแค่ผู้รับฝากลาร์เฟียเธอคือผู้ฟูมฟักเงา” เซนดรินพยายามเกลี้ยกล่อม
“ไม่ ผู้รับฝากอย่างนั้นเรอะ จนตอนนี้ยายนั่นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่านเป็นใครแถมฮาร์มก็ดูใกล้ชิดกับเด็กนั่นขนาดนั้น ถ้าตานั่นเป็นมังกรของยายเด็กมนุษย์ได้คงเป็นไปแล้วล่ะฮึ!” ลาร์เฟียสะบัดหน้าใส่เซนดรินก่อนจะจ้ำหนีเขาไปอย่างรวดเร็วที่สุด
“ลาร์เฟีย ฮึ้ย..!” เซนดรินสบถอย่างหัวเสียเขาไม่น่าฝากของสำคัญไว้กับลาร์เฟียเลย เพราะเกรงว่ามันจะถูกขโมยไปจึงฝากไว้กับคนที่ไม่มีวันจะทรยศเขาเมื่อทรีบาสนำมันไปให้เนย่าเขาก็วางใจว่าอาวุธเจอเจ้าของแล้วแต่ก็ไม่คิดว่าผู้รับฝากจะหาเรื่องใส่ตัวเช่นนี้เขาน่าจะบอกเธอก่อนแต่แรกใช่ไหมว่าเขาไม่ได้ให้เธอเพราะเป็นผู้ฟูมฟักเขาแต่ที่ฝากไว้กับเธอเพราะใจของเธอซื่อสัตย์แต่เพียงเขาเท่านั้น และไว้ใจได้
อีกด้านหนึ่ง
“รีสพาเนย่ากลับเข้าหอคอย เขาให้เนย่าลงจากหลังส่วนชีน่าก็พาเธอไปที่เตียงนุ่มแม้เด็กหญิงจะไม่มีน้ำตาแต่ความเสียใจก็แสดงออกมาทางสีหน้าที่เรียบเฉยนั้นได้อย่างชัดเจน
เธอกำลังสับสนตอนเธอใส่สร้อยนั่นครั้งแรกพยายามถอดเท่าไรก็ไม่ออกจนเมื่อได้เข้ามาอยู่ในโลกนี้เธอสามารถใช้สร้อยนั่นเป็นอาวุธได้อย่างใจนึกไม่คิดเลยว่าคนอื่นก็สามารถถอดมันไปจากเธอได้เหมือนกันหรือเธอจะไม่ใช่เจ้าของอาวุธจากเปลือกไข่นั่นตั้งแต่แรก
“เนย่าข้าอยู่กับเจ้าตลอดเวลา ข้ารู้ดีทุกคนที่นี่ก็รู้ดีว่าเจ้าไม่ได้ทำ” รีสปลอบใจเด็กหญิง
“ใครจะสนล่ะรีส ฉันเคยเป็นหัวขโมยมาก่อนนะ เฮ้อ! ฉันคงทำให้อาจารย์ใหญ่ผิดหวังแน่เลย” เนย่าถอนหายใจแล้วล้มตัวลงนอน
“ทรีบาสต้องรู้อยู่แล้วล่ะว่าไม่ใช่เจ้าเชื่อสิเพราะเขาให้สร้อยนี่มา” ชีน่าเป็นอีกคนที่ช่วยปลอบ
“พวกเราจะช่วยตามหาหัวขโมยให้ท่านเนย่าโปรดวางใจ” บาร์รามเอ่ย เฮริส และเฟย์รินเข้ามาสมทบ ดูเหมือนข่าวลือนี้คงจะไม่กระจายไปแค่ในโรงเรียนเสียแล้ว
“ขอบใจทุกคนมากนะ ตอนนี้ฉันเหนื่อยเหลือเกิน” เนย่าฟุบหน้าลงกับหมอนมันคือเปลือกของไฮดราไม่ใช่เหรอ เปลือกของฮาร์ม ถ้ารีสและชีน่าเกิดจากเกร็ดสร้อยนั่นก็ควรจะเป็นจากเปลือกไข่ แต่มันไม่เคยมีอะไรสัมพันธ์กับฮาร์มเลยแต่กับเซนดริน มันมีปฏิกิริยาตลอด แถมเขายังรู้ด้วยว่ามันใช้ยังไง นี่มันอะไรกันนะปวดหัวเหลือเกิน
“ซ่อนเฉพาะตอนที่ทำผิดก็พออย่าซ่อนถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด” เรเนรอสเอ่ยนิ่ง ๆก่อนจะเข้าไปประคองไทโซล์ที่คลำทางเพื่อมาช่วยปลอบใจเด็กหญิงด้วย
“เธอต้องทำตัวเป็นปกตินะเนย่า” ไทโซล์ยิ้มละไมแม้จะไม่รู้ทิศทางว่าเนย่าอยู่ทางไหนและเขายังคงแย้มยิ้มให้กับดอกไม้ริมหน้าต่างจนเรเนรอสต้องสะกิดให้เขาหันมาอย่างถูกทาง
“แจ๊บ ๆ” และนี่คงเป็นเสียงปลอบใจของคนที่หลับเป็นตายอยู่บนหัวเนย่า
ห้องของลาร์เฟีย
“แกว้ก ๆ ๆ ก๊าซซ” เสียงร้องอย่างตื่นตระหนกจากลูกมังกรของลาร์เฟียทำให้ลืมตาตื่นขึ้นกลางดึกเธอเริ่มรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่คอ ก่อนจะตามมาด้วยอาการหายใจไม่ออก สร้อยกำลังรัดคอของเธอ
“แค่ก ๆ ๆ” เสียงไอ สำลักและเสียงของหล่นโครมครามเกิดจากลาร์เฟียปัดป่ายมือไปมาเพื่อหาทางอออกตะเกียงเซนเทียส่องให้เธอเห็นเงาตัวเองในกระจกว่าสายสร้อยกลายเป็นสีแดงเพลิงและรัดคอเธอแน่นขึ้นๆ จนเลือดซึม ถ้านานกว่านี้เธอต้องคอขาดอย่างแน่นอน เธอต้องรีบหาคนช่วยคนที่จะถอดสร้อยออกได้ คนที่เป็นเจ้าของจริง ๆ