เงาดำที่เคลื่อนอยู่บนผนังกลายเป็นสีเดียวกันกลบกลืนอย่างรวดเร็วนินจาหานซู่ลี่ค่อยเคลื่อนไปหาเจ้าของตำหนักเหอผิงเมื่อเห็นสตรีในอาภรณ์ปักเลื่อมงดงามนั่งอ้อยอิ่งอยู่บนตั่งเตี้ยก็พยายามขยับเข้าไปใกล้นางกำลังสนทนากับถูมามาหลี่หัวหน้านางกำนัลประจำตำหนัก
“แจกปิ่นทองประดับทับทิมให้ข้าเชอะ!คงนึกว่าข้าจะซาบซึ้งเสียเต็มประดา”สีหน้าชิงชังของนางมิได้เก็บงำไว้เช่นยามอยู่ต่อหน้าผู้อื่นถูมามาหลี่ผู้รับรู้ถึงความเจ็บช้ำน้ำใจของเจ้านายยืนนิ่งรอรับฟัง“หลังจิ้งเอ๋อร์ตายเสด็จมาดูข้าสองครั้งแต่หลังจากรับตงเฟยเข้ามาตำหนักเหอผิงกว่าจะได้ต้อนรับฝ่าบาทอีกก็ยากเย็นแสนเข็นนี่สินะ ชะตากรรมของสตรีวังหลังแม้ถูกโปรดปรานก็มิอาจครอบครองไว้ได้เพียงผู้เดียว”
“ใช่ว่าตงเฟยจะเหนี่ยวรั้งฝ่าบาทได้นี่เพคะ”ถูมามาหลี่รีบปลอบโยน
“ก็ใช่ไง?” เฉินเฟยตวาดเสียงดังลั่นนึกถึงเรื่องคราวนั้นความโมโหของนางก็แล่นปราดถึงศีรษะ มือสั่นเทาคว้าถ้วยน้ำชากระเบื้องเคลือบอย่างดีขว้างลงพื้นแตกกระจาย
เพล้ง!
“นางตัวดีนั่นไม่มีดีอะไรคิดหรือว่าจะทำให้ฝ่าบาทพอพระทัยได้นาน”เฉินเฟยรู้ว่าฮ่องเต้จะทรงมีทีท่าโปรดปรานผู้มาใหม่อยู่ชั่วระยะหนึ่งจากนั้นเมื่อมีผู้มาใหม่ที่ใหม่กว่าก็จะเสด็จเยือนตำหนักใหม่บ่อยๆจนทำให้พระสนมคนเก่าได้รู้ว่า พวกนางมิใช่คนโปรดอีกต่อไป
“ขนาดข้าที่ได้รับอนุญาตให้อุ้มครรภ์มังกรสุดท้ายยังกลายเป็นเพียงหมาหัวเน่าแล้วพวกนางที่หัวยังจุ่มน้ำแกงห้ามครรภ์จะมีโอกาสยึดพระทัยฝ่าบาทได้อย่างไร?”
“น้ำพระทัยฮ่องเต้ยากแท้หยั่งถึงเพคะ” ถูมาม่าหลี่ที่อยู่ในวังตั้งแต่เยาว์วัยสรุปความได้รวบรัด
“ไม่มีผู้ใดเป็นคนโปรดที่แท้จริงได้หรอก”ใบหน้าที่ดูนุ่มนวลอยู่เป็นนิจ แสยะยิ้มเล็กน้อย “ต่อให้ลงแรงกายแรงใจไปเท่าใดสิ่งที่ควรหวังมีเพียงทรัพย์กับอำนาจเท่านั้น”
“ครั้งนี้องค์ชายหมิงเหอตี้สิ้นย่อมทำให้คนส่วนหนึ่งไม่สิ้นสงสัย ความหวาดระแวงจะวนกลับมาอีกครั้งไม่มีว่าที่รัชทายาทแล้ว ผู้คนล้วนพุ่งความสนใจไปที่ฮองเฮาพระองค์ใหม่”หัวหน้านางกำนัลตำหนักเหอผิงก็เหมือนกับมามาหลี่ตำหนักอื่นพวกนางกำลังวุ่นวายกับการหาข่าวในวังหลัง
“ฝ่าบาทอาจจะทรงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้พระโอรสกับนางเพื่อยุติปัญหาเรื่องรัชทายาทเพราะจะว่าไปองค์ชายหมิงเหอตี้เองก็มีปัญหาที่เป็นบุตรของทรราช”สีหน้าของเฉินเฟยกลับมานิ่งอีกครั้ง
สิ่งที่คนทั้งสองกำลังถกกันก็คล้ายเป็นประเด็นทั่วไปในวังหลังนินจาหานซู่ลี่นิ่งฟังอยู่เป็นนานก็ยังมิเห็นพิรุธใด นางจึงลอบเคลื่อนเงากลับออกไปจากตำหนักกระโจนสองสามครั้งเพื่อออกไปยังตำหนักห่าวซินของเหม่ยเฟยในขณะที่หงซือซือจับไป๋เพ่ยเจินมาแปลงโฉมเป็นตนส่วนนางก็แปลงโฉมเป็นนางกำนัลตำหนักฟาหยางของตงเฟยเข้าไปหาข่าว
ตงเฟยผู้แสนสุภาพกำลังรับการขัดสีฉวีวรรณจากนางกำนัลสามสี่คนในเมื่อนางมีความงดงามน้อยกว่าเสิ่นกุ้ยเฟยและเฉินเฟยก็ต้องเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องนางให้บิดาที่เป็นเจ้ากรมโยธาธิการสรรหาเครื่องประทินผิวอย่างดีจากทั่วแคว้นส่งเข้ามายังวังหลังแต่ละวันก็พยายามนวดเฟ้นขัดผิวพรรณให้งดงามสดใสอยู่เสมอ
“พระสนม น้ำนมกับน้ำอบที่มาใหม่จากแคว้นเหลียงกลิ่นหอมยิ่งนักเพคะ”เก่อมามาหลี่ทำสีหน้าภาคภูมิใจ พักหลังนี้ในรอบหนึ่งเดือนฮ่องเต้เสด็จเยือนตำหนักนี้ถึงสามครั้งแม้จะยังมิได้รับอนุญาตให้งดน้ำแกงห้ามครรภ์ ทว่าโอกาสที่ตงเฟยจะเป็นที่โปรดปรานมากขึ้นกว่าเดิมก็เพิ่มขึ้น
“ข้าต้องพยายามทำให้ฝ่าบาทเสด็จกลับมาอีกครั้งให้ได้เจ้าเห็นหรือไม่? องค์หญิงหลวนที่มีผู้เล่าลือว่าเป็นเพียงองค์หญิงชายแดนงดงามปานสวรรค์ล่มลงมาหากข้ายังย่อหย่อนการดูแลตนเองปล่อยผิวพรรณเหี่ยวเฉาอย่างเฉินเฟย จะทำให้ ฝ่าบาททรงอยากร่วมเตียงได้อย่างไร? นางน่ะเอาแต่โศกเศร้าฝ่าบาทเสด็จปลอบใจเพียงครั้งสองครั้งก็ไม่ไปเยือนอีกซ้ำยังปล่อยให้ผิวพรรณทรุดโทรม งามแล้วอย่างไร?ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งต้องดูแลตนเองมากขึ้น” ตงเฟยกวักน้ำนมเข้มข้นขึ้นราดรดแขนตนเองยิ่งลูบไล้นางยิ่งหลงใหลผิวพรรณที่ขาวผุดผาดนุ่มละมุนนี้
“เพคะ ตงเฟยของหม่อมฉันงดงามขึ้นทุกวัน” เก่อมามาหลี่กำกับนางกำนัลให้นวดคลึงเบาๆเพื่อให้น้ำนมซึมซาบผิวของพระสนม
นางกำนัลอีกสองคนเดินถืออาภรณ์ชุดใหม่ของพระสนมเดินเข้ามายืนรออยู่นางอยู่ไม่ไกลนักย่อมได้ยินบทสนทนานั้นอย่างชัดเจน“พิธีฝังพระศพขององค์ชายหมิงเหอตี้พวกเราก็มิได้รับอนุญาตให้เข้าในสุสานหลวงอยู่แล้วฝ่าบาทมิได้ทอดเวลาการอภิเษกสมรสออกไปข้าเห็นว่าต้องเร่งทำให้ตนเองงดงามยิ่งกว่านี้วันอภิเษกสมรสข้าจะได้โดดเด่นมิน้อยหน้าผู้ใด”
เนื่องจากองค์ชายหมิงเหอตี้ยังทรงพระชนมายุน้อยฮ่องเต้จึงโปรดให้ทำพิธีพระบรมศพภายในวังหลวงให้สมพระเกียรติและเพียงประกาศให้ราษฎร์ได้รับทราบทั่วกันว่าองค์ชายน้อยได้สิ้นพระชนม์ด้วยอาการประชวรฉับพลัน
หงซือซืออยู่สังเกตการณ์ในตำหนักฟาหยางอยู่นับชั่วยามเมื่อเห็นว่าพวกนางมิได้คุยเรื่องที่เป็นเบาะแสใดก็แปลงโฉมกลับตำหนักปล่อยนางกำนัลที่ตนรมควันหลับไว้ให้ฟื้นคืนสติกลับมา
เมื่อเซียนพันหน้ากับนินจาคนงามกลับมาเจอกันที่ตำหนักเสียนเหลียงก็ทบทวนพฤติกรรมของนางสนมแต่ละตำหนัก“ถึงอย่างไรพวกนางก็ล้วนไว้ใจไม่ได้ บางทีอาจจะเป็นเพราะยังไม่จังหวะลงมือ”
“ซือซือ เรื่องการวางยา ข้ายังมิได้ยินตำหนักใดเอ่ยถึง”
“ข้าเคยได้ยินเพียงเสิ่นกุ้ยเฟยพูดเรื่องนี้”
“คราวหน้าเราเข้าไปค้นหายาที่ตำหนักของนางกัน”นินจาเห็นว่าควรจะหาเบาะแสจากคนที่พอจะหาได้ก่อนดีกว่า“เจ้าอย่าลืมว่ายามสตรีวางแผนทำร้ายผู้ใด ย่อมรอบคอบกว่าแผนของบุรุษนัก”
หงซือซือพยักหน้า “ข้าอาจจะต้องให้พี่สามช่วยเล่นงิ้วสักฉากหนึ่งหากเราไม่จัดฉากก็ยากที่จะมีผู้เปิดเผยตัวตนออกมา”
“จวนจะถึงวันอภิเษกสมรสแล้วเจ้าไปเตรียมตัวเสียก่อนเถิด ให้ผ่านพ้นงานใหญ่นี้ไปก่อน”
“ดี! หลังพิธีอภิเษกข้าจะขอให้พี่สามจัดงานภายในวังหลังเชิญพวกนางมาร่วมฟังดนตรี ดื่มสุราให้ครึกครื้นวันนั้นคงมีใครสักคนอยากจะลงมือบ้างกระมัง?”
“อืม...ข้าเองก็จะให้ท่านอ๋องเตรียมพร้อมเอาไว้ด้วย”พระชายาหานซู่ลี่พยักหน้า “วันก่อนท่านอ๋องเอ่ยถึงการหาเงินเพื่อสร้างเขื่อนเจ้าจำเรื่องขุมทรัพย์อดีตฮ่องเต้ได้หรือไม่?”
“ครั้งนั้นก็เป็นเจ้าที่เอาตรานั่นให้ท่านตาของอ๋องเก้าไปเองนี่!”
*****************
