ความแปลกประหลาดของกระบี่เจี้ยนเฟิง
เมื่อเห็นคนของตนถูกสังหารไปอีก 1 คน หัวหน้าชายชุดดำก็ไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไปหันหลังวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สำหรับอู่หมิงแล้วการหันหลังให้เขาก็มีแต่ความตายที่แน่นอน"ตะวันขึ้นแรกฟ้า" อู่หมิงกล่าวเสียงเย็นกระบี่เจี้ยนเฟิงปลดปล่อยแสงสว่างสีแดงฉาน พลังหยางเข้มข้นปุทุออกมา อู่หมิงรู้สึกว่ากระบี่เจี้ยนเฟิงชั่งเหมาะสมกับทักษะกระบี่ตะวันจริงๆ ปราณกระบี่ที่ทรงพลังพุ่งเข้าหาแผ่นหลังของหัวหน้าชายชุดดำอย่างรุนแรงทำให้ชายชุดดำกระเด็นไปชนเข้ากับต้นไม้อย่างจัง"อัก!!!!!" หัวหน้าชายชุดดำกระอักเลือดออกมาด้วยความเจ็บปวดอู่หมิงเดินเข้ามาหาชายชุดดำก่อนจะนำกระบี่เจี้ยนเฟิงจะจ่อที่คอของหัวหน้าชายชุดดำ"ใครเป็นคนส่งพวกเจ้ามาสังหารพวกข้าและเป้าหมายของพวกมันคืออะไร" อู่หมิงกล่าวเสียงเย็น"เป็นประมุขตระกูลซือที่สั่งให้พวกเรามาสังหารทุกคนยกเว้นเสี่ยวหลิน" ชายชุดดำกล่าวด้วยความกลัว"หลังจากสังหารพวกข้าแล้วพวกเจ้าจะได้อะไร" อู่หมิงกล่าวถาม"ข้าไม่รู้ หัวหน้าตระกูลไม่ได้บอกอะไรแก่พวกข้าเลย" ชายชุดดำกล่าวด้วยความหวาดกลัว"งั้นเหรอ น่าเสียดายนะ ถ้าเจ้ารู้มากกว่านี้ก็จะดีต่อข้ามากเลย" อู่หมิงกล่าวก่อนจะแทงกระบี่ทะลุศีรษะของชายชุดดำทันทีในขณะที่อู่หมิงกำลังเก็บแหวนมิติของพวกชายชุดดำอยู่ กระบี่เจี้ยนเฟิงก็สั่นไปมาและลอยออกจากมือของอู่หมิงทันที "เกิดอะไรขึ้น" อู่หมิงไม่สามารถสงบได้และตกตะลึง และในตอนนั้นเองที่ปรากฎร่างเงาของหญิงสาวที่ไร้ใบหน้ามีผมสีแดงลอยอยู่บนกระบี่"วูป!!!!!!!!!" หญิงสาวผมแดงนางนั้นอ้าปากดูดกลืนพลังจากศพของชายชุดดำที่ฝึกฝนพลังเปลวเพลิงอย่างต่อเนื่องอู่หมิงยืนแข็งเป็นหินและตกตะลึงตอนนี้เขาไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันคืออะไรแล้วเกิดขึ้นได้อย่างไร ในใจของอู่หมิงก็ต้องการที่จะสอบถามเสี่ยวฮุ่ยแต่เขาก็ต้องผิดหวังเพราะเสี่ยวฮุ่ยไม่ได้มาด้วยร่างวิญญาณของหญิงสาวผมแดงที่ไร้ดวงตา จมูก มีแต่ปากที่กำลังดูดกลืนพลังอย่างบ้าคลั่งจนกระทั้งซากศพเหล่านั้นกลายเป็นผุยผง และจากนนั้นไม่พอ นางยังคงหาซากศพที่บ่มเพาะพลังเปลวเพลิงแล้วดูดกลืนต่อ จนกระทั้งนางดูดกลืนพลังจากซากศพจดหมดร่างวิญญาณของหญิงผมแดงก็หายไปแล้วกระบี่เจี้ยนเฟิงก็ลอยกลับมายังอู่หมิงในตอนนี้ภายในจิตใจของอู่หมิงเต้นโคมคามและเขายังเชื่ออีกคำกล่าวของเสี่ยวฮุ่ยแล้วว่ากระบี่เล่มนี้มีวิญญาณสิงอยู่แถมวิญญาณดวงนี้ยังน่ากลัวใช่เล่นอีกด้วยซึ่งไม่แปลกใจเลยที่เสี่ยวฮุ่ยจะแสดงความกลัวออกมาขนาดนั้น"ดูเมหือนว่าข้าต้องไปปรึกษาผู้อาวุโสเฉินถึงเรื่องราวของกระบี่เล่มนี้" อู่หมิงกล่าวด้วยสีหน้าบิดเบี้บวและเก็บกระบี่เงาสังหารไว้ในแหวนโบราณและเก็บกระบี่เจี้ยนเฟิงไว้ในฝัก อู่หมิงรู้สึกเย็นหลังวาบเมื่อสะบายกระบี่เจี้ยนเฟิงในตอนนี้ไม่นานอู่หมิงก็กลับมาถึงที่พักของพวกเสี่ยวหลินที่เตรียมตัวต่อสู้กันอยู่แต่เมื่อเห็นอู่หมิงเดินออกมาทุกคนก็แสดงความยินดีออกมา"เจ้าเป็นอย่างไรบ้างแล้วเจ้าพวกนั้นละ" จิงเสวี่ยนกล่าวด้วยความกังวล"เจ้าอยู่กับข้าก็มาสักพักแล้วเจ้ายังไม่รู้อีกเหรอว่าข้าจะไม่ทำอะไรที่ไม่มั่นใจ" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับลูบหัวของจิงเสวี่ยนทำให้จิงเสวี่ยนอดไม่ได้ที่จะเขินอาย คนอื่นๆอดไม่ได้ที่จะลอบยิ้มยกเว้นเหล่าชายหนุ่มของหอสมบัติที่แทบจะร้องให้เป็นสายเลือด"อะแฮ้ม พวกเจ้าจะหวานกันข้าก็ไม่ว่าแต่อย่างน้อยก็ช่วยเล่ารายละเอียดให้พวกข้าฟังก่อนได้หรือไม่" องค์ชายเก้ากล่าวขัด"เอ่อ คนที่คิดจะรอบสังหารพวกเราคือคนของตระกูลซือ และเป้าหมายของพวกมันก็คือสังหารพวกเราทุกคนยกเว้นแม่นางเสี่ยหลิน และดูเหมือนนี่จะเป็นคำสั่งของประมุขตระกูลซือด้วยเช่นเดียวกัน" อู่หมิงกล่าว"แบบนี้นี่เอง เป็นแบบนี้สินะคิดจะจับเป็นข้าเพื่อที่จะไว้ต่อรองกับหอสมบัติสินะ" เสี่ยวหลินกล่าวพึมพำ"ดูเหมือนแม่นางเสี่ยวหลินจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว" อู่หมิงกล่าวถามทำให้คนอื่นๆหันมามองเสี่ยวหลินเป็นตาเดียวเพราะอีกฝ่ายถึงกับส่งปรารนภามาสังหารพวกตนและถ้าอู่หมิงไม่อยู่ด้วยป่านี้พวกเขาอาจจะถูกสังหารไปแล้วก็ได้"พวกท่านอย่าได้มองข้าแบบนั้นสิ ไม่ใช่ข้าไม่อยากบอกพวกท่านแต่ข้าเองก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะโจมตีพวกเราแบบไม่เลือกแบบนี้" เสี่ยวหลินกล่าว"เอาเถอะ ข้าจะไม่ถามไปมากกว่านี้เพราะนี่คือภารกิจที่พวกเราเลือกเอง แต่ว่าถ้าข้าเห็นว่าภารกิจนี้อันตรายเกินไปพวกข้าก็จะขอถอนตัวทันที" อู่หมิงกล่าว"เรื่องนี้ก็แล้วแต่พวกท่านเลย" เสี่ยวหลินกล่าวองค์ชายเห็นว่าบรรยากาศระหว่างอู่หมิงและเสี่ยวหลินเริ่มหนักอึ้งจึงรีบไปชวนทั้งคู่เปลี่ยนเรื่องคุยแต่อู่หมิงก็ไม่สนใจและกลับมานั่งข้างจิงเสวี่ยนและเยี่ยฉีทันที"ดูเหมือนการเดินทางครั้งนี้จะไม่ง่ายอีกแล้วพวกเจ้าจะต้องระวังตัวเอาไว้ให้ดีและอย่าได้ประมาทเด็ดขาด" อู่หมิงกล่าวกับทั้งสอง"อืม เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวลข้าชินกับสถานการณ์แบบนี้อยู่แล้ว" เยี่ยฉีกล่าว"ข้าเองก็จะระวังตัว" จิงเสวี่ยนกล่าวเมื่อค่ำคืนที่แสนอึดอัดผ่านไป ใช้เวลาเดินทางอีกหนึ่งวันพวกอู่หมิงก็มาถึงอาณาจักรซือซึ่งถูกปกครองโดยตระกูลซือ แต่เมื่ออู่หมิงเข้ามาในอาณาจักรแห่งนี้สิ่งที่อู่หมิงเห็นก็คือชาวบ้านธรรมดาต่างก็มีลักษณะซูบผอมและดูสิ้นหวัง เยี่ยฉีที่เห็นชาวบ้านธรรมดาเหล่านั้นอยู่อย่างทรมาน เยี่ยฉีก็กัฟันและกำหมัดแน่นความเกลียดชังของเยี่ยฉีพุ่งสูงขึ้น"เลวร้ายมาก นี่พวกมันปกครองอาณาจักรแบบใหนกันเนี่ย" องค์ชายเก้ากล่าวด้วยความโกรธ"นี่แค่ส่วนน้อยที่พวกเจ้าเห็น ถ้าพวกเจ้าเห็นสิ่งทั้งหมดที่พวกมันทำละก็พวกเจ้าจะได้รู้ซึ้งถึงความชั่วร้ายของพวกมัน" เยี่ยฉีกล่าวด้วยความเกลียดชัง"จากนี้พวกท่านอย่าได้ทำอะไรแค่ปกป้องข้าไปถึงหอสมบัติของอาณาจักรแห่งนี้ก็พอ" เสี่ยวหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาอู่หมิงรู้ว่าเสี่ยวหลินต้องมีแผนการบางอย่างที่ยิ่งใหญ่บางอย่าง และแผนการนี้อาจจะทำให้กลุ่มของอู่หมิงตกอยู่ในอันตรายได้----------------------------------------------------------------------------------------------------------------